10 อันดับประเทศผู้ส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปรายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุด
เจาะลึก 10 มหาอำนาจการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของโลก พร้อมตัวเลขมูลค่าการค้าและทิศทางซัพพลายเชนสิ่งทอล่าสุดสำหรับผู้ประกอบการแฟชั่น
จัดอันดับตาม มูลค่าการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)· ที่มา World Trade Organization (WTO) และหน่วยงานศุลกากรทางการของแต่ละประเทศ· ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 (ค.ศ. 2025) อัปเดตล่าสุดปี 2569

อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและเสื้อผ้าสำเร็จรูปถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยมูลค่าตลาดรวมที่สูงหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐในแต่ละปี การเคลื่อนไหวของฐานการผลิตและการกระจายสินค้าไม่ได้สะท้อนเพียงต้นทุนค่าแรงเท่านั้น แต่ยังชี้วัดขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ ข้อตกลงทางการค้าเสรี และการปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล
ในช่วงที่ผ่านมา ห่วงโซ่อุปทานสิ่งทอเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญจากการกระจายความเสี่ยง (China Plus One) รวมถึงนโยบายการจัดซื้อแบบ Nearshoring ที่แบรนด์แฟชั่นระดับโลกมองหาแหล่งผลิตที่รวดเร็วและยืดหยุ่นขึ้น ส่งผลให้สมรภูมิการแข่งขันระหว่างกลุ่มผู้ผลิตดั้งเดิมและดาวรุ่งในเอเชียทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ข้อมูลสถิติการส่งออกจึงเป็นเข็มทิศเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการไทย
TNPrank ได้รวบรวมข้อมูลสถิติล่าสุดของการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป (HS Code 61 และ 62) ในระดับรายประเทศเดี่ยว เพื่อพาไปสำรวจ 10 มหาอำนาจผู้ครองสัดส่วนตลาดโลก วิเคราะห์จุดแข็ง จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง และแนวโน้มที่เจ้าของแบรนด์ตลอดจนโรงงานการ์เม้นท์ควรจับตามองเพื่อปรับตัวรับมือกับทิศทางธุรกิจในอนาคต
วัดผลอย่างไร
การจัดอันดับนี้พิจารณาจากมูลค่าการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปรายประเทศเดี่ยว (ไม่นับรวมกลุ่มการค้าหลายประเทศอย่าง EU ในภาพรวม) ตามพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ HS Code 61 (Apparel knitted/crocheted) และ HS Code 62 (Apparel not knitted/crocheted) อ้างอิงสถิติจากองค์การการค้าโลก (WTO) ร่วมกับข้อมูลจากกรมศุลกากรและกระทรวงพาณิชย์ของแต่ละประเทศ เพื่อให้เห็นการแข่งขันระดับประเทศเดี่ยวอย่างเป็นธรรม
นับถอยหลัง 10 อันดับ
จุดยุทธศาสตร์ Nearshoring สหรัฐฯ
เม็กซิโก (Mexico)
ฐานการผลิตหน้าด่านของตลาดอเมริกาเหนือด้วยโมเดล Nearshoring

เม็กซิโกกลับเข้ามามีบทบาทโดดเด่นใน 10 อันดับแรกของโลก โดยได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกระแสการย้ายฐานการผลิตเข้ามาใกล้ตลาดผู้บริโภค (Nearshoring) เพื่อป้อนสินค้าเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี USMCA สินค้าที่ผลิตในเม็กซิโกสามารถส่งเข้าสหรัฐฯ ได้โดยปลอดภาษีและใช้ระยะเวลาขนส่งทางบกเพียงไม่กี่วัน ทำให้แบรนด์แฟชั่นในอเมริกาเหนือสามารถลดระยะเวลานำการผลิต (Lead Time) จากหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ ลดต้นทุนสต็อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเชี่ยวชาญของโรงงานเม็กซิโก (Maquiladoras) กระจุกตัวอยู่ในการผลิตกางเกงยีนส์เดนิม เสื้อยืดคอตตอน และเสื้อผ้าทำงาน โดยปัจจุบันมีการยกระดับโรงงานให้รองรับคำสั่งซื้อที่มีความยืดหยุ่นและระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี (Just-In-Time) อย่างแพร่หลาย
- มูลค่าการส่งออก
- $7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 1.25%
- กลุ่มสินค้าเด่น
- กางเกงยีนส์เดนิม, เสื้อผ้าทำงาน, เสื้อยืดเบสิก
- ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทรนด์ Nearshoring ของตลาดสหรัฐฯ
- ขนส่งทางบกเข้าสู่ตลาดอเมริกาเหนือได้ภายในเวลา 24-72 ชั่วโมง
- สิทธิประโยชน์ปลอดภาษีศุลกากรภายใต้กรอบข้อตกลง USMCA
- ตอบสนองคำสั่งซื้อแบบ Just-In-Time ได้อย่างรวดเร็ว
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่เจาะตลาดอเมริกาเหนือโดยเฉพาะ และต้องการความเร็วระดับสูงสุดในการจัดส่งเพื่อลดสต็อกตกค้าง
ฮับสิ่งทอสังเคราะห์และแอคทีฟแวร์
อินโดนีเซีย (Indonesia)
ศูนย์กลางการผลิตเสื้อผ้ากีฬาและเส้นใยสังเคราะห์มาตรฐานสูง

อินโดนีเซียถือเป็นพี่ใหญ่แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีศักยภาพการผลิตขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนประชากรที่มากเป็นอันดับ 4 ของโลก ทำให้มีกำลังแรงงานในภาคการผลิตอย่างมหาศาล ควบคู่ไปกับความพร้อมของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ช่วยหนุนการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ เช่น โพลีเอสเตอร์และเรยอน
จุดแข็งหลักของอินโดนีเซียในตลาดโลกคือการเป็นฐานการผลิตเสื้อผ้ากีฬา (Activewear) ชุดชั้นใน และเสื้อผ้าสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง โดยมีแบรนด์ระดับสากลเข้ามาตั้งโรงงานผลิตสินค้าทางเทคนิคเป็นจำนวนมาก โรงงานในอินโดนีเซียขึ้นชื่อเรื่องการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
การลงทุนด้านเทคโนโลยีสีเขียวและการใช้พลังงานหมุนเวียนในนิคมอุตสาหกรรมสิ่งทอยังช่วยเสริมภาพลักษณ์การผลิตที่ยั่งยืน สอดคล้องกับทิศทางความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อในสหรัฐอเมริกาและยุโรปในปัจจุบัน
- มูลค่าการส่งออก
- $9,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 1.60%
- กลุ่มสินค้าเด่น
- ชุดกีฬาแอคทีฟแวร์, เสื้อผ้าใยสังเคราะห์, ชุดชั้นในสตรี
- ฐานการผลิตเส้นใยสังเคราะห์และเรยอนที่แข็งแกร่งในอาเซียน
- เชี่ยวชาญการตัดเย็บชุดกีฬาและชุดชั้นในที่มีความละเอียดสูง
- มุ่งเน้นการปฏิบัติตามมาตรฐาน ESG และพลังงานหมุนเวียน
- กำลังแรงงานมีเสถียรภาพและมีทักษะทางเทคนิคเฉพาะทาง
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับแบรนด์ชุดกีฬาและแอคทีฟแวร์ที่ต้องการใช้วัตถุดิบใยสังเคราะห์คุณภาพสูงควบคู่กับมาตรฐานการผลิตที่ยั่งยืน
ผู้นำเสื้อผ้าถักและคอตตอนหนัก
ปากีสถาน (Pakistan)
แหล่งผลิตสิ่งทอฝ้ายครบวงจรพร้อมสิทธิพิเศษภาษียุโรป

ปากีสถานก้าวขึ้นมาติดอันดับท็อป 10 ผู้ส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของโลกได้อย่างมั่นคง โดยมีมูลค่าการส่งออกเฉพาะสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูป Knitwear และ Woven Garments อยู่ที่ประมาณ 9,800 – 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมอัตราการเติบโต 6.83% YoY จากข้อมูลของ Pakistan Bureau of Statistics (PBS) และ WTO ที่มาแห่งความสำเร็จนี้เกิดจากโครงสร้างอุตสาหกรรมในประเทศที่เป็นผู้เพาะปลูกและผลิตฝ้ายรายใหญ่ของโลกเช่นเดียวกับอินเดีย ทำให้มีห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำถึงปลายน้ำครบวงจร ตั้งแต่การปั่นด้าย ทอผ้า ย้อม ไปจนถึงการตัดเย็บสำเร็จรูปโดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบเส้นใยธรรมชาติจากภายนอก
สิ่งที่ทำให้ปากีสถานโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเห็นได้ชัด คือความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายเนื้อหนา โดยมีสินค้าส่งออกเรือธงในกลุ่มเสื้อผ้าถักและเสื้อผ้าทอ เช่น กางเกงเดนิม กางเกงลำลองชิโน ตลอดจนชุดยูนิฟอร์มทำงานที่มีความทนทานสูง ซึ่งกลุ่มโรงงานในศูนย์กลางอุตสาหกรรมอย่างเมืองการาจีและละฮอร์มีการพัฒนาเทคโนโลยีการฟอก การตัดเย็บ และระบบควบคุมคุณภาพจนได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ระดับสากล ทำให้ปากีสถานกลายเป็นฐานการผลิตยีนส์และชุดทำงานที่มีความคุ้มค่าด้านต้นทุนและคุณภาพสูงในสายตาผู้ซื้อทั่วโลก
ในเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้จัดซื้อและผู้ประกอบการ ปากีสถานมีความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างมากจากการได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า GSP Plus จากสหภาพยุโรป ซึ่งช่วยยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มส่วนใหญ่ ส่งผลให้ผู้สั่งผลิตที่นำเข้าสินค้าไปยังตลาดยุโรปมีต้นทุนภาษีที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลายราย การผสานจุดแข็งระหว่างวัตถุดิบฝ้ายในประเทศ ฝีมือแรงงานเฉพาะทาง และแต้มต่อทางภาษีศุลกากร จึงทำให้ปากีสถานเป็นทางเลือกหลักที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการบริหารต้นทุนและการจัดหาซัพพลายเชนสินค้าเดนิมและเสื้อผ้าลำลองระยะยาว
- มูลค่าการส่งออก
- $9,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 1.72%
- กลุ่มสินค้าเด่น
- เสื้อผ้าถักคอตตอน, กางเกงเดนิม, ยูนิฟอร์มและชุดทำงาน
- มีฐานการปลูกฝ้ายและโรงงานปั่นด้ายขนาดใหญ่ในประเทศ
- ได้สิทธิประโยชน์ทางการค้า GSP Plus ส่งออกไปยุโรปแบบปลอดภาษี
- เชี่ยวชาญการผลิตผ้าฝ้ายเนื้อหนาและชุดทำงานที่ทนทาน
- อัตราการเติบโตของการส่งออกขยายตัวต่อเนื่องอย่างมั่นคง
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่เน้นผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้าย เสื้อผ้าถักลำลอง และสินค้าที่ต้องการแข่งขันด้านราคาในตลาดยุโรป
ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งอาเซียน
กัมพูชา (Cambodia)
ฐานการผลิตดาวรุ่งแห่งอาเซียนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตของการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ร้อนแรงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยมีตัวเลขการขยายตัวมากกว่า 16% YoY อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มถือเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจที่สร้างงานและรายได้เงินตราต่างประเทศให้แก่กัมพูชาอย่างมหาศาล
ปัจจัยผลักดันความสำเร็จของกัมพูชามาจากการเป็นฐานการผลิตที่ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มทุนข้ามชาติ ทั้งจากไต้หวัน ฮ่องกง และจีน ที่ย้ายฐานการผลิตเข้ามาเพื่อใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางการค้า รวมถึงต้นทุนแรงงานที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง
รัฐบาลกัมพูชายังได้ร่วมมือกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ภายใต้โครงการ Better Factories Cambodia เพื่อสร้างความโปร่งใสในสภาพแวดล้อมการทำงาน ซึ่งกลายเป็นจุดขายสำคัญที่ช่วยดึงดูดแบรนด์แฟชั่นระดับโลกจากทั้งสหรัฐฯ และยุโรปให้เข้ามาตั้งฐานผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- มูลค่าการส่งออก
- $11,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 2.01%
- กลุ่มสินค้าเด่น
- เสื้อผ้าลำลอง, เสื้อแจ็กเก็ต, เสื้อผ้าเด็ก
- มีอัตราการเติบโตของการส่งออกสูงที่สุดในกลุ่มผู้นำอาเซียน
- ได้รับการสนับสนุนจากโครงการตรวจสอบแรงงานมาตรฐานสากล Better Factories
- เป็นฐานรับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ในอุตสาหกรรมตัดเย็บ
- ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในหลายตลาดพัฒนาแล้ว
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงด้านฐานการผลิตด้วยต้นทุนที่ประหยัดและมีมาตรฐานแรงงานสากลรับรอง
ผู้นำแฟชั่นระดับไฮเอนด์
อิตาลี (Italy)
ศูนย์กลางแห่งความหรูหรา งานช่างฝีมือ และเสื้อผ้าไฮเอนด์

อิตาลีเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่ติดอันดับผู้นำการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป โดยมีจุดยืนที่แตกต่างจากประเทศอื่นอย่างสิ้นเชิง อิตาลีไม่ได้เน้นการผลิตเชิงปริมาณ แต่ครองความเป็นผู้นำด้านมูลค่าต่อชิ้นสินค้าด้วยตราสินค้าหรูหราระดับโลกและงานช่างฝีมือชั้นสูง (Sartorial Excellence)
อุตสาหกรรมแฟชั่นของอิตาลีพึ่งพาคลัสเตอร์สิ่งทอที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เช่น บีเอลลา (Biella) ที่มีชื่อเสียงเรื่องผ้าวูล และโกโม (Como) ที่โดดเด่นเรื่องผ้าไหม สินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปประเภทสูท เสื้อโค้ต และเรดี้ทูแวร์จากแบรนด์ระดับไฮเอนด์
แม้จะมีต้นทุนค่าแรงและกระบวนการผลิตที่สูงที่สุดในบรรดา 10 อันดับ แต่ป้ายกำกับ 'Made in Italy' ยังคงมีมูลค่าตราสินค้าที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งในสายตาผู้บริโภคระดับบนทั่วโลก ทำให้อิตาลียังคงรักษามูลค่าการส่งออกในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง
- มูลค่าการส่งออก
- $14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 2.52%
- กลุ่มสินค้าเด่น
- สูททางการ, เสื้อผ้าไหมพรมแคชเมียร์, เสื้อผ้าลักชัวรี
- สร้างมูลค่าการส่งออกต่อชิ้นสูงที่สุดในโลก
- ศูนย์รวมแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์และลักชัวรีชั้นนำ
- มีคลัสเตอร์ผลิตผ้าวูล แคชเมียร์ และผ้าไหมคุณภาพระดับโลก
- ตราสินค้า Made in Italy มีมูลค่าทางการค้าสูงเป็นพิเศษ
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับแบรนด์ระดับลักชัวรีที่ต้องการภาพลักษณ์ความประณีตสูงสุดและเนื้อผ้าระดับเอกสิทธิ์เฉพาะตัว
ศูนย์กลางการผลิต Fast Delivery ยุโรป
ตุรกี (Türkiye)
ผู้นำด้านเดนิมระดับพรีเมียมและความเร็วในการส่งมอบสู่ตลาดยุโรป

ตุรกีถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงระหว่างทวีปเอเชียและยุโรปอย่างลงตัว จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ตุรกียังคงครองตำแหน่งท็อป 5 ของโลกคือความเร็วในการตอบสนองคำสั่งซื้อ (Speed to Market) โดยใช้เวลาขนส่งทางบกไปยังเมืองสำคัญในยุโรปเพียงไม่กี่วัน
โรงงานผลิตเสื้อผ้าของตุรกีมีชื่อเสียงด้านมาตรฐานการผลิตระดับสูง โดยเฉพาะการผลิตเดนิมคุณภาพพรีเมียม เสื้อผ้าถักแฟชั่น และสินค้าที่ต้องใช้นวัตกรรมเส้นใยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นในการรับคำสั่งซื้อแบบ Fast Turnaround ซึ่งแบรนด์ยุโรปมักใช้เป็นฐานผลิตเพื่อเติมสต็อกสินค้าอย่างเร่งด่วน
แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานภายในประเทศ แต่ความน่าเชื่อถือด้านการออกแบบ คุณภาพผ้า และความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์กับตลาดยุโรปยังคงเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้ตุรกียังคงเป็นผู้เล่นที่ยากจะหาใครมาแทนที่ได้ง่ายๆ
- มูลค่าการส่งออก
- $16,810 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 2.93%
- กลุ่มสินค้าเด่น
- กางเกงยีนส์พรีเมียม, เสื้อผ้าถักแฟชั่น, ผ้าขนหนูและเครื่องนุ่งห่ม
- ทำเลที่ตั้งใกล้ตลาดยุโรป ส่งมอบสินค้าได้ภายในเวลาอันสั้น
- มีชื่อเสียงระดับโลกในการฟอกย้อมและการผลิตเดนิมระดับบน
- ความเชี่ยวชาญด้านมาตรฐานความยั่งยืนและการรีไซเคิลสิ่งทอ
- ความยืดหยุ่นสูงต่อรอบการสั่งซื้อแบบ Fast Track
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสินค้าแฟชั่นคุณภาพยุโรป และต้องการรอบการผลิตที่สั้นเพื่อตอบสนองเทรนด์อย่างทันท่วงที
มหาอำนาจผ้าฝ้ายธรรมชาติ
อินเดีย (India)
ยักษ์ใหญ่ด้านวัตถุดิบฝ้ายธรรมชาติและงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย

อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประวัติศาสตร์และรากฐานอุตสาหกรรมสิ่งทอยาวนานที่สุด โดยมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่สำคัญคือการเป็นผู้ผลิตฝ้ายธรรมชาติและเส้นใยรายใหญ่ของโลก ทำให้มีวัตถุดิบต้นน้ำภายในประเทศอย่างอุดมสมบูรณ์โดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าทั้งหมด
ภาคการผลิตเสื้อผ้าของอินเดียมีความโดดเด่นทั้งในกลุ่มสินค้าผ้าฝ้ายสำเร็จรูป เสื้อผ้าที่มีงานปักหรืองานฝีมือแบบดั้งเดิม ไปจนถึงเสื้อผ้าสำหรับชีวิตประจำวัน โดยในช่วงหลังรัฐบาลอินเดียได้ผลักดันโครงการสนับสนุนด้านการลงทุน (PLI Scheme) เพื่อยกระดับโรงงานสู่การผลิตสเกลใหญ่ที่ทันสมัย
การเติบโตของการส่งออกเสื้อผ้าอินเดียยังได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาเส้นใยสังเคราะห์และผ้าผสม เพื่อตอบสนองความต้องการของแบรนด์แฟชั่นระดับสากล ทำให้อินเดียขยับอันดับแซงหน้าคู่แข่งหลายประเทศขึ้นมาเป็นผู้เล่นแถวหน้าของโลก
- มูลค่าการส่งออก
- $17,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 3.00%
- กลุ่มสินค้าเด่น
- เสื้อผ้าฝ้ายธรรมชาติ, งานปักประณีต, เสื้อผ้าโฮมแวร์
- แหล่งผลิตฝ้ายธรรมชาติและเส้นด้ายรายใหญ่ของโลก
- ซัพพลายเชนต้นน้ำแข็งแกร่ง พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบน้อย
- ผสมผสานระหว่างงานอุตสาหกรรมและทักษะหัตถศิลป์อย่างลงตัว
- ได้รับการสนับสนุนเงินทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐ
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่เน้นผลิตภัณฑ์จากคอตตอน 100% เสื้อผ้าสไตล์โบฮีเมียน หรืองานแฟชั่นที่ต้องการดีเทลงานทอเฉพาะตัว
ฮับชุดกีฬาพรีเมียม
เวียดนาม (Vietnam)
ผู้นำการผลิตชุดกีฬาและเสื้อผ้าฟังก์ชันนัลคุณภาพสูง

เวียดนามก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นที่มีอัตราการเติบโตด้านการส่งออกเสื้อผ้าสูงที่สุดแห่งหนึ่ง โดยทำสถิติจี้ติดอันดับสองอย่างสูสี จุดแข็งหลักของเวียดนามคือแรงงานที่มีทักษะฝีมือประณีต ประสิทธิภาพการผลิตสูง และที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อการเชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบจากจีนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
สินค้าส่งออกของเวียดนามมีความหลากหลายสูง โดยมุ่งเน้นกลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น ชุดกีฬาสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เสื้อแจ็กเก็ตกันหนาว เสื้อผ้าฟังก์ชันนัล และชุดสูท ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำและการควบคุมคุณภาพระดับพรีเมียม จึงทำให้เวียดนามกลายเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ของแบรนด์กีฬาระดับโลก
นอกจากนี้ เครือข่ายข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ครอบคลุม เช่น CPTPP และ EVFTA ยังช่วยให้สินค้าการ์เม้นท์จากเวียดนามได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีในตลาดยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ทำให้สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) เข้ามาพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
- มูลค่าการส่งออก
- $37,510 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 6.53%
- กลุ่มสินค้าเด่น
- ชุดกีฬาประสิทธิภาพสูง, แจ็กเก็ตกันหนาว, เอาต์ดอร์แวร์
- เติบโตโดดเด่นสองหลัก (มากกว่า 10% YoY)
- ฐานการผลิตสำคัญของแบรนด์กีฬาระดับโลกอย่าง Nike และ Adidas
- ความได้เปรียบจากข้อตกลงการค้าเสรีครอบคลุมทั้งยุโรปและเอเชีย
- ฝีมือแรงงานมีความแม่นยำสูง เหมาะกับงานฟังก์ชันซับซ้อน
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับแบรนด์แฟชั่นระดับกลางถึงบนและแบรนด์กีฬาที่มองหางานตัดเย็บคุณภาพสูงพร้อมความรวดเร็วในการส่งมอบ
ราชาแห่งเสื้อผ้าถักและเดนิม
บังกลาเทศ (Bangladesh)
ศูนย์กลางการผลิตเสื้อผ้าพื้นฐานและเดนิมสเกลใหญ่ระดับโลก

บังกลาเทศยืนหยัดในฐานะยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มสำเร็จรูป (RMG) ของเอเชียใต้ โดยมีภาคการ์เม้นท์เป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนสัดส่วนรายได้จากการส่งออกมากกว่า 80% ของประเทศ จุดเริ่มต้นมาจากการสนับสนุนสิทธิพิเศษทางภาษีและต้นทุนค่าแรงที่แข่งขันได้สูง
ความโดดเด่นของบังกลาเทศอยู่ที่ความเชี่ยวชาญการผลิตสินค้าประเภทเสื้อผ้าถัก (Knitwear) เช่น เสื้อยืด เสื้อโปโล และกางเกงเดนิม โดยโรงงานส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ของแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นชั้นนำทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บังกลาเทศได้ยกระดับความปลอดภัยของอาคารและมาตรฐานแรงงานอย่างเข้มงวดหลังความร่วมมือระดับสากล พร้อมทั้งกลายเป็นประเทศที่มีโรงงานการ์เม้นท์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แสดงถึงการมุ่งสู่อุตสาหกรรมที่ยั่งยืน
- มูลค่าการส่งออก
- $38,820 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 6.76%
- กลุ่มสินค้าเด่น
- เสื้อยืด, เสื้อผ้าถัก, กางเกงยีนส์เดนิม
- ครองอันดับ 2 ของประเทศเดี่ยวที่ส่งออกเสื้อผ้ามากที่สุด
- เชี่ยวชาญการผลิตเสื้อผ้าถักและยีนส์ในระดับแมสสเกล
- มีโรงงานที่ได้รับมาตรฐานอาคารเขียว LEED สูงเป็นอันดับต้นๆ
- ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในตลาดยุโรปและประเทศคู่ค้าหลัก
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับแบรนด์ค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ต้องการสั่งผลิตเสื้อผ้าเบสิกและเดนิมในปริมาณมหาศาลด้วยต้นทุนที่ควบคุมได้ดี
และอันดับ 1 ก็คือ…
เบอร์หนึ่งของโลก
จีน (China)
มหาอำนาจซัพพลายเชนสิ่งทอและแฟชั่นเทคโนโลยีครบวงจร

ประเทศจีนยังคงรั้งตำแหน่งมหาอำนาจอันดับหนึ่งด้านการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของโลกอย่างมั่นคง ด้วยระบบนิเวศการผลิตที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การปลูกฝ้าย ผลิตเส้นใยสังเคราะห์ การทอ การย้อม ไปจนถึงการตัดเย็บและการขนส่งทางเรือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลก
แม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สัดส่วนส่วนแบ่งตลาดของจีนจะเริ่มปรับตัวลดลงเล็กน้อยอันเนื่องมาจากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นและกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงของแบรนด์ระดับนานาชาติ แต่โรงงานในจีนได้ปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วยการนำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์เข้ามาใช้ในสายการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาการส่งมอบสินค้า
นอกจากนี้ ตลาดส่งออกของจีนยังขยายตัวอย่างแข็งแกร่งผ่านโมเดลอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนแบบ Ultra-fast Fashion ซึ่งทำให้จีนยังคงครองความได้เปรียบทั้งในแง่ของปริมาณ ความเร็ว และความซับซ้อนของเทคนิคการตัดเย็บที่ยากจะหาประเทศใดเทียบเคียงได้สมบูรณ์แบบ
- มูลค่าการส่งออก
- $157,110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 27.35%
- กลุ่มสินค้าเด่น
- เสื้อผ้าแฟชั่นเทคโนโลยีสูง, แจ็กเก็ต, ผ้าใยสังเคราะห์
- ครองอันดับ 1 ของโลกด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 27%
- ซัพพลายเชนสิ่งทอครบวงจรตั้งแต่เส้นใยถึงสินค้าสำเร็จรูป
- ผู้นำด้านการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติและดิจิทัลการ์เม้นท์
- ขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนระดับโลก
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการคำสั่งซื้อปริมาณมหาศาล ควบคู่กับงานเทคนิคซับซ้อนและงานวัสดุสังเคราะห์นวัตกรรมสูง
สรุปผลทั้ง 10 อันดับ
มูลค่าการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ที่มา: World Trade Organization (WTO) และหน่วยงานศุลกากรทางการของแต่ละประเทศ · ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 (ค.ศ. 2025) อัปเดตล่าสุดปี 2569
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| อันดับ | รายการ | มูลค่าการส่งออก | ส่วนแบ่งตลาดโลก | กลุ่มสินค้าเด่น |
|---|---|---|---|---|
| 1 | จีน (China) | $157,110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 27.35% | เสื้อผ้าแฟชั่นเทคโนโลยีสูง, แจ็กเก็ต, ผ้าใยสังเคราะห์ |
| 2 | บังกลาเทศ (Bangladesh) | $38,820 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 6.76% | เสื้อยืด, เสื้อผ้าถัก, กางเกงยีนส์เดนิม |
| 3 | เวียดนาม (Vietnam) | $37,510 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 6.53% | ชุดกีฬาประสิทธิภาพสูง, แจ็กเก็ตกันหนาว, เอาต์ดอร์แวร์ |
| 4 | อินเดีย (India) | $17,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 3.00% | เสื้อผ้าฝ้ายธรรมชาติ, งานปักประณีต, เสื้อผ้าโฮมแวร์ |
| 5 | ตุรกี (Türkiye) | $16,810 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 2.93% | กางเกงยีนส์พรีเมียม, เสื้อผ้าถักแฟชั่น, ผ้าขนหนูและเครื่องนุ่งห่ม |
| 6 | อิตาลี (Italy) | $14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 2.52% | สูททางการ, เสื้อผ้าไหมพรมแคชเมียร์, เสื้อผ้าลักชัวรี |
| 7 | กัมพูชา (Cambodia) | $11,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 2.01% | เสื้อผ้าลำลอง, เสื้อแจ็กเก็ต, เสื้อผ้าเด็ก |
| 8 | ปากีสถาน (Pakistan) | $9,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 1.72% | เสื้อผ้าถักคอตตอน, กางเกงเดนิม, ยูนิฟอร์มและชุดทำงาน |
| 9 | อินโดนีเซีย (Indonesia) | $9,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 1.60% | ชุดกีฬาแอคทีฟแวร์, เสื้อผ้าใยสังเคราะห์, ชุดชั้นในสตรี |
| 10 | เม็กซิโก (Mexico) | $7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 1.25% | กางเกงยีนส์เดนิม, เสื้อผ้าทำงาน, เสื้อยืดเบสิก |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณแบรนด์ชุดกีฬาและสินค้าฟังก์ชันนัลอันดับ 3เวียดนาม (Vietnam)มีความเชี่ยวชาญด้านงานตัดเย็บทางเทคนิค เสื้อผ้าเอาต์ดอร์ และมีข้อตกลงการค้าเสรีครอบคลุมตลาดใหญ่ทั่วโลกอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณแบรนด์ค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เน้นสินค้าเบสิกและเดนิมอันดับ 2บังกลาเทศ (Bangladesh)รองรับกำลังการผลิตล็อตใหญ่ในระดับแมสสเกลได้ดีที่สุดด้วยต้นทุนที่คุ้มค่าและโรงงานมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลกอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์และลักชัวรีอันดับ 6อิตาลี (Italy)สร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดด้วยตราสินค้า Made in Italy งานฝีมือชั้นครู และผ้าวูลผ้าไหมคุณภาพระดับเอกสิทธิ์อ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณธุรกิจที่ต้องการความเร็วในการตอบสนองตลาดอเมริกาอันดับ 10เม็กซิโก (Mexico)ได้เปรียบด้านทำเล Nearshoring ขนส่งทางบกเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้ภายในไม่กี่วันภายใต้สิทธิประโยชน์ปลอดภาษีอ่านรายละเอียด
บทสรุป
การจัดอันดับ 10 ประเทศผู้ส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปรายใหญ่ที่สุดในโลกสะท้อนให้เห็นว่า ภูมิศาสตร์ของอุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังเกิดการกระจายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้จีนจะยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งด้วยโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่ครบวงจร แต่สัดส่วนตลาดเริ่มถูกแบ่งสรรไปยังประเทศอย่างเวียดนามและบังกลาเทศที่มีความคล่องตัวด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี ขณะที่ประเทศอย่างกัมพูชาและอินเดียกำลังเร่งยกระดับบทบาทของตนเองอย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้ประกอบการโรงงานการ์เม้นท์และแบรนด์แฟชั่นไทย การทำความเข้าใจจุดแข็งของแต่ละประเทศไม่ได้เป็นเพียงการสังเกตคู่แข่ง แต่เป็นการมองหาพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในซัพพลายเชน การผลิตในยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ต้นทุนแรงงานถูกที่สุดอีกต่อไป หากแต่วัดกันที่ความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น การปฏิบัติตามมาตรฐานความยั่งยืน และการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการสูญเสีย ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดความอยู่รอดของธุรกิจสิ่งทอในระยะยาว
อ่านเพิ่มในหัวข้อโรงงานผลิตเสื้อผ้า3แฟชั่น3การสร้างแบรนด์3
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
ประเทศใดส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปมากที่สุดในโลก?
ประเทศจีนครองอันดับหนึ่งด้วยมูลค่าการส่งออกมากกว่า 157,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดโลกกว่า 27% โดยมีจุดแข็งจากห่วงโซ่อุปทานสิ่งทอที่ครบวงจรที่สุดในโลก
ทำไมเวียดนามจึงสามารถขยับขึ้นมาแข่งขันกับบังกลาเทศได้อย่างสูสี?
เวียดนามมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการดึงดูดแบรนด์สปอร์ตแวร์และฟังก์ชันนัลแวร์มูลค่าสูง ประกอบกับการได้รับประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีทั้ง EVFTA และ CPTPP
คำว่าเสื้อผ้าสำเร็จรูปในการจัดอันดับนี้ครอบคลุมสินค้าใดบ้าง?
ครอบคลุมพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์หมวด HS Code 61 (เสื้อผ้าถักนิตติ้ง) และ HS Code 62 (เสื้อผ้าทอแบบ Woven) ซึ่งเป็นมาตรฐานสถิติการค้าระหว่างประเทศที่วัดมูลค่าเสื้อผ้าสำเร็จรูปโดยเฉพาะ
แนวโน้ม Nearshoring ส่งผลต่อการจัดอันดับการส่งออกเสื้อผ้าอย่างไร?
ส่งผลให้ประเทศที่มีพรมแดนหรือตั้งอยู่ใกล้กับตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่อย่างเม็กซิโก (ใกล้สหรัฐฯ) และตุรกี (ใกล้ยุโรป) ได้รับความนิยมสูงขึ้น เนื่องจากช่วยลดระยะเวลาขนส่งและความผันผวนของระบบโลจิสติกส์ทางทะเล
อ่านต่อ

โรงงานผลิตเสื้อผ้าและแฟชั่น1 วิว
5 เทคนิคสกรีนและพิมพ์ลายเสื้อยอดนิยมที่โรงงานการ์เม้นท์แนะนำสำหรับสร้างแบรนด์แฟชั่น
เจาะลึก 5 เทคโนโลยีงานสกรีนและพิมพ์ลายเสื้อยอดนิยมแห่งวงการการ์เม้นท์ ช่วยแบรนด์แฟชั่นเลือกเทคนิคที่ตอบโจทย์เนื้อผ้า ต้นทุน และความคุ้มค่าอย่างมืออาชีพ
ในบทความ: Silk Screen (ซิลค์สกรีน) · DTG (Direct to Garment) · DTF / DFT (Direct to Film)

โรงงานผลิตเสื้อผ้าและแฟชั่น1 วิว
10 เนื้อผ้าพรีเมียมยอดนิยมสำหรับสั่งผลิตเสื้อยืดและเสื้อโปโลสร้างแบรนด์แฟชั่น
คู่มือคัดสรร 10 เนื้อผ้าเกรดพรีเมียมสำหรับเจ้าของแบรนด์แฟชั่น เจาะลึกโครงสร้างเส้นใย น้ำหนักผ้า และเทคนิคการเลือกผลิตเสื้อยืดและเสื้อโปโลให้ตอบโจทย์ตลาด
ในบทความ: Cotton Comb 32 (ผ้าฝ้ายหวี 100% เบอร์ 32) · Cotton Comb 20 Heavyweight (ผ้าฝ้ายหนาพรีเมียม เบอร์ 20) · Cotton Comb 40 Interlock (ผ้าฝ้ายดับเบิลนิตอินเตอร์ล็อค)

อาหารและคาเฟ่0 วิว
10 อันดับแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดและ QSR ที่มีสาขาทั่วโลกมากที่สุดในปัจจุบัน
เจาะลึก 10 ยักษ์ใหญ่ธุรกิจบริการอาหารด่วน (QSR) ที่ครอบครองสาขามากที่สุดในโลก วัดผลด้วยตัวเลขสถิติสาขาล่าสุดระดับสากล
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ