10 อันดับทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลกตลอดกาล อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 มหาทัวร์คอนเสิร์ตประวัติศาสตร์โลกที่สร้างสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศสูงสุดตลอดกาล พร้อมวิเคราะห์ปรากฏการณ์คอนเสิร์ตทัวริซึมที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมดนตรีระดับสากล
จัดอันดับตาม รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศรวมทั่วโลก (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)· ที่มา Billboard Boxscore / Pollstar· ข้อมูล ณ สถิติอย่างเป็นทางการ อัปเดตล่าสุดปี 2026

อุตสาหกรรมดนตรีสดระดับโลกก้าวเข้าสู่ยุคทองอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาซึ่งเกิดกระแสการท่องเที่ยวตามรอยคอนเสิร์ตหรือคอนเสิร์ตทัวริซึม (Concert Tourism) แฟนเพลงนับล้านคนพร้อมเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อสัมผัสประสบการณ์สดร่วมกับศิลปินคนโปรด ปัจจัยนี้ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองเจ้าภาพ แต่ยังดันตัวเลขรายได้จากการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตให้พุ่งทะยานแตะระดับพันล้านดอลลาร์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์
การวัดความสำเร็จของทัวร์ระดับสเตเดียมไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ยอดสตรีมมิงหรือยอดขายอัลบั้มอีกต่อไป แต่คือสถิติรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศจริงที่สะท้อนถึงพลังดึงดูดแฟนคลับและศักยภาพในการบริหารโปรดักชันระดับมหากาพย์ รายงานสถิติจากสื่อชั้นนำในแวดวงดนตรีอย่างบิลบอร์ดบ็อกซ์สกอร์ (Billboard Boxscore) และพอลสตาร์ (Pollstar) ได้รับการจับตามองอย่างต่อเนื่องในฐานะมาตรวัดความยิ่งใหญ่ของศิลปินระดับโลก
บทความนี้ TNPrank ได้รวบรวมและจัดอันดับ 10 ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้รวมสูงที่สุดในโลกตลอดกาล โดยอัปเดตตัวเลขทางการล่าสุดในปี 2026 เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจนว่าศิลปินระดับตำนานและไอคอนแห่งยุคสมัยคนใดบ้างที่สามารถเนรมิตโชว์ระดับตำนานจนสร้างสถิติการเงินระดับปรากฏการณ์
วัดผลอย่างไร
การจัดอันดับนี้อ้างอิงจากสถิติรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศรวมจากการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตทั่วโลก (Nominal Gross) ตามรายงานฐานข้อมูลอุตสาหกรรมดนตรีระดับสากลของ Billboard Boxscore และ Pollstar โดยรวบรวมข้อมูลสถานะทางการที่สิ้นสุดและยืนยันแล้ว ณ ปี 2026 ตัวเลขทั้งหมดแสดงในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐโดยไม่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ เพื่อสะท้อนสถิติจริงที่เกิดขึ้นตามบันทึกประวัติศาสตร์
นับถอยหลัง 10 อันดับ
รียูเนียนร็อกประวัติศาสตร์
Not in This Lifetime... Tour โดย Guns N' Roses
การกลับมารวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ของวงฮาร์ดร็อกระดับตำนานที่แฟนเพลงรอคอย

น็อตอินดิสไลฟ์ไทม์ทัวร์ (Not in This Lifetime... Tour) ของวงร็อกระดับตำนาน กันส์แอนด์โรสเซส (Guns N' Roses) ระหว่างปี 2016 ถึง 2019 คือการหวนคืนเวทีร่วมกันครั้งประวัติศาสตร์ของสมาชิกยุคคลาสสิก ได้แก่ แอกเซล โรส (Axl Rose), สแลช (Slash) และ ดัฟฟ์ แม็กเคแกน (Duff McKagan) ซึ่งแฟนเพลงทั่วโลกต่างเคยเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นอีก
ชื่อทัวร์นำมาจากคำสัมภาษณ์เก่าของแอกเซลที่เคยกล่าวว่าพวกเขาจะไม่มีวันกลับมารวมตัวกันอีก 'ไม่ใช่ในชาตินี้' แต่เมื่อพวกเขากลับมายืนบนเวทีเดียวกัน พลังดนตรีฮาร์ดร็อกอันเกรี้ยวกราดและเสียงโซโลกีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์ของสแลชในเพลง สวีตไชลด์โอมายน์ (Sweet Child O' Mine) และ เวลคัมทูเดอะจังเกิล (Welcome to the Jungle) ก็ปลุกหัวใจแฟนเพลงร็อกทั่วโลกให้ลุกเป็นไฟ
ทัวร์นี้เปิดการแสดงยาวนานถึง 158 รอบในทุกทวีป กวาดรายได้รวมไปถึง 584.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากยอดจำหน่ายบัตรกว่า 5.37 ล้านใบ ปิดท้ายตารางท็อป 10 ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลอย่างสมศักดิ์ศรีของวงฮาร์ดร็อกระดับตำนาน
- รายได้รวมทั่วโลก
- 584.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 158 รอบ
- จำนวนบัตรที่จำหน่าย
- ประมาณ 5.37 ล้านใบ
- ช่วงปีที่จัดแสดง
- 2016–2019
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบสถานที่จัด
- สเตเดียมขนาดใหญ่ทั่วโลก
- แนวดนตรีหลัก
- ฮาร์ดร็อกยุคคลาสสิกเต็มรูปแบบ
- การรียูเนียนครั้งประวัติศาสตร์ของสมาชิกหลัก Guns N' Roses ในรอบกว่าสองทศวรรษ
- ทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศรวม 584.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 158 รอบการแสดง
- การแสดงสดเพลงร็อกระดับตำนานที่แฟนเพลงทั่วโลกรอคอยมานานหลายสิบปี
จุดเด่น
- การได้เห็นสมาชิกคลาสสิกเล่นดนตรีร่วมกัน
- ไลน์กีตาร์โซโลระดับตำนานของ Slash
ข้อควรรู้
- ระยะเวลาการแสดงในแต่ละรอบยาวนานกว่าสามชั่วโมงและมีเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มเป็นพิเศษ
สรุปสั้นๆ
หนึ่งในคอนเสิร์ตร็อกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลที่พิสูจน์ว่าตำนานดนตรีไม่มีวันตาย
โชว์กายกรรมผาดโผนยอดเยี่ยม
Summer Carnival โดย P!nk
การผสมผสานดนตรีป็อปร็อกและกายกรรมเหินเวหาเหนือสเตเดียมที่สะกดสายตาทั่วโลก

ซัมเมอร์คาร์นิวัล (Summer Carnival) ของ พิงก์ (P!nk) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างปี 2023 ถึง 2024 เป็นทัวร์ที่ตอกย้ำสถานะของเธอในฐานะหนึ่งในศิลปินหญิงที่มีการแสดงสดอันน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลก เธอได้ผสมผสานคอนเสิร์ตดนตรีป็อปร็อกเข้ากับศิลปะกายกรรมกลางอากาศ (Aerial Acrobatics) ระดับมืออาชีพอย่างลงตัว
จุดเด่นที่ไม่มีใครเลียนแบบได้คือการที่พิงก์โหนสลิงลอยตัวขึ้นไปหมุนตัวกลางอากาศเหนือฝูงชนในระดับความสูงของสเตเดียมพร้อมกับร้องเพลงเสียงสดอย่างทรงพลังและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นเพลง โซวอต (So What) หรือ จัสต์กิฟมีอะรีซัน (Just Give Me a Reason) ซึ่งสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้แก่ผู้ชมทั้งสนาม
ความคุ้มค่าและชื่อเสียงเรื่องการแสดงสดทำให้ทัวร์นี้ทำสถิติรายได้มหาศาลถึง 585.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการแสดงเพียง 97 รอบ และจำหน่ายบัตรไปได้กว่า 4.4 ล้านใบ กลายเป็นหนึ่งในทัวร์ของศิลปินหญิงที่ทำรายได้เฉลี่ยต่อรอบสูงที่สุดในโลก
- รายได้รวมทั่วโลก
- 585.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 97 รอบ
- จำนวนบัตรที่จำหน่าย
- ประมาณ 4.4 ล้านใบ
- ช่วงปีที่จัดแสดง
- 2023–2024
ข้อมูลใช้งานจริง
- จุดเด่นพิเศษ
- ระบบสลิงข้ามสนาม 3 มิติสำหรับโชว์กายกรรม
- รูปแบบสถานที่จัด
- สเตเดียมขนาดใหญ่กลางแจ้ง
- การแสดงกายกรรมผาดโผนโหนสลิงกลางอากาศทั่วสเตเดียมขณะร้องเพลงสด
- ทำรายได้สูงถึง 585 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากจำนวนรอบเพียง 97 รอบ
- ทัวร์คอนเสิร์ตที่ได้รับคำชมเรื่องมาตรฐานเสียงร้องสดระดับพรีเมียม
จุดเด่น
- ความตื่นเต้นเร้าใจของโชว์ผาดโผน
- พลังเสียงร้องสดระดับยอดเยี่ยมตลอดทั้งโชว์
ข้อควรรู้
- โปรดักชันมีความซับซ้อนสูงและต้องอาศัยโครงสร้างสนามกีฬาที่รองรับระบบสลิงน้ำหนักมาก
สรุปสั้นๆ
ทัวร์คอนเสิร์ตที่มอบความบันเทิงระดับตื่นตาตื่นใจสูงสุดและคุ้มค่าตั๋วทุกบาททุกสตางค์ด้วยฝีมือการแสดงสด
ขวัญใจคนรุ่นใหม่
Love On Tour โดย Harry Styles
ปรากฏการณ์ป็อปคัลเจอร์และแฟชั่นที่ส่งให้เขาก้าวสู่ทำเนียบซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

เลิฟออนทัวร์ (Love On Tour) ของ แฮร์รี สไตลส์ (Harry Styles) จัดขึ้นระหว่างปี 2021 ถึง 2023 เป็นทัวร์ที่สะท้อนถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเขาจากอดีตสมาชิกบอยแบนด์สู่การเป็นซูเปอร์สตาร์เดี่ยวระดับแถวหน้าของโลก บรรยากาศของคอนเสิร์ตถูกโอบล้อมด้วยแนวคิดความรัก ความใจดี และการเปิดกว้าง ทำให้คอนเสิร์ตของเขากลายเป็นพื้นที่แสดงออกทางแฟชั่นของแฟนคลับทั่วโลก
โชว์ของแฮร์รีโดดเด่นด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว การมีปฏิสัมพันธ์ที่อบอุ่นและมีอารมณ์ขันกับผู้ชมหน้าเวที ผสานกับเพลงฮิตอันดับหนึ่งอย่าง แอสอิตวอส (As It Was) และ วอเตอร์เมลอนชูการ์ (Watermelon Sugar) ที่ขับเคลื่อนด้วยวงดนตรีสดสไตล์ป็อปร็อกยุคเซเวนตีส์
ตลอดระยะเวลาการทัวร์ 169 รอบ แฮร์รีสามารถดึงดูดแฟนเพลงเข้าชมได้ราว 5 ล้านคน และสร้างรายได้รวมสูงถึง 617.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในศิลปินชายรุ่นใหม่เพียงไม่กี่คนที่สามารถก้าวขึ้นมาติดอันดับท็อป 10 ทัวร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลได้สำเร็จ
- รายได้รวมทั่วโลก
- 617.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 169 รอบ
- จำนวนบัตรที่จำหน่าย
- ประมาณ 5.0 ล้านใบ
- ช่วงปีที่จัดแสดง
- 2021–2023
ข้อมูลใช้งานจริง
- ธีมบรรยากาศ
- Treat People With Kindness และแฟชั่นสีสันสดใส
- รูปแบบสถานที่จัด
- อารีนาและสเตเดียมชั้นนำระดับโลก
- ทัวร์คอนเสิร์ตที่เปลี่ยนพื้นที่การแสดงเป็นเทศกาลแฟชั่นและความหลากหลาย
- จำหน่ายบัตรเข้าชมได้ถึง 5 ล้านใบจากการแสดง 169 รอบทั่วโลก
- ทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศรวมกว่า 617 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครองอันดับ 8 ของโลก
จุดเด่น
- การมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพลงยอดเยี่ยม
- เพลงป็อปร็อกฟังสบายและมีพลังสดใส
ข้อควรรู้
- รูปแบบการจองบัตรและการแสดงหลายคืนในเมืองเดียวทำให้แฟนเพลงต่างเมืองต้องวางแผนการเดินทางสูง
สรุปสั้นๆ
ทัวร์คอนเสิร์ตที่มอบทั้งความสนุก พลังบวก และประสบการณ์ทางสายตาที่แฟนเพลงรุ่นใหม่ประทับใจไม่รู้ลืม
พลังดนตรีร็อกยอดเยี่ยม
2023–2025 Tour โดย Bruce Springsteen & The E Street Band
การหวนคืนเวทีระดับโลกของ 'เดอะบอสส์' และพลังร็อกบริสุทธิ์สะกดสนามกีฬาทั่วโลก

เดอะบอสส์ บรูซ สปริงส์ทีน (Bruce Springsteen) ร่วมกับวงดนตรีคู่บุญ ดิอีสตรีตแบนด์ (The E Street Band) ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังแห่งดนตรีฮาร์ตร็อกที่ไม่เคยเสื่อมคลายผ่านทัวร์คอนเสิร์ตปี 2023–2025 แม้จะอยู่ในวัยกว่า 70 ปี แต่การแสดงสดแต่ละรอบยังคงเต็มไปด้วยพลังงานอันล้นเหลือและความยาวต่อเนื่องเฉียดสามชั่วโมงโดยแทบไม่มีการพักเบรก
ความพิเศษของทัวร์นี้คือการขับเน้นจิตวิญญาณแห่งดนตรีอเมริกันคลาสสิก ดนตรีสดที่ผสมผสานทั้งเสียงแซกโซโฟน กีตาร์ และเปียโนอย่างเข้มข้น ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต ความหวัง และการดิ้นรนของชนชั้นแรงงานอย่างเข้าถึงอารมณ์ ทำให้แฟนเพลงหลายรุ่นหลั่งไหลเข้าสู่สเตเดียมและอารีนาทั่วโลก
เมื่อสิ้นสุดทัวร์ในปี 2025 ตัวเลขรายได้สะสมถูกบันทึกไว้อย่างน่าประทับใจที่ 729.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการแสดงทั้งหมด 129 รอบ ส่งผลให้ สปริงส์ทีน ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในศิลปินร็อกรุ่นเก๋าที่ทำสถิติรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ดนตรียุคปัจจุบัน
- รายได้รวมทั่วโลก
- 729.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 129 รอบ
- จำนวนบัตรที่จำหน่าย
- ยอดรวมหลายล้านใบทางการ
- ช่วงปีที่จัดแสดง
- 2023–2025
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบสถานที่จัด
- สเตเดียมและอารีนาในอเมริกาเหนือและยุโรป
- สไตล์การแสดง
- ดนตรีสดต่อเนื่องเกือบ 3 ชั่วโมงไม่มีพักครึ่ง
- การแสดงสดความยาวร่วม 3 ชั่วโมงด้วยพลังดนตรีร็อกบริสุทธิ์ของศิลปินวัย 70+
- ทำรายได้สูงถึง 729.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการแสดง 129 รอบทั่วโลก
- ฝีมือทางดนตรีอันไร้ที่ติของวงแบ็กอัปในตำนาน The E Street Band
จุดเด่น
- พลังการแสดงสดอันดุดันและจริงใจ
- เคมีทางดนตรีที่สมบูรณ์แบบของทั้งวง
ข้อควรรู้
- เคยมีช่วงที่ต้องเลื่อนการแสดงบางรอบเนื่องจากปัญหาสุขภาพของศิลปินแต่สามารถกลับมาปิดทัวร์ได้สมบูรณ์
สรุปสั้นๆ
ทัวร์คอนเสิร์ตที่นักฟังเพลงร็อกต้องสัมผัสสักครั้งในชีวิตเพื่อเรียนรู้ความหมายของการแสดงสดที่แท้จริง
สถาปัตยกรรมเวทียอดเยี่ยม
U2 360° Tour โดย U2
ตำนานเวทียักษ์ The Claw ที่ครองบัลลังก์รายได้สูงสุดในโลกยาวนานเกือบสิบปี

ยูทู 360 องศาทัวร์ (U2 360° Tour) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างปี 2009 ถึง 2011 ถือเป็นหมุดหมายที่ปฏิวัติโครงสร้างสถาปัตยกรรมเวทีคอนเสิร์ตของโลก วงร็อกจากไอร์แลนด์วงนี้ได้ร่วมมือกับสถาปนิกชื่อดังสร้างโครงสร้างเวทียักษ์สี่ขาที่มีชื่อเล่นว่า เดอะคลอว์ (The Claw) ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางสนามฟุตบอลและมีจอภาพทรงกระบอกแบบขยายหดได้อยู่ตรงกลาง
ด้วยการออกแบบเวทีกลางสนามแบบไม่มีสิ่งกีดขวาง ทำให้สามารถเพิ่มความจุของสนามกีฬาทั่วไปได้อีกราว 15-20% ส่งผลให้ในหลายๆ เมืองมียอดผู้เข้าชมต่อคืนทำลายสถิติความจุสูงสุดของสนามนั้นๆ การแสดงสดของ โบโน (Bono) และสมาชิกในวงยังคงเข้มข้นด้วยพลังดนตรีร็อกและสาระสะท้อนสังคมที่เป็นเอกลักษณ์
ทัวร์นี้จัดขึ้นเพียง 110 รอบ แต่สามารถจำหน่ายบัตรได้ถึง 7.3 ล้านใบ และทำรายได้มหาศาลถึง 736.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครองตำแหน่งทัวร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลกยาวนานเกือบหนึ่งทศวรรษ
- รายได้รวมทั่วโลก
- 736.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 110 รอบ
- จำนวนบัตรที่จำหน่าย
- ประมาณ 7.3 ล้านใบ
- ช่วงปีที่จัดแสดง
- 2009–2011
ข้อมูลใช้งานจริง
- โครงสร้างเวที
- เวทียักษ์สี่ขา The Claw ความสูง 50 เมตร
- จำนวนรอบเฉลี่ย
- เน้นสเตเดียมความจุสูงพิเศษ 110 รอบ
- โครงสร้างเวทีประวัติศาสตร์ 'The Claw' สูงกว่า 50 เมตรที่ทลายขีดจำกัดทางวิศวกรรม
- ครองสถิติทัวร์คอนเสิร์ตรายได้สูงสุดในโลกยาวนานที่สุดเกือบ 10 ปี
- ทำสถิติเฉลี่ยรายได้และยอดผู้ชมต่อรอบสูงเป็นลำดับต้นๆ ในยุค 2010s
จุดเด่น
- การออกแบบเวที 360 องศาที่มองเห็นได้ชัดเจน
- พลังดนตรีร็อกระดับตำนานของวง U2
ข้อควรรู้
- โครงสร้างเวทีมีน้ำหนักมหาศาลจนต้องใช้รถบรรทุกขนส่งนับร้อยคันในแต่ละเมือง
สรุปสั้นๆ
ทัวร์ระดับมาสเตอร์พีซที่ยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมการจัดคอนเสิร์ตสเตเดียมของโลกยุคใหม่
อดีตแชมป์ทัวร์ประวัติศาสตร์
÷ (Divide) Tour โดย Ed Sheeran
หมุดหมายประวัติศาสตร์ที่เคยครองตำแหน่งทัวร์คอนเสิร์ตรายได้สูงสุดในโลก

ดีไวด์ทัวร์ (Divide Tour) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างปี 2017 ถึง 2019 เป็นทัวร์ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์โค่นสถิติเดิมของวง ยูทู (U2) ขึ้นเป็นทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในยุคนั้น ความมหัศจรรย์ของทัวร์นี้คือความเรียบง่าย โดยมีเพียงหนุ่มชาวอังกฤษกับกีตาร์หนึ่งตัว ยืนแสดงต่อหน้าแฟนเพลงหลายหมื่นคนในแต่ละค่ำคืนโดยไม่มีแดนเซอร์หรือเอฟเฟกต์ซับซ้อน
การเดินทางทัวร์ที่ยาวนานถึงสองปีครึ่งครอบคลุมทั้งทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกา เอเชีย รวมถึงประเทศไทย บทเพลงยอดนิยมอย่าง เชปออฟยู (Shape of You) และ เพอร์เฟกต์ (Perfect) กลายเป็นเพลงชาติที่คนทั้งสนามร้องตามได้อย่างกึกก้อง สร้างความผูกพันอันแนบแน่นระหว่างแฟนเพลงกับตัวศิลปิน
เมื่อสิ้นสุดทัวร์ในปี 2019 สถิติอย่างเป็นทางการบันทึกไว้ว่าสามารถจำหน่ายบัตรได้สูงถึง 8.9 ล้านใบ จากการแสดงทั้งหมด 255 รอบ และกวาดรายได้รวมไปถึง 776.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในกลุ่ม 5 อันดับแรกของโลกจนถึงปัจจุบัน
- รายได้รวมทั่วโลก
- 776.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 255 รอบ
- จำนวนบัตรที่จำหน่าย
- ประมาณ 8.9 ล้านใบ
- ช่วงปีที่จัดแสดง
- 2017–2019
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบสถานที่จัด
- อารีนาและสเตเดียมทั่วโลก
- ระยะเวลาการทัวร์
- มีนาคม 2017 – สิงหาคม 2019
- เคยครองสถิติทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลกเมื่อปี 2019
- จำหน่ายบัตรเข้าชมได้มากถึง 8.9 ล้านใบ จากการแสดง 255 รอบ
- พิสูจน์พลังของการแสดงเดี่ยวด้วยกีตาร์อะคูสติกในระดับสเตเดียมทั่วโลก
จุดเด่น
- ความใกล้ชิดเป็นกันเองระหว่างศิลปินกับผู้ชม
- เพลงฮิตระดับพันล้านวิวตลอดการแสดง
ข้อควรรู้
- รูปแบบเวทีในยุคนั้นเป็นเวทีด้านหน้าแบบดั้งเดิม ไม่ได้เปิดมุมมองรอบทิศทางเหมือนทัวร์ยุคถัดมา
สรุปสั้นๆ
ทัวร์ระดับคลาสสิกที่ยืนยันว่าเสน่ห์ของบทเพลงไพเราะและการแสดงสดสามารถเอาชนะโปรดักชันซับซ้อนได้
เวที 360 องศายอดเยี่ยม
+–=÷× (Mathematics) Tour โดย Ed Sheeran
นวัตกรรมเวที 360 องศาใจกลางสเตเดียมกับฝีมือกีตาร์เดี่ยวสะกดสายตาโลก

เดอะแมททีแมทิกส์ทัวร์ (The Mathematics Tour) ของ เอ็ด ชีแรน (Ed Sheeran) ซึ่งเปิดฉากตั้งแต่ปี 2022 และสิ้นสุดลงในปี 2025 คือการปฏิวัติรูปแบบการแสดงสดของศิลปินเดี่ยวสู่ระดับสเตเดียมขนาดมหึมา การออกแบบเวทีแบบ 360 องศาตั้งอยู่ใจกลางสนาม พร้อมจอแอลอีดีทรงกระบอกหมุนรอบทิศทางและเสาไฟรูปปิ๊กกีตาร์ยักษ์ ทำให้ผู้ชมทุกมุมสนามสามารถมองเห็นการแสดงได้อย่างทั่วถึง
สิ่งที่สร้างความทึ่งให้แก่วงการดนตรีคือ เอ็ด ชีแรน ยังคงรักษาเอกลักษณ์การขึ้นแสดงด้วยตัวคนเดียวโดยใช้เพียงกีตาร์โปร่ง ไมโครโฟน และแป้นลูปสเตชัน (Custom Loop Station) ที่ควบคุมเสียงสดทั้งหมดด้วยเท้าของตนเอง แม้จะมีบางช่วงที่มีวงดนตรีแบ็กอัปมาร่วมแจม แต่หัวใจหลักยังคงเป็นฝีมือการสร้างเสียงสดของเขา
การเดินทางเปิดการแสดงต่อเนื่องถึง 169 รอบทั่วโลก นำพาให้ทัวร์คอนเสิร์ตนี้ทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศรวมสูงถึง 875.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เขากลายเป็นหนึ่งในศิลปินเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่มีชื่อติดในท็อป 5 ของการจัดอันดับตลอดกาลถึงสองทัวร์ด้วยกัน
- รายได้รวมทั่วโลก
- 875.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 169 รอบ
- จำนวนบัตรที่จำหน่าย
- ข้อมูลทางการรวมหลายล้านใบ
- ช่วงปีที่จัดแสดง
- 2022–2025
ข้อมูลใช้งานจริง
- โครงสร้างเวที
- เวทีวงกลมหมุนได้ 360 องศากลางสนามฟุตบอล
- อุปกรณ์ดนตรีหลัก
- กีตาร์โปร่งและอุปกรณ์ Loop Pedal เฉพาะตัว
- นวัตกรรมเวทีหมุน 360 องศาใจกลางสเตเดียมพร้อมจอแสดงผลรอบทิศทาง
- ทักษะการเล่นดนตรีคนเดียวด้วยกีตาร์โปร่งและแป้นลูปสดต่อหน้าคนนับหมื่น
- ทำรายได้สูงถึง 875.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครองอันดับ 4 ตลอดกาล
จุดเด่น
- การออกแบบเวทีให้เห็นได้รอบทิศทาง
- การแสดงสดด้วยฝีมือนักดนตรีอย่างแท้จริง
ข้อควรรู้
- ผู้ชมในบางมุมของสเตเดียมอาจต้องพึ่งพาการมองผ่านจอภาพเนื่องจากขนาดสนามที่กว้างใหญ่มาก
สรุปสั้นๆ
ตัวอย่างของความสมบูรณ์แบบในการนำศิลปินเดี่ยวมาแสดงในสเกลสนามกีฬาระดับโลกได้อย่างทรงพลัง
ทัวร์อำลาเวทีสูงสุด
Farewell Yellow Brick Road Tour โดย Elton John
มหากาพย์ทัวร์อำลาเวที 330 รอบของราชาเปียโนร็อกระดับตำนาน

แฟร์เวลล์เยลโลว์บริกโรดทัวร์ (Farewell Yellow Brick Road Tour) คือการอำลาเวทีทัวร์คอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการของท่านเซอร์ เอลตัน จอห์น (Elton John) ศิลปินระดับตำนานผู้เป็นไอคอนแห่งวงการดนตรีเปียโนร็อก ทัวร์นี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2018 และต้องเผชิญกับการหยุดพักชั่วคราวในช่วงวิกฤตการณ์ระดับโลก ก่อนจะกลับมาเดินหน้าสานต่อจนปิดฉากลงอย่างงดงามในปี 2023
การแสดงชุดนี้นำเสนอความเป็นเลิศทางดนตรีด้วยบทเพลงคลาสสิกเหนือกาลเวลา เช่น ร็อกเก็ตแมน (Rocket Man) และ ไทนีแดนเซอร์ (Tiny Dancer) ผสานกับเปียโนคู่ใจและเครื่องแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์ ทัวร์นี้ตระเวนเปิดการแสดงทั้งในระดับอารีนาและสเตเดียมขนาดใหญ่ทั่วทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และโอเชียเนีย เพื่อให้แฟนเพลงรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่ได้ร่วมบอกลายุคสมัยอันรุ่งโรจน์
ตลอดระยะเวลาการทัวร์รวม 330 รอบการแสดง เอลตัน จอห์น สามารถทำรายได้รวมไปถึง 939.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจำหน่ายบัตรไปได้ราว 6 ล้านใบ ครองตำแหน่งทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลกก่อนการมาถึงของยุคทัวร์สเตเดียมยุคใหม่
- รายได้รวมทั่วโลก
- 939.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 330 รอบ
- จำนวนบัตรที่จำหน่าย
- ประมาณ 6.0 ล้านใบ
- ช่วงปีที่จัดแสดง
- 2018–2023
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบสถานที่จัด
- อารีนาในร่มและสเตเดียมกลางแจ้งขนาดใหญ่
- องค์ประกอบหลักของการแสดง
- แกรนด์เปียโนและวงดนตรีสดเต็มรูปแบบ
- ทัวร์คอนเสิร์ตอำลาเวทีประวัติศาสตร์ที่จัดแสดงยาวนานถึง 330 รอบ
- ทำรายได้เฉียด 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐด้วยพลังทางดนตรีของศิลปินระดับตำนาน
- รวบรวมบทเพลงคลาสสิกตลอดเส้นทางดนตรีกว่า 50 ปีของ เอลตัน จอห์น
จุดเด่น
- การเล่นเปียโนและพลังเสียงสดระดับตำนาน
- เรื่องราวบทเพลงคลาสสิกอันทรงคุณค่า
ข้อควรรู้
- ทัวร์ใช้เวลายาวนานหลายปีเนื่องจากมีการเลื่อนรอบการแสดงในช่วงการระบาดใหญ่
สรุปสั้นๆ
หมุดหมายแห่งประวัติศาสตร์ดนตรีที่ทรงคุณค่าสำหรับผู้ที่ชื่นชอบบทเพลงป็อปร็อกยุคคลาสสิก
ยอดผู้ชมรวมสูงสุดในโลก
Music of the Spheres World Tour โดย Coldplay
ทัวร์คอนเสิร์ตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมสถิติจำนวนผู้ชมสูงสุดตลอดกาล

มิวสิกออฟเดอะสเฟียส์เวิลด์ทัวร์ (Music of the Spheres World Tour) ของวงร็อกระดับตำนานอย่าง โคลด์เพลย์ (Coldplay) เริ่มต้นการเดินทางในปี 2022 และทอดยาวมาจนถึงปี 2025 โดยถือเป็นหนึ่งในทัวร์คอนเสิร์ตที่มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้าที่สุด ทั้งในแง่ของความบันเทิงระดับมวลชนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม วงตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการทัวร์ลงอย่างน้อย 50% ด้วยการใช้พลังงานจลน์จากพื้นเต้นของแฟนเพลงและจักรยานปั่นไฟ
นอกจากประเด็นด้านความยั่งยืนแล้ว โชว์ของโคลด์เพลย์ยังขึ้นชื่อเรื่องการสร้างประสบการณ์ร่วมที่น่าประทับใจ การแจกสายรัดข้อมือแอลอีดีแบบรีไซเคิลที่กะพริบตามจังหวะดนตรีเปลี่ยนทั้งสนามกีฬากลายเป็นทะเลแสงสีอันตระการตา ผสานกับบทเพลงฮิตตลอดกาลที่ร้องตามได้ง่าย ทำให้ทัวร์นี้สามารถขยายรอบการแสดงซ้ำในแต่ละเมืองได้หลายคืนติดต่อกัน
ความสำเร็จทางสถิติทำให้ทัวร์นี้กวาดรายได้รวมสูงถึง 1,524.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการแสดงมากถึง 223 รอบ พร้อมสร้างสถิติสำคัญด้วยการเป็นทัวร์คอนเสิร์ตที่มีจำนวนผู้ชมรวมมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ด้วยยอดจำหน่ายบัตรทะลุกว่า 13.1 ล้านใบอย่างเป็นทางการ
- รายได้รวมทั่วโลก
- 1,524.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 223 รอบ
- จำนวนบัตรที่จำหน่าย
- กว่า 13.1 ล้านใบ
- ช่วงปีที่จัดแสดง
- 2022–2025
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบสถานที่จัด
- สเตเดียมกลางแจ้งระดับนานาชาติ
- จุดเด่นด้านโปรดักชัน
- สายรัดข้อมือไฟแอลอีดีและพื้นฟลอร์ผลิตพลังงานจลน์
- ทัวร์คอนเสิร์ตที่มีจำนวนผู้เข้าชมรวมมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกกว่า 13.1 ล้านคน
- ต้นแบบทัวร์คอนเสิร์ตเพื่อความยั่งยืนที่ลดการปล่อยคาร์บอนลงอย่างเป็นรูปธรรม
- กวาดรายได้ทะลุหลัก 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการแสดง 223 รอบทั่วโลก
จุดเด่น
- บรรยากาศการมีส่วนร่วมของผู้ชมยอดเยี่ยม
- เพลงฮิตคุ้นหูเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย
ข้อควรรู้
- จำนวนรอบการแสดงที่หนาแน่นส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนกำหนดการในบางทวีปตามสภาพความพร้อม
สรุปสั้นๆ
ทัวร์คอนเสิร์ตที่คุ้มค่าที่สุดในแง่ของบรรยากาศและความสุขร่วมกันของมวลชนระดับสนามศุภชลาศัยและสเตเดียมโลก
และอันดับ 1 ก็คือ…
อันดับ 1 ตลอดกาล
The Eras Tour โดย Taylor Swift
มหาทัวร์คอนเสิร์ตพันล้านดอลลาร์ที่สร้างสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ดนตรี

เดอะเอราส์ทัวร์ (The Eras Tour) ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ คือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ดนตรีสมัยใหม่ ทัวร์คอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นระหว่างปี 2023 ถึง 2024 เพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางตลอด 10 ยุคสมัยทางดนตรีของเธอ โดยนำเสนอเพลงมากกว่า 40 บทเพลงในการแสดงยาวนานกว่าสามชั่วโมงครึ่งต่อรอบ ซึ่งกลายเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการดนตรีป็อประดับสเตเดียมทั่วโลกอย่างสมบูรณ์แบบ
ความโดดเด่นที่ทำให้ทัวร์นี้ครองแชมป์อันดับหนึ่งตลอดกาลคือเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลและความต้องการบัตรที่สูงลิบลิ่วในทุกเมืองที่เดินทางไปเยือน ระบบโปรดักชันประกอบด้วยเวทีขนาดยักษ์ จอภาพความละเอียดสูง งานวิชวลกราฟิกตระการตา และการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอันประณีตหลายสิบชุด ส่งผลให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวข้ามประเทศของแฟนเพลงจนนำไปสู่คำนิยามทางเศรษฐศาสตร์อย่าง สวิฟต์โนมิกส์ (Swiftonomics)
ในแง่ของตัวเลขรายได้ ทัวร์นี้ทำสถิติเป็นคอนเสิร์ตแรกในประวัติศาสตร์ที่กวาดรายได้ทะลุหลัก 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศสุทธิปิดทัวร์อยู่ที่ประมาณ 2,077.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการแสดงทั้งหมด 149 รอบ นับเป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์ที่ยังไม่มีศิลปินคนใดสามารถก้าวข้ามได้จนถึงปัจจุบัน
- รายได้รวมทั่วโลก
- 2,077.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 149 รอบ
- จำนวนบัตรที่จำหน่าย
- ประมาณ 10.17 ล้านใบ
- ช่วงปีที่จัดแสดง
- 2023–2024
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบสถานที่จัด
- สเตเดียมระดับความจุ 50,000–90,000 คนทั่วโลก
- ระยะเวลาการแสดงต่อรอบ
- ประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที
- คอนเสิร์ตแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ทำรายได้รวมทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การแสดงสดความยาวกว่า 3.5 ชั่วโมง ครอบคลุม 10 สตูดิโออัลบั้มของศิลปิน
- จุดกำเนิดปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจและคอนเสิร์ตทัวริซึมทั่วโลก (Swiftonomics)
จุดเด่น
- เซ็ตลิสต์เพลงจุใจกว่า 44 เพลง
- โปรดักชันแสงสีเสียงระดับอลังการสูงสุด
ข้อควรรู้
- บัตรเข้าชมจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วและมีราคาในตลาดรองที่สูงเป็นประวัติการณ์
สรุปสั้นๆ
ทัวร์คอนเสิร์ตระดับปรากฏการณ์ที่กำหนดนิยามใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมดนตรีสดและคอนเสิร์ตทัวริซึมระดับโลก
สรุปผลทั้ง 10 อันดับ
รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศรวมทั่วโลก (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ที่มา: Billboard Boxscore / Pollstar · ข้อมูล ณ สถิติอย่างเป็นทางการ อัปเดตล่าสุดปี 2026
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| อันดับ | รายการ | รายได้รวมทั่วโลก | จำนวนรอบการแสดง | จำนวนบัตรที่จำหน่าย | ช่วงปีที่จัดแสดง |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | The Eras Tour โดย Taylor Swift | 2,077.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 149 รอบ | ประมาณ 10.17 ล้านใบ | 2023–2024 |
| 2 | Music of the Spheres World Tour โดย Coldplay | 1,524.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 223 รอบ | กว่า 13.1 ล้านใบ | 2022–2025 |
| 3 | Farewell Yellow Brick Road Tour โดย Elton John | 939.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 330 รอบ | ประมาณ 6.0 ล้านใบ | 2018–2023 |
| 4 | +–=÷× (Mathematics) Tour โดย Ed Sheeran | 875.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 169 รอบ | ข้อมูลทางการรวมหลายล้านใบ | 2022–2025 |
| 5 | ÷ (Divide) Tour โดย Ed Sheeran | 776.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 255 รอบ | ประมาณ 8.9 ล้านใบ | 2017–2019 |
| 6 | U2 360° Tour โดย U2 | 736.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 110 รอบ | ประมาณ 7.3 ล้านใบ | 2009–2011 |
| 7 | 2023–2025 Tour โดย Bruce Springsteen & The E Street Band | 729.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 129 รอบ | ยอดรวมหลายล้านใบทางการ | 2023–2025 |
| 8 | Love On Tour โดย Harry Styles | 617.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 169 รอบ | ประมาณ 5.0 ล้านใบ | 2021–2023 |
| 9 | Summer Carnival โดย P!nk | 585.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 97 รอบ | ประมาณ 4.4 ล้านใบ | 2023–2024 |
| 10 | Not in This Lifetime... Tour โดย Guns N' Roses | 584.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 158 รอบ | ประมาณ 5.37 ล้านใบ | 2016–2019 |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณแฟนเพลงป็อปที่มองหาโปรดักชันอลังการและเพลงฮิตต่อเนื่องอันดับ 1The Eras Tour โดย Taylor Swiftเพราะเป็นการรวบรวมบทเพลงตลอด 10 ยุคสมัยในการแสดงยาวนานกว่า 3.5 ชั่วโมงที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการดนตรีป็อปโลกอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศอบอุ่น ความร่วมมือ และโชว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอันดับ 2Music of the Spheres World Tour โดย Coldplayเพราะมีสายรัดข้อมือแอลอีดีและพลังงานจลน์ที่ทำให้ทั้งสเตเดียมกลายเป็นทะเลแสงสีตระการตาพร้อมบทเพลงที่ทุกคนร้องตามได้อ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคอร็อกรุ่นเก๋าที่หลงใหลในเสียงดนตรีสดและฝีมือระดับตำนานอันดับ 72023–2025 Tour โดย Bruce Springsteen & The E Street Bandเพราะเป็นการแสดงสดที่ขับเน้นพลังดนตรีร็อกแท้จริงแบบไม่มีพักครึ่งด้วยวงแบ็กอัปชั้นครูระดับโลกอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่ชอบความตื่นเต้นเร้าใจและการแสดงผาดโผนผสมผสานดนตรีอันดับ 9Summer Carnival โดย P!nkเพราะมีโชว์กายกรรมโหนสลิงข้ามสนามกีฬาระดับโลกควบคู่กับการร้องเพลงสดที่ทรงพลังไร้ที่ติอ่านรายละเอียด
บทสรุป
ปรากฏการณ์ทัวร์คอนเสิร์ตระดับพันล้านดอลลาร์แสดงให้เห็นชัดเจนว่าประสบการณ์ทางดนตรีสดคือสิ่งที่เทคโนโลยีดิจิทัลหรือมิวสิกสตรีมมิงไม่สามารถทดแทนได้ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเหนือระดับของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) หรือสถิติจำนวนผู้ชมมหาศาลของ โคลด์เพลย์ (Coldplay) ล้วนสะท้อนถึงการผสมผสานอันลงตัวระหว่างดนตรี โปรดักชัน แคมเปญการตลาด และความผูกพันของแฟนคลับ ในอนาคตข้างหน้า สถิติเหล่านี้อาจถูกท้าทายอีกครั้ง แต่หมุดหมายประวัติศาสตร์ทั้ง 10 ทัวร์นี้จะยังคงเป็นมาตรฐานระดับสูงที่อุตสาหกรรมดนตรีโลกต้องจารึกไว้ตลอดไป
อ่านเพิ่มในหัวข้อจัดอันดับบันเทิง22เศรษฐกิจโลก8ดนตรีสากล3
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
ทัวร์คอนเสิร์ตใดทำรายได้สูงที่สุดในโลกตลอดกาลในปัจจุบัน?
ตำแหน่งเจ้าของสถิติรายได้ทัวร์คอนเสิร์ตสูงสุดในประวัติศาสตร์ตกเป็นของ The Eras Tour โดย เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ซึ่งกวาดรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศไปอย่างเป็นทางการมากกว่า 2,077.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการจัดแสดงทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 149 รอบ
ทัวร์คอนเสิร์ตที่มีจำนวนผู้ชมรวมมากที่สุดในโลกคือทัวร์ใด?
ทัวร์คอนเสิร์ตที่มีจำนวนผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือ Music of the Spheres World Tour ของ โคลด์เพลย์ (Coldplay) โดยมียอดจำหน่ายบัตรเข้าชมรวมทะลุกว่า 13.1 ล้านใบตลอดการเดินสาย 223 รอบการแสดง
ตัวเลขรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศของทัวร์คอนเสิร์ตคิดคำนวณจากอะไร?
ตัวเลขรายได้คอนเสิร์ตจัดอันดับจากยอดรายได้รวมตามจริง (Nominal Gross) ที่ได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแสดงทั้งหมด โดยอ้างอิงจากข้อมูลรายงานทางการของ Billboard Boxscore และ Pollstar ซึ่งยังไม่หักลบค่าใช้จ่ายด้านโปรดักชันหรือภาษี
ทำไมทัวร์คอนเสิร์ตยุคปัจจุบันจึงทำรายได้สูงกว่าคอนเสิร์ตในอดีตอย่างมาก?
ปัจจัยหลักมาจากราคาบัตรโดยเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ การขยายสเกลสถานที่จัดเป็นสเตเดียมระดับ 50,000–80,000 ที่นั่ง และกระแสคอนเสิร์ตทัวริซึมที่ดึงดูดแฟนเพลงให้ยอมเดินทางข้ามประเทศมาชมการแสดง
อ่านต่อ

บันเทิงและภาพยนตร์1 วิว
10 ซีรีส์ไทยแนวแซฟฟิก (Girls' Love) ยอดนิยมปี 2568-2569 พล็อตเข้มข้นหลากอารมณ์ที่สร้างปรากฏการณ์ระดับอินเตอร์
เจาะลึก 10 ซีรีส์เกิร์ลเลิฟ (GL) สัญชาติไทยกระแสแรงแห่งปี 2568-2569 ที่ยกระดับบทและโปรดักชันจนครองใจผู้ชมทั่วโลก
ในบทความ: เพียงเธอ (Only You The Series) · The Air (เสน่หาวาโย) · The Water (ธาราวาริน)

บันเทิงและภาพยนตร์0 วิว
10 อันดับภาพยนตร์คอนเสิร์ต (Concert Film) ที่ทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกสูงสุดตลอดกาล อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เปิดสถิติ 10 ภาพยนตร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินทั่วโลกสูงสุดตลอดกาล นำทัพโดยปรากฏการณ์ระดับโลกของ Taylor Swift และ Michael Jackson อัปเดตตัวเลขทางการล่าสุดปี 2026
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

บันเทิงและภาพยนตร์1 วิว
10 วิดีโอเกมฟอร์มยักษ์ยอดนิยมแห่งปี 2026 ที่สร้างปรากฏการณ์ยอดขายและรายได้ถล่มทลายทั่วโลก
เจาะลึก 10 สุดยอดวิดีโอเกมระดับปรากฏการณ์แห่งปี 2026 ที่สร้างยอดขายถล่มทลายและกวาดรายได้มหาศาล ทั้งผลงานระดับบล็อกบัสเตอร์และเกมขวัญใจมหาชนทั่วโลก
ในบทความ: Resident Evil Requiem · Monster Hunter Wilds · Forza Horizon 6
เสียงจากผู้อ่าน
อยากให้เราจัดอันดับอะไร?
บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน