10 อันดับเครือโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักมากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 เครือโรงแรมยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ครองจำนวนห้องพักมากที่สุด วัดจากตัวเลขสถิติทางการรอบปีล่าสุดเพื่อสะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมการบริการระดับสากล
จัดอันดับตาม จำนวนห้องพักรวมทั่วโลก· ที่มา MKG Consulting และรายงานผลประกอบการประจำปีของแต่ละเครือโรงแรม· ข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2568

อุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวทั่วโลกยังคงเดินหน้าขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง การเติบโตของการเดินทางทั้งเพื่อธุรกิจและการพักผ่อนผลักดันให้กลุ่มทุนโรงแรมระดับโลกต้องเร่งปรับตัวและขยายพอร์ตโฟลิโออย่างดุดัน การวัดขนาดความยิ่งใหญ่ของเครือโรงแรมไม่ได้ดูเพียงแค่ความหรูหราของแบรนด์ หากแต่วัดกันที่จำนวนห้องพักในระบบบริหาร ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดขีดความสามารถในการรองรับนักเดินทางและอิทธิพลในตลาดโลกอย่างแท้จริง
การแข่งขันในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองขั้วหลักอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างเครือโรงแรมตะวันตกดั้งเดิมที่เน้นการสร้างแบรนด์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยการบริหารโรงแรมระดับประหยัดและระดับกลางที่มีจำนวนสาขามหาศาล การเปลี่ยนแปลงของอันดับสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตทางเศรษฐกิจและการกระจายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางในแต่ละภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับนักเดินทางชาวไทยและผู้สนใจในธุรกิจโรงแรม การทำความเข้าใจโครงสร้างและขนาดของเครือโรงแรมชั้นนำเหล่านี้ ไม่เพียงช่วยให้เห็นภาพรวมของเครือข่ายสิทธิประโยชน์และโปรแกรมสะสมคะแนนที่มีอยู่ทั่วโลก แต่ยังเป็นมุมมองเชิงวิเคราะห์ที่ช่วยให้เข้าใจแนวโน้มทิศทางของอุตสาหกรรมบริการระดับสากลในปี 2026 ได้อย่างถ่องแท้ผ่านตัวเลขสถิติที่บันทึกไว้อย่างเป็นทางการ
วัดผลอย่างไร
ตัวเลขที่ใช้เป็นเกณฑ์หลักในการจัดลำดับครั้งนี้คือ 'จำนวนห้องพักรวมที่เปิดให้บริการสุทธิทั่วโลก' (Total Global Room Count) เพื่อสะท้อนขนาดการดำเนินงานตามมาตรฐานสากลที่วงการโรงแรมยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยนำสถิติตลอดทั้งปี 2026 จากสถาบันวิจัยการบริการระดับโลก MKG Consulting มาผสานเข้ากับรายงานประจำปีอย่างเป็นทางการซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 ของแต่ละเครือ ทั้งนี้ จะตัดสิทธิ์ห้องพักที่ยังไม่พร้อมต้อนรับผู้เข้าพักจริงหรือยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างออกไปทั้งหมด
นับถอยหลัง 10 อันดับ
พลังขับเคลื่อนการเดินทางในจีน
BTG Homeinns Hotels Group (บีทีจี โฮมอินน์ส โฮเต็ลส์ กรุ๊ป)
กลุ่มทุนการท่องเที่ยวแห่งเมืองหลวงผู้ครองตลาดแดนมังกร

บีทีจี โฮมอินน์ส หรือ เป่ยจิง ทัวริซึม กรุ๊ป (Beijing Tourism Group) คือเครือโรงแรมยักษ์ใหญ่อันดับสามของประเทศจีน เกิดจากการควบรวมระหว่างกลุ่มการท่องเที่ยวปักกิ่งและเครือโรงแรมราคาประหยัด โฮมอินน์ส (Homeinns) จนกลายเป็นกำลังสำคัญในอุตสาหกรรมการบริการของจีน
ความเชี่ยวชาญหลักของกลุ่มนี้คือการให้บริการห้องพักมาตรฐานในราคาประหยัดและระดับกลางตามหัวเมืองหลักและเมืองรองทั่วประเทศจีน แบรนด์อย่าง โฮมอินน์ (Homeinn), ม่านหยู่ (Manxin) และหรูเจีย เซเลกต์ (Homeinn Selected) ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากกลุ่มคนทำงานและนักท่องเที่ยวภายในประเทศ
ด้วยการมีโรงแรมเกือบ 8,000 แห่ง และมีจำนวนห้องพักมากกว่า 5.5 แสนห้อง บีทีจี โฮมอินน์ส จึงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศจีนอย่างมหาศาล และยังคงขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตของชนชั้นกลางในเอเชีย
- จำนวนห้องพักรวม
- 554,919 ห้อง
- จำนวนโรงแรมในเครือ
- 7,802 แห่ง
- ประเทศต้นกำเนิด
- จีน
- โปรแกรมสมาชิกหลัก
- BTG Homeinns Club
ข้อมูลใช้งานจริง
- แบรนด์เรือธง
- Homeinn, Homeinn Selected, Manxin Hotel, Jianguo Hotel
- ช่องทางสำรองห้องพัก
- bthhotels.com และแอปพลิเคชัน BTG Homeinns
- ครองอันดับ 10 ของโลกด้วยห้องพักกว่า 5.5 แสนห้อง
- มีฐานโรงแรมครอบคลุมแทบทุกมณฑลในประเทศจีนเกือบ 8,000 แห่ง
- เป็นเครือข่ายโรงแรมหลักที่ตอบสนองตลาดการท่องเที่ยวภายในประเทศจีน
- นำเสนอที่พักสะอาด ปลอดภัย ในทำเลใจกลางเมืองและย่านธุรกิจ
จุดเด่น
- ราคาเข้าถึงง่ายมาก
- ตั้งอยู่ในทำเลศูนย์กลางการค้าของจีน
ข้อควรรู้
- สาขาส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในประเทศจีน และมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ใช้ภาษาจีนเป็นหลัก
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจในเมืองต่างๆ ของประเทศจีน
ขวัญใจนักเดินทางระยะยาว
Choice Hotels International (ชอยส์ โฮเต็ลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล)
ผู้นำด้านที่พักระดับกลางและโรงแรมเพื่อความคุ้มค่า

ชอยส์ โฮเต็ลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีต้นกำเนิดย้อนกลับไปถึงปี 1939 ในสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มต้นจากการรวมกลุ่มของเจ้าของโมเทลอิสระในชื่อ ควอลิตี้ คอร์ตส์ ยูไนเต็ด (Quality Courts United) ก่อนจะพัฒนามาเป็นหนึ่งในเครือข่ายแฟรนไชส์ที่พักที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในโลก
เครือนี้มุ่งเน้นการให้บริการที่พักระดับคุ้มค่าและกลุ่มพักระยะยาว แบรนด์ที่คุ้นเคยในต่างประเทศได้แก่ คอมฟอร์ต อินน์ (Comfort Inn), ควอลิตี้ อินน์ (Quality Inn) และสลีป อินน์ (Sleep Inn) นอกจากนี้การเข้าซื้อเครือ เรดิสัน โฮเต็ลส์ ในภูมิภาคอเมริกา (Radisson Americas) ยังช่วยยกระดับพอร์ตโฟลิโอสู่กลุ่มลูกค้าระดับบนได้มากขึ้น
ชอยส์ โฮเต็ลส์ ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น บริการอาหารเช้าร้อนฟรีและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่ครบครัน ทำให้เป็นตัวเลือกหลักของนักเดินทางเพื่อธุรกิจขนาดกลางและครอบครัวที่ขับรถท่องเที่ยวในทวีปอเมริกาเหนือ
- จำนวนห้องพักรวม
- 656,825 ห้อง
- จำนวนโรงแรมในเครือ
- 7,575 แห่ง
- ประเทศต้นกำเนิด
- สหรัฐอเมริกา
- โปรแกรมสมาชิกหลัก
- Choice Privileges
ข้อมูลใช้งานจริง
- แบรนด์เรือธง
- Comfort, Quality Inn, Sleep Inn, Cambria Hotels, Ascend
- ช่องทางสำรองห้องพัก
- choicehotels.com และแอปพลิเคชัน Choice Hotels
- มีจำนวนห้องพักมากกว่า 6.5 แสนห้องในกว่า 45 ประเทศ
- แบรนด์ Comfort Inn เป็นที่รู้จักแพร่หลายในฐานะโรงแรมสำหรับครอบครัว
- เสริมความแข็งแกร่งด้วยการเข้าซื้อกิจการ Radisson Americas
- เน้นกลุ่มโรงแรมสำหรับการเข้าพักระยะยาว (Extended Stay)
จุดเด่น
- สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันคุ้มราคา
- มีห้องพักแบบครอบครัวและพักระยะยาวเยอะ
ข้อควรรู้
- เครือข่ายโรงแรมในภูมิภาคเอเชียและไทยยังมีจำนวนจำกัด
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับครอบครัวและนักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนระยะยาวในราคาสมเหตุสมผล
ราชาแห่งโรงแรมริมทางหลวง
Wyndham Hotels & Resorts (วินด์แฮม โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท)
ยักษ์ใหญ่ระบบแฟรนไชส์โรงแรมที่ครอบคลุมเส้นทางสัญจร

วินด์แฮม โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท จากสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์โรงแรมรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเน้นการขยายตัวในกลุ่มโรงแรมระดับกลางและระดับประหยัดเพื่อรองรับการเดินทางบนท้องถนน (Road Trips) และการท่องเที่ยวในเมืองรองของทวีปอเมริกาเหนือ
จุดแข็งที่ไม่มีใครเทียบได้ของวินด์แฮมคือการเป็นเจ้าของแบรนด์โมเทลและโรงแรมริมทางหลวงที่โด่งดังระดับตำนาน เช่น เดย์ส อินน์ (Days Inn), ซูเปอร์ 8 (Super 8), รามาดา (Ramada) และลา ควินตา (La Quinta) ซึ่งครอบคลุมจุดตัดการเดินทางทั่วสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลก
ในด้านโปรแกรมสมาชิก วินด์แฮม รีวอร์ดส์ (Wyndham Rewards) ได้รับคะแนนความนิยมสูงมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน เนื่องจากเงื่อนไขการแลกคะแนนเพื่อพักฟรีที่ง่ายและตรงไปตรงมา โดยใช้อัตราคะแนนคงที่ ทำให้ผู้เข้าพักสามารถวางแผนการใช้คะแนนได้อย่างคุ้มค่า
- จำนวนห้องพักรวม
- 868,899 ห้อง
- จำนวนโรงแรมในเครือ
- 8,389 แห่ง
- ประเทศต้นกำเนิด
- สหรัฐอเมริกา
- โปรแกรมสมาชิกหลัก
- Wyndham Rewards
ข้อมูลใช้งานจริง
- แบรนด์เรือธง
- Wyndham Grand, Ramada, Days Inn, Super 8, La Quinta
- ช่องทางสำรองห้องพัก
- wyndhamhotels.com และแอปพลิเคชัน Wyndham Rewards
- มีโรงแรมในระบบแฟรนไชส์มากกว่า 8,300 แห่งทั่วโลก
- เป็นเจ้าของแบรนด์โรงแรมริมทางหลวงชื่อดังอย่าง Super 8 และ Days Inn
- ครองเครือข่ายที่พักในเมืองรองและเส้นทางคมนาคมหลักของสหรัฐอเมริกา
- โปรแกรมสะสมคะแนนมีระบบการแลกแต้มแบบคงที่ที่คุ้มค่าและไม่ซับซ้อน
จุดเด่น
- ทำเลสะดวกริมเส้นทางหลวงหลัก
- แลกคะแนนห้องพักฟรีได้ง่าย
ข้อควรรู้
- สัดส่วนโรงแรมระดับหรูหรามีน้อยเมื่อเทียบกับเครือข่ายขนาดใหญ่รายอื่น
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวทางรถยนต์แบบโรดทริปในต่างประเทศ
อันดับ 1 แห่งทวีปยุโรป
Accor (แอคคอร์)
กลุ่มทุนการบริการยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส

แอคคอร์ เป็นเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป มีต้นกำเนิดจากประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1967 เครือนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานศิลปะการบริการแบบฝรั่งเศส (French Art de Vivre) เข้ากับธุรกิจโรงแรมระดับสากล และมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในทวีปยุโรป อเมริกาใต้ และเอเชียแปซิฟิก
โครงสร้างแบรนด์ของแอคคอร์มีความยืดหยุ่นสูง โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักอย่างชัดเจน ได้แก่ กลุ่มพรีเมียม ระดับกลาง และประหยัด เช่น ไอบิส (Ibis), โนโวเทล (Novotel) และเมอร์เคียว (Mercure) ควบคู่ไปกับกลุ่มลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ระดับบน เช่น ราฟเฟิลส์ (Raffles), โซฟิเทล (Sofitel) และแฟร์มอนต์ (Fairmont)
สำหรับนักท่องเที่ยวในไทย แอคคอร์ถือเป็นเครือที่มีความคุ้นเคยอย่างยิ่ง เนื่องจากมีโรงแรมเปิดให้บริการในหัวเมืองสำคัญเกือบทุกแห่ง นอกจากนี้โปรแกรม ออล - แอคคอร์ ไลฟ์ ลิมิตเลส (ALL - Accor Live Limitless) ยังมอบสิทธิประโยชน์ที่สามารถนำไปใช้กับร้านอาหารและกิจกรรมไลฟ์สไตล์ได้อย่างครอบคลุม
- จำนวนห้องพักรวม
- 881,427 ห้อง
- จำนวนโรงแรมในเครือ
- 5,836 แห่ง
- ประเทศต้นกำเนิด
- ฝรั่งเศส
- โปรแกรมสมาชิกหลัก
- ALL - Accor Live Limitless
ข้อมูลใช้งานจริง
- แบรนด์เรือธง
- Raffles, Sofitel, Pullman, Novotel, Mercure, Ibis
- ช่องทางสำรองห้องพัก
- all.accor.com และแอปพลิเคชัน ALL
- เครือโรงแรมอันดับ 1 ของทวีปยุโรปที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
- แบรนด์กลุ่ม Ibis ครองใจผู้เดินทางสายประหยัดทั่วโลก
- เป็นเจ้าของแบรนด์ระดับตำนานระดับไอคอนิกอย่าง Raffles และ Fairmont
- มีฐานโรงแรมและรีสอร์ตในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างหนาแน่น
จุดเด่น
- มีโรงแรมให้เลือกทุกระดับราคาในประเทศไทย
- อาหารและเครื่องดื่มมีมาตรฐานสูง
ข้อควรรู้
- โครงสร้างโปรแกรมสมาชิกแบ่งแยกสายแบรนด์ชัดเจน อาจสร้างความสับสนในบางสิทธิประโยชน์
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับนักเดินทางทั่วไปและผู้ที่ต้องการความหลากหลายตั้งแต่ราคาประหยัดถึงหรูหรา
จำนวนสาขามากที่สุดในโลก
OYO Rooms (โอโย รูมส์)
สตาร์ทอัปการบริการจากอินเดียที่พลิกโฉมตลาดโรงแรมราคาประหยัด

โอโย รูมส์ ก่อตั้งขึ้นในประเทศอินเดียโดย ริเตช อการ์วัล (Ritesh Agarwal) ในปี 2013 โดยเริ่มจากการแก้ปัญหามาตรฐานที่พักราคาประหยัดที่ไม่มีความสม่ำเสมอ โอโยได้นำระบบซอฟต์แวร์และการบริหารจัดการด้านราคาแบบไดนามิกมาช่วยยกระดับโรงแรมขนาดเล็กและเกสต์เฮาส์อิสระเข้าสู่แพลตฟอร์ม
สิ่งที่ทำให้โอโยแตกต่างจากเครือโรงแรมดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง คือการไม่เน้นสร้างอาคารโรงแรมของตนเอง แต่ใช้วิธีแฟรนไชส์และเป็นพันธมิตรกับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์รายย่อย ส่งผลให้โอโยมีจำนวนสาขาและจุดให้บริการสูงที่สุดในบรรดาเครือโรงแรมระดับโลกทั้งหมด โดยมีมากกว่า 32,000 แห่ง
แม้ว่าจะเน้นกลุ่มราคาประหยัดเป็นหลัก แต่โอโยได้ขยายตลาดไปสู่กลุ่มพรีเมียมมากขึ้นด้วยแบรนด์ ทาวน์เฮาส์ (Townhouse) และการเข้าซื้อกิจการบ้านพักตากอากาศในยุโรป ทำให้ยังคงรักษาฐานห้องพักขนาดใหญ่ในแถบเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรปไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
- จำนวนห้องพักรวม
- 940,973 ห้อง
- จำนวนโรงแรมในเครือ
- 32,754 แห่ง
- ประเทศต้นกำเนิด
- อินเดีย
- โปรแกรมสมาชิกหลัก
- OYO Wizard
ข้อมูลใช้งานจริง
- แบรนด์เรือธง
- OYO Rooms, OYO Townhouse, Capital O, Collection O
- ช่องทางสำรองห้องพัก
- oyorooms.com และแอปพลิเคชัน OYO
- มีจำนวนสาขาและอสังหาริมทรัพย์ในเครือมากที่สุดในโลกกว่า 32,000 แห่ง
- โมเดลธุรกิจเน้นการนำเทคโนโลยีช่วยปรับปรุงโรงแรมขนาดเล็ก
- ระดับราคาห้องพักเข้าถึงง่ายที่สุดในกลุ่มเครือระดับโลก
- แพลตฟอร์มการจองผ่านแอปพลิเคชันใช้งานง่ายและรวดเร็ว
จุดเด่น
- ราคาประหยัดมาก
- มีสาขาครอบคลุมแม้ในเมืองขนาดเล็ก
ข้อควรรู้
- มาตรฐานของห้องพักแต่ละแห่งอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพอาคารเดิม
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับนักเดินทางสายแบ็กแพ็กเกอร์และผู้ที่มองหาห้องพักราคาสบายกระเป๋า
ทะลุหลักล้านห้องพัก
IHG Hotels & Resorts (ไอเอชจี โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท)
เครือโรงแรมสัญชาติอังกฤษผู้บุกเบิกการเดินทางข้ามทวีป

ไอเอชจี หรือ อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป มีรากฐานประวัติศาสตร์อันยาวนานในสหราชอาณาจักร โดยเป็นเจ้าของแบรนด์โรงแรมระดับตำนานอย่าง อินเตอร์คอนติเนนตัล (InterContinental) ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์โรงแรมหรูระดับนานาชาติแห่งแรกๆ ของโลกที่บุกเบิกการเดินทางข้ามทวีป
จุดเด่นของไอเอชจีคือการสร้างความสมดุลระหว่างโรงแรมระดับหรูหรา โรงแรมบูติกไลฟ์สไตล์อย่าง คิมป์ตัน (Kimpton) และโรงแรมระดับกลางที่ครองส่วนแบ่งตลาดมหาศาลอย่าง ฮอลิเดย์ อินน์ (Holiday Inn) และ ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส (Holiday Inn Express) ที่พบได้ในทุกมุมโลก
โปรแกรม ไอเอชจี วัน รีวอร์ดส์ (IHG One Rewards) ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานรุ่นใหม่มากขึ้น มอบความยืดหยุ่นในการสะสมคะแนน และสิทธิประโยชน์ เช่น การเข้าคลับเลานจ์ฟรีเมื่อบรรลุเป้าหมายการเข้าพัก ทำให้เครือนี้เป็นที่ชื่นชอบของนักเดินทางชาวไทยจำนวนมาก
- จำนวนห้องพักรวม
- 1,026,177 ห้อง
- จำนวนโรงแรมในเครือ
- 6,963 แห่ง
- ประเทศต้นกำเนิด
- สหราชอาณาจักร
- โปรแกรมสมาชิกหลัก
- IHG One Rewards
ข้อมูลใช้งานจริง
- แบรนด์เรือธง
- InterContinental, Regent, Kimpton, Holiday Inn
- ช่องทางสำรองห้องพัก
- ihg.com และแอปพลิเคชัน IHG One Rewards
- ทะลุหลัก 1 ล้านห้องพักทั่วโลกอย่างเป็นทางการ
- Holiday Inn Express เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ขยายสาขาได้เร็วที่สุด
- มีความเชี่ยวชาญสูงในกลุ่มโรงแรมบูติกไลฟ์สไตล์อย่าง Kimpton และ Hotel Indigo
- เครือข่ายครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวสำคัญในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จุดเด่น
- แบรนด์บูติกมีการออกแบบที่โดดเด่น
- ระบบสมาชิกเข้าใจง่าย
ข้อควรรู้
- ความสม่ำเสมอของการบริการในแบรนด์ Holiday Inn บางภูมิภาคอาจแตกต่างกัน
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบโรงแรมดีไซน์สวยและสมาชิกที่ต้องการสิทธิประโยชน์ชัดเจน
เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด
H World Group (เอช เวิลด์ กรุ๊ป)
ผู้นำด้านเทคโนโลยีและการบริหารโรงแรมยุคดิจิทัล

เอช เวิลด์ กรุ๊ป หรือเดิมชื่อ หัวจู้ กรุ๊ป (Huazhu Group) คือหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโรงแรมที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 ที่ประเทศจีน โดยเริ่มต้นจากการปฏิวัติกลุ่มโรงแรมระดับประหยัดด้วยการนำเทคโนโลยีและระบบจัดการข้อมูลขนาดใหญ่มาบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ความโดดเด่นของเครือนี้คือการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เช่น ระบบต้อนรับอัตโนมัติ หุ่นยนต์ส่งของถึงหน้าห้องพัก และการจองที่ไร้รอยต่อ นอกจากนี้ยังได้เข้าซื้อกิจการ ด็อยท์เชอ ฮอสพิทาลิตี (Deutsche Hospitality) ของเยอรมนี ทำให้ได้แบรนด์ประวัติศาสตร์อย่าง สไตเกนแบร์เกอร์ (Steigenberger) เข้ามาเสริมพอร์ตระดับพรีเมียม
ด้วยจำนวนโรงแรมมากกว่า 12,000 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ยอดนิยมอย่าง ฮั่นถิง (Hanting) และจี โฮเทล (Ji Hotel) ทำให้เอช เวิลด์ กรุ๊ป กลายเป็นเครือโรงแรมที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเดินทางภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเริ่มขยายสาขาไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ของโลก
- จำนวนห้องพักรวม
- 1,190,879 ห้อง
- จำนวนโรงแรมในเครือ
- 12,262 แห่ง
- ประเทศต้นกำเนิด
- จีน
- โปรแกรมสมาชิกหลัก
- H Rewards
ข้อมูลใช้งานจริง
- แบรนด์เรือธง
- Steigenberger, Ji Hotel, Hanting, Joya Hotel
- ช่องทางสำรองห้องพัก
- hworld.com และแอปพลิเคชัน H Rewards
- มีห้องพักรวมเกือบ 1.2 ล้านห้องจากการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ
- เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีไร้การสัมผัสและระบบอัตโนมัติในโรงแรม
- ครอบครองแบรนด์หรูระดับตำนานของยุโรปอย่าง Steigenberger
- เน้นทำเลใกล้ระบบขนส่งมวลชนและสถานีรถไฟความเร็วสูง
จุดเด่น
- ทำเลสะดวกใกล้สถานีรถไฟ
- เช็กอินรวดเร็วด้วยระบบอัตโนมัติ
ข้อควรรู้
- การทำตลาดแบรนด์นอกประเทศจีนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการขยายตัว
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว เน้นความคุ้มค่า และการเดินทางที่คล่องตัว
ผู้นำนวัตกรรมการบริการ
Hilton Worldwide (ฮิลตัน เวิลด์ไวด์)
แบรนด์ระดับตำนานที่มีมาตรฐานการบริการระดับโลก

ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ก่อตั้งโดย คอนราด ฮิลตัน ในปี 1919 ถือเป็นหนึ่งในชื่อที่เป็นสัญลักษณ์ของธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติ แบรนด์ฮิลตันเป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมด้านการบริการมากมาย เช่น การติดตั้งโทรทัศน์ในห้องพักแขกเป็นครั้งแรก และการพัฒนาระบบเช็กอินผ่านสมาร์ตโฟนพร้อมระบบกุญแจดิจิทัลที่ทันสมัย
จุดแข็งเชิงกลยุทธ์ของฮิลตันคือโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอที่มีความแม่นยำสูง ครอบคลุมแบรนด์หรูอย่าง วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย (Waldorf Astoria) และคอนแรด (Conrad) ไปจนถึงแบรนด์ระดับกลางที่ได้รับความนิยมสูงอย่าง แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน (Hampton by Hilton) และฮิลตัน การ์เดน อินน์ (Hilton Garden Inn) ซึ่งเน้นความสม่ำเสมอของมาตรฐานการบริการ
สำหรับนักเดินทาง โปรแกรม ฮิลตัน ออเนอร์ส (Hilton Honors) ได้รับการยกย่องว่ามอบสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้จริง โดยเฉพาะบริการอาหารเช้าฟรีสำหรับสมาชิกสถานะสูง และความง่ายในการสะสมรวมถึงการแลกแต้ม ทำให้มีฐานสมาชิกที่ภักดีต่อแบรนด์ทั่วโลกอย่างเหนียวแน่น
- จำนวนห้องพักรวม
- 1,330,947 ห้อง
- จำนวนโรงแรมในเครือ
- 9,044 แห่ง
- ประเทศต้นกำเนิด
- สหรัฐอเมริกา
- โปรแกรมสมาชิกหลัก
- Hilton Honors
ข้อมูลใช้งานจริง
- แบรนด์เรือธง
- Waldorf Astoria, Conrad, Hilton Hotels, Hampton
- ช่องทางสำรองห้องพัก
- hilton.com และแอปพลิเคชัน Hilton Honors
- มีห้องพักรวมกว่า 1.33 ล้านห้องทั่วโลก
- แบรนด์ Hampton by Hilton มีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก
- ผู้นำด้านนวัตกรรมบริการดิจิทัล เช่น Digital Key ผ่านแอปพลิเคชัน
- มีมาตรฐานการบริการที่เป็นแบบแผนและสม่ำเสมอในทุกทวีป
จุดเด่น
- มาตรฐานห้องพักมีความเสถียรสูง
- สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกระดับสูงคุ้มค่า
ข้อควรรู้
- สัดส่วนโรงแรมระดับอัลตราลักชัวรีมีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งอันดับหนึ่ง
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับนักเดินทางเพื่อธุรกิจและครอบครัวที่ต้องการมาตรฐานบริการที่วางใจได้
สาขามากที่สุดในเอเชีย
Jin Jiang International (จิ่นเจียง อินเตอร์เนชั่นแนล)
ยักษ์ใหญ่แห่งแดนมังกรผู้ถือครองแบรนด์ระดับสากล

จิ่นเจียง อินเตอร์เนชั่นแนล คือกลุ่มทุนรัฐวิสาหกิจด้านการท่องเที่ยวและการบริการรายใหญ่ที่สุดของประเทศจีน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ เครือนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดดผ่านยุทธศาสตร์การควบรวมกิจการระดับนานาชาติ เช่น การเข้าซื้อกลุ่มลูฟวร์ โฮเทลส์ กรุ๊ป (Louvre Hotels Group) ของฝรั่งเศส และการเข้าถือหุ้นใหญ่ในเรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป (Radisson Hotel Group)
ความแตกต่างของจิ่นเจียงอยู่ที่การมีพอร์ตโรงแรมขนาดใหญ่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ผสานเข้ากับแบรนด์ยุโรปที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เช่น โกลเดน ทิวลิป (Golden Tulip), คัมปานีล (Campanile) และเรดิสัน บลู (Radisson Blu) ทำให้กลายเป็นสะพานเชื่อมสำคัญระหว่างนักเดินทางชาวจีนและตลาดยุโรป
การมีจำนวนอสังหาริมทรัพย์ในเครือเกือบ 15,000 แห่ง ทำให้จิ่นเจียงมีอัตราการเข้าถึงพื้นที่ในเมืองชั้นนำและเมืองรองของเอเชียและยุโรปอย่างหนาแน่น ส่งผลให้นักเดินทางสามารถหาที่พักที่มีมาตรฐานรองรับได้ในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่าอย่างยิ่ง
- จำนวนห้องพักรวม
- 1,547,366 ห้อง
- จำนวนโรงแรมในเครือ
- 14,985 แห่ง
- ประเทศต้นกำเนิด
- จีน
- โปรแกรมสมาชิกหลัก
- WeHotel / Radisson Rewards
ข้อมูลใช้งานจริง
- แบรนด์เรือธง
- Radisson Blu, Golden Tulip, Metropolo, Campanile
- ช่องทางสำรองห้องพัก
- jinjianghotels.com และ radissonhotels.com
- มีจำนวนสาขาโรงแรมมากที่สุดในกลุ่มท็อปทรีเกือบ 15,000 แห่ง
- เป็นเจ้าของเครือโรงแรมยุโรปชื่อดังอย่าง Radisson และ Louvre Hotels
- ครองฐานตลาดภายในประเทศจีนอย่างแข็งแกร่งในทุกระดับราคา
- โครงสร้างแบรนด์ผสมผสานระหว่างมาตรฐานสากลและเอเชีย
จุดเด่น
- ตัวเลือกห้องพักในจีนและยุโรปหนาแน่นมาก
- มีระดับราคาให้เลือกกว้างขวาง
ข้อควรรู้
- ระบบการจองบางแบรนด์ท้องถิ่นในจีนอาจไม่รองรับภาษาอังกฤษอย่างสมบูรณ์
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจในประเทศจีนและแถบยุโรป
และอันดับ 1 ก็คือ…
อันดับ 1 ของโลก
Marriott International (แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล)
อาณาจักรการบริการระดับโลกสัญชาติอเมริกัน

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1927 โดยเริ่มต้นจากธุรกิจร้านเครื่องดื่มรูทเบียร์ขนาดเล็ก ก่อนจะขยายตัวกลายเป็นอาณาจักรโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความสำเร็จก้าวกระโดดเกิดขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการสตาร์วูด โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ในปี 2016 ทำให้เครือมีแบรนด์ที่ครอบคลุมทุกระดับตั้งแต่ระดับหรูหราไปจนถึงระดับพรีเมียมสำหรับการเข้าพักระยะยาว
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้แมริออทรักษาตำแหน่งผู้นำระดับโลกไว้ได้อย่างต่อเนื่อง คือความหลากหลายของแบรนด์ในเครือกว่า 30 แบรนด์ เช่น เดอะ ริตซ์-คาร์ลตัน (The Ritz-Carlton), เซนต์ รีจิส (St. Regis), เชอราตัน (Sheraton) และดับเบิลยู โฮเทลส์ (W Hotels) ซึ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวพักผ่อนแบบหรูหราหรือการเดินทางเพื่อธุรกิจระดับองค์กร
ในแง่ของการใช้งานจริง โปรแกรมสะสมคะแนน แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) ถือเป็นระบบสมาชิกระดับสากลที่มีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าพักสามารถนำไปแลกห้องพักฟรีหรืออัปเกรดสถานะได้ในแทบทุกจุดหมายปลายทางหลักทั่วโลก ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักเดินทางประจำ
- จำนวนห้องพักรวม
- 1,756,421 ห้อง
- จำนวนโรงแรมในเครือ
- 9,707 แห่ง
- ประเทศต้นกำเนิด
- สหรัฐอเมริกา
- โปรแกรมสมาชิกหลัก
- Marriott Bonvoy
ข้อมูลใช้งานจริง
- แบรนด์เรือธง
- The Ritz-Carlton, JW Marriott, St. Regis, Sheraton
- ช่องทางสำรองห้องพัก
- marriott.com และแอปพลิเคชัน Marriott Bonvoy
- ครองอันดับ 1 ของโลกด้วยจำนวนห้องพักกว่า 1.75 ล้านห้อง
- มีแบรนด์โรงแรมระดับหรูหราและพรีเมียมครอบคลุมกว่า 30 แบรนด์
- เครือข่ายโรงแรมกระจายตัวครอบคลุมกว่า 139 ประเทศและเขตการปกครอง
- โปรแกรมสะสมคะแนนมีพันธมิตรสายการบินและบริการทั่วโลก
จุดเด่น
- เครือข่ายครอบคลุมเมืองใหญ่ทั่วโลก
- ระบบสะสมคะแนนมีความยืดหยุ่นสูง
ข้อควรรู้
- โรงแรมระดับลักชัวรีมักใช้อัตราแลกคะแนนค่อนข้างสูงในฤดูกาลท่องเที่ยว
สรุปสั้นๆ
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเดินทางระดับผู้บริหารและผู้ที่ชื่นชอบโรงแรมระดับลักชัวรีทั่วโลก
สรุปผลทั้ง 10 อันดับ
จำนวนห้องพักรวมทั่วโลก
ที่มา: MKG Consulting และรายงานผลประกอบการประจำปีของแต่ละเครือโรงแรม · ข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2568
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| อันดับ | รายการ | จำนวนห้องพักรวม | จำนวนโรงแรมในเครือ | ประเทศต้นกำเนิด | โปรแกรมสมาชิกหลัก |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Marriott International (แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล) | 1,756,421 ห้อง | 9,707 แห่ง | สหรัฐอเมริกา | Marriott Bonvoy |
| 2 | Jin Jiang International (จิ่นเจียง อินเตอร์เนชั่นแนล) | 1,547,366 ห้อง | 14,985 แห่ง | จีน | WeHotel / Radisson Rewards |
| 3 | Hilton Worldwide (ฮิลตัน เวิลด์ไวด์) | 1,330,947 ห้อง | 9,044 แห่ง | สหรัฐอเมริกา | Hilton Honors |
| 4 | H World Group (เอช เวิลด์ กรุ๊ป) | 1,190,879 ห้อง | 12,262 แห่ง | จีน | H Rewards |
| 5 | IHG Hotels & Resorts (ไอเอชจี โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท) | 1,026,177 ห้อง | 6,963 แห่ง | สหราชอาณาจักร | IHG One Rewards |
| 6 | OYO Rooms (โอโย รูมส์) | 940,973 ห้อง | 32,754 แห่ง | อินเดีย | OYO Wizard |
| 7 | Accor (แอคคอร์) | 881,427 ห้อง | 5,836 แห่ง | ฝรั่งเศส | ALL - Accor Live Limitless |
| 8 | Wyndham Hotels & Resorts (วินด์แฮม โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท) | 868,899 ห้อง | 8,389 แห่ง | สหรัฐอเมริกา | Wyndham Rewards |
| 9 | Choice Hotels International (ชอยส์ โฮเต็ลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล) | 656,825 ห้อง | 7,575 แห่ง | สหรัฐอเมริกา | Choice Privileges |
| 10 | BTG Homeinns Hotels Group (บีทีจี โฮมอินน์ส โฮเต็ลส์ กรุ๊ป) | 554,919 ห้อง | 7,802 แห่ง | จีน | BTG Homeinns Club |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณสายหรูหราและเน้นสะสมคะแนนสากลอันดับ 1Marriott International (แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล)มีแบรนด์ระดับหรูหราให้เลือกมากที่สุดในโลก พร้อมระบบคะแนนสะสมที่แลกสิทธิประโยชน์ได้ทั่วทุกมุมโลกอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสายขับรถเที่ยวต่างประเทศและโรดทริปอันดับ 8Wyndham Hotels & Resorts (วินด์แฮม โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท)มีสาขาโรงแรมริมทางหลวงและเมืองรองหนาแน่นที่สุด ช่วยให้แวะพักระหว่างการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณแบ็กแพ็กเกอร์และผู้ที่มองหาความประหยัดขั้นสุดอันดับ 6OYO Rooms (โอโย รูมส์)มีเครือข่ายห้องพักราคาประหยัดจำนวนมหาศาลที่จองได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันในราคาสบายกระเป๋าอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคนทำงานและนักธุรกิจที่เน้นความสม่ำเสมออันดับ 3Hilton Worldwide (ฮิลตัน เวิลด์ไวด์)มาตรฐานห้องพักและระบบดิจิทัลเช็กอินมีความเสถียรสูง พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านอาหารเช้าที่คุ้มค่าอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรปและไทยเป็นประจำอันดับ 7Accor (แอคคอร์)ครองเครือข่ายโรงแรมอันดับหนึ่งในยุโรปและมีตัวเลือกครอบคลุมทุกเมืองท่องเที่ยวสำคัญในประเทศไทยอ่านรายละเอียด
บทสรุป
ภาพรวมการจัดอันดับ 10 เครือโรงแรมที่มีห้องพักมากที่สุดในโลกสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ที่ดุเดือดระหว่างกลุ่มทุนสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย การขยายขนาดพอร์ตโฟลิโอไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มตัวเลขห้องพัก แต่เป็นการสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจระดับมหภาค ทั้งในแง่ของระบบสำรองห้องพัก อำนาจการต่อรองกับแพลตฟอร์มตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ และการขยายระบบสะสมคะแนนรอยัลตีที่เหนียวแน่น ซึ่งผู้เดินทางสามารถนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปประเมินความคุ้มค่าของการเลือกสะสมสถานะสมาชิกเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกการเดินทาง
อ่านเพิ่มในหัวข้อไลฟ์สไตล์และสุขภาพ21การเงินและการลงทุน15ท่องเที่ยวและโรงแรม12
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
เครือโรงแรมไหนมีจำนวนห้องพักมากที่สุดในโลกในปัจจุบัน?
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) ครองอันดับ 1 ของโลก ด้วยจำนวนห้องพักมากกว่า 1.75 ล้านห้อง จากโรงแรมในเครือกว่า 9,700 แห่งทั่วโลก
ทำไมเครือโรงแรมจากประเทศจีนถึงติดอันดับท็อป 10 หลายแห่ง?
เพราะตลาดการท่องเที่ยวภายในประเทศจีนมีขนาดใหญ่มาก ทำให้เครือโรงแรมอย่าง จิ่นเจียง, เอช เวิลด์ และบีทีจี สามารถขยายสาขาโรงแรมระดับประหยัดและระดับกลางได้นับหมื่นแห่งเพื่อรองรับประชากรในประเทศ
การเลือกพักโรงแรมในเครือใหญ่มีข้อดีอย่างไรเมื่อเทียบกับโรงแรมอิสระ?
เครือโรงแรมขนาดใหญ่มีมาตรฐานการบริการและสุขอนามัยที่ตรวจสอบได้ มีระบบโปรแกรมสะสมคะแนนเพื่อแลกห้องพักฟรี และมีช่องทางการติดต่อแก้ปัญหาที่ครอบคลุมระดับสากล
โรงแรมเครือไหนมีจำนวนสาขาหรือแห่งมากที่สุดในโลก?
โอโย รูมส์ (OYO Rooms) เป็นเครือที่มีจำนวนแห่งหรืออสังหาริมทรัพย์ในระบบมากที่สุดในโลกกว่า 32,700 แห่ง เนื่องจากใช้โมเดลการร่วมเป็นพันธมิตรกับโรงแรมขนาดเล็กและเกสต์เฮาส์อิสระ
อ่านต่อ

ท่องเที่ยวและโรงแรม0 วิว
10 ที่พักและพูลวิลล่าริมทะเลพัทยา-สัตหีบยอดนิยมปี 2569 บรรยากาศสุดชิลล์เหมาะสำหรับทริปพักผ่อนใกล้กรุง
สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนริมทะเลพัทยาและสัตหีบกับ 10 พูลวิลล่าและรีสอร์ตระดับท็อปปี 2569 ที่มอบความเป็นส่วนตัวและทัศนียภาพอันงดงาม
ในบทความ: MASON Pattaya (เมสัน พัทยา) · Andaz Pattaya Jomtien Beach (อันดาซ พัทยา จอมเทียน บีช) · U Pattaya (ยู พัทยา)

ท่องเที่ยวและโรงแรม1 วิว
10 อันดับกลุ่มสายการบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วัดจากจำนวนเครื่องบินในฝูงบิน อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมการบินระดับโลกที่ครองน่านฟ้าด้วยจำนวนฝูงบินมหาศาล พร้อมวิเคราะห์ทิศทางการเติบโตของแต่ละกลุ่มสายการบินในปี 2026
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

ท่องเที่ยวและโรงแรม0 วิว
10 จุดชมวิวทะเลหมอกยอดนิยมในภาคเหนือและอีสาน รับลมหนาวปลายปี 2569
เปิดพิกัดจุดชมวิวทะเลหมอกสุดอลังการทั่วภาคเหนือและภาคอีสาน วางแผนทริปรับลมหนาวปลายปี 2569 สัมผัสไอเย็นท่ามกลางขุนเขาและแสงตะวันยามเช้า
ในบทความ: กิ่วแม่ปาน ยอดดอยอินทนนท์ (จ.เชียงใหม่) · ภูชี้ฟ้า (จ.เชียงราย) · ดอยอ่างขาง (จ.เชียงใหม่)