10 เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสายธรรมชาติและประวัติศาสตร์ยอดนิยมในไทย ปี 2569 สัมผัสเสน่ห์การเดินทางแบบ Slow Travel
เปิดลิสต์ 10 เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์สุดประทับใจปี 2569 ดื่มด่ำเสน่ห์การเดินทางแบบ Slow Travel ผ่านขบวนพิเศษ SRT Royal Blossom, KIHA 183 และรถด่วนสายคลาสสิก

กระแสการท่องเที่ยวแบบไม่เร่งรีบหรือ Slow Travel กำลังกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักเดินทางชาวไทยในปี 2569 หลายคนเลือกที่จะลดความเร็วของการใช้ชีวิต แล้วหันมาซึมซับความงดงามของทิวทัศน์สองข้างทาง การนั่งรถไฟจึงไม่ใช่แค่การเดินทางเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แต่กลายเป็นประสบการณ์การพักผ่อนที่มีคุณค่าในตัวเอง ตั้งแต่การได้มองทุ่งหญ้าเขียวขจี ป่าเขา ไปจนถึงโบราณสถานเก่าแก่ที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต การรถไฟแห่งประเทศไทยได้พลิกโฉมการท่องเที่ยวระบบรางอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการเปิดตัวและยกระดับขบวนรถไฟท่องเที่ยวพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นขบวนพรีเมียมหน้าต่างพาโนรามาอย่าง SRT Royal Blossom หรือขบวนรถดีเซลรางสไตล์วินเทจจากฮอกไกโดอย่าง KIHA 183 ควบคู่ไปกับเส้นทางรถด่วนพิเศษสายหลัก ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่ม ทั้งสายครอบครัว คนรักประวัติศาสตร์ และกลุ่มเพื่อนที่มองหาความเงียบสงบ บทความนี้ TNPrank ได้คัดสรร 10 เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสายธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นและได้รับความนิยมสูงของไทยประจำปี 2569 มาให้คุณได้เลือกปักหมุด ไม่ว่าคุณจะมีเวลาว่างเพียงวันเดียวสำหรับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือต้องการพักผ่อนแบบค้างคืนเพื่อรับลมหนาวช่วงปลายปี ข้อมูลเชิงลึกในบทความนี้จะช่วยให้คุณวางแผนทริปได้อย่างคุ้มค่าและน่าประทับใจที่สุด
ทั้ง 10 รายการ
รถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (ลพบุรี)
มนต์เสน่ห์รางเหล็กเหนือน้ำกว้างใหญ่กลางเขื่อนป่าสัก
ยอดนิยมตลอดกาลเริ่มต้น 2,399 บาท

เส้นทางรถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายยอดนิยมระดับไอคอนิกของการท่องเที่ยวทางรางในประเทศไทย ขบวนรถไฟจะวิ่งผ่านผืนน้ำกว้างใหญ่ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์บนทางรถไฟที่ทอดยาว เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างจะให้ความรู้สึกเสมือนขบวนรถกำลังแล่นอยู่เหนือน้ำอย่างอัศจรรย์
จุดเด่นสำคัญของทริปนี้คือการจอดพักกลางเขื่อนเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ถ่ายภาพมุมพาโนรามาที่มีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสะท้อนน้ำกว้างไกลสุดสายตา โดยเฉพาะการเดินทางด้วยขบวนรถไฟพรีเมียม SRT Royal Blossom ซึ่งตกแต่งอย่างประณีต พร้อมหน้าต่างบานใหญ่และบริการอาหารว่างระดับพรีเมียมตลอดเส้นทาง
โปรแกรมการเดินทางส่วนใหญ่เป็นแบบวันเดียวจบ (One Day Trip) ขบวนรถออกเดินทางแต่เช้าตรู่จากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) แวะนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์และซื้อสินค้าโอทอปชุมชนในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและสระบุรี ก่อนจะเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ในช่วงหัวค่ำอย่างสะดวกสบาย
- รูปแบบการเดินทาง
- ไป-เช้าเย็นกลับ (One Day Trip)
- ขบวนรถไฟที่ให้บริการ
- SRT Royal Blossom / ขบวนพิเศษนำเที่ยว
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์
- จุดเด่นหลัก
- วิวอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ 360 องศา
ข้อมูลใช้งานจริง
- ราคาเริ่มต้น
- 2,399 บาทต่อคน (Passenger Car)
- จุดขึ้นรถหลัก
- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) / ชุมทางบางซื่อ
- การสำรองที่นั่ง
- ระบบ D-Ticket หรือสถานีรถไฟทั่วประเทศ
- สัมผัสประสบการณ์รถไฟแล่นอยู่กลางเวิ้งน้ำขนาดใหญ่
- แวะจุดจอดกลางเขื่อนเพื่อถ่ายภาพมุมกว้างแบบพาโนรามา
- ห้องโดยสารตกแต่งคลาสสิกพร้อมหน้าต่างกระจกบานใหญ่พิเศษ
จุดเด่น
- เดินทางสะดวก เหมาะกับคนที่มีเวลาว่างเพียงวันเดียว
- บรรยากาศสดชื่นและมีจุดถ่ายรูปสวยงามไม่ซ้ำใคร
- การบริการบนขบวนพรีเมียมมีมาตรฐานสูงและเป็นส่วนตัว
ข้อควรรู้
- ตั๋วเต็มเร็วมากภายในไม่กี่นาทีหลังเปิดจอง
- ให้บริการเฉพาะช่วงฤดูน้ำหลากและฤดูหนาวเท่านั้น
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับครอบครัวและผู้ที่ต้องการทริปพักผ่อนวันหยุดสั้นๆ โดยไม่ต้องลางาน
ทางรถไฟสายมรณะ แม่น้ำแคว–ถ้ำกระแซ (กาญจนบุรี)
ย้อนรอยความทรงจำสงครามโลก เลียบหน้าผาหินริมแม่น้ำแควน้อย
ประวัติศาสตร์ระดับโลกเริ่มต้น 2,599 บาท

เส้นทางประวัติศาสตร์ระดับโลกที่เปี่ยมไปด้วยร่องรอยความทรงจำของสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางรถไฟสายมรณะกาญจนบุรีเชื่อมต่อระหว่างสะพานข้ามแม่น้ำแควและหน้าผาถ้ำกระแซ เป็นเส้นทางที่ท้าทายและงดงามด้วยทัศนียภาพของแม่น้ำแควน้อยที่ไหลเลียบขนานกับแนวหน้าผาหินสูงชัน
ความตื่นเต้นและจุดขายสำคัญอยู่ที่สะพานไม้เลียบหน้าผาบริเวณถ้ำกระแซ ที่ขบวนรถจะชะลอความเร็วแล่นไปบนโครงสร้างสะพานไม้ดั้งเดิมอย่างช้าๆ ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความเสียวไสวควบคู่กับความอลังการของธรรมชาติริมผาหินและสายน้ำอย่างใกล้ชิดชนิดสัมผัสลมธรรมชาติได้เต็มที่
ในปัจจุบันมีทั้งแพ็กเกจ One Day Trip ด้วยรถไฟ SRT Royal Blossom และทริปพักค้างคืน 2 วัน 1 คืน ด้วยขบวน KIHA 183 ที่พานักท่องเที่ยวแวะชมพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์และพักผ่อนในรีสอร์ตริมแม่น้ำแควน้อย สัมผัสความสงบของธรรมชาติเมืองกาญจน์ได้อย่างเต็มอิ่ม
- รูปแบบการเดินทาง
- วันเดียวจบ หรือ พักค้างคืน 2 วัน 1 คืน
- ขบวนรถไฟที่ให้บริการ
- SRT Royal Blossom / KIHA 183 / รถธรรมดา
- ช่วงเวลาแนะนำ
- เที่ยวได้ตลอดทั้งปี (สวยงามพิเศษช่วงปลายฝนต้นหนาว)
- จุดเด่นหลัก
- สะพานไม้เลียบหน้าผาและประวัติศาสตร์สงครามโลก
ข้อมูลใช้งานจริง
- ราคาเริ่มต้น
- 2,599 บาท (One Day) / 4,699 บาท (2 วัน 1 คืน)
- จุดขึ้นรถหลัก
- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) หรือ สถานีธนบุรี
- การสำรองที่นั่ง
- ระบบ D-Ticket หรือสถานีรถไฟทั่วประเทศ
- แล่นผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแควแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์สำคัญ
- ลัดเลาะหน้าผาสูงชันบนสะพานไม้ถ้ำกระแซอันน่าตื่นตา
- ผสมผสานการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และการพักผ่อนริมน้ำ
จุดเด่น
- ทัศนียภาพแม่น้ำและภูเขาสวยงามตระการตาตลอดทาง
- เรื่องราวประวัติศาสตร์เข้มข้น มีคุณค่าต่อการเรียนรู้
- มีตัวเลือกทั้งแบบเดินทางวันเดียวและแบบค้างคืนรีสอร์ตริมน้ำ
ข้อควรรู้
- บริเวณสะพานไม้ถ้ำกระแซอาจไม่เหมาะกับผู้ที่กลัวความสูงอย่างรุนแรง
- ช่วงวันหยุดยาวจะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์และต้องการสัมผัสวิวธรรมชาติริมหน้าผา
รถไฟสายเหนือข้ามขุนตาน สู่เชียงใหม่
ท่องขุนเขา ลอดอุโมงค์ประวัติศาสตร์ สู่เมืองเหนือด้วยรถนอนสุดคลาสสิก
ไอคอนิกสายเหนือเริ่มต้นประมาณ 941 บาท

เส้นทางรถไฟสายเหนือสู่เชียงใหม่เป็นเส้นทางระดับตำนานที่เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเชื่อมต่อศูนย์กลางอำนาจสู่ดินแดนล้านนา ตัดผ่านภูมิประเทศภูเขาสูงชันและป่าดงพงไพร โดยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการเจาะอุโมงค์ขุนตาน อุโมงค์รถไฟที่ยาวและสูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งยังคงเปี่ยมด้วยเสน่ห์และมนต์ขลังมาจนถึงปัจจุบัน
ความโดดเด่นที่เหนือกว่าเส้นทางอื่นคือการมอบประสบการณ์ Slow Travel ขนานแท้ ผ่านการเดินทางข้ามคืนด้วยขบวนรถด่วนพิเศษ CNR เช่น ขบวนอุตราวิถี ผู้โดยสารจะได้สัมผัสช่วงเวลาต้องมนตร์ยามเช้าตรู่ เมื่อตื่นขึ้นมาพบกับสายหมอกหนาวลอยระเรี่ยยอดเขาเขียวชอุ่มและทุ่งหญ้าชนบท พร้อมชมความวิจิตรของสะพานทาชมภูสีขาวสะอาดตากลางหุบเขาก่อนแล่นเข้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน
สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางจริง ควรเลือกสำรองที่นั่งเตียงนอนปรับอากาศฝั่งริมหน้าต่างล่วงหน้า เพื่อเปิดรับแสงอาทิตย์แรกแย้มเหนือขุนเขาของจังหวัดแพร่ ลำปาง ลำพูน ไปจนถึงแอ่งที่ราบเชียงใหม่ เป็นเส้นทางที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนอย่างเงียบสงบ ชมทัศนียภาพธรรมชาติอันตระการตา และสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของภาคเหนืออย่างลึกซึ้ง
- รูปแบบการเดินทาง
- รถไฟนอนข้ามคืน (Overnight Train)
- ขบวนรถไฟที่ให้บริการ
- รถด่วนพิเศษ CNR (อุตราวิถี) / รถด่วนพิเศษดีเซลราง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- ตุลาคม – กุมภาพันธ์
- จุดเด่นหลัก
- อุโมงค์ขุนตาน สะพานทาชมภู และวิวทิวเขาภาคเหนือ
ข้อมูลใช้งานจริง
- ราคาเริ่มต้น
- ประมาณ 941 – 1,653 บาทต่อเตียง (รถด่วน CNR)
- จุดขึ้นรถหลัก
- สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
- การสำรองที่นั่ง
- จองล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วัน ผ่านระบบ D-Ticket
- ลอดอุโมงค์ขุนตาน อุโมงค์รถไฟประวัติศาสตร์ที่ยาวที่สุดในไทย
- ชมสะพานทาชมภูสีขาวโดดเด่นท่ามกลางหุบเขาและทุ่งหญ้า
- สัมผัสประสบการณ์นอนบนรถไฟ ตื่นมารับไอหมอกยามเช้า
จุดเด่น
- ประหยัดเวลาค่าที่พักได้หนึ่งคืน เดินทางถึงเชียงใหม่ตอนเช้าพร้อมเที่ยว
- ทิวทัศน์ธรรมชาติช่วงเช้าตรู่บนยอดดอยสวยงามตราตรึงใจ
- สิ่งอำนวยความสะดวกบนขบวน CNR สะอาดและทันสมัย
ข้อควรรู้
- ใช้เวลาเดินทางยาวนานประมาณ 11-13 ชั่วโมง
- ตั๋วเตียงนอนชั้น 1 และชั้น 2 เต็มเร็วมาก ต้องจองล่วงหน้านาน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับสายเดินทางโรแมนติก คู่รัก และแบ็กแพ็กเกอร์ที่ต้องการซึมซับการเดินทางข้ามคืน
รถไฟสายธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน–พะเนินทุ่ง (เพชรบุรี)
ลัดเลาะไอหมอกพะเนินทุ่ง สู่ความสมบูรณ์ของผืนป่ามรดกโลก
ผืนป่ามรดกโลก4,299 บาทต่อคน

เส้นทางรถไฟสายนี้พาผู้โดยสารหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ผืนป่ามรดกโลกกลุ่มป่าแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในผืนป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศ การเดินทางเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟเข้ากับพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติอย่างลงตัว เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความหลากหลายทางชีวภาพอย่างใกล้ชิด
สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างโดดเด่นคือการเดินทางด้วยขบวนรถไฟท่องเที่ยวปรับอากาศ KIHA 183 จากญี่ปุ่น ซึ่งให้กลิ่นอายความคลาสสิกย้อนยุคแต่แสนอบอุ่น ผสมผสานอย่างลงตัวกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ทั้งยังมีไฮไลต์การขึ้นเขาพะเนินทุ่งเพื่อชมทะเลหมอกหนาทึบที่ปรากฏให้เห็นเกือบตลอดทั้งปี ควบคู่ไปกับการชมนกเงือกและค่างแว่นถิ่นใต้ในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ
ในด้านการจัดการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดในรูปแบบแพ็กเกจท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน ในราคาคนละ 4,299 บาท (ช่วงมกราคม – กุมภาพันธ์ 2569) รวมทั้งบริการส่งต่อไปยังอุทยานฯ กิจกรรมล่องเรือยางแม่น้ำเพชรบุรี มื้ออาหารพื้นถิ่นรสเลิศ และการพักค้างคืนในรีสอร์ตธรรมชาติริมน้ำ ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาทั้งความสงบและการผจญภัยในทริปเดียว
- รูปแบบการเดินทาง
- พักค้างคืน 2 วัน 1 คืน
- ขบวนรถไฟที่ให้บริการ
- ขบวนรถไฟท่องเที่ยว KIHA 183
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์
- จุดเด่นหลัก
- ทะเลหมอกพะเนินทุ่งและผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน
ข้อมูลใช้งานจริง
- ราคาเริ่มต้น
- 4,299 บาทต่อคน
- จุดขึ้นรถหลัก
- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)
- การสำรองที่นั่ง
- ระบบ D-Ticket หรือเคาน์เตอร์สถานีรถไฟ
- ชมทะเลหมอกอันอลังการบนยอดเขาพะเนินทุ่งยามเช้า
- ล่องเรือยางสัมผัสสายน้ำใสเย็นของแม่น้ำเพชรบุรี
- ดื่มด่ำการเดินทางด้วยขบวนรถไฟญี่ปุ่น KIHA 183 คลาสสิก
จุดเด่น
- ได้ชมทะเลหมอกใกล้กรุงเทพฯ โดยไม่ต้องเดินทางไกลถึงภาคเหนือ
- รวมบริการอาหาร ที่พัก และรถนำเที่ยวในพื้นที่อย่างครบวงจร
- สัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิด
ข้อควรรู้
- เส้นทางขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อและทางค่อนข้างชัน
- ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อขึ้นไปชมทะเลหมอกให้ทันเวลา
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับสายแอดเวนเจอร์และคนรักธรรมชาติที่ต้องการสัมผัสผืนป่าและทะเลหมอกอย่างแท้จริง
รถไฟนำเที่ยวตามรอยมรดกโลก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ (เพชรบูรณ์)
เจาะลึกอารยธรรมทวารวดีพันปี สู่โบราณสถานมรดกโลกแห่งล่าสุด
มรดกโลกยูเนสโกเริ่มต้น 2,599 บาท

เส้นทางท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ระดับพรีเมียมที่เปิดตัวขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของเมืองโบราณศรีเทพ ขบวนรถไฟพรีเมียม SRT Royal Blossom พานักท่องเที่ยวเดินทางมุ่งสู่สถานีลำนารายณ์หรือสถานีใกล้เคียง เพื่อเชื่อมต่อสู่ดินแดนอารยธรรมทวารวดีและเขมรโบราณที่มีอายุกว่าพันปี
เสน่ห์ของเส้นทางนี้คือการได้ย้อนเวลากลับไปศึกษาโบราณสถานขนาดใหญ่ อาทิ เขาคลังใน เขาคลังนอก และปรางค์สองพี่น้อง ซึ่งมีสถาปัตยกรรมโดดเด่นและภาพสลักหินโบราณที่ประเมินค่าไม่ได้ สะท้อนถึงศูนย์กลางการค้าและความเชื่อในยุคโบราณ
การเดินทางสะดวกสบายด้วยการบริการระดับพรีเมียมบนขบวนรถไฟ ทั้งอาหารว่างรสเลิศ บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว และมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ตลอดการเดินทาง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความรู้ควบคู่การพักผ่อน
- รูปแบบการเดินทาง
- ไป-เช้าเย็นกลับ (One Day Trip)
- ขบวนรถไฟที่ให้บริการ
- SRT Royal Blossom
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน – มีนาคม
- จุดเด่นหลัก
- เมืองโบราณศรีเทพ โบราณสถานมรดกโลกแห่งใหม่
ข้อมูลใช้งานจริง
- ราคาเริ่มต้น
- 2,599 บาทต่อคน (Passenger Car)
- จุดขึ้นรถหลัก
- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)
- การสำรองที่นั่ง
- ระบบ D-Ticket และสถานีรถไฟทั่วประเทศ
- ชมมหาสถูปเขาคลังนอก ศาสนสถานศิลาแลงขนาดยักษ์
- เรียนรู้ศิลปะทวารวดีอันเป็นเอกลักษณ์ที่หลงเหลืออยู่ในประติมากรรม
- เดินทางด้วยรถไฟพรีเมียม SRT Royal Blossom พร้อมบริการครบวงจร
จุดเด่น
- ได้สัมผัสมรดกโลกแห่งล่าสุดของไทยอย่างลึกซึ้ง
- มีผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลประวัติศาสตร์อย่างแม่นยำตลอดทริป
- ตู้โดยสารปรับอากาศหรูหรา นั่งสบาย เหมาะกับผู้สูงอายุ
ข้อควรรู้
- ต้องเดินทางต่อด้วยรถบัสปรับอากาศจากสถานีรถไฟไปยังโบราณสถาน
- พื้นที่โบราณสถานเป็นลานโล่งแจ้ง แดดค่อนข้างแรงช่วงกลางวัน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ โบราณคดี และครอบครัวที่มีผู้สูงอายุร่วมเดินทาง
รถไฟสายโรแมนติกเลียบทะเล กรุงเทพฯ–หัวหิน
รับลมทะเลคลาสสิก ชมสถานีรถไฟที่สวยที่สุดในประเทศไทย
สุดโรแมนติกเริ่มต้นประมาณ 330 บาท

เส้นทางรถไฟสายใต้มุ่งสู่หัวหินมีประวัติศาสตร์ยาวนานในฐานะเส้นทางพักผ่อนตากอากาศยอดนิยมของราชวงศ์และชนชั้นสูงนับตั้งแต่เปิดใช้ทางรถไฟสายใต้ การเดินทางสายนี้ได้รับการยกระดับครั้งใหญ่สู่ระบบรถไฟทางคู่ ทำให้การเคลื่อนขบวนเป็นไปอย่างราบรื่น ตรงเวลา และปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมเปิดมุมมองวิวทิวทัศน์ทุ่งนา ป่าตาลเมืองเพชร และแนวเทือกเขาตะนาวศรีตลอดแนวเส้นทาง
ความพิเศษของเส้นทางนี้อยู่ที่การให้บริการด้วยขบวนรถไฟ SRT Royal Blossom ซึ่งติดตั้งหน้าต่างกระจกบานใหญ่แบบพาโนรามา 180 องศา มอบทัศนียภาพอันกว้างไกลและบรรยากาศหรูหราเสมือนย้อนสู่ยุคทองของการเดินทางทางราง เมื่อเดินทางถึงจุดหมาย ผู้โดยสารจะได้ชื่นชมสถาปัตยกรรมวิกตอเรียนสีครีมตัดแดงและพลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ ของสถานีรถไฟหัวหินเดิม ควบคู่ไปกับอาคารสถานีใหม่ที่ทันสมัย
โปรแกรมนำเที่ยวถูกจัดขึ้นเป็นพิเศษในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2569 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวแนวโรแมนติกและคลาสสิก สามารถเดินทางไปรับลมทะเล เดินทอดน่องบนหาดทรายขาว และลิ้มลองอาหารทะเลสดได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องเผชิญกับปัญหารถติดบนท้องถนน
- รูปแบบการเดินทาง
- ไป-เช้าเย็นกลับ หรือ พักค้างคืนอิสระ
- ขบวนรถไฟที่ให้บริการ
- SRT Royal Blossom / รถด่วนพิเศษดีเซลราง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- เที่ยวได้ตลอดทั้งปี
- จุดเด่นหลัก
- สถานีรถไฟหัวหินประวัติศาสตร์และชายหาดคลาสสิก
ข้อมูลใช้งานจริง
- ราคาเริ่มต้น
- ประมาณ 330 – 1,799 บาท (ตามประเภทขบวน)
- จุดขึ้นรถหลัก
- สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ / หัวลำโพง
- การสำรองที่นั่ง
- ระบบ D-Ticket หรือตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ
- ชมสถาปัตยกรรมสถานีรถไฟหัวหินโบราณที่สวยที่สุดในไทย
- เพลิดเพลินกับทัศนียภาพป่าตาลและเทือกเขาสายใต้บนทางคู่ใหม่
- สัมผัสลมทะเลและอาหารทะเลสดในเมืองตากอากาศยอดนิยม
จุดเด่น
- เส้นทางรถไฟทางคู่ช่วยลดระยะเวลาเดินทางและวิ่งตรงเวลามากยิ่งขึ้น
- มีขบวนรถไฟให้เลือกหลากหลายช่วงเวลาตลอดทั้งวัน
- เดินทางถึงใจกลางเมืองหัวหิน สามารถต่อรถสาธารณะได้ทันที
ข้อควรรู้
- สถานีใหม่มีขนาดใหญ่ อาจต้องเดินไกลกว่าสถานีเดิมเล็กน้อย
- ตัวเมืองหัวหินมีการจราจรหนาแน่นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคู่รัก กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมทะเลแบบไม่ต้องขับรถเอง
รถไฟสายธรรมชาติทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม (ชัยภูมิ)
สัมผัสดอกบัวสวรรค์สีชมพู กลางม่านหมอกชุ่มฉ่ำแห่งป่าหินงาม
มนต์เสน่ห์หน้าฝน4,499 บาทต่อคน

เส้นทางท่องเที่ยวตามฤดูกาลที่พาผู้โดยสารมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ ดินแดนธรรมชาติแห่งภาคอีสานตอนล่าง มีจุดเริ่มต้นจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อชมปรากฏการณ์ธรรมชาติของทุ่งดอกกระเจียวหรือ 'บัวสวรรค์' ที่พร้อมใจกันผลิดอกเบ่งบานเพียงปีละครั้งในช่วงฤดูฝนพรำ
ความแตกต่างของเส้นทางนี้คือการจัดขบวนรถไฟท่องเที่ยวดีเซลรางปรับอากาศ KIHA 183 ในโปรแกรมพิเศษ "Pink Blossom Adventure" ที่เนรมิตการเดินทางหน้าฝนให้สดชื่นและมีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความงามของทุ่งดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงที่ชูช่อตัดกับม่านหมอกสีขาวบนสะพานไม้ยกกระดับ และตื่นตากับประติมากรรมทางธรณีวิทยาของลานหินงาม เช่น หินฟุตบอล และหินเรดาร์
สำหรับการเตรียมตัวเดินทาง รฟท. จัดทริปนี้เป็นแพ็กเกจพักค้างคืน 2 วัน 1 คืน ในราคาคนละ 4,499 บาท จัดขึ้นเฉพาะช่วงไฮซีซั่นในเดือนกรกฎาคม 2569 เท่านั้น โดยรวมการเดินทาง ที่พัก และอาหารพื้นถิ่นไว้อย่างครบถ้วน ถือเป็นทริปที่คุ้มค่าสำหรับคนรักธรรมชาติที่ต้องการสัมผัสความชุ่มฉ่ำของพงไพรอย่างแท้จริง
- รูปแบบการเดินทาง
- พักค้างคืน 2 วัน 1 คืน
- ขบวนรถไฟที่ให้บริการ
- ขบวนรถไฟท่องเที่ยว KIHA 183
- ช่วงเวลาแนะนำ
- มิถุนายน – สิงหาคม (ฤดูฝน)
- จุดเด่นหลัก
- ทุ่งดอกกระเจียวกลางสายหมอกและลานหินรูปร่างแปลกตา
ข้อมูลใช้งานจริง
- ราคาเริ่มต้น
- 4,499 บาทต่อคน
- จุดขึ้นรถหลัก
- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)
- การสำรองที่นั่ง
- ระบบ D-Ticket หรือเคาน์เตอร์ รฟท.
- สัมผัสดอกกระเจียวสีชมพูบานสะพรั่งทั่วผืนป่าธรรมชาติ
- เดินชมวิวบนสะพานไม้ยกสูงท่ามกลางไอหมอกหน้าฝน
- สำรวจลานหินรูปร่างแปลกตาในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
จุดเด่น
- ธรรมชาติสดชื่น เขียวชอุ่ม และมีไอหมอกสวยงามตลอดทาง
- แพ็กเกจดูแลครบวงจรทั้งรถต่อ ที่พัก และมัคคุเทศก์
- นั่งสบายบนเบาะปรับหมุนได้ของขบวน KIHA 183 ญี่ปุ่น
ข้อควรรู้
- จัดเฉพาะช่วงฤดูฝนเพียง 2-3 เดือนต่อปีเท่านั้น
- อาจเจอฝนตกระหว่างเดินชม ควรเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนไปด้วย
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคนรักต้นไม้ ดอกไม้ และผู้ที่หลงใหลในความสดชื่นของบรรยากาศฤดูฝน
รถไฟท่องวัฒนธรรมและโบราณสถาน พระนครศรีอยุธยา
ย้อนรอยราชธานีโบราณ ล่องเรือชมโบราณสถานริมเจ้าพระยา
กรุงเก่าใกล้กรุงเริ่มต้นประมาณ 20 บาท

พระนครศรีอยุธยา อดีตราชธานีเก่าแก่ของสยาม เป็นแหล่งอารยธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก เส้นทางรถไฟสายนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากความเร่งรีบของเมืองหลวงเข้าสู่พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าระดับโลก ภายในระยะเวลาการเดินทางบนรางเพียงหนึ่งชั่วโมงเศษเท่านั้น
ความพิเศษที่เหนือชั้นคือการเดินทางด้วยขบวนรถไฟพรีเมียม SRT Royal Blossom ที่มอบความสะดวกสบายระดับสูงด้วยเบาะโดยสารกว้างขวาง ตู้เสบียงเสิร์ฟเครื่องดื่มและอาหารว่างรสเลิศ พร้อมทั้งการผสานโปรแกรมล่องเรือชมโบราณสถานริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ากับการเยี่ยมชมวัดสำคัญ เช่น วัดไชยวัฒนาราม และวัดใหญ่ชัยมงคล เสริมด้วยการแวะรับประทานอาหารจากร้านแนะนำในมิชลินไกด์
โปรแกรมนี้เปิดให้บริการในรูปแบบไป-เช้าเย็นกลับ (One Day Trip) ช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2569 เหมาะสำหรับผู้มีเวลาจำกัดแต่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง ผู้ร่วมทริปจะได้ดื่มด่ำกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และอิ่มเอมกับขนมหวานขึ้นชื่อของกรุงเก่า ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นอย่างสะดวกสบายและผ่อนคลาย
- รูปแบบการเดินทาง
- ไป-เช้าเย็นกลับ (One Day Trip)
- ขบวนรถไฟที่ให้บริการ
- SRT Royal Blossom / ขบวนรถไฟทั่วไป
- ช่วงเวลาแนะนำ
- เที่ยวได้ตลอดทั้งปี (อากาศเย็นสบายช่วงปลายปี)
- จุดเด่นหลัก
- โบราณสถานมรดกโลกและวิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ข้อมูลใช้งานจริง
- ราคาเริ่มต้น
- ประมาณ 20 – 1,999 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทขบวน)
- จุดขึ้นรถหลัก
- สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ / หัวลำโพง
- การสำรองที่นั่ง
- ระบบ D-Ticket หรือซื้อตั๋วหน้าสถานี
- ชมความยิ่งใหญ่ของโบราณสถานมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา
- ล่องเรือโบราณชมทิวทัศน์วัดไชยวัฒนารามจากมุมมองริมน้ำ
- ลิ้มลองอาหารรสชาติดั้งเดิมและกุ้งแม่น้ำเผาชื่อดัง
จุดเด่น
- ระยะทางใกล้ ใช้เวลาเดินทางสั้น เหมาะกับทริปพักผ่อนเร่งด่วน
- มีขบวนรถไฟให้เลือกตลอดวันตั้งแต่รถธรรมดาจนถึงรถพรีเมียม
- อาหารการกินอุดมสมบูรณ์และเดินทางง่าย
ข้อควรรู้
- สภาพอากาศช่วงบ่ายมักร้อนอบอ้าว
- บางโบราณสถานมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหนาแน่น
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีเวลาน้อยแต่อยากสัมผัสวัฒนธรรมไทยเข้มข้น
รถไฟขบวนประวัติศาสตร์พระนารายณ์และทางคู่ลอยฟ้า (ลพบุรี)
แล่นบนทางคู่ลอยฟ้า สู่พระราชวังทองคำแห่งสมเด็จพระนารายณ์
เปิดมุมมองลอยฟ้าเริ่มต้น 2,399 บาท

เส้นทางรถไฟขบวนประวัติศาสตร์นี้พาเดินทางย้อนเวลาสู่ลพบุรี หรือเมืองละโว้โบราณ ซึ่งเจริญรุ่งเรืองอย่างสูงสุดในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช การเดินทางนี้ผสานมรดกทางประวัติศาสตร์เข้ากับวิวัฒนาการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทยได้อย่างกลมกลืน
ไฮไลต์ที่เป็นเอกลักษณ์และหาจากเส้นทางอื่นไม่ได้ คือการที่ขบวนรถไฟแล่นขึ้นสู่ 'ทางคู่ยกระดับลอยฟ้า' ช่วงเลี่ยงเมืองลพบุรี เปิดมุมมองแบบเบิร์ดอายวิวเหนือทุ่งกว้างและพื้นที่เมืองโบราณ ก่อนจะพานักท่องเที่ยวเข้าสู่งานประวัติศาสตร์ ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ เพื่อชมสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก พร้อมสัมผัสบรรยากาศที่ผู้คนในเมืองพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดไทยโบราณ
ทริปนี้มีทางเลือกที่ครอบคลุม โดยจัดขึ้นช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2569 มีทั้งแพ็กเกจ One Day Trip ด้วยขบวน SRT Royal Blossom และแพ็กเกจท่องเที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ด้วยขบวน KIHA 183 แบบ 2 วัน 1 คืน ในราคาคนละ 3,999 บาท ข้อมูลนี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนตามเวลาและงบประมาณเพื่อมาร่วมแต่งชุดไทยสัมผัสประวัติศาสตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- รูปแบบการเดินทาง
- วันเดียวจบ หรือ 2 วัน 1 คืน (ช่วงเทศกาล)
- ขบวนรถไฟที่ให้บริการ
- SRT Royal Blossom / KIHA 183
- ช่วงเวลาแนะนำ
- มกราคม – เมษายน
- จุดเด่นหลัก
- ทางรถไฟยกระดับลอยฟ้าและพระนารายณ์ราชนิเวศน์
ข้อมูลใช้งานจริง
- ราคาเริ่มต้น
- 2,399 บาท (One Day) / 3,999 บาท (2 วัน 1 คืน)
- จุดขึ้นรถหลัก
- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) / กรุงเทพอภิวัฒน์
- การสำรองที่นั่ง
- ระบบ D-Ticket หรือเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว
- ชมวิวมุมสูงแบบพาโนรามาบนทางรถไฟยกระดับลอยฟ้าสายใหม่
- สัมผัสสถาปัตยกรรมไทยผสมฝรั่งเศส ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์
- กิจกรรมแต่งชุดไทยย้อนยุคสัมผัสบรรยากาศประวัติศาสตร์
จุดเด่น
- ได้ชมวิวทัศนียภาพมุมสูงจากทางรถไฟยกระดับที่สร้างเสร็จใหม่
- บรรยากาศประวัติศาสตร์เข้มข้น สนุกสนานกับการแต่งชุดไทย
- เดินทางสะดวก ระยะทางกำลังดี ไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป
ข้อควรรู้
- บริเวณโบราณสถานบางแห่งในเมืองมีลิงอาศัยอยู่ ต้องระมัดระวังทรัพย์สิน
- ช่วงเทศกาลงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ที่พักในเมืองจะค่อนข้างเต็ม
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานสถาปัตยกรรมโบราณ การถ่ายภาพชุดไทย และการสัมผัสโครงสร้างทางรถไฟใหม่
รถไฟสายเลียบหาดตะวันออก ชายทะเลสัตหีบ–แสมสาร (ชลบุรี)
สู่สุดปลายรางจุกเสม็ด รับลมทะเลอ่าวไทยและหาดทรายเงียบสงบ
สายลมทะเลตะวันออก4,499 บาทต่อคน

เส้นทางรถไฟสายตะวันออกสู่สัตหีบเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องกับกองทัพเรือและการคมนาคมทางทะเล ปัจจุบันได้รับการพัฒนามาสู่เส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่ง มุ่งหน้าสู่ปลายรางทางรถไฟสายสัตหีบ ณ สถานีจุกเสม็ด เพื่อพานักเดินทางเข้าสู่ดินแดนแห่งหาดทรายขาวและธรรมชาติอันเงียบสงบของอ่าวไทยตอนบน
สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างเด่นชัดคือบรรยากาศการท่องเที่ยวทางรางที่เชื่อมต่อไปยังกิจกรรมทางทะเลอย่างครบวงจร ขบวนรถไฟปรับอากาศ KIHA 183 ให้ความรู้สึกย้อนยุคแบบญี่ปุ่นควบคู่กับการเปิดรับกลิ่นอายลมทะเล เส้นทางนี้นำพานักท่องเที่ยวไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วิหารหลวงพ่อดำ ข้ามฟากไปสัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของเกาะแสมสาร และเรียนรู้การอนุรักษ์ธรรมชาติที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลของกองทัพเรือ
โปรแกรมนำเที่ยวถูกออกแบบเป็นทริปพักค้างคืน 2 วัน 1 คืน ในบรรยากาศ Slow Travel ริมทะเล เหมาะสำหรับนักเดินทางทุกเพศทุกวัยที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มาสูดอากาศบริสุทธิ์ ชิมอาหารทะเลสดใหม่ และสัมผัสความสงบของพื้นที่ทหารเรือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน
- รูปแบบการเดินทาง
- พักค้างคืน 2 วัน 1 คืน
- ขบวนรถไฟที่ให้บริการ
- ขบวนรถไฟท่องเที่ยว KIHA 183
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน – เมษายน
- จุดเด่นหลัก
- ปลายรางสถานีจุกเสม็ด ทะเลแสมสาร และหาดทรายสงบ
ข้อมูลใช้งานจริง
- ราคาเริ่มต้น
- 4,499 บาทต่อคน
- จุดขึ้นรถหลัก
- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)
- การสำรองที่นั่ง
- ระบบ D-Ticket หรือสถานีรถไฟทุกแห่ง
- เดินทางสู่ปลายรางรถไฟสายตะวันออก ณ สถานีจุกเสม็ด
- สัมผัสน้ำทะเลใสและหาดทรายขาวสะอาดของหาดสัตหีบและแสมสาร
- เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลและวิถีทหารเรือไทย
จุดเด่น
- ทะเลสะอาด น้ำใส ปราศจากความวุ่นวายและสถานบันเทิง
- นั่งรถไฟชิลๆ สไตล์ญี่ปุ่น สัมผัสลมทะเลและอาหารซีฟู้ดสด
- เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย มีกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้เชิงอนุรักษ์
ข้อควรรู้
- ขบวนรถไฟท่องเที่ยวมีรอบวิ่งเฉพาะกิจตามปฏิทินที่ รฟท. กำหนด
- กิจกรรมทางน้ำอาจขึ้นอยู่กับสภาพคลื่นลมในบางฤดูกาล
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับครอบครัวและผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมทะเลแบบสงบ ชิล และชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| # | รายการ | รูปแบบการเดินทาง | ขบวนรถไฟที่ให้บริการ | ช่วงเวลาแนะนำ | จุดเด่นหลัก |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | รถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (ลพบุรี) | ไป-เช้าเย็นกลับ (One Day Trip) | SRT Royal Blossom / ขบวนพิเศษนำเที่ยว | พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ | วิวอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ 360 องศา |
| 2 | ทางรถไฟสายมรณะ แม่น้ำแคว–ถ้ำกระแซ (กาญจนบุรี) | วันเดียวจบ หรือ พักค้างคืน 2 วัน 1 คืน | SRT Royal Blossom / KIHA 183 / รถธรรมดา | เที่ยวได้ตลอดทั้งปี (สวยงามพิเศษช่วงปลายฝนต้นหนาว) | สะพานไม้เลียบหน้าผาและประวัติศาสตร์สงครามโลก |
| 3 | รถไฟสายเหนือข้ามขุนตาน สู่เชียงใหม่ | รถไฟนอนข้ามคืน (Overnight Train) | รถด่วนพิเศษ CNR (อุตราวิถี) / รถด่วนพิเศษดีเซลราง | ตุลาคม – กุมภาพันธ์ | อุโมงค์ขุนตาน สะพานทาชมภู และวิวทิวเขาภาคเหนือ |
| 4 | รถไฟสายธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน–พะเนินทุ่ง (เพชรบุรี) | พักค้างคืน 2 วัน 1 คืน | ขบวนรถไฟท่องเที่ยว KIHA 183 | พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ | ทะเลหมอกพะเนินทุ่งและผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน |
| 5 | รถไฟนำเที่ยวตามรอยมรดกโลก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ (เพชรบูรณ์) | ไป-เช้าเย็นกลับ (One Day Trip) | SRT Royal Blossom | พฤศจิกายน – มีนาคม | เมืองโบราณศรีเทพ โบราณสถานมรดกโลกแห่งใหม่ |
| 6 | รถไฟสายโรแมนติกเลียบทะเล กรุงเทพฯ–หัวหิน | ไป-เช้าเย็นกลับ หรือ พักค้างคืนอิสระ | SRT Royal Blossom / รถด่วนพิเศษดีเซลราง | เที่ยวได้ตลอดทั้งปี | สถานีรถไฟหัวหินประวัติศาสตร์และชายหาดคลาสสิก |
| 7 | รถไฟสายธรรมชาติทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม (ชัยภูมิ) | พักค้างคืน 2 วัน 1 คืน | ขบวนรถไฟท่องเที่ยว KIHA 183 | มิถุนายน – สิงหาคม (ฤดูฝน) | ทุ่งดอกกระเจียวกลางสายหมอกและลานหินรูปร่างแปลกตา |
| 8 | รถไฟท่องวัฒนธรรมและโบราณสถาน พระนครศรีอยุธยา | ไป-เช้าเย็นกลับ (One Day Trip) | SRT Royal Blossom / ขบวนรถไฟทั่วไป | เที่ยวได้ตลอดทั้งปี (อากาศเย็นสบายช่วงปลายปี) | โบราณสถานมรดกโลกและวิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยา |
| 9 | รถไฟขบวนประวัติศาสตร์พระนารายณ์และทางคู่ลอยฟ้า (ลพบุรี) | วันเดียวจบ หรือ 2 วัน 1 คืน (ช่วงเทศกาล) | SRT Royal Blossom / KIHA 183 | มกราคม – เมษายน | ทางรถไฟยกระดับลอยฟ้าและพระนารายณ์ราชนิเวศน์ |
| 10 | รถไฟสายเลียบหาดตะวันออก ชายทะเลสัตหีบ–แสมสาร (ชลบุรี) | พักค้างคืน 2 วัน 1 คืน | ขบวนรถไฟท่องเที่ยว KIHA 183 | พฤศจิกายน – เมษายน | ปลายรางสถานีจุกเสม็ด ทะเลแสมสาร และหาดทรายสงบ |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณคนมีเวลาน้อย อยากเที่ยววันเดียวจบ#1รถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (ลพบุรี)เดินทางแบบ One Day Trip ได้อย่างสะดวกสบาย ไฮไลต์วิวอ่างเก็บน้ำกว้างสุดสายตา จบในวันเดียวโดยไม่ต้องลางานอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสายประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าสงคราม#2ทางรถไฟสายมรณะ แม่น้ำแคว–ถ้ำกระแซ (กาญจนบุรี)ได้สัมผัสสะพานไม้เลียบหน้าผาหินประวัติศาสตร์ระดับโลกและเรื่องราวเชลยศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างใกล้ชิดอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคู่รักและสายโรแมนติกข้ามคืน#3รถไฟสายเหนือข้ามขุนตาน สู่เชียงใหม่เพลิดเพลินกับการนอนบนรถไฟขบวนทันสมัย ตื่นมารับไอหมอกยามเช้าเหนือสะพานทาชมภูและลอดอุโมงค์ขุนตานสุดคลาสสิกอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสายธรรมชาติและคนชอบหมอกภูเขา#4รถไฟสายธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน–พะเนินทุ่ง (เพชรบุรี)สัมผัสผืนป่ามรดกโลกและชมทะเลหมอกหนาทึบบนยอดเขาพะเนินทุ่งพร้อมกิจกรรมล่องเรือยางริมน้ำอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณครอบครัวที่มีผู้สูงอายุและเน้นความสะดวก#8รถไฟท่องวัฒนธรรมและโบราณสถาน พระนครศรีอยุธยาระยะทางใกล้ นั่งรถไฟสบาย มีกิจกรรมล่องเรือชมวัดและทานอาหารไทยรสเลิศโดยไม่เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางอ่านรายละเอียด
บทสรุป
การท่องเที่ยวด้วยรถไฟสะท้อนให้เห็นว่า เสน่ห์ที่แท้จริงของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่จังหวะชีวิตที่ช้าลงระหว่างที่ล้อเหล็กบดไปบนราง ทัศนียภาพสองข้างทางของเมืองไทยเต็มไปด้วยมิติอันหลากหลาย ทั้งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า สำหรับใครที่กำลังมองหาทริปฟื้นฟูจิตใจในช่วงปลายปี 2569 นี้ ลองเลือกเส้นทางที่ตรงกับจริตของคุณ จองตั๋วล่วงหน้า แล้วปล่อยให้รางรถไฟนำทางคุณไปสู่มุมมองใหม่ของเมืองไทย
อ่านเพิ่มในหัวข้อท่องเที่ยวและโรงแรม22ที่เที่ยวธรรมชาติ11
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
รถไฟท่องเที่ยวขบวน SRT Royal Blossom กับ KIHA 183 แตกต่างกันอย่างไร?
SRT Royal Blossom เป็นขบวนรถไฟโดยสารระดับพรีเมียมที่ตกแต่งหรูหรา เน้นความสะดวกสบาย หน้าต่างพาโนรามาขนาดใหญ่พิเศษ และบริการอาหารว่างแบบฟูลเซอร์วิส ส่วน KIHA 183 เป็นรถดีเซลรางนำเข้าจากฮอกไกโดที่คงกลิ่นอายวินเทจสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เบาะที่นั่งปรับหมุนได้ เหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวแบบกลุ่มและกิจกรรมผจญภัยเชิงธรรมชาติ
สามารถจองตั๋วรถไฟท่องเที่ยวล่วงหน้าได้กี่วัน และจองผ่านช่องทางใด?
การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดให้จองตั๋วขบวนรถด่วนพิเศษล่วงหน้าได้สูงสุดถึง 90 วัน ส่วนขบวนรถไฟท่องเที่ยวพิเศษอย่าง SRT Royal Blossom และ KIHA 183 มักเปิดให้จองล่วงหน้าประมาณ 30 วันก่อนวันเดินทาง โดยสามารถสำรองที่นั่งได้ผ่านระบบออนไลน์ D-Ticket (dticket.railway.co.th) หรือที่เคาน์เตอร์สถานีรถไฟทั่วประเทศ
รถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เปิดให้บริการช่วงเดือนไหนบ้าง?
หากต้องการสัมผัสบรรยากาศรถไฟลอยน้ำ ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะต้องวางแผนเดินทางในฤดูหนาวและช่วงน้ำหลากเท่านั้น ขบวนพิเศษนี้มักเปิดให้ร่วมเดินทางตั้งแต่ช่วงต้นพฤศจิกายน และลากยาวไปจนถึงปลายมกราคมหรือกุมภาพันธ์ในแต่ละปี เนื่องจากปริมาณน้ำที่เต็มเปี่ยมของเขื่อนในระยะนี้ จะเนรมิตภาพรางรถไฟให้ดูกลมกลืนราวกับกำลังแล่นอยู่บนผิวน้ำอย่างแท้จริง
การเดินทางด้วยรถไฟสาย Slow Travel เหมาะกับการพาผู้สูงอายุไปด้วยหรือไม่?
เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเส้นทางวันเดียวจบด้วยขบวน SRT Royal Blossom เช่น อยุธยา ลพบุรี หรือศรีเทพ เนื่องจากห้องโดยสารกว้างขวาง ปรับอากาศเย็นสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และไม่ต้องเผชิญกับการเบรกหรือการจราจรติดขัดเหมือนรถยนต์ส่วนบุคคล
อ่านต่อ

ท่องเที่ยวและโรงแรม0 วิว
10 อันดับท่าอากาศยานในไทยที่มีจำนวนผู้โดยสารรวมมากที่สุด อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2568-2569
เจาะลึก 10 สนามบินที่มีปริมาณการเดินทางหนาแน่นที่สุดของไทย สะท้อนการฟื้นตัวเต็มสูบของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

ท่องเที่ยวและโรงแรม0 วิว
10 จุดชมทะเลหมอกและขุนเขายอดนิยมในไทย สำหรับวางแผนรับลมหนาวช่วงปลายปี 2569
เปิดลิสต์ 10 พิกัดทะเลหมอกและยอดดอยชื่อดังทั่วไทย ปักหมุดรอสัมผัสไอเย็นระลอกแรกเพื่อการวางแผนท่องเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาวและเทศกาลวันหยุดยาวปลายปี 2569
ในบทความ: อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ · วนอุทยานภูชี้ฟ้า · อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ท่องเที่ยวและโรงแรม0 วิว
10 อันดับกลุ่มสายการบินที่มีจำนวนเครื่องบินประจำการมากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เปิดสถิติ 10 มหาอำนาจการบินระดับโลกที่มีฝูงบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุด ประจำการด้วยเครื่องบินนับร้อยนับพันลำเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางทั่วโลก อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2026
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ
เสียงจากผู้อ่าน
อยากให้เราจัดอันดับอะไร?
บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน