10 อันดับชิปเซ็ตประมวลผลสมาร์ตโฟนที่มีคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core สูงที่สุด ปี 2026
เปิดสถิติ 10 สุดยอดขุมพลังสมาร์ตโฟนเรือธงประจำปี 2026 วัดขีดความสามารถการประมวลผลแบบหลายแกนหลักด้วยคะแนน Geekbench 6 Multi-Core สูงสุด
จัดอันดับตาม คะแนน Geekbench 6 Multi-Core· ที่มา Geekbench Database / GSMArena / Geekerwan· ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

ในยุคที่สมาร์ตโฟนไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่การติดต่อสื่อสาร แต่กลายเป็นศูนย์กลางการประมวลผลของโมเดลปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ (On-Device AI) การเรนเดอร์กราฟิกระดับคอนโซล และการตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง ชิปประมวลผลจึงเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนประสบการณ์ใช้งานของผู้บริโภค การวัดสมรรถนะผ่านโปรแกรมทดสอบมาตรฐานสากลอย่าง Geekbench 6 จึงเป็นหนึ่งในเกณฑ์อ้างอิงที่ได้รับความน่าเชื่อถือสูงที่สุดในแวดวงเทคโนโลยีระดับสากล
การประมวลผลแบบหลายแกนหลัก หรือ Multi-Core ถือเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนการทำงานจริงของสมาร์ตโฟนในปัจจุบันได้ชัดเจนที่สุด เนื่องจากแอปพลิเคชันยุคใหม่ ทั้งระบบปฏิบัติการ งานมัลติทาสก์ และกระบวนการอัลกอริทึมของกล้องถ่ายภาพ ล้วนต้องพึ่งพาการประสานงานของคอร์ประสิทธิภาพสูงร่วมกันหลายตัว ชิปเซ็ตที่ทำคะแนนด้านนี้ได้โดดเด่นจึงการันตีความลื่นไหลในการใช้งานหนักต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี
สำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์เครื่องใหม่ประจำปี 2026 บทความนี้ของ TNPrank ได้รวบรวมและจัดอันดับ 10 ชิปเซ็ตประมวลผลของสมาร์ตโฟนที่มีคะแนนทดสอบ Geekbench 6 Multi-Core สูงที่สุดจากฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นคู่มือประกอบการตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ประสิทธิภาพความแรงสูงสุดอย่างคุ้มค่า
วัดผลอย่างไร
การจัดอันดับอ้างอิงจากตัวเลขคะแนนการประมวลผลหลายแกนหลัก (Multi-Core Score) จากโปรแกรมทดสอบมาตรฐาน Geekbench 6 ซึ่งรวบรวมจากผลการทดสอบของอุปกรณ์ที่วางจำหน่ายจริงในตลาด ณ ปี 2568 - 2569 โดยคัดเลือกคะแนนเฉลี่ยสูงสุดที่มีการบันทึกไว้ในฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการ
นับถอยหลัง 10 อันดับ
เรือธงไฮบริดสายเกมมิ่ง
Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 Leading Version
สุดยอดชิปเรือธงคล็อกพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมระดับฮาร์ดคอร์
Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 Leading Version (หรือ Snapdragon 8 Gen 3 for Galaxy) เป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมไฮบริดรุ่นปรับปรุงสูงสุดของ Qualcomm ที่นำชิปเรือธงยอดนิยมมาเค้นพลังงานให้เข้าใกล้ขีดสุด เพื่อมอบให้กับอุปกรณ์ระดับเรือธงและสมาร์ตโฟนสายเกมมิ่งโดยเฉพาะ
ความพิเศษของรุ่น Leading Version คือการปรับความถี่สัญญาณนาฬิกาของคอร์ประธาน Cortex-X4 ขึ้นไปแตะระดับ 3.4 GHz โดยยังคงโครงสร้างคอร์แบบ 1+5+2 ไว้อย่างลงตัว (1 คอร์แรงสุด, 5 คอร์ประสิทธิภาพ, 2 คอร์ประหยัดไฟ) ทำให้สามารถผลักดันคะแนน Geekbench 6 Multi-Core ได้สูงถึง 7,200 คะแนน
ในมุมมองของผู้ใช้งาน ชิปรุ่นนี้มอบความเสถียรสูงสุดเมื่อจับคู่กับสมาร์ตโฟนที่มีระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมหรือห้องไอน้ำ (Vapor Chamber) ขนาดใหญ่ สามารถรักษาเฟรมเรตในการเล่นเกมหนักๆ ได้อย่างนิ่งสนิท พร้อมทั้งจัดการงานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้อย่างประหยัดแบตเตอรี่
- สถาปัตยกรรมซีพียู
- 1+5+2 (Cortex-X4 + A720 + A520)
- กระบวนการผลิต
- 4 นาโนเมตร (TSMC N4P)
- อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
- RedMagic 9S Pro, Samsung Galaxy S24 Ultra
ข้อมูลใช้งานจริง
- กลุ่มอุปกรณ์
- สมาร์ตโฟนเกมมิ่งและเรือธงคัดพิเศษ
- ปีเปิดตัววางจำหน่าย
- 2568 - 2569
- คอร์ Cortex-X4 ปรับความถี่สูงพิเศษแตะ 3.4 GHz
- สถาปัตยกรรม 1+5+2 ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าประหยัดพลังงานและเสถียรสูง
- คะแนน Multi-Core ทะลุ 7,200 คะแนน รันเกมระดับหนักได้อย่างสบาย
จุดเด่น
- ความเข้ากันได้กับเกมและโปรแกรมแอนดรอยด์อยู่ในเกณฑ์สูงสุด
- ประสิทธิภาพความนิ่งของเฟรมเรตเมื่อเล่นเกมติดต่อกันหลายชั่วโมง
ข้อควรรู้
- เป็นสถาปัตยกรรมยุค 4 นาโนเมตรก่อนก้าวเข้าสู่ยุค Oryon
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับสายเกมมิ่งตัวจริงที่ต้องการชิปที่เสถียร รองรับเกมทุกประเภทอย่างสมบูรณ์แบบไร้ปัญหาบั๊กกราฟิก
จุดเริ่มต้น All Big Core
MediaTek Dimensity 9300
ผู้ปฏิวัติวงการด้วยโครงสร้างแกนประมวลผลขนาดใหญ่ล้วน

MediaTek Dimensity 9300 คือชิปเซ็ตผู้ปฏิวัติวงการที่กล้าฉีกกรอบการออกแบบชิปเซ็ตสมาร์ตโฟนแบบดั้งเดิม โดยเป็นรุ่นบุกเบิกที่นำแนวคิดสถาปัตยกรรม All Big Core มาใช้งานจริงเป็นครั้งแรก จนสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับผู้ผลิตชิปเซ็ตทั่วโลก
จุดสร้างความแตกต่างคือการจัดวางแกนประมวลผล Cortex-X4 จำนวน 4 แกน ทำงานร่วมกับ Cortex-A720 อีกจำนวน 4 แกน โดยไม่มีการใช้แกนประหยัดพลังงาน Cortex-A5xx แม้แต่แกนเดียว ส่งผลให้พลังการคำนวณแบบหลายแกนหลักพุ่งทะลุขีดจำกัดเดิม จนสามารถทำคะแนน Geekbench 6 ได้ถึง 7,396 คะแนน
ความคุ้มค่าเชิงการใช้งานคือการพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบสามารถรองรับการทำงานที่หนักหน่วง เช่น การประมวลผลโมเดล AI ภายในตัวเครื่อง หรือการเรนเดอร์งานที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพในการจัดการความร้อนและพลังงาน
- สถาปัตยกรรมซีพียู
- All Big Core (4x Cortex-X4 + 4x Cortex-A720)
- กระบวนการผลิต
- 4 นาโนเมตร (TSMC N4P)
- อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
- Vivo X100 Pro, Oppo Find X7
ข้อมูลใช้งานจริง
- กลุ่มอุปกรณ์
- สมาร์ตโฟนเรือธงสายการถ่ายภาพ
- ปีเปิดตัววางจำหน่าย
- 2568 - 2569
- จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมการออกแบบ All Big Core ไม่มีคอร์ประหยัดพลังงาน
- คะแนน Multi-Core ระดับ 7,396 คะแนน ขับเคลื่อนแอปพลิเคชันหนักได้ดีเยี่ยม
- ระบบประมวลผลภาพถ่ายระบบพิเศษที่สร้างชื่อเสียงให้สมาร์ตโฟนสายกล้อง
จุดเด่น
- สมรรถนะการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอระดับท็อป
- ความสามารถในการประมวลผลงานกราฟิกหลายมิติทำได้รวดเร็ว
ข้อควรรู้
- เมื่อใช้งานหนักต่อเนื่องยาวนาน ระบบจะเริ่มปรับลดสัญญาณนาฬิกาเพื่อควบคุมอุณหภูมิ
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาสมาร์ตโฟนสายกล้องตัวท็อปที่มีราคาเข้าถึงง่ายขึ้นพร้อมความแรงที่ไม่เป็นรองใคร
รุ่นบุกเบิก 3 นาโนเมตร
Apple A17 Pro
ชิปประวัติศาสตร์ 3 นาโนเมตรรุ่นแรกที่ยังคงความแรงระดับท็อป
Apple A17 Pro ถือเป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์ของวงการสารกึ่งตัวนำสมาร์ตโฟน ในฐานะชิปเซ็ตเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลกที่ใช้กระบวนการผลิตระดับ 3 นาโนเมตร ซึ่งเปิดตัวและติดตั้งในสมาร์ตโฟนตระกูล Pro ยอดนิยม เพื่อมอบสมรรถนะการทำงานที่ล้ำหน้ากว่ายุคสมัย
จุดเด่นเชิงวิศวกรรมอยู่ที่การออกแบบไมโครอาร์คิเทกเจอร์ของคอร์ประมวลผลให้มีความกว้างและลึกเป็นพิเศษ ทำให้การประมวลผลคำสั่งหลายแกนพร้อมกันมีความแม่นยำสูง แม้เวลาจะผ่านไปก็ยังสามารถรักษาคะแนน Geekbench 6 Multi-Core ไว้ได้สูงถึง 7,440 คะแนนอย่างเหนียวแน่น
สำหรับผู้บริโภค ชิปตัวนี้มีหน่วยประมวลผลกราฟิกที่รองรับระบบฮาร์ดแวร์เรย์เทรซซิ่ง (Hardware-accelerated Ray Tracing) ทำให้สามารถรันเกมระดับคอนโซลเกรด AAA บนหน้าจอมือถือได้อย่างงดงาม และมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการทำงานตัดต่อสื่อคุณภาพสูงได้ทุกที่
- สถาปัตยกรรมซีพียู
- Apple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency)
- กระบวนการผลิต
- 3 นาโนเมตร รุ่นแรก (TSMC N3B)
- อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
- iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max
ข้อมูลใช้งานจริง
- กลุ่มอุปกรณ์
- iPhone พรีเมียมรุ่นปรับลดราคา
- ปีเปิดตัววางจำหน่าย
- 2568 - 2569
- ชิปเซ็ตสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 3 นาโนเมตร
- รักษาคะแนน Multi-Core ได้มากกว่า 7,400 คะแนนได้อย่างเหนียวแน่น
- รองรับการเล่นเกมระดับคอนโซลระดับสูงแบบเปิด Hardware Ray Tracing
จุดเด่น
- ความเสถียรในการใช้งานระยะยาวยังคงอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม
- รองรับเกมระดับบิ๊กเนมและการประมวลผลภาพระดับสตูดิโอ
ข้อควรรู้
- เป็นชิปรุ่นก่อนหน้าที่ปัจจุบันเน้นทำตลาดในกลุ่มเครื่องระดับพรีเมียมมือสองหรือรุ่นปรับลดราคา
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าในการซื้อไอโฟนรุ่นโปรที่ยังคงแรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบในปัจจุบัน
สุดยอดความคุ้มค่าระดับเรือธง
MediaTek Dimensity 9300+
เรือธงพลัสคอร์ใหญ่ล้วนที่ยกระดับความเร็วขึ้นไปอีกขั้น
MediaTek Dimensity 9300+ พัฒนาขึ้นมาเพื่อต่อยอดความสำเร็จของชิปเซ็ตรุ่นก่อนหน้า โดยมุ่งเน้นการดึงศักยภาพสูงสุดของฮาร์ดแวร์เดิมออกมาให้เต็มขีดจำกัด เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานที่มองหาความแรงขั้นสุดในราคาที่คุ้มค่ากว่าเรือธงตัวท็อปสุดในตลาด
ความแตกต่างที่ชัดเจนคือการโอเวอร์คล็อกแกนประมวลผลระดับท็อป Cortex-X4 ให้มีความถี่สัญญาณนาฬิกาพุ่งแตะระดับ 3.4 GHz ควบคู่กับสถาปัตยกรรม All Big Core ที่ตัดคอร์ประหยัดไฟขนาดเล็กออก จึงสามารถเรียกพลังประมวลผลพร้อมกันทุกแกนได้อย่างดุดัน และทำคะแนน Geekbench 6 Multi-Core ได้สูงถึง 7,541 คะแนน
ในแง่การใช้งานจริง ชิปรุ่นนี้นิยมนำไปติดตั้งในกลุ่มสมาร์ตโฟน Flagship Killer มอบความสามารถในการประมวลผลกราฟิกและการเล่นเกมระดับสูงได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้โดยไม่ต้องจ่ายในราคาระดับสูงสุด
- สถาปัตยกรรมซีพียู
- All Big Core (4x Cortex-X4 + 4x Cortex-A720)
- กระบวนการผลิต
- 4 นาโนเมตร รุ่นที่สาม (TSMC N4P)
- อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
- Xiaomi 14T Pro, Vivo iQOO Series
ข้อมูลใช้งานจริง
- กลุ่มอุปกรณ์
- สมาร์ตโฟน Flagship Killer
- ปีเปิดตัววางจำหน่าย
- 2568 - 2569
- แกนประมวลผล Cortex-X4 ปรับความถี่สูงถึง 3.4 GHz
- สถาปัตยกรรมคอร์ใหญ่ล้วน ขับเคลื่อนงานกราฟิกและเกมได้ลื่นไหล
- ทำคะแนน Multi-Core ได้สูงกว่า 7,500 คะแนน ในระดับราคาคุ้มค่า
จุดเด่น
- ให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมที่ต่อเนื่องและเฟรมเรตคงที่
- อัตราส่วนความแรงต่อระดับราคาตัวเครื่องยอดเยี่ยมมาก
ข้อควรรู้
- ใช้กระบวนการผลิต 4 นาโนเมตร ซึ่งการจัดการพลังงานเป็นรองกลุ่ม 3 นาโนเมตรเล็กน้อย
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับสายเกมเมอร์ที่มองหาสมาร์ตโฟนสเปกแรงจัดในงบประมาณสมเหตุสมผล
นวัตกรรม 3 นาโนเมตร GAA
Samsung Exynos 2500
การปฏิวัติด้วยเทคโนโลยี GAA 10 คอร์ประมวลผลจากค่ายเกาหลีใต้
Samsung Exynos 2500 แสดงถึงความมุ่งมั่นทางวิศวกรรมของ Samsung ในการสร้างชิปเซ็ตระดับพรีเมียมด้วยการใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงแบบ 3 นาโนเมตร Gate-All-Around (GAA) ซึ่งเป็นการนำโครงสร้างทรานซิสเตอร์แบบใหม่มาปรับใช้เพื่อควบคุมการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าและยกระดับประสิทธิภาพโดยรวม
สิ่งที่ทำให้ชิปตัวนี้โดดเด่นคือการใช้โครงสร้างซีพียูมากถึง 10 คอร์ (Deca-Core) ช่วยให้การกระจายโหลดงานคำนวณหลายแกนหลักทำได้อย่างยืดหยุ่นและเป็นอิสระ ส่งผลให้คะแนนทดสอบ Geekbench 6 Multi-Core พุ่งทะยานได้สูงถึง 8,211 คะแนน
นอกจากด้านการประมวลผลข้อมูลแล้ว Exynos 2500 ยังผสานหน่วยประมวลผลกราฟิก Xclipse ที่พัฒนาร่วมกับ AMD ภายใต้สถาปัตยกรรม RDNA ซึ่งสร้างประโยชน์โดยตรงแก่นักเล่นเกม ด้วยการเรนเดอร์แสงเงาแบบ Ray Tracing ที่สมจริง คมชัด และคงอัตราเฟรมเรตได้นิ่งสม่ำเสมอ
- สถาปัตยกรรมซีพียู
- Deca-Core (10 Cores สถาปัตยกรรม Arm v9.2)
- กระบวนการผลิต
- 3 นาโนเมตร GAA (Samsung Foundry)
- อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
- Samsung Galaxy ตระกูลพับได้และรุ่นเรือธง
ข้อมูลใช้งานจริง
- กลุ่มอุปกรณ์
- สมาร์ตโฟนพับได้และเรือธงคัดสรร
- ปีเปิดตัววางจำหน่าย
- 2568 - 2569
- สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 3nm GAA รุ่นบุกเบิกของอุตสาหกรรม
- โครงสร้างแบบ 10 แกนประมวลผล กระจายภาระงานได้อย่างสมดุล
- กราฟิก Xclipse รองรับการประมวลผลแสงเงา Ray Tracing ขั้นสูง
จุดเด่น
- การประมวลผลงานแบบมัลติทาสก์หลายหน้าต่างทำได้อย่างคล่องตัว
- เทคโนโลยีหน่วยประมวลผลกราฟิกทำงานร่วมกับเกมรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
ข้อควรรู้
- ความสม่ำเสมอของผลการประมวลผลอาจขึ้นอยู่กับการระบายความร้อนของเครื่องแต่ละรุ่น
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ใช้สมาร์ตโฟนจอพับที่ต้องการทั้งความบางและการประมวลผลหลายแอปพร้อมกันบนหน้าจอขนาดใหญ่
รุ่นมาตรฐานประสิทธิภาพสูง
Apple A18
ขุมพลังประจำสมาร์ตโฟนรุ่นมาตรฐานที่ให้ความแรงเทียบเคียงระดับเรือธง

Apple A18 ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ให้แก่สมาร์ตโฟนรุ่นเริ่มต้นของค่าย โดยนำนวัตกรรมการผลิตระดับ 3 นาโนเมตรรุ่นใหม่มาติดตั้งบนสมาร์ตโฟนรุ่นมาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงพลังการประมวลผลระดับสูงได้โดยไม่ต้องขยับไปเล่นรุ่นท็อปเพียงอย่างเดียว
โครงสร้างของชิปรุ่นนี้ใช้ซีพียู 6 คอร์ที่ได้รับการปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในใหม่ทั้งหมด เพื่อเน้นขีดความสามารถในการประมวลผลเชิงเวกเตอร์และการจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาลพร้อมกัน ส่งผลให้ผลการทดสอบ Geekbench 6 แบบ Multi-Core สามารถไต่ระดับขึ้นมาแตะหลัก 8,430 คะแนนได้อย่างน่าประทับใจ
สำหรับการใช้งานในชีวิตจริง ผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์ที่ลื่นไหลอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการสลับแอปพลิเคชันไปมาอย่างรวดเร็ว การประมวลผลร่วมกับฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะ หรือการเล่นเกมกราฟิก 3D ที่ตอบสนองได้ทันท่วงที จึงนับเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วแรงในระยะยาว
- สถาปัตยกรรมซีพียู
- Apple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency)
- กระบวนการผลิต
- 3 นาโนเมตร รุ่นที่สอง (TSMC N3P)
- อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
- iPhone 16, iPhone 16 Plus
ข้อมูลใช้งานจริง
- กลุ่มอุปกรณ์
- iPhone รุ่นมาตรฐาน
- ปีเปิดตัววางจำหน่าย
- 2568 - 2569
- นำสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตรขั้นสูงมาสู่สมาร์ตโฟนรุ่นมาตรฐาน
- คะแนน Multi-Core แตะ 8,430 คะแนน แรงเหนือกว่าชิปรุ่น Pro ปีก่อนหน้า
- รองรับการทำงานของโมเดลปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ได้อย่างครบถ้วน
จุดเด่น
- มอบความแรงระดับแนวหน้าในงบประมาณที่เข้าถึงง่ายกว่ารุ่นท็อป
- อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานต่ำ ทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน
ข้อควรรู้
- จำนวนคอร์กราฟิกถูกปรับลดลงจากรุ่น Pro เล็กน้อย
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วแรงระดับแถวหน้าสำหรับการใช้งานระยะยาวหลายปีโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายราคาแพงที่สุด
ประสิทธิภาพต่อวัตต์ยอดเยี่ยม
Apple A18 Pro
ขุมพลังระดับท็อปจาก Apple ที่มุ่งเน้นความเร็วและประสิทธิภาพต่อพลังงาน

Apple A18 Pro ได้รับการออกแบบขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์อย่างสมาร์ตโฟนตระกูล Pro ของ Apple โดยสืบทอดปรัชญาการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพต่อวัตต์เป็นอันดับหนึ่ง เพื่อมอบความเร็วสูงสุดควบคู่ไปกับการรักษาความประหยัดพลังงานที่เป็นเลิศในระดับพกพา
แม้ว่าจะเลือกใช้โครงสร้างซีพียูแบบ 6 คอร์ ซึ่งประกอบไปด้วย 2 คอร์ประสิทธิภาพสูง และ 4 คอร์ประหยัดพลังงาน แต่ด้วยการขยายขนาดแคชให้ใหญ่เป็นพิเศษและการออกแบบท่อส่งสัญญาณคำนวณที่กว้างขวาง จึงทำให้ประสิทธิภาพต่อคอร์มีความเร็วที่ทรงพลังมาก จนสามารถดันคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core ไปได้สูงถึง 8,814 คะแนน
ประโยชน์เชิงลึกที่ผู้ใช้งานได้รับคือความสามารถในการตัดต่อและตัดต่อเรนเดอร์วิดีโอฟอร์แมต ProRes บนสมาร์ตโฟนได้ราบรื่นใกล้เคียงกับเวิร์กสเตชันระดับสตูดิโอ พร้อมทั้งขับเคลื่อนระบบอัจฉริยะ Apple Intelligence ในการวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างสรรค์งานได้อย่างรวดเร็วทันใจ
- สถาปัตยกรรมซีพียู
- Apple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency)
- กระบวนการผลิต
- 3 นาโนเมตร รุ่นที่สอง (TSMC N3P)
- อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
- iPhone 16 Pro, iPhone 16 Pro Max
ข้อมูลใช้งานจริง
- กลุ่มอุปกรณ์
- iPhone รุ่น Pro
- ปีเปิดตัววางจำหน่าย
- 2568 - 2569
- ประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงเป็นเลิศ ไม่กินพลังงานแบตเตอรี่เกินจำเป็น
- พลังประมวลผลแบบ Single-Core และ Multi-Core มีความสมดุลสูง
- โครงสร้างรองรับการตัดต่อไฟล์ภาพและวิดีโอระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ
จุดเด่น
- ความเสถียรในการประมวลผลต่อเนื่องสูงมาก
- เรนเดอร์งานวิดีโอความละเอียดสูงได้อย่างลื่นไหลไร้รอยต่อ
ข้อควรรู้
- ใช้งานได้เฉพาะบนระบบปฏิบัติการ iOS ในอุปกรณ์ระดับพรีเมียมของ Apple
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้ที่ต้องการความนิ่ง เสถียร และสมรรถนะการทำงานมัลติมีเดียขั้นสูง
ยอดเยี่ยมด้าน All Big Core
MediaTek Dimensity 9400
สถาปัตยกรรมคอร์ใหญ่ล้วนรุ่นล่าสุด พลังประมวลผลหลายแกนที่ก้าวกระโดด

MediaTek Dimensity 9400 คือหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาหน่วยประมวลผลที่สานต่อความสำเร็จของแนวคิด All Big Core จาก MediaTek โดยตัดสินใจตัดคอร์ประหยัดพลังงานขนาดเล็กออกทั้งหมด เพื่อมุ่งเน้นการใช้แกนประมวลผลประสิทธิภาพสูงอย่างเต็มรูปแบบในการขับเคลื่อนสมาร์ตโฟนเรือธงยุคใหม่
สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือโครงสร้างภายในที่ผสานแกน Cortex-X925 เข้ากับ Cortex-A720 บนสถาปัตยกรรม Arm v9.2 ซึ่งปลดล็อกขีดความสามารถการคำนวณระดับสูงแบบหลายแกนหลักได้อย่างต่อเนื่อง จนสามารถทำคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core ไปได้เกือบแตะ 9,000 คะแนน เหนือกว่าสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ในแง่การนำไปใช้งานจริง ผู้ใช้จะสัมผัสได้ถึงความรวดเร็วในการเรนเดอร์งานวิดีโอความละเอียด 4K รวมถึงการประมวลผลภาพถ่ายจากเซนเซอร์ขนาดใหญ่ได้อย่างฉับไว อีกทั้งยังมีการควบคุมอุณหภูมิและการจัดสรรพลังงานที่เสถียร จึงช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานตลอดวันแม้จะรันงานหนัก
- สถาปัตยกรรมซีพียู
- All Big Core (Cortex-X925 + A720)
- กระบวนการผลิต
- 3 นาโนเมตร (TSMC N3E)
- อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
- Vivo X200 Pro, Oppo Find X8 Pro
ข้อมูลใช้งานจริง
- กลุ่มอุปกรณ์
- เรือธงสายการถ่ายภาพและพรีเมียม
- ปีเปิดตัววางจำหน่าย
- 2568 - 2569
- แนวคิด All Big Core เจเนอเรชันที่สอง แรงเต็มประสิทธิภาพทุกแกน
- คะแนน Multi-Core ทะลุ 8,900 คะแนน ทำผลงานได้สูสีกับคู่แข่งแถวหน้า
- ประสิทธิภาพการประมวลผลภาพถ่ายจากกล้องระดับโปรที่โดดเด่น
จุดเด่น
- ประสิทธิภาพการจัดการความร้อนทำได้ดีเกินคาด
- อัตราการประหยัดพลังงานสำหรับการใช้งานทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม
ข้อควรรู้
- การรองรับไดรเวอร์สำหรับเกมจำลองหรืออีมูเลเตอร์บางประเภทยังเป็นรองค่ายคู่แข่งเล็กน้อย
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมาร์ตโฟนสายถ่ายภาพระดับเรือธงและการเล่นเกมที่มีกราฟิกซับซ้อน
รุ่นปรับแต่งคล็อกพิเศษ
Qualcomm Snapdragon 8 Elite for Galaxy
ขุมพลังเรือธงปรับแต่งสัญญาณนาฬิกาพิเศษสำหรับสมาร์ตโฟนซัมซุง

Qualcomm Snapdragon 8 Elite for Galaxy เกิดขึ้นจากความร่วมมือเชิงลึกระหว่าง Qualcomm และ Samsung ในการนำสถาปัตยกรรมเรือธงรุ่นล่าสุดมาปรับแต่งเพื่ออุปกรณ์ตระกูล Galaxy S Series โดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันสมรรถนะของสมาร์ตโฟนพรีเมียมให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมในยุคที่การประมวลผลข้อมูลต้องการความแม่นยำและความเร็วสูงสุด
ความแตกต่างสำคัญของชิปรุ่นนี้คือการโอเวอร์คล็อกสัญญาณนาฬิกาของซีพียูให้สูงกว่ารุ่นมาตรฐาน ส่งผลให้การตอบสนองต่อโหลดงานคำนวณขั้นสูงทำได้รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น และผลักดันคะแนนการทดสอบ Geekbench 6 แบบ Multi-Core ได้เฉลี่ยสูงถึงระดับ 9,800 คะแนน ซึ่งยืนยันความแข็งแกร่งในการจัดการภาระงานที่ซับซ้อนได้อย่างดีเยี่ยม
สำหรับผู้ใช้งานจริง การผสานพลังระหว่างฮาร์ดแวร์ตัวท็อปกับระบบปฏิบัติการ One UI ช่วยให้การควบคุมความร้อนและการจัดสรรพลังงานมีประสิทธิภาพสูง ลดอาการสะสมความร้อนขณะเล่นเกมกราฟิกหนัก และขับเคลื่อนฟีเจอร์ AI แบบเรียลไทม์บนสมาร์ตโฟนได้อย่างลื่นไหลและไร้รอยต่อ
- สถาปัตยกรรมซีพียู
- Qualcomm Oryon ปรับแต่งพิเศษ
- กระบวนการผลิต
- 3 นาโนเมตร (TSMC N3E)
- อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
- Samsung Galaxy S25 Series
ข้อมูลใช้งานจริง
- กลุ่มอุปกรณ์
- Samsung Galaxy เรือธง
- ปีเปิดตัววางจำหน่าย
- 2568 - 2569
- เพิ่มความถี่สัญญาณนาฬิกาแกนหลักสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน
- ปรับแต่งซอฟต์แวร์เฟิร์มแวร์เฉพาะสำหรับระบบนิเวศ Galaxy
- รองรับการคำนวณระบบ Galaxy AI ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
จุดเด่น
- ผสานการทำงานกับระบบปฏิบัติการได้อย่างลงตัว
- ความเร็วในการเปิดแอปพลิเคชันและการสลับหน้าต่างที่ฉับไว
ข้อควรรู้
- จำกัดการใช้งานเฉพาะสมาร์ตโฟนแบรนด์ Samsung เท่านั้น
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับแฟนสมาร์ตโฟนซัมซุงที่ต้องการความเสถียรและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานระบบนิเวศ Galaxy
และอันดับ 1 ก็คือ…
คะแนนมัลติคอร์สูงสุด
Qualcomm Snapdragon 8 Elite
ที่สุดของขุมพลังแอนดรอยด์ด้วยสถาปัตยกรรม Oryon เจเนอเรชันใหม่

Qualcomm Snapdragon 8 Elite หรือในอดีตคือเจเนอเรชันที่สี่ของตระกูลเรือธง ได้สร้างหมุดหมายใหม่ให้กับวงการชิปเซ็ตสมาร์ตโฟนระบบแอนดรอยด์ ด้วยการเปลี่ยนผ่านสถาปัตยกรรมครั้งใหญ่มาใช้ซีพียู Oryon ที่พัฒนาขึ้นเองภายในองค์กร ทำให้มีประสิทธิภาพการคำนวณแบบขนานก้าวกระโดดจนครองอันดับหนึ่งในการทดสอบหลายแกนหลักได้อย่างขาดลอย
ความโดดเด่นของชิปเซ็ตรุ่นนี้คือการตัดทอนคอร์ประหยัดพลังงานขนาดเล็กออกทั้งหมด แล้วหันมาจัดโครงสร้างแบบ 2 คอร์ความเร็วสูงพิเศษบวกกับ 6 คอร์ประสิทธิภาพสูง ทำให้การเรียกพลังงานประมวลผลสำหรับงานเรนเดอร์หนักๆ ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ ไร้อาการสะดุดแม้เปิดการประมวลผลแบบมัลติทาสก์พร้อมกันหลายหน้าต่าง
ในการใช้งานจริงบนสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียม ผู้ใช้จะสัมผัสได้ถึงความลื่นไหลระดับไร้รอยต่อ ชิปรุ่นนี้ยังรองรับการประมวลผลโมเดลภาษาขนาดใหญ่บนตัวเครื่องได้อย่างราบรื่น ถือเป็นตัวเลือกสูงสุดสำหรับผู้ที่ต้องการความแรงอย่างไร้ข้อผูกมัด
- สถาปัตยกรรมซีพียู
- Qualcomm Oryon (2+6 Cores)
- กระบวนการผลิต
- 3 นาโนเมตร (TSMC N3E)
- อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
- สมาร์ตโฟนเรือธง Android ระดับท็อป
ข้อมูลใช้งานจริง
- กลุ่มอุปกรณ์
- เรือธงระดับพรีเมียม
- ปีเปิดตัววางจำหน่าย
- 2568 - 2569
- คะแนน Multi-Core สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุหลัก 10,500 คะแนน
- สถาปัตยกรรม Oryon รุ่นใหม่ ปรับแต่งมาเพื่อสมาร์ตโฟนโดยเฉพาะ
- ตัดคอร์ประหยัดพลังงานแบบเดิมออก เพิ่มสมรรถนะการทำงานหลายแอปพร้อมกัน
จุดเด่น
- เรนเดอร์กราฟิกและตัดต่อวิดีโอ 8K ได้อย่างรวดเร็ว
- ประมวลผลคำสั่งปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อ
ข้อควรรู้
- ต้องการระบบระบายความร้อนตัวเครื่องที่ดีเพื่อคงความแรงสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ใช้ระดับพาวเวอร์ยูสเซอร์ที่ต้องการสเปกแรงที่สุดเพื่อการเล่นเกมกราฟิกระดับสูงและการทำงานมัลติมีเดียเต็มรูปแบบ
สรุปผลทั้ง 10 อันดับ
คะแนน Geekbench 6 Multi-Core
ที่มา: Geekbench Database / GSMArena / Geekerwan · ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| อันดับ | รายการ | สถาปัตยกรรมซีพียู | กระบวนการผลิต | อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น |
|---|---|---|---|---|
| 1 | Qualcomm Snapdragon 8 Elite | Qualcomm Oryon (2+6 Cores) | 3 นาโนเมตร (TSMC N3E) | สมาร์ตโฟนเรือธง Android ระดับท็อป |
| 2 | Qualcomm Snapdragon 8 Elite for Galaxy | Qualcomm Oryon ปรับแต่งพิเศษ | 3 นาโนเมตร (TSMC N3E) | Samsung Galaxy S25 Series |
| 3 | MediaTek Dimensity 9400 | All Big Core (Cortex-X925 + A720) | 3 นาโนเมตร (TSMC N3E) | Vivo X200 Pro, Oppo Find X8 Pro |
| 4 | Apple A18 Pro | Apple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency) | 3 นาโนเมตร รุ่นที่สอง (TSMC N3P) | iPhone 16 Pro, iPhone 16 Pro Max |
| 5 | Apple A18 | Apple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency) | 3 นาโนเมตร รุ่นที่สอง (TSMC N3P) | iPhone 16, iPhone 16 Plus |
| 6 | Samsung Exynos 2500 | Deca-Core (10 Cores สถาปัตยกรรม Arm v9.2) | 3 นาโนเมตร GAA (Samsung Foundry) | Samsung Galaxy ตระกูลพับได้และรุ่นเรือธง |
| 7 | MediaTek Dimensity 9300+ | All Big Core (4x Cortex-X4 + 4x Cortex-A720) | 4 นาโนเมตร รุ่นที่สาม (TSMC N4P) | Xiaomi 14T Pro, Vivo iQOO Series |
| 8 | Apple A17 Pro | Apple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency) | 3 นาโนเมตร รุ่นแรก (TSMC N3B) | iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max |
| 9 | MediaTek Dimensity 9300 | All Big Core (4x Cortex-X4 + 4x Cortex-A720) | 4 นาโนเมตร (TSMC N4P) | Vivo X100 Pro, Oppo Find X7 |
| 10 | Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 Leading Version | 1+5+2 (Cortex-X4 + A720 + A520) | 4 นาโนเมตร (TSMC N4P) | RedMagic 9S Pro, Samsung Galaxy S24 Ultra |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณผู้ที่ต้องการความแรงสูงสุดไร้ขีดจำกัดอันดับ 1Qualcomm Snapdragon 8 Eliteเป็นชิปเซ็ตที่ทำคะแนนประมวลผลหลายแกนได้เกิน 10,500 คะแนน สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สมาร์ตโฟนปัจจุบันอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสายครีเอเตอร์และตัดต่อวิดีโออันดับ 4Apple A18 Proให้ประสิทธิภาพต่อวัตต์ยอดเยี่ยม ผสานการทำงานร่วมกับระบบจัดการไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงได้อย่างนิ่งและเสถียรอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่เน้นความคุ้มค่าต่อราคาเครื่องอันดับ 7MediaTek Dimensity 9300+มอบความแรงระดับหัวแถวด้วยโครงสร้างคอร์ใหญ่ล้วนในสมาร์ตโฟนกลุ่มราคาจับต้องได้ง่ายอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสายเกมมิ่งฮาร์ดคอร์อันดับ 10Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 Leading Versionมีความถี่คอร์ประมวลผลสูงและรองรับระบบเกมต่างๆ บนแอนดรอยด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบและเสถียรที่สุดอ่านรายละเอียด
บทสรุป
การก้าวกระโดดของสถาปัตยกรรมชิปเซ็ตสมาร์ตโฟนในปี 2026 แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันอย่างดุเดือดระหว่างค่ายผู้ผลิตชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นการฉีกกรอบเดิมด้วยสถาปัตยกรรมคอร์แบบกำหนดเองอย่าง Oryon ของ Qualcomm หรือการยึดแนวทาง Big-Core ล้วนของ MediaTek ไปจนถึงสถาปัตยกรรมประสิทธิภาพสูงต่อวัตต์อันมั่นคงของ Apple ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือผู้ใช้งานที่จะได้สัมผัสสมรรถนะเทียบชั้นคอมพิวเตอร์พกพาบนอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดในมือ
อ่านเพิ่มในหัวข้อแก็ดเจ็ตและไอที32สมาร์ตโฟน19
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- 1.cpu-monkey.com
- 2.gsmarena.com
- 3.cashify.in
- 4.unite4buy.com
- 5.gsmarena.com
- 6.cpu-monkey.com
- 7.techpowerup.com
- 8.gizmochina.com
- 9.gsmarena.com
- 10.wordpress.com
- 11.beebom.com
- 12.beebom.com
- 13.cpu-monkey.com
- 14.beebom.com
- 15.notebookcheck.net
- 16.idntimes.com
- 17.notebookcheck.net
- 18.technologystuff.in
- 19.cpu-monkey.com
- 20.taobao.com
- 21.cpu-monkey.com
- 22.phonesdata.com
- 23.phonesdata.com
- 24.smartprix.com
- 25.cputronic.com
- 26.phoneworld.com.pk
- 27.youtube.com
- 28.gizmochina.com
- 29.notebookcheck.net
คำถามที่พบบ่อย
คะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core บอกอะไรเกี่ยวกับสมาร์ตโฟน?
คะแนน Multi-Core สะท้อนถึงขีดความสามารถในการประมวลผลเมื่อทุกแกนซีพียูทำงานประสานกันพร้อมกัน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับงานหนัก เช่น การประมวลผล AI การตัดต่อวิดีโอ การเรนเดอร์กราฟิกสามมิติ และการเปิดแอปพลิเคชันหลายตัวพร้อมกันโดยไม่หน่วง
ทำไมคะแนน Geekbench 6 ถึงแตกต่างจากการทดสอบใน Geekbench 5?
Geekbench 6 มีการปรับเปลี่ยนชุดการทดสอบให้สะท้อนการใช้งานในยุคปัจจุบันมากขึ้น โดยเพิ่มภาระงานด้าน Machine Learning การประมวลผลภาพถ่ายความละเอียดสูง และการจำลองระบบนำทาง ทำให้ตัวเลขคะแนนไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบข้ามเวอร์ชันกันได้โดยตรง
ชิปเซ็ตที่มีคะแนน Multi-Core สูงกว่า จะกินแบตเตอรี่มากกว่าเสมอไปหรือไม่?
ไม่เสมอไป เนื่องจากชิปรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาดเล็ก เช่น 3 นาโนเมตร จะมีอัตราประสิทธิภาพต่อพลังงานที่ดีขึ้น ทำให้การทำงานสำเร็จได้เร็วกว่าและกลับเข้าสู่สภาวะพักการทำงานได้ไว จึงอาจประหยัดพลังงานกว่าชิปรุ่นเก่าที่มีคะแนนต่ำกว่า
การเลือกซื้อมือถือเพื่อเล่นเกม ควรดูคะแนน Multi-Core เพียงอย่างเดียวหรือไม่?
ควรดูควบคู่ไปกับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) และระบบระบายความร้อนของตัวเครื่อง เนื่องจากคะแนน Multi-Core เป็นตัวชี้วัดซีพียูเป็นหลัก ขณะที่ความลื่นไหลของเกมจำเป็นต้องพึ่งพากราฟิกและการรักษาอุณหภูมิที่เสถียรด้วย
อ่านต่อ

เทคโนโลยีและสมาร์ตโฟน0 วิว
10 แท็บเล็ตและอุปกรณ์หน้าจอพับ 2-in-1 ยอดนิยมปี 2026 ขุมพลัง AI ตอบโจทย์การเรียน การทำงาน และสายวาดเขียน
เจาะลึก 10 แท็บเล็ตและแล็ปท็อป 2-in-1 ยอดนิยมประจำปี 2026 ผสานขุมพลังชิปประมวลผล AI และจอแสดงผลล้ำยุคเพื่อการเรียน การทำงาน และงานกราฟิกอย่างคุ้มค่า
ในบทความ: Apple iPad Pro 13-inch (M4) · Samsung Galaxy Tab S10 Ultra · Microsoft Surface Pro 11th Edition

เทคโนโลยีและสมาร์ตโฟน0 วิว
10 อันดับสมาร์ตโฟนกล้องหลังยอดเยี่ยมที่สุดในโลก จากคะแนนทดสอบ DXOMARK Camera ปี 2026
เจาะลึก 10 อันดับสมาร์ตโฟนที่มีระบบกล้องหลังทรงพลังที่สุดในโลก อิงตามผลคะแนนการทดสอบมาตรฐานระดับสากลของ DXOMARK Camera ประจำปี 2026
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

เทคโนโลยีและสมาร์ตโฟน0 วิว
10 แล็ปท็อป Copilot+ PC และ AI PC พกพายอดนิยมปี 2026 ขุมพลังประมวลผล NPU อัจฉริยะสำหรับสายทำงานและครีเอเตอร์
เจาะลึก 10 แล็ปท็อป Copilot+ PC ยอดนิยมประจำปี 2026 สรุปสเปก NPU ระดับ 45-50+ TOPS แบตเตอรี่อึดข้ามวัน พร้อมฟีเจอร์ AI ออฟไลน์ที่ยกระดับการทำงานและงานสร้างสรรค์
ในบทความ: Microsoft Surface Laptop (7th Edition) · Dell XPS 13 Copilot+ (9345) · ASUS Zenbook S 14 (UX5406)