10 เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์และธรรมชาติยอดนิยมในไทย เปิดหวูดสัมผัสเสน่ห์การเดินทางสโลว์ไลฟ์
เจาะลึก 10 เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วไทย สัมผัสความงดงามของผืนป่า ทะเลสาบ และรอยอดีตทางประวัติศาสตร์ในสไตล์สโลว์ไลฟ์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่อย่างแท้จริง

ในยุคสมัยที่ทุกสิ่งดำเนินไปอย่างเร่งรีบ การท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ (Slow Life) และการเดินทางที่คำนึงถึงความยั่งยืนกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของนักเดินทางรุ่นใหม่ การโดยสารรถไฟไม่ได้เป็นเพียงแค่การเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่คือการดื่มด่ำกับช่วงเวลาระหว่างทาง เสียงล้อเหล็กกระทบรางควบคู่ไปกับภาพทิวทัศน์สองข้างทางที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านหน้าต่าง ช่วยสร้างประสบการณ์ผ่อนคลายที่หาไม่ได้จากการเดินทางรูปแบบอื่น ประเทศไทยมีโครงข่ายเส้นทางรถไฟที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สมบูรณ์ ตั้งแต่เส้นทางสะพานไม้เลียบหน้าผาในอดีตสงครามโลก ขบวนรถจักรไอน้ำโบราณที่เปิดหวูดดังก้อง ไปจนถึงรถไฟขบวนพิเศษอย่าง SRT Royal Blossom และ KIHA 183 สไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการปรับปรุงเพื่อรองรับการท่องเที่ยวยุคใหม่ในปี 2568-2569 ได้อย่างลงตัว เส้นทางเหล่านี้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและผืนป่าธรรมชาติอย่างใกล้ชิด บทความนี้ กองบรรณาธิการ TNPrank ได้คัดสรร 10 เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่โดดเด่นและได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งทริปวันเดียวและทริปพักค้างคืน พร้อมข้อมูลเชิงลึกและเกร็ดน่ารู้ เพื่อช่วยให้คุณวางแผนออกเดินทางเปิดหวูดสัมผัสสุนทรียภาพบนรางรถไฟได้อย่างน่าประทับใจ
คัดเลือกอย่างไร
เกณฑ์ในการจัดอันดับครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ทริปทางรางซึ่งพร้อมต้อนรับผู้โดยสารจริงทั่วไทยในช่วงปี 2568 ถึง 2569 โดยประเมินจากเรื่องราวอดีตอันทรงคุณค่า ผนวกกับวิวทิวทัศน์อันน่าประทับใจตลอดการสัญจร อีกทั้งยังคำนึงถึงประเภทของตู้โดยสารที่มีให้เลือกหลากสไตล์ ทั้งขบวนนำเที่ยวมาตรฐาน หัวรถจักรไอน้ำย้อนยุค ขบวนดีเซลรางจากญี่ปุ่น ไปจนถึงระดับหรูหราพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าและมอบความสะดวกให้แก่นักเดินทางทุกเพศทุกวัยอย่างแท้จริง
ทั้ง 10 รายการ
ทางรถไฟสายมรณะ ถ้ำกระแซ – น้ำตกไทรโยคน้อย (จ.กาญจนบุรี)
ย้อนรอยประวัติศาสตร์สงครามโลกบนสะพานไม้เลียบผาแควน้อย
ยอดนิยมตลอดกาล120 - 240 บาท

เส้นทางประวัติศาสตร์ระดับตำนานที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยแรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ไฮไลต์ที่สะกดสายตานักท่องเที่ยวทุกคนคือช่วงสะพานไม้โค้งเลียบหน้าผาสูงชันเลาะริมแม่น้ำแควน้อยบริเวณถ้ำกระแซ ซึ่งมีความยาวประมาณ 400 เมตร รถไฟจะชะลอความเร็วเพื่อให้ผู้โดยสารได้เปิดหน้าต่างชมวิวหน้าผาหินปูนสลับสายน้ำด้านล่างอย่างเต็มอิ่ม
ความโดดเด่นของเส้นทางนี้คือการผสมผสานระหว่างร่องรอยประวัติศาสตร์สงครามอันเข้มข้นและความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้เมืองกาญจน์ ขบวนรถพิเศษนำเที่ยว 909/910 ของการรถไฟแห่งประเทศไทยจะพานักเดินทางแวะชมสะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานสัมพันธมิตร ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ปลายทางสถานีน้ำตก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลงเล่นน้ำและพักผ่อนหย่อนใจที่น้ำตกไทรโยคน้อยเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทาง สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งขบวนพิเศษวันเสาร์-อาทิตย์ที่มีรถปรับอากาศและรถพัดลม หรือเลือกนั่งขบวนรถไฟท้องถิ่น 257 จากสถานีธนบุรีที่ให้บรรยากาศคลาสสิกริมทางรถไฟแบบดั้งเดิม การเตรียมตัวไปเยือนควรรักษาความปลอดภัยโดยไม่ชะโงกหน้าต่างออกไปเกินขอบเขตขณะรถแล่นผ่านแนวกิ่งไม้และเพิงผาหินปูน
- ประเภทขบวนรถ
- ขบวนรถพิเศษนำเที่ยว 909/910 และขบวนธรรมดา
- ระยะเวลาการเดินทาง
- ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip)
- ราคาตั๋วเริ่มต้น
- 120 บาท (ไป-กลับ รถพัดลม)
- จุดเด่นหลัก
- สะพานไม้เลียบหน้าผาถ้ำกระแซและน้ำตกไทรโยคน้อย
ข้อมูลใช้งานจริง
- รอบการเดินรถ
- ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
- สถานีต้นทาง
- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 06.30 น.
- ชมวิวโค้งสะพานไม้เลียบหน้าผาถ้ำกระแซความยาว 400 เมตร
- แวะสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำกระแซ
- หยุดพักผ่อนหย่อนใจที่น้ำตกไทรโยคน้อยนานเกือบ 3 ชั่วโมง
จุดเด่น
- ค่าโดยสารย่อมเยาคุ้มค่าต่อการท่องเที่ยววันเดียว
- ได้สัมผัสทั้งธรรมชาติร่มรื่นและเรื่องราวประวัติศาสตร์ระดับโลก
ข้อควรรู้
- สภาพอากาศช่วงบ่ายในตู้โดยสารพัดลมค่อนข้างร้อนอบอ้าว
- ตั๋วขบวนพิเศษวันหยุดมักเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์และต้องการสัมผัสวิวทิวทัศน์ริมหน้าผาธรรมชาติในงบประมาณสบายกระเป๋า
รถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ – สถานีโคกสลุง (จ.ลพบุรี)
สัมผัสผืนน้ำกว้างใหญ่บนสะพานรถไฟกลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ไฮไลต์ฤดูหนาว350 - 620 บาท

หนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวทางรถไฟที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในช่วงฤดูหนาวของไทย โดยแนวรางรถไฟสร้างขึ้นเหนือผืนน้ำของอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เมื่อขบวนรถแล่นอยู่บนสะพานเชื่อมข้ามอ่างเก็บน้ำ จะมองเห็นผืนน้ำสีฟ้ากว้างใหญ่สุดสายตาทั้งสองฟากฝั่ง ราวกับว่าขบวนรถไฟกำลังลอยอยู่เหนือผิวน้ำอย่างน่าอัศจรรย์
การเดินทางในเส้นทางนี้จะมีการจอดขบวนรถทอดสะพานอยู่กลางอ่างเก็บน้ำเป็นเวลาประมาณ 20-30 นาที ให้นักท่องเที่ยวได้เปิดประตูลงไปสัมผัสสายลมหนาว ถ่ายภาพบรรยากาศเวิ้งน้ำกว้างใหญ่แบบ 360 องศา จากนั้นขบวนรถจะเดินทางต่อไปยังสถานีโคกสลุง ซึ่งเป็นชุมชนชาวไทยเบิ้งดั้งเดิมเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองและอาหารท้องถิ่นรสเลิศ
โปรแกรมรถไฟลอยน้ำจัดขึ้นเฉพาะฤดูกาลระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยมีทั้งตู้โดยสารธรรมดาและตู้ปรับอากาศ JR-West และ OTOP Train ที่สะดวกสบาย ถือเป็นหมุดหมายการพักผ่อนแบบวันเดียวที่ไม่ควรพลาดสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
- ประเภทขบวนรถ
- ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวเฉพาะฤดูกาล
- ระยะเวลาการเดินทาง
- ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip)
- ราคาตั๋วเริ่มต้น
- 350 บาท (ไป-กลับ รถพัดลม)
- จุดเด่นหลัก
- จุดจอดรถไฟชมวิวกลางอ่างเก็บน้ำ 360 องศา
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาที่เปิด
- พฤศจิกายน 2568 – กุมภาพันธ์ 2569
- การสำรองที่นั่ง
- จองล่วงหน้าผ่านระบบ D-Ticket หรือสถานีรถไฟทั่วประเทศ
- จอดพักขบวนรถกลางเขื่อนเพื่อถ่ายภาพมุมกว้าง 360 องศา
- สัมผัสวิถีชีวิตและอาหารพื้นบ้านของชุมชนไทยเบิ้งบ้านโคกสลุง
- เปิดให้บริการเพียงปีละครั้งในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น
จุดเด่น
- ทัศนียภาพแปลกตากลางผืนน้ำกว้างใหญ่ที่หาชมได้ยาก
- มีสินค้าชุมชนและของฝากพื้นบ้านให้เลือกชิมอย่างหลากหลาย
ข้อควรรู้
- เปิดให้บริการเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์
- ลมบริเวณสะพานกลางน้ำอาจพัดแรงและแดดค่อนข้างจัดช่วงสาย
เหมาะกับใคร
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการทริปถ่ายภาพวิวธรรมชาติแปลกใหม่และรับลมหนาวในช่วงปลายปี
ขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ กรุงเทพ – พระนครศรีอยุธยา
ย้อนวันวานสู่เมืองมรดกโลกด้วยหัวรถจักรไอน้ำโบราณยุคหลังสงคราม
มรดกทรงคุณค่า329 - 799 บาท

การเดินทางย้อนยุคสู่อดีตด้วยหัวรถจักรไอน้ำรุ่นแปซิฟิก (Pacific) หมายเลข 824 และ 850 ซึ่งสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยโรงงานนิปปอนชาเรียว ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตของการรถไฟแห่งประเทศไทย เสียงหวูดไอน้ำอันกังวานและกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นสู่อากาศสร้างบรรยากาศสุดคลาสสิกที่ตรึงตาตรึงใจผู้คนริมทางตลอดเส้นทาง
เส้นทางนี้นำพานักเดินทางจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) มุ่งหน้าสู่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยโบราณสถานอันทรงคุณค่า ขบวนรถจะหยุดพักที่สถานีอยุธยาเป็นเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปกราบไหว้พระตามวัดสำคัญ ลิ้มลองก๋วยเตี๋ยวเรือและโรตีสายไหมเจ้าดัง
การรถไฟแห่งประเทศไทยจะนำขบวนรถจักรไอน้ำออกให้บริการเฉพาะวันสำคัญของชาติเพียงปีละ 6-7 ครั้งเท่านั้น เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษาและวันปิยมหาราช ตั๋วโดยสารจึงเป็นที่ต้องการอย่างสูงของทั้งนักสะสมประสบการณ์และช่างภาพที่ต้องการบันทึกความทรงจำอันทรงคุณค่า
- ประเภทขบวนรถ
- ขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์พิเศษ 921/922
- ระยะเวลาการเดินทาง
- ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip)
- ราคาตั๋วเริ่มต้น
- 329 บาท (ไป-กลับ รวมของว่าง)
- จุดเด่นหลัก
- หัวรถจักรไอน้ำโบราณยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ข้อมูลใช้งานจริง
- รอบเดินรถประจำปี
- 26 มี.ค., 28 ก.ค., 12 ส.ค., 23 ต.ค., 5 ธ.ค.
- สถานีต้นทาง
- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)
- สัมผัสประสบการณ์นั่งรถไฟที่ลากจูงด้วยหัวรถจักรไอน้ำของจริง
- มีเวลาท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกพระนครศรีอยุธยานานถึง 6 ชั่วโมง
- รับบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มสุดพิเศษบนขบวนรถ
จุดเด่น
- บรรยากาศย้อนยุคสุดคลาสสิกที่หาได้ยากในชีวิตประจำวัน
- เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพาบุตรหลานเรียนรู้ประวัติศาสตร์
ข้อควรรู้
- เปิดเดินรถเฉพาะวันสำคัญของชาติเพียงไม่กี่วันต่อปี
- อาจมีละอองเขม่าควันพัดเข้าหน้าต่างในตู้โดยสารพัดลมเป็นบางจังหวะ
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้หลงใหลในความคลาสสิก นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ และช่างภาพที่รักกลิ่นอายย้อนยุค
SRT Royal Blossom: กรุงเทพ – กาญจนบุรี (วิถีวัฒนธรรมและธรรมชาติ)
เปิดมุมมองพาโนรามาบนขบวนรถไฟท่องเที่ยวระดับลักชัวรีสู่เมืองกาญจน์
หรูหราพรีเมียม2,299 - 15,999 บาท

ขบวนรถไฟท่องเที่ยวระดับลักชัวรีโฉมใหม่ล่าสุดของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ดัดแปลงจากตู้โดยสารปรับอากาศ Hamanasu ประเทศญี่ปุ่น ภายในได้รับการตกแต่งอย่างประณีตด้วยโทนสีทองและไม้สัก หรูหรา สะดวกสบาย มีบาร์เครื่องดื่ม บริการอาหารชั้นดี และกระจกหน้าต่างบานโค้งแบบพาโนรามาที่เปิดรับทิวทัศน์ธรรมชาติได้กว้างขวางถึง 180 องศา
เส้นทางสู่กาญจนบุรีของ Royal Blossom ถูกออกแบบให้เป็นทริปวันเดียวที่พรีเมียม ขบวนรถจะแล่นผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแควและชะลอตัวผ่านแนวผาถ้ำกระแซเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพความประทับใจ พร้อมโปรแกรมนำเที่ยวสถานที่สำคัญอย่างเมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตไทยโบราณในบรรยากาศย้อนยุค
ความโดดเด่นของขบวนนี้คือการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การต้อนรับของพนักงาน การเสิร์ฟสำรับอาหารรสเลิศตามฤดูกาล และห้องรับรองกลุ่มแบบ VVIP Group Car เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวใหญ่ที่ต้องการสัมผัสเส้นทางสายประวัติศาสตร์ในระดับความสะดวกสบายสูงสุด
- ประเภทขบวนรถ
- ขบวนรถท่องเที่ยวพิเศษระดับพรีเมียม SRT Royal Blossom
- ระยะเวลาการเดินทาง
- ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip)
- ราคาตั๋วเริ่มต้น
- 2,299 บาท (รวมอาหารและทัวร์)
- จุดเด่นหลัก
- ตู้โดยสารหรูหราพร้อมหน้าต่างกระจกโค้งชมวิวพาโนรามา
ข้อมูลใช้งานจริง
- บริการเสริม
- รถบัสปรับอากาศนำเที่ยวต่อจากสถานีรถไฟ
- การจองตั๋ว
- ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ 1690 และสถานีรถไฟหลัก
- หน้าต่างกระจกโค้งพาโนรามาขนาดใหญ่พิเศษรับชมวิวธรรมชาติ 180 องศา
- รวมบริการอาหาร 3 มื้อ เครื่องดื่มพรีเมียม และไกด์นำเที่ยวตลอดทริป
- มีห้องรับรองแบบส่วนตัว VVIP Group Car สำหรับ 4-6 ท่าน
จุดเด่น
- ความสะดวกสบายระดับโรงแรมหรูเคลื่อนที่
- ไม่ต้องวางแผนการเดินทางเอง ครอบคลุมทั้งอาหาร รถรับส่ง และสถานที่เที่ยว
ข้อควรรู้
- ราคาต่อท่านค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับขบวนนำเที่ยวทั่วไป
- รอบการเดินรถจัดเป็นโปรแกรมพิเศษเฉพาะเดือน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักเดินทางที่มองหาความสะดวกสบายสูงสุด ต้องการพักผ่อนระดับพรีเมียม และชื่นชอบการถ่ายภาพวิวสวยผ่านกระจกบานใหญ่
เส้นทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์สายเหนือ อุโมงค์ขุนตาน – สะพานขาวทาชมภู (จ.ลำปาง – จ.ลำพูน)
ลอดอุโมงค์ประวัติศาสตร์สู่สะพานโค้งสีขาวท่ามกลางขุนเขาเมืองเหนือ
มนต์เสน่ห์สายเหนือ15 - 1,394 บาท

เส้นทางรถไฟสายเหนือช่วงข้ามเทือกเขาผาขุนตาน เป็นเส้นทางที่รวบรวมงานวิศวกรรมทางรถไฟอันน่าทึ่งในอดีต ขบวนรถจะต้องแล่นผ่าน "อุโมงค์ขุนตาน" อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของไทยด้วยระยะทาง 1,352.10 เมตร ซึ่งเจาะทะลุภูเขาหินแกรนิตในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสถานีรถไฟขุนตานยังตั้งอยู่บนความสูงถึง 578 เมตรจากระดับน้ำทะเล
เมื่อลอดผ่านอุโมงค์ขุนตานลงสู่หุบเขาจังหวัดลำพูน นักท่องเที่ยวจะได้พบกับ "สะพานขาวทาชมภู" สะพานคอนกรีตรูปทรงโค้งสีขาวโดดเด่นตัดกับทิวเขาเขียวขจี สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2462 และรอดพ้นจากการถูกทิ้งระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของนักเดินทางสายธรรมชาติ
เส้นทางนี้สามารถเดินทางได้หลากหลาย ทั้งการนั่งรถไฟท้องถิ่นชมวิวรับลมเย็นสบาย หรือเดินทางด้วยขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถีที่เป็นตู้นอนทันสมัย และสถานีขุนตานยังเป็นประตูทางขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินป่าสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ของป่าสนสองใบ
- ประเภทขบวนรถ
- ขบวนรถไฟสายเหนือประจำ (ขบวนท้องถิ่น, รถด่วนพิเศษ)
- ระยะเวลาการเดินทาง
- ทริป 2 วัน 1 คืน หรือเดินทางข้ามคืน
- ราคาตั๋วเริ่มต้น
- 15 บาท (รถท้องถิ่น) / 744 บาท (ตู้นอนปรับอากาศ)
- จุดเด่นหลัก
- อุโมงค์รถไฟประวัติศาสตร์ยาว 1,352 เมตรและสะพานขาวทาชมภู
ข้อมูลใช้งานจริง
- สถานีสำคัญ
- สถานีขุนตาน (เชื่อมต่ออุทยานแห่งชาติ) / สะพานทาชมภู
- ช่วงเวลาน่าเที่ยว
- ฤดูฝนถึงฤดูหนาว (กรกฎาคม – กุมภาพันธ์)
- ลอดอุโมงค์รถไฟขุนตาน อุโมงค์ประวัติศาสตร์ข้ามเทือกเขา
- ชมสถาปัตยกรรมสะพานคอนกรีตโค้งสีขาวทาชมภูท่ามกลางขุนเขา
- สามารถเชื่อมต่อเดินเท้าขึ้นอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลได้โดยตรง
จุดเด่น
- ทัศนียภาพขุนเขาและป่าไม้ร่มรื่นตลอดสองข้างทาง
- เลือกรูปแบบการเดินทางได้หลากหลาย ทั้งรถพัดลมและตู้นอนหรูหรา
ข้อควรรู้
- หากลงสถานีขุนตานเพื่อเดินขึ้นอุทยานฯ ต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมเดินเท้าขึ้นเขา
- สัญญาณโทรศัพท์อาจมีขาดหายในบางช่วงระหว่างหุบเขา
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับสายแคมปิ้ง เดินป่า และนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศภูเขาและประวัติศาสตร์รถไฟอย่างแท้จริง
ขบวนรถพิเศษนำเที่ยว กรุงเทพ – สวนสนประดิพัทธ์ (จ.ประจวบคีรีขันธ์)
นั่งรถไฟรับลมทะเลชิลๆ สู่สถานีปลายทางริมหาดทรายขาว
ยอดฮิตรับลมทะเล120 - 240 บาท

หนึ่งในเส้นทางรถไฟนำเที่ยวยอดนิยมตลอดกาลสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทะเล ขบวนรถพิเศษ 911/912 ให้บริการเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ นำพานักท่องเที่ยวเดินทางลงใต้สู่ชายหาดสวนสนประดิพัทธ์ จุดเด่นของที่นี่คือสถานีรถไฟตั้งอยู่ติดกับชายหาดเพียงไม่กี่ก้าว เดินลงจากชานชาลาผ่านแนวทิวสนร่มรื่นก็พบกับหาดทรายขาวและเกลียวคลื่นทะเลอ่าวไทย
ระหว่างการเดินทาง ขบวนรถจะหยุดพักที่สถานีนครปฐมประมาณ 40 นาที เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปสักการะองค์พระปฐมเจดีย์และเลือกซื้ออาหารเช้าชื่อดัง เช่น ข้าวหมูแดงและผลไม้สด เมื่อถึงสถานีสวนสนประดิพัทธ์ นักท่องเที่ยวจะมีเวลาพักผ่อนริมชายหาด ว่ายน้ำทะเล หรือนั่งรับประทานอาหารทะเลสดๆ นานกว่า 4 ชั่วโมง
การเดินทางสะดวกและคุ้มค่าอย่างยิ่ง ด้วยตัวเลือกทั้งตู้ปรับอากาศเย็นสบายและตู้พัดลมรับลมธรรมชาติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหลบหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวงมาสูดกลิ่นอายทะเลแบบไปเช้า-เย็นกลับโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขับรถหรือปัญหาการจราจรติดขัด
- ประเภทขบวนรถ
- ขบวนรถพิเศษนำเที่ยว 911/912
- ระยะเวลาการเดินทาง
- ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip)
- ราคาตั๋วเริ่มต้น
- 120 บาท (ไป-กลับ รถพัดลม)
- จุดเด่นหลัก
- สถานีรถไฟติดชายทะเลและแวะนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์
ข้อมูลใช้งานจริง
- รอบการเดินรถ
- ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
- เวลาออกเดินทาง
- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 06.30 น.
- จอดแวะ 40 นาทีให้สักการะองค์พระปฐมเจดีย์และซื้อเสบียงยามเช้า
- สถานีปลายทางตั้งอยู่ชิดหาดสวนสนประดิพัทธ์ เดินลงทะเลได้ทันที
- มีเวลาพักผ่อนริมชายหาดรับลมทะเลนานถึง 4 ชั่วโมงเต็ม
จุดเด่น
- ราคาประหยัด เดินทางง่าย ไม่เหนื่อยล้าจากการขับรถ
- มีเวลาพักผ่อนริมทะเลเพียงพอสำหรับการท่องเที่ยววันเดียว
ข้อควรรู้
- ขากลับมักพบการจราจรทางรางล่าช้าเล็กน้อยในช่วงเข้ากรุงเทพฯ
- ตู้ปรับอากาศได้รับความนิยมสูง ต้องจองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคนทำงานที่ต้องการทริปทะเลพักผ่อนง่ายๆ สบายกระเป๋าแบบไปเช้า-เย็นกลับ
ขบวนรถท่องเที่ยว KIHA 183: กรุงเทพ – ปากช่อง / เขาใหญ่ (จ.นครราชสีมา)
นั่งรถดีเซลรางกลิ่นอายฮอกไกโดลัดเลาะริมอ่างเก็บน้ำสู่ผืนป่ามรดกโลก
ฟีลญี่ปุ่นในไทย4,499 บาท

ขบวนรถดีเซลราง KIHA 183 อดีตรถด่วนยอดนิยมจากเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการปรับปรุงระบบปรับอากาศ เบาะที่นั่งหมุนปรับทิศทางได้ และห้องโดยสารที่คงเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม นำมาให้บริการเป็นขบวนท่องเที่ยวแบบแพ็กเกจข้ามภูมิภาค เส้นทางขึ้นสู่ดินแดนเขาใหญ่จะพานักเดินทางผ่านทัศนียภาพของแนวป่าดงพญาเย็น
ไฮไลต์ของเส้นทางนี้คือการลัดเลาะผ่านเนินเขาและอุโมงค์ผาเสด็จ พร้อมช่วงที่ทางรถไฟเลียบขนานไปกับผืนน้ำกว้างใหญ่ของอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงามตระการตา ขบวนรถจะหยุด ณ สถานีปากช่อง จากนั้นผู้โดยสารจะได้ต่อรถนำเที่ยวเพื่อสัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และฟาร์มเกษตรเชิงท่องเที่ยว
การเดินทางแบบแพ็กเกจ 2 วัน 1 คืน รวมที่พัก อาหาร และยานพาหนะรับส่งนำเที่ยวอย่างครบวงจร มอบความเพลิดเพลินในการเดินทางทั้งบนรถไฟสไตล์เรโทรญี่ปุ่น และการผ่อนคลายในอ้อมกอดของธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ของเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติ
- ประเภทขบวนรถ
- ขบวนรถดีเซลรางท่องเที่ยวปรับอากาศ KIHA 183
- ระยะเวลาการเดินทาง
- ทริป 2 วัน 1 คืน (รวมที่พักและนำเที่ยว)
- ราคาตั๋วเริ่มต้น
- 4,499 บาท (รวมที่พัก อาหาร และรถนำเที่ยว)
- จุดเด่นหลัก
- ขบวนรถดีเซลรางญี่ปุ่นแท้ลัดเลาะขอบอ่างเก็บน้ำลำตะคอง
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบทริป
- แพ็กเกจท่องเที่ยวพร้อมที่พัก 1 คืน
- การจำหน่ายตั๋ว
- เปิดจองผ่านเคาน์เตอร์สถานีรถไฟทั่วประเทศ
- สัมผัสประสบการณ์นั่งรถไฟปรับอากาศเรโทรสไตล์ฮอกไกโดแท้ๆ
- ชมทัศนียภาพธรรมชาติริมอ่างเก็บน้ำลำตะคองและป่าดงพญาเย็น
- ท่องเที่ยวฟาร์มและสัมผัสโอโซนบริสุทธิ์ของเขาใหญ่แบบฟูลแพ็กเกจ
จุดเด่น
- บรรยากาศภายในรถไฟให้ความรู้สึกเหมือนกำลังท่องเที่ยวในญี่ปุ่น
- จัดการทุกอย่างให้ครบวงจร ไม่ต้องเหนื่อยกับการวางแผนเดินทาง
ข้อควรรู้
- จำหน่ายในรูปแบบแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบรวมค่าที่พักและบริการ
- มีจำนวนที่นั่งจำกัดต่อเที่ยวเพียงประมาณ 200 ที่นั่งเท่านั้น
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถไฟญี่ปุ่นและต้องการทริปพักผ่อนรับลมหนาวเขาใหญ่แบบสะดวกสบายไร้ความกังวล
ขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ กรุงเทพ – ชุมทางฉะเชิงเทรา
เปิดหวูดหัวรถจักรไอน้ำโบราณข้ามแม่น้ำบางปะกง นมัสการหลวงพ่อโสธร
สายบุญวัฒนธรรม329 - 799 บาท

อีกหนึ่งเส้นทางประวัติศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วยหัวรถจักรไอน้ำโบราณ มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเลียบลุ่มน้ำบางปะกง เส้นทางนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษในโอกาสวันแม่แห่งชาติ (12 สิงหาคม) ของทุกปี ออกเดินทางจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ผ่านทัศนียภาพชานเมืองและทุ่งนาเขียวขจีก่อนเข้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา
การเดินทางด้วยรถจักรไอน้ำสายนี้จะพานักท่องเที่ยวข้ามสะพานแม่น้ำบางปะกง ซึ่งมีทัศนียภาพของสายน้ำกว้างใหญ่ เมื่อถึงสถานีชุมทางฉะเชิงเทรา นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อพุทธโสธร ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
นอกจากนี้ ยังมีเวลาเหลือเฟือสำหรับเดินเที่ยวชมและลิ้มลองขนมไทยโบราณที่ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี ริมแม่น้ำบางปะกง ชุมชนการค้าเก่าแก่ที่ยังคงอนุรักษ์ห้องแถวไม้ดั้งเดิมไว้ได้อย่างงดงาม ถือเป็นทริปย้อนรอยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสายน้ำที่ตอบโจทย์ทุกวัยในครอบครัว
- ประเภทขบวนรถ
- ขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์พิเศษ 903/904
- ระยะเวลาการเดินทาง
- ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip)
- ราคาตั๋วเริ่มต้น
- 329 บาท (ไป-กลับ รวมของว่าง)
- จุดเด่นหลัก
- ข้ามสะพานแม่น้ำบางปะกงและไหว้หลวงพ่อโสธร
ข้อมูลใช้งานจริง
- รอบเดินรถ
- วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี
- สถานีต้นทาง
- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 08.10 น.
- นั่งรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ลัดเลาะทุ่งนาสู่ลุ่มน้ำบางปะกง
- กราบสักการะองค์หลวงพ่อพุทธโสธรเพื่อความเป็นสิริมงคล
- เดินชิมของอร่อยโบราณ ณ ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี ริมน้ำ
จุดเด่น
- เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพาคุณแม่และครอบครัวเดินทางทำบุญ
- ได้สัมผัสเสน่ห์ตลาดโบราณและวิถีชีวิตริมน้ำดั้งเดิม
ข้อควรรู้
- จัดเดินรถเพียงปีละ 1 ครั้ง ในช่วงวันแม่แห่งชาติ (12 ส.ค.)
- การเดินทางจากสถานีรถไฟไปวัดโสธรต้องต่อรถสองแถวท้องถิ่น
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการทริปพาผู้ใหญ่ไหว้พระทำบุญ สัมผัสความคลาสสิกของรถจักรไอน้ำและวิถีตลาดเก่าริมน้ำ
SRT Royal Blossom: เส้นทางทุ่งทานตะวันและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (จ.ลพบุรี)
ดื่มด่ำความหรูหราพาโนรามาชมทุ่งทานตะวันสะพรั่งและผืนน้ำเขื่อนป่าสัก
วิวสวยตามฤดูกาล2,399 - 15,999 บาท

การผสมผสานระหว่างความหรูหราของขบวนรถ SRT Royal Blossom และความงดงามตามฤดูกาลของทุ่งดอกไม้บานสะพรั่ง เส้นทางนี้นำพานักท่องเที่ยวเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดลพบุรีในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ เพื่อชมทุ่งทานตะวันสีเหลืองทองอร่ามที่บานรับแสงแดดยามเช้าท่ามกลางหุบเขาหินปูน
ความพิเศษอยู่ที่การนั่งชมวิวธรรมชาติผ่านหน้าต่างกระจกพาโนรามากว้างใหญ่ พร้อมจิบเครื่องดื่มและรับประทานอาหารว่างรสเลิศในบรรยากาศส่วนตัว จากนั้นขบวนรถจะแล่นเข้าสู่ทางรถไฟยกระดับกลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้ผู้โดยสารได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพของผืนน้ำสีฟ้าครามโดยรอบอย่างเต็มตา
โปรแกรมนี้นำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบวันเดียวที่ครบครัน ทั้งการนำเที่ยวชมแปลงดอกทานตะวัน การสัมผัสลมหนาวกลางเขื่อน และการซื้อของฝากผลิตภัณฑ์จากเมล็ดทานตะวัน ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ยกระดับการท่องเที่ยวรถไฟไทยสู่มาตรฐานสากล
- ประเภทขบวนรถ
- ขบวนรถท่องเที่ยวพิเศษระดับพรีเมียม SRT Royal Blossom
- ระยะเวลาการเดินทาง
- ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip)
- ราคาตั๋วเริ่มต้น
- 2,399 บาท (รวมอาหารและโปรแกรมนำเที่ยว)
- จุดเด่นหลัก
- ชมวิวทุ่งทานตะวันและรถไฟลอยน้ำผ่านกระจกพาโนรามา
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาจัดทริป
- มกราคม – กุมภาพันธ์ 2569
- บริการเสริม
- รถรับส่งนำเที่ยวแปลงทานตะวันและชุมชนท้องถิ่น
- ชมทิวทัศน์ทุ่งทานตะวันสีเหลืองทองบานสะพรั่งทั่วหุบเขา
- ชมวิวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องปรับอากาศสุดหรู
- บริการอาหารรสเลิศและของว่างพรีเมียมตลอดการเดินทาง
จุดเด่น
- ชมวิวธรรมชาติได้กว้างขวางและเย็นสบายโดยไม่ต้องเผชิญแดดร้อน
- การบริการระดับพรีเมียม อาหารอร่อย และเป็นส่วนตัว
ข้อควรรู้
- จัดเฉพาะช่วงเวลาสั้นๆ ในฤดูที่ดอกทานตะวันบาน
- ที่นั่งเต็มเร็วมากเนื่องจากมีความต้องการเดินทางสูง
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคู่รักและครอบครัวที่ต้องการทริปถ่ายภาพธรรมชาติอันงดงามพร้อมการพักผ่อนที่สะดวกสบายเหนือระดับ
เส้นทางวิถีชีวิตประวัติศาสตร์ชุมชนริมราง ตลาดร่มหุบ (สถานีบ้านแหลม – แม่กลอง)
สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตริมรางรถไฟชื่อก้องโลกแล่นผ่ากลางตลาดสด
วิถีชีวิตระดับโลก10 บาท

หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีชื่อเสียงระดับโลก สะท้อนวิถีชีวิตชุมชนริมทางรถไฟของไทยได้อย่างน่าทึ่ง การเดินทางเริ่มต้นจากสถานีบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสาคร แล่นผ่านดงจาก ป่าชายเลน และนาเกลือสีขาวสะท้อนแสงแดด มุ่งหน้าสู่ปลายทางสถานีแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม
จุดไคลแมกซ์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจคือช่วงที่ขบวนรถไฟค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ "ตลาดร่มหุบ" พ่อค้าแม่ค้าจะส่งสัญญาณเตือนก่อนที่ร่มและกันสาดริมรางจะถูกหุบลงอย่างพร้อมเพรียง แผงผัก ผลไม้ และอาหารสดจะถูกเลื่อนหลบขบวนรถไฟที่แล่นผ่านไปด้วยระยะห่างเพียงไม่กี่เซนติเมตร
เส้นทางนี้มอบเสน่ห์ของความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง ค่าโดยสารย่อมเยาเพียงหลักสิบ ผู้โดยสารจะได้สัมผัสกลิ่นอายสายลมทะเล วิถีประมงพื้นบ้าน และได้แวะชิมอาหารทะเลสด ปลากระดี่ตากแห้ง รวมถึงปลาทูแม่กลองหน้างอคอหักอันเลื่องชื่อหลังลงจากขบวนรถ
- ประเภทขบวนรถ
- ขบวนรถไฟชานเมืองธรรมดา (สายบ้านแหลม – แม่กลอง)
- ระยะเวลาการเดินทาง
- เที่ยวละประมาณ 1 ชั่วโมง
- ราคาตั๋วเริ่มต้น
- 10 บาท (เที่ยวเดียว)
- จุดเด่นหลัก
- สัมผัสบรรยากาศตลาดร่มหุบและวิวนาเกลือริมทาง
ข้อมูลใช้งานจริง
- รอบเวลารถไฟเข้าตลาด
- 08.30 น., 11.10 น., 14.30 น., 17.40 น.
- การเชื่อมต่อการเดินทาง
- นั่งรถไฟจากวงเวียนใหญ่ลงมหาชัย แล้วนั่งเรือข้ามฟากไปสถานีบ้านแหลม
- ตื่นตากับภาพพ่อค้าแม่ค้าพร้อมใจกันหุบร่มขณะรถไฟแล่นผ่านอย่างเฉียดฉิว
- ชมทัศนียภาพนาเกลือและป่าชายเลนสมบูรณ์ตลอดสองข้างทาง
- ชิมอาหารทะเลสดและของฝากปลาทูแม่กลองแท้ที่ตลาดสดปลายทาง
จุดเด่น
- ค่าโดยสารประหยัดที่สุดในบรรดาเส้นทางท่องเที่ยว
- ได้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านอย่างใกล้ชิดและแท้จริง
ข้อควรรู้
- รถพัดลมธรรมดาไม่มีแอร์ อากาศอาจร้อนและคนค่อนข้างแน่นช่วงวันหยุด
- ต้องเดินทางข้ามเรือข้ามฟากจากมหาชัยมายังสถานีบ้านแหลม
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักเดินทางสายลุย แบ็กแพ็กเกอร์ และผู้ที่ต้องการสัมผัสความมหัศจรรย์ของวิถีชีวิตชุมชนไทยแท้ๆ ในราคาประหยัด
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| # | รายการ | ประเภทขบวนรถ | ระยะเวลาการเดินทาง | ราคาตั๋วเริ่มต้น | จุดเด่นหลัก |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ทางรถไฟสายมรณะ ถ้ำกระแซ – น้ำตกไทรโยคน้อย (จ.กาญจนบุรี) | ขบวนรถพิเศษนำเที่ยว 909/910 และขบวนธรรมดา | ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip) | 120 บาท (ไป-กลับ รถพัดลม) | สะพานไม้เลียบหน้าผาถ้ำกระแซและน้ำตกไทรโยคน้อย |
| 2 | รถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ – สถานีโคกสลุง (จ.ลพบุรี) | ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวเฉพาะฤดูกาล | ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip) | 350 บาท (ไป-กลับ รถพัดลม) | จุดจอดรถไฟชมวิวกลางอ่างเก็บน้ำ 360 องศา |
| 3 | ขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ กรุงเทพ – พระนครศรีอยุธยา | ขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์พิเศษ 921/922 | ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip) | 329 บาท (ไป-กลับ รวมของว่าง) | หัวรถจักรไอน้ำโบราณยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 |
| 4 | SRT Royal Blossom: กรุงเทพ – กาญจนบุรี (วิถีวัฒนธรรมและธรรมชาติ) | ขบวนรถท่องเที่ยวพิเศษระดับพรีเมียม SRT Royal Blossom | ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip) | 2,299 บาท (รวมอาหารและทัวร์) | ตู้โดยสารหรูหราพร้อมหน้าต่างกระจกโค้งชมวิวพาโนรามา |
| 5 | เส้นทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์สายเหนือ อุโมงค์ขุนตาน – สะพานขาวทาชมภู (จ.ลำปาง – จ.ลำพูน) | ขบวนรถไฟสายเหนือประจำ (ขบวนท้องถิ่น, รถด่วนพิเศษ) | ทริป 2 วัน 1 คืน หรือเดินทางข้ามคืน | 15 บาท (รถท้องถิ่น) / 744 บาท (ตู้นอนปรับอากาศ) | อุโมงค์รถไฟประวัติศาสตร์ยาว 1,352 เมตรและสะพานขาวทาชมภู |
| 6 | ขบวนรถพิเศษนำเที่ยว กรุงเทพ – สวนสนประดิพัทธ์ (จ.ประจวบคีรีขันธ์) | ขบวนรถพิเศษนำเที่ยว 911/912 | ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip) | 120 บาท (ไป-กลับ รถพัดลม) | สถานีรถไฟติดชายทะเลและแวะนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ |
| 7 | ขบวนรถท่องเที่ยว KIHA 183: กรุงเทพ – ปากช่อง / เขาใหญ่ (จ.นครราชสีมา) | ขบวนรถดีเซลรางท่องเที่ยวปรับอากาศ KIHA 183 | ทริป 2 วัน 1 คืน (รวมที่พักและนำเที่ยว) | 4,499 บาท (รวมที่พัก อาหาร และรถนำเที่ยว) | ขบวนรถดีเซลรางญี่ปุ่นแท้ลัดเลาะขอบอ่างเก็บน้ำลำตะคอง |
| 8 | ขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ กรุงเทพ – ชุมทางฉะเชิงเทรา | ขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์พิเศษ 903/904 | ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip) | 329 บาท (ไป-กลับ รวมของว่าง) | ข้ามสะพานแม่น้ำบางปะกงและไหว้หลวงพ่อโสธร |
| 9 | SRT Royal Blossom: เส้นทางทุ่งทานตะวันและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (จ.ลพบุรี) | ขบวนรถท่องเที่ยวพิเศษระดับพรีเมียม SRT Royal Blossom | ไป-กลับ 1 วัน (One Day Trip) | 2,399 บาท (รวมอาหารและโปรแกรมนำเที่ยว) | ชมวิวทุ่งทานตะวันและรถไฟลอยน้ำผ่านกระจกพาโนรามา |
| 10 | เส้นทางวิถีชีวิตประวัติศาสตร์ชุมชนริมราง ตลาดร่มหุบ (สถานีบ้านแหลม – แม่กลอง) | ขบวนรถไฟชานเมืองธรรมดา (สายบ้านแหลม – แม่กลอง) | เที่ยวละประมาณ 1 ชั่วโมง | 10 บาท (เที่ยวเดียว) | สัมผัสบรรยากาศตลาดร่มหุบและวิวนาเกลือริมทาง |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณงบประมาณจำกัดและสายลุย#10เส้นทางวิถีชีวิตประวัติศาสตร์ชุมชนริมราง ตลาดร่มหุบ (สถานีบ้านแหลม – แม่กลอง)ค่าโดยสารเริ่มต้นเพียง 10 บาท ได้สัมผัสวิถีชุมชนแท้ๆ และทัศนียภาพนาเกลือป่าชายเลนอย่างใกล้ชิดอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณต้องการความสะดวกสบายระดับพรีเมียม#4SRT Royal Blossom: กรุงเทพ – กาญจนบุรี (วิถีวัฒนธรรมและธรรมชาติ)บริการระดับโรงแรมหรูเคลื่อนที่ หน้าต่างกระจกโค้งพาโนรามา อาหารครบมื้อ และบริการนำเที่ยวอย่างสมบูรณ์แบบอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณครอบครัวที่มีผู้สูงอายุและเด็ก#6ขบวนรถพิเศษนำเที่ยว กรุงเทพ – สวนสนประดิพัทธ์ (จ.ประจวบคีรีขันธ์)การเดินทางวันเดียวสบายๆ มีตู้ปรับอากาศ แวะไหว้พระตอนเช้า และมีเวลาพักผ่อนริมชายหาดร่มรื่นนานถึง 4 ชั่วโมงอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณช่างภาพและผู้หลงใหลความคลาสสิก#3ขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ กรุงเทพ – พระนครศรีอยุธยาหัวรถจักรไอน้ำโบราณยุคหลังสงครามโลกที่ยังใช้งานได้จริง พร้อมบรรยากาศย้อนยุคสู่อุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลกอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณนักท่องเที่ยวสายโรแมนติกรับลมหนาว#2รถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ – สถานีโคกสลุง (จ.ลพบุรี)จุดจอดรถไฟกลางผืนน้ำกว้างใหญ่ 360 องศา สัมผัสสายลมหนาวและวิวธรรมชาติที่เปิดให้สัมผัสเพียงปีละครั้งอ่านรายละเอียด
บทสรุป
การเดินทางด้วยรถไฟท่องเที่ยวทั้ง 10 เส้นทางนี้สะท้อนให้เห็นว่า เสน่ห์ที่แท้จริงของการท่องเที่ยวไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เรื่องราว บรรยากาศ และทัศนียภาพที่ซึมซับได้ตลอดสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นการย้อนรอยประวัติศาสตร์ผ่านสะพานไม้และหัวรถจักรไอน้ำโบราณ หรือการทอดสายตามองผืนน้ำกว้างใหญ่กลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ การเลือกเดินทางแบบสโลว์ไลฟ์บนรางเหล็กจึงเป็นทางเลือกพักผ่อนที่คุ้มค่า ช่วยเติมเต็มพลังใจ และสร้างความทรงจำที่ตราตรึงใจในทุกช่วงเวลาอย่างแท้จริง
อ่านเพิ่มในหัวข้อท่องเที่ยวและโรงแรม5
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- 1.thailand.go.th
- 2.readthecloud.co
- 3.kanchanaburi.center
- 4.lemon8-app.com
- 5.xn--72cb4be9bwa1a9bzbzovc.com
- 6.thaipbs.or.th
- 7.prd.go.th
- 8.youtube.com
- 9.line.me
- 10.kapook.com
- 11.mgronline.com
- 12.thaipbs.or.th
- 13.youtube.com
- 14.thailandplus.tv
- 15.banmuang.co.th
- 16.youtube.com
- 17.thailand.go.th
- 18.youtube.com
- 19.railway.co.th
- 20.closeupthailand.com
- 21.trueid.net
- 22.ibusiness.co
- 23.thailandplus.tv
- 24.bangkokbiznews.com
- 25.facebook.com
- 26.bangkokbiznews.com
- 27.pantip.com
- 28.facebook.com
- 29.tripgether.com
- 30.prd.go.th
- 31.trip.com
- 32.trueid.net
- 33.kapook.com
- 34.chillpainai.com
- 35.facebook.com
- 36.facebook.com
- 37.mgronline.com
- 38.trip.com
- 39.trueid.net
- 40.lemon8-app.com
- 41.youtube.com
คำถามที่พบบ่อย
การจองตั๋วรถไฟนำเที่ยวขบวนพิเศษของการรถไฟแห่งประเทศไทยทำได้อย่างไร?
สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ผ่านระบบออนไลน์ D-Ticket ของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือติดต่อซื้อได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วทุกสถานีทั่วประเทศ โดยขบวนนำเที่ยวปกติเปิดให้จองล่วงหน้าได้สูงสุดตามเงื่อนไขของแต่ละประเภทขบวน
ขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์เปิดให้บริการวันไหนบ้างในแต่ละปี?
ขบวนรถจักรไอน้ำเปิดให้บริการเฉพาะ 6-7 วันสำคัญของชาติ ได้แก่ วันสถาปนากิจการรถไฟ (26 มี.ค.), วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชินี (3 มิ.ย.), วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (28 ก.ค.), วันแม่แห่งชาติ (12 ส.ค.), วันปิยมหาราช (23 ต.ค.) และวันพ่อแห่งชาติ (5 ธ.ค.)
รถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เปิดวิ่งช่วงเดือนไหน?
รถไฟลอยน้ำเปิดให้บริการเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยวิ่งเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดพิเศษตามประกาศของการรถไฟฯ
รถไฟขบวน SRT Royal Blossom แตกต่างจากรถไฟทั่วไปอย่างไร?
SRT Royal Blossom เป็นขบวนรถดัดแปลงระดับพรีเมียมจากตู้โดยสาร Hamanasu ของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในที่หรูหรา กระจกหน้าต่างบานโค้งมุมมองกว้าง 180 องศา พร้อมห้องรับรองส่วนตัว บาร์เครื่องดื่ม และจำหน่ายในรูปแบบแพ็กเกจท่องเที่ยวรวมอาหารและทัวร์
หากมีเวลาเพียง 1 วัน เส้นทางไหนเดินทางง่ายและไม่เหนื่อยล้าที่สุด?
หากมองหาทริปไปเช้า-เย็นกลับที่ตอบโจทย์ความสบายสูงสุด ตัวเลือกอันดับต้นๆ คือสายกรุงเทพฯ – สวนสนประดิพัทธ์ รวมถึงช่วงสถานีถ้ำกระแซ – น้ำตกไทรโยคน้อยบนทางรถไฟสายมรณะ เพราะมีขบวนปรับอากาศคอยบริการ โดยการเดินทางจะเริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่และเดินทางกลับถึงเมืองหลวงในเวลาค่ำ ทำให้มีช่วงเวลาแวะดื่มด่ำกับบรรยากาศปลายทางได้อย่างเต็มอิ่ม
อ่านต่อ

ท่องเที่ยวและโรงแรม1 วิว
รายการแนะนำอุทยานแห่งชาติทางบกที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ในประเทศไทย
เจาะลึก 5 ผืนป่าบกที่กว้างใหญ่ในไทย อ้างอิงสถิติพื้นที่ทางการจากกรมอุทยานฯ พร้อมพิกัดไฮไลต์สำหรับนักเดินทางสายธรรมชาติ
ในบทความ: อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน · อุทยานแห่งชาติทับลาน · อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ท่องเที่ยวและโรงแรม2 วิว
5 โรงแรมและรีสอร์ตระดับไอคอนิกในไทย การันตีกุญแจมิชลิน สวรรค์แห่งการพักผ่อนระดับเวิลด์คลาส
ส่อง 5 หมุดหมายโรงแรมและรีสอร์ตระดับไอคอนิกของไทยที่คว้าตราสัญลักษณ์กุญแจมิชลิน (Michelin Keys) สะท้อนความสมบูรณ์แบบแห่งศิลปะการต้อนรับระดับโลก
ในบทความ: Mandarin Oriental, Bangkok · Capella Bangkok · The Siam

โรงงานผลิตเสื้อผ้าและแฟชั่น0 วิว
10 อันดับแบรนด์เสื้อผ้าและแฟชั่นที่มีมูลค่าแบรนด์สูงที่สุดในโลก ปี 2026
เจาะลึก 10 สุดยอดแบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่มีมูลค่าประเมินสูงที่สุด สะท้อนกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มและโมเดลธุรกิจที่ผู้ประกอบการการ์เม้นท์ไทยต้องจับตา
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ