ข้ามไปยังเนื้อหา
TNPrank
จัดอันดับ 10 → 1

10 อันดับชิปเซ็ตประมวลผลสมาร์ตโฟนที่มีคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core สูงที่สุด ปี 2026

เปิดสถิติ 10 สุดยอดขุมพลังสมาร์ตโฟนเรือธงประจำปี 2026 วัดขีดความสามารถการประมวลผลแบบหลายแกนหลักด้วยคะแนน Geekbench 6 Multi-Core สูงสุด

กองบรรณาธิการ TNPrank อ่าน 24 นาที 0 วิว

จัดอันดับตาม คะแนน Geekbench 6 Multi-Core· ที่มา Geekbench Database / GSMArena / Geekerwan· ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

10 อันดับชิปเซ็ตประมวลผลสมาร์ตโฟนที่มีคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core สูงที่สุด ปี 2026
ภาพ:Monoar_CGI_Artist / Pixabay

ในยุคที่สมาร์ตโฟนไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่การติดต่อสื่อสาร แต่กลายเป็นศูนย์กลางการประมวลผลของโมเดลปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ (On-Device AI) การเรนเดอร์กราฟิกระดับคอนโซล และการตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง ชิปประมวลผลจึงเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนประสบการณ์ใช้งานของผู้บริโภค การวัดสมรรถนะผ่านโปรแกรมทดสอบมาตรฐานสากลอย่าง Geekbench 6 จึงเป็นหนึ่งในเกณฑ์อ้างอิงที่ได้รับความน่าเชื่อถือสูงที่สุดในแวดวงเทคโนโลยีระดับสากล

การประมวลผลแบบหลายแกนหลัก หรือ Multi-Core ถือเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนการทำงานจริงของสมาร์ตโฟนในปัจจุบันได้ชัดเจนที่สุด เนื่องจากแอปพลิเคชันยุคใหม่ ทั้งระบบปฏิบัติการ งานมัลติทาสก์ และกระบวนการอัลกอริทึมของกล้องถ่ายภาพ ล้วนต้องพึ่งพาการประสานงานของคอร์ประสิทธิภาพสูงร่วมกันหลายตัว ชิปเซ็ตที่ทำคะแนนด้านนี้ได้โดดเด่นจึงการันตีความลื่นไหลในการใช้งานหนักต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์เครื่องใหม่ประจำปี 2026 บทความนี้ของ TNPrank ได้รวบรวมและจัดอันดับ 10 ชิปเซ็ตประมวลผลของสมาร์ตโฟนที่มีคะแนนทดสอบ Geekbench 6 Multi-Core สูงที่สุดจากฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นคู่มือประกอบการตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ประสิทธิภาพความแรงสูงสุดอย่างคุ้มค่า

วัดผลอย่างไร

การจัดอันดับอ้างอิงจากตัวเลขคะแนนการประมวลผลหลายแกนหลัก (Multi-Core Score) จากโปรแกรมทดสอบมาตรฐาน Geekbench 6 ซึ่งรวบรวมจากผลการทดสอบของอุปกรณ์ที่วางจำหน่ายจริงในตลาด ณ ปี 2568 - 2569 โดยคัดเลือกคะแนนเฉลี่ยสูงสุดที่มีการบันทึกไว้ในฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการ

นับถอยหลัง 10 อันดับ

อันดับ10

เรือธงไฮบริดสายเกมมิ่ง

Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 Leading Version

สุดยอดชิปเรือธงคล็อกพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมระดับฮาร์ดคอร์

7,200 คะแนนคะแนน Geekbench 6 Multi-Core

Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 Leading Version (หรือ Snapdragon 8 Gen 3 for Galaxy) เป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมไฮบริดรุ่นปรับปรุงสูงสุดของ Qualcomm ที่นำชิปเรือธงยอดนิยมมาเค้นพลังงานให้เข้าใกล้ขีดสุด เพื่อมอบให้กับอุปกรณ์ระดับเรือธงและสมาร์ตโฟนสายเกมมิ่งโดยเฉพาะ

ความพิเศษของรุ่น Leading Version คือการปรับความถี่สัญญาณนาฬิกาของคอร์ประธาน Cortex-X4 ขึ้นไปแตะระดับ 3.4 GHz โดยยังคงโครงสร้างคอร์แบบ 1+5+2 ไว้อย่างลงตัว (1 คอร์แรงสุด, 5 คอร์ประสิทธิภาพ, 2 คอร์ประหยัดไฟ) ทำให้สามารถผลักดันคะแนน Geekbench 6 Multi-Core ได้สูงถึง 7,200 คะแนน

ในมุมมองของผู้ใช้งาน ชิปรุ่นนี้มอบความเสถียรสูงสุดเมื่อจับคู่กับสมาร์ตโฟนที่มีระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมหรือห้องไอน้ำ (Vapor Chamber) ขนาดใหญ่ สามารถรักษาเฟรมเรตในการเล่นเกมหนักๆ ได้อย่างนิ่งสนิท พร้อมทั้งจัดการงานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้อย่างประหยัดแบตเตอรี่

สถาปัตยกรรมซีพียู
1+5+2 (Cortex-X4 + A720 + A520)
กระบวนการผลิต
4 นาโนเมตร (TSMC N4P)
อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
RedMagic 9S Pro, Samsung Galaxy S24 Ultra

ข้อมูลใช้งานจริง

กลุ่มอุปกรณ์
สมาร์ตโฟนเกมมิ่งและเรือธงคัดพิเศษ
ปีเปิดตัววางจำหน่าย
2568 - 2569
  • คอร์ Cortex-X4 ปรับความถี่สูงพิเศษแตะ 3.4 GHz
  • สถาปัตยกรรม 1+5+2 ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าประหยัดพลังงานและเสถียรสูง
  • คะแนน Multi-Core ทะลุ 7,200 คะแนน รันเกมระดับหนักได้อย่างสบาย

จุดเด่น

  • ความเข้ากันได้กับเกมและโปรแกรมแอนดรอยด์อยู่ในเกณฑ์สูงสุด
  • ประสิทธิภาพความนิ่งของเฟรมเรตเมื่อเล่นเกมติดต่อกันหลายชั่วโมง

ข้อควรรู้

  • เป็นสถาปัตยกรรมยุค 4 นาโนเมตรก่อนก้าวเข้าสู่ยุค Oryon

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับสายเกมมิ่งตัวจริงที่ต้องการชิปที่เสถียร รองรับเกมทุกประเภทอย่างสมบูรณ์แบบไร้ปัญหาบั๊กกราฟิก

อันดับ9

จุดเริ่มต้น All Big Core

MediaTek Dimensity 9300

ผู้ปฏิวัติวงการด้วยโครงสร้างแกนประมวลผลขนาดใหญ่ล้วน

7,396 คะแนนคะแนน Geekbench 6 Multi-Core
MediaTek Dimensity 9300 — 10 อันดับชิปเซ็ตประมวลผลสมาร์ตโฟนที่มีคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core สูงที่สุด ปี 2026
ภาพประกอบสร้างโดย TNPrank (AI)

MediaTek Dimensity 9300 คือชิปเซ็ตผู้ปฏิวัติวงการที่กล้าฉีกกรอบการออกแบบชิปเซ็ตสมาร์ตโฟนแบบดั้งเดิม โดยเป็นรุ่นบุกเบิกที่นำแนวคิดสถาปัตยกรรม All Big Core มาใช้งานจริงเป็นครั้งแรก จนสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับผู้ผลิตชิปเซ็ตทั่วโลก

จุดสร้างความแตกต่างคือการจัดวางแกนประมวลผล Cortex-X4 จำนวน 4 แกน ทำงานร่วมกับ Cortex-A720 อีกจำนวน 4 แกน โดยไม่มีการใช้แกนประหยัดพลังงาน Cortex-A5xx แม้แต่แกนเดียว ส่งผลให้พลังการคำนวณแบบหลายแกนหลักพุ่งทะลุขีดจำกัดเดิม จนสามารถทำคะแนน Geekbench 6 ได้ถึง 7,396 คะแนน

ความคุ้มค่าเชิงการใช้งานคือการพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบสามารถรองรับการทำงานที่หนักหน่วง เช่น การประมวลผลโมเดล AI ภายในตัวเครื่อง หรือการเรนเดอร์งานที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพในการจัดการความร้อนและพลังงาน

สถาปัตยกรรมซีพียู
All Big Core (4x Cortex-X4 + 4x Cortex-A720)
กระบวนการผลิต
4 นาโนเมตร (TSMC N4P)
อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
Vivo X100 Pro, Oppo Find X7

ข้อมูลใช้งานจริง

กลุ่มอุปกรณ์
สมาร์ตโฟนเรือธงสายการถ่ายภาพ
ปีเปิดตัววางจำหน่าย
2568 - 2569
  • จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมการออกแบบ All Big Core ไม่มีคอร์ประหยัดพลังงาน
  • คะแนน Multi-Core ระดับ 7,396 คะแนน ขับเคลื่อนแอปพลิเคชันหนักได้ดีเยี่ยม
  • ระบบประมวลผลภาพถ่ายระบบพิเศษที่สร้างชื่อเสียงให้สมาร์ตโฟนสายกล้อง

จุดเด่น

  • สมรรถนะการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอระดับท็อป
  • ความสามารถในการประมวลผลงานกราฟิกหลายมิติทำได้รวดเร็ว

ข้อควรรู้

  • เมื่อใช้งานหนักต่อเนื่องยาวนาน ระบบจะเริ่มปรับลดสัญญาณนาฬิกาเพื่อควบคุมอุณหภูมิ

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาสมาร์ตโฟนสายกล้องตัวท็อปที่มีราคาเข้าถึงง่ายขึ้นพร้อมความแรงที่ไม่เป็นรองใคร

อันดับ8

รุ่นบุกเบิก 3 นาโนเมตร

Apple A17 Pro

ชิปประวัติศาสตร์ 3 นาโนเมตรรุ่นแรกที่ยังคงความแรงระดับท็อป

7,440 คะแนนคะแนน Geekbench 6 Multi-Core

Apple A17 Pro ถือเป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์ของวงการสารกึ่งตัวนำสมาร์ตโฟน ในฐานะชิปเซ็ตเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลกที่ใช้กระบวนการผลิตระดับ 3 นาโนเมตร ซึ่งเปิดตัวและติดตั้งในสมาร์ตโฟนตระกูล Pro ยอดนิยม เพื่อมอบสมรรถนะการทำงานที่ล้ำหน้ากว่ายุคสมัย

จุดเด่นเชิงวิศวกรรมอยู่ที่การออกแบบไมโครอาร์คิเทกเจอร์ของคอร์ประมวลผลให้มีความกว้างและลึกเป็นพิเศษ ทำให้การประมวลผลคำสั่งหลายแกนพร้อมกันมีความแม่นยำสูง แม้เวลาจะผ่านไปก็ยังสามารถรักษาคะแนน Geekbench 6 Multi-Core ไว้ได้สูงถึง 7,440 คะแนนอย่างเหนียวแน่น

สำหรับผู้บริโภค ชิปตัวนี้มีหน่วยประมวลผลกราฟิกที่รองรับระบบฮาร์ดแวร์เรย์เทรซซิ่ง (Hardware-accelerated Ray Tracing) ทำให้สามารถรันเกมระดับคอนโซลเกรด AAA บนหน้าจอมือถือได้อย่างงดงาม และมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการทำงานตัดต่อสื่อคุณภาพสูงได้ทุกที่

สถาปัตยกรรมซีพียู
Apple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency)
กระบวนการผลิต
3 นาโนเมตร รุ่นแรก (TSMC N3B)
อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max

ข้อมูลใช้งานจริง

กลุ่มอุปกรณ์
iPhone พรีเมียมรุ่นปรับลดราคา
ปีเปิดตัววางจำหน่าย
2568 - 2569
  • ชิปเซ็ตสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 3 นาโนเมตร
  • รักษาคะแนน Multi-Core ได้มากกว่า 7,400 คะแนนได้อย่างเหนียวแน่น
  • รองรับการเล่นเกมระดับคอนโซลระดับสูงแบบเปิด Hardware Ray Tracing

จุดเด่น

  • ความเสถียรในการใช้งานระยะยาวยังคงอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม
  • รองรับเกมระดับบิ๊กเนมและการประมวลผลภาพระดับสตูดิโอ

ข้อควรรู้

  • เป็นชิปรุ่นก่อนหน้าที่ปัจจุบันเน้นทำตลาดในกลุ่มเครื่องระดับพรีเมียมมือสองหรือรุ่นปรับลดราคา

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าในการซื้อไอโฟนรุ่นโปรที่ยังคงแรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบในปัจจุบัน

อันดับ7

สุดยอดความคุ้มค่าระดับเรือธง

MediaTek Dimensity 9300+

เรือธงพลัสคอร์ใหญ่ล้วนที่ยกระดับความเร็วขึ้นไปอีกขั้น

7,541 คะแนนคะแนน Geekbench 6 Multi-Core

MediaTek Dimensity 9300+ พัฒนาขึ้นมาเพื่อต่อยอดความสำเร็จของชิปเซ็ตรุ่นก่อนหน้า โดยมุ่งเน้นการดึงศักยภาพสูงสุดของฮาร์ดแวร์เดิมออกมาให้เต็มขีดจำกัด เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานที่มองหาความแรงขั้นสุดในราคาที่คุ้มค่ากว่าเรือธงตัวท็อปสุดในตลาด

ความแตกต่างที่ชัดเจนคือการโอเวอร์คล็อกแกนประมวลผลระดับท็อป Cortex-X4 ให้มีความถี่สัญญาณนาฬิกาพุ่งแตะระดับ 3.4 GHz ควบคู่กับสถาปัตยกรรม All Big Core ที่ตัดคอร์ประหยัดไฟขนาดเล็กออก จึงสามารถเรียกพลังประมวลผลพร้อมกันทุกแกนได้อย่างดุดัน และทำคะแนน Geekbench 6 Multi-Core ได้สูงถึง 7,541 คะแนน

ในแง่การใช้งานจริง ชิปรุ่นนี้นิยมนำไปติดตั้งในกลุ่มสมาร์ตโฟน Flagship Killer มอบความสามารถในการประมวลผลกราฟิกและการเล่นเกมระดับสูงได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้โดยไม่ต้องจ่ายในราคาระดับสูงสุด

สถาปัตยกรรมซีพียู
All Big Core (4x Cortex-X4 + 4x Cortex-A720)
กระบวนการผลิต
4 นาโนเมตร รุ่นที่สาม (TSMC N4P)
อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
Xiaomi 14T Pro, Vivo iQOO Series

ข้อมูลใช้งานจริง

กลุ่มอุปกรณ์
สมาร์ตโฟน Flagship Killer
ปีเปิดตัววางจำหน่าย
2568 - 2569
  • แกนประมวลผล Cortex-X4 ปรับความถี่สูงถึง 3.4 GHz
  • สถาปัตยกรรมคอร์ใหญ่ล้วน ขับเคลื่อนงานกราฟิกและเกมได้ลื่นไหล
  • ทำคะแนน Multi-Core ได้สูงกว่า 7,500 คะแนน ในระดับราคาคุ้มค่า

จุดเด่น

  • ให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมที่ต่อเนื่องและเฟรมเรตคงที่
  • อัตราส่วนความแรงต่อระดับราคาตัวเครื่องยอดเยี่ยมมาก

ข้อควรรู้

  • ใช้กระบวนการผลิต 4 นาโนเมตร ซึ่งการจัดการพลังงานเป็นรองกลุ่ม 3 นาโนเมตรเล็กน้อย

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับสายเกมเมอร์ที่มองหาสมาร์ตโฟนสเปกแรงจัดในงบประมาณสมเหตุสมผล

อันดับ6

นวัตกรรม 3 นาโนเมตร GAA

Samsung Exynos 2500

การปฏิวัติด้วยเทคโนโลยี GAA 10 คอร์ประมวลผลจากค่ายเกาหลีใต้

8,211 คะแนนคะแนน Geekbench 6 Multi-Core

Samsung Exynos 2500 แสดงถึงความมุ่งมั่นทางวิศวกรรมของ Samsung ในการสร้างชิปเซ็ตระดับพรีเมียมด้วยการใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงแบบ 3 นาโนเมตร Gate-All-Around (GAA) ซึ่งเป็นการนำโครงสร้างทรานซิสเตอร์แบบใหม่มาปรับใช้เพื่อควบคุมการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าและยกระดับประสิทธิภาพโดยรวม

สิ่งที่ทำให้ชิปตัวนี้โดดเด่นคือการใช้โครงสร้างซีพียูมากถึง 10 คอร์ (Deca-Core) ช่วยให้การกระจายโหลดงานคำนวณหลายแกนหลักทำได้อย่างยืดหยุ่นและเป็นอิสระ ส่งผลให้คะแนนทดสอบ Geekbench 6 Multi-Core พุ่งทะยานได้สูงถึง 8,211 คะแนน

นอกจากด้านการประมวลผลข้อมูลแล้ว Exynos 2500 ยังผสานหน่วยประมวลผลกราฟิก Xclipse ที่พัฒนาร่วมกับ AMD ภายใต้สถาปัตยกรรม RDNA ซึ่งสร้างประโยชน์โดยตรงแก่นักเล่นเกม ด้วยการเรนเดอร์แสงเงาแบบ Ray Tracing ที่สมจริง คมชัด และคงอัตราเฟรมเรตได้นิ่งสม่ำเสมอ

สถาปัตยกรรมซีพียู
Deca-Core (10 Cores สถาปัตยกรรม Arm v9.2)
กระบวนการผลิต
3 นาโนเมตร GAA (Samsung Foundry)
อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
Samsung Galaxy ตระกูลพับได้และรุ่นเรือธง

ข้อมูลใช้งานจริง

กลุ่มอุปกรณ์
สมาร์ตโฟนพับได้และเรือธงคัดสรร
ปีเปิดตัววางจำหน่าย
2568 - 2569
  • สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 3nm GAA รุ่นบุกเบิกของอุตสาหกรรม
  • โครงสร้างแบบ 10 แกนประมวลผล กระจายภาระงานได้อย่างสมดุล
  • กราฟิก Xclipse รองรับการประมวลผลแสงเงา Ray Tracing ขั้นสูง

จุดเด่น

  • การประมวลผลงานแบบมัลติทาสก์หลายหน้าต่างทำได้อย่างคล่องตัว
  • เทคโนโลยีหน่วยประมวลผลกราฟิกทำงานร่วมกับเกมรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

ข้อควรรู้

  • ความสม่ำเสมอของผลการประมวลผลอาจขึ้นอยู่กับการระบายความร้อนของเครื่องแต่ละรุ่น

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ใช้สมาร์ตโฟนจอพับที่ต้องการทั้งความบางและการประมวลผลหลายแอปพร้อมกันบนหน้าจอขนาดใหญ่

อันดับ5

รุ่นมาตรฐานประสิทธิภาพสูง

Apple A18

ขุมพลังประจำสมาร์ตโฟนรุ่นมาตรฐานที่ให้ความแรงเทียบเคียงระดับเรือธง

8,430 คะแนนคะแนน Geekbench 6 Multi-Core
Apple A18 — 10 อันดับชิปเซ็ตประมวลผลสมาร์ตโฟนที่มีคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core สูงที่สุด ปี 2026
ภาพ:notebookcheck.net

Apple A18 ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ให้แก่สมาร์ตโฟนรุ่นเริ่มต้นของค่าย โดยนำนวัตกรรมการผลิตระดับ 3 นาโนเมตรรุ่นใหม่มาติดตั้งบนสมาร์ตโฟนรุ่นมาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงพลังการประมวลผลระดับสูงได้โดยไม่ต้องขยับไปเล่นรุ่นท็อปเพียงอย่างเดียว

โครงสร้างของชิปรุ่นนี้ใช้ซีพียู 6 คอร์ที่ได้รับการปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในใหม่ทั้งหมด เพื่อเน้นขีดความสามารถในการประมวลผลเชิงเวกเตอร์และการจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาลพร้อมกัน ส่งผลให้ผลการทดสอบ Geekbench 6 แบบ Multi-Core สามารถไต่ระดับขึ้นมาแตะหลัก 8,430 คะแนนได้อย่างน่าประทับใจ

สำหรับการใช้งานในชีวิตจริง ผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์ที่ลื่นไหลอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการสลับแอปพลิเคชันไปมาอย่างรวดเร็ว การประมวลผลร่วมกับฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะ หรือการเล่นเกมกราฟิก 3D ที่ตอบสนองได้ทันท่วงที จึงนับเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วแรงในระยะยาว

สถาปัตยกรรมซีพียู
Apple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency)
กระบวนการผลิต
3 นาโนเมตร รุ่นที่สอง (TSMC N3P)
อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
iPhone 16, iPhone 16 Plus

ข้อมูลใช้งานจริง

กลุ่มอุปกรณ์
iPhone รุ่นมาตรฐาน
ปีเปิดตัววางจำหน่าย
2568 - 2569
  • นำสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตรขั้นสูงมาสู่สมาร์ตโฟนรุ่นมาตรฐาน
  • คะแนน Multi-Core แตะ 8,430 คะแนน แรงเหนือกว่าชิปรุ่น Pro ปีก่อนหน้า
  • รองรับการทำงานของโมเดลปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ได้อย่างครบถ้วน

จุดเด่น

  • มอบความแรงระดับแนวหน้าในงบประมาณที่เข้าถึงง่ายกว่ารุ่นท็อป
  • อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานต่ำ ทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน

ข้อควรรู้

  • จำนวนคอร์กราฟิกถูกปรับลดลงจากรุ่น Pro เล็กน้อย

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วแรงระดับแถวหน้าสำหรับการใช้งานระยะยาวหลายปีโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายราคาแพงที่สุด

อันดับ4

ประสิทธิภาพต่อวัตต์ยอดเยี่ยม

Apple A18 Pro

ขุมพลังระดับท็อปจาก Apple ที่มุ่งเน้นความเร็วและประสิทธิภาพต่อพลังงาน

8,814 คะแนนคะแนน Geekbench 6 Multi-Core
Apple A18 Pro — 10 อันดับชิปเซ็ตประมวลผลสมาร์ตโฟนที่มีคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core สูงที่สุด ปี 2026
ภาพ:phonearena.com

Apple A18 Pro ได้รับการออกแบบขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์อย่างสมาร์ตโฟนตระกูล Pro ของ Apple โดยสืบทอดปรัชญาการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพต่อวัตต์เป็นอันดับหนึ่ง เพื่อมอบความเร็วสูงสุดควบคู่ไปกับการรักษาความประหยัดพลังงานที่เป็นเลิศในระดับพกพา

แม้ว่าจะเลือกใช้โครงสร้างซีพียูแบบ 6 คอร์ ซึ่งประกอบไปด้วย 2 คอร์ประสิทธิภาพสูง และ 4 คอร์ประหยัดพลังงาน แต่ด้วยการขยายขนาดแคชให้ใหญ่เป็นพิเศษและการออกแบบท่อส่งสัญญาณคำนวณที่กว้างขวาง จึงทำให้ประสิทธิภาพต่อคอร์มีความเร็วที่ทรงพลังมาก จนสามารถดันคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core ไปได้สูงถึง 8,814 คะแนน

ประโยชน์เชิงลึกที่ผู้ใช้งานได้รับคือความสามารถในการตัดต่อและตัดต่อเรนเดอร์วิดีโอฟอร์แมต ProRes บนสมาร์ตโฟนได้ราบรื่นใกล้เคียงกับเวิร์กสเตชันระดับสตูดิโอ พร้อมทั้งขับเคลื่อนระบบอัจฉริยะ Apple Intelligence ในการวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างสรรค์งานได้อย่างรวดเร็วทันใจ

สถาปัตยกรรมซีพียู
Apple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency)
กระบวนการผลิต
3 นาโนเมตร รุ่นที่สอง (TSMC N3P)
อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
iPhone 16 Pro, iPhone 16 Pro Max

ข้อมูลใช้งานจริง

กลุ่มอุปกรณ์
iPhone รุ่น Pro
ปีเปิดตัววางจำหน่าย
2568 - 2569
  • ประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงเป็นเลิศ ไม่กินพลังงานแบตเตอรี่เกินจำเป็น
  • พลังประมวลผลแบบ Single-Core และ Multi-Core มีความสมดุลสูง
  • โครงสร้างรองรับการตัดต่อไฟล์ภาพและวิดีโอระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ

จุดเด่น

  • ความเสถียรในการประมวลผลต่อเนื่องสูงมาก
  • เรนเดอร์งานวิดีโอความละเอียดสูงได้อย่างลื่นไหลไร้รอยต่อ

ข้อควรรู้

  • ใช้งานได้เฉพาะบนระบบปฏิบัติการ iOS ในอุปกรณ์ระดับพรีเมียมของ Apple

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้ที่ต้องการความนิ่ง เสถียร และสมรรถนะการทำงานมัลติมีเดียขั้นสูง

อันดับ3

ยอดเยี่ยมด้าน All Big Core

MediaTek Dimensity 9400

สถาปัตยกรรมคอร์ใหญ่ล้วนรุ่นล่าสุด พลังประมวลผลหลายแกนที่ก้าวกระโดด

8,969 คะแนนคะแนน Geekbench 6 Multi-Core
MediaTek Dimensity 9400 — 10 อันดับชิปเซ็ตประมวลผลสมาร์ตโฟนที่มีคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core สูงที่สุด ปี 2026
ภาพ:notebookcheck.net

MediaTek Dimensity 9400 คือหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาหน่วยประมวลผลที่สานต่อความสำเร็จของแนวคิด All Big Core จาก MediaTek โดยตัดสินใจตัดคอร์ประหยัดพลังงานขนาดเล็กออกทั้งหมด เพื่อมุ่งเน้นการใช้แกนประมวลผลประสิทธิภาพสูงอย่างเต็มรูปแบบในการขับเคลื่อนสมาร์ตโฟนเรือธงยุคใหม่

สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือโครงสร้างภายในที่ผสานแกน Cortex-X925 เข้ากับ Cortex-A720 บนสถาปัตยกรรม Arm v9.2 ซึ่งปลดล็อกขีดความสามารถการคำนวณระดับสูงแบบหลายแกนหลักได้อย่างต่อเนื่อง จนสามารถทำคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core ไปได้เกือบแตะ 9,000 คะแนน เหนือกว่าสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ในแง่การนำไปใช้งานจริง ผู้ใช้จะสัมผัสได้ถึงความรวดเร็วในการเรนเดอร์งานวิดีโอความละเอียด 4K รวมถึงการประมวลผลภาพถ่ายจากเซนเซอร์ขนาดใหญ่ได้อย่างฉับไว อีกทั้งยังมีการควบคุมอุณหภูมิและการจัดสรรพลังงานที่เสถียร จึงช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานตลอดวันแม้จะรันงานหนัก

สถาปัตยกรรมซีพียู
All Big Core (Cortex-X925 + A720)
กระบวนการผลิต
3 นาโนเมตร (TSMC N3E)
อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
Vivo X200 Pro, Oppo Find X8 Pro

ข้อมูลใช้งานจริง

กลุ่มอุปกรณ์
เรือธงสายการถ่ายภาพและพรีเมียม
ปีเปิดตัววางจำหน่าย
2568 - 2569
  • แนวคิด All Big Core เจเนอเรชันที่สอง แรงเต็มประสิทธิภาพทุกแกน
  • คะแนน Multi-Core ทะลุ 8,900 คะแนน ทำผลงานได้สูสีกับคู่แข่งแถวหน้า
  • ประสิทธิภาพการประมวลผลภาพถ่ายจากกล้องระดับโปรที่โดดเด่น

จุดเด่น

  • ประสิทธิภาพการจัดการความร้อนทำได้ดีเกินคาด
  • อัตราการประหยัดพลังงานสำหรับการใช้งานทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

ข้อควรรู้

  • การรองรับไดรเวอร์สำหรับเกมจำลองหรืออีมูเลเตอร์บางประเภทยังเป็นรองค่ายคู่แข่งเล็กน้อย

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมาร์ตโฟนสายถ่ายภาพระดับเรือธงและการเล่นเกมที่มีกราฟิกซับซ้อน

อันดับ2

รุ่นปรับแต่งคล็อกพิเศษ

Qualcomm Snapdragon 8 Elite for Galaxy

ขุมพลังเรือธงปรับแต่งสัญญาณนาฬิกาพิเศษสำหรับสมาร์ตโฟนซัมซุง

9,800 คะแนนคะแนน Geekbench 6 Multi-Core
Qualcomm Snapdragon 8 Elite for Galaxy — 10 อันดับชิปเซ็ตประมวลผลสมาร์ตโฟนที่มีคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core สูงที่สุด ปี 2026
ภาพ:phonearena.com

Qualcomm Snapdragon 8 Elite for Galaxy เกิดขึ้นจากความร่วมมือเชิงลึกระหว่าง Qualcomm และ Samsung ในการนำสถาปัตยกรรมเรือธงรุ่นล่าสุดมาปรับแต่งเพื่ออุปกรณ์ตระกูล Galaxy S Series โดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันสมรรถนะของสมาร์ตโฟนพรีเมียมให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมในยุคที่การประมวลผลข้อมูลต้องการความแม่นยำและความเร็วสูงสุด

ความแตกต่างสำคัญของชิปรุ่นนี้คือการโอเวอร์คล็อกสัญญาณนาฬิกาของซีพียูให้สูงกว่ารุ่นมาตรฐาน ส่งผลให้การตอบสนองต่อโหลดงานคำนวณขั้นสูงทำได้รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น และผลักดันคะแนนการทดสอบ Geekbench 6 แบบ Multi-Core ได้เฉลี่ยสูงถึงระดับ 9,800 คะแนน ซึ่งยืนยันความแข็งแกร่งในการจัดการภาระงานที่ซับซ้อนได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับผู้ใช้งานจริง การผสานพลังระหว่างฮาร์ดแวร์ตัวท็อปกับระบบปฏิบัติการ One UI ช่วยให้การควบคุมความร้อนและการจัดสรรพลังงานมีประสิทธิภาพสูง ลดอาการสะสมความร้อนขณะเล่นเกมกราฟิกหนัก และขับเคลื่อนฟีเจอร์ AI แบบเรียลไทม์บนสมาร์ตโฟนได้อย่างลื่นไหลและไร้รอยต่อ

สถาปัตยกรรมซีพียู
Qualcomm Oryon ปรับแต่งพิเศษ
กระบวนการผลิต
3 นาโนเมตร (TSMC N3E)
อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
Samsung Galaxy S25 Series

ข้อมูลใช้งานจริง

กลุ่มอุปกรณ์
Samsung Galaxy เรือธง
ปีเปิดตัววางจำหน่าย
2568 - 2569
  • เพิ่มความถี่สัญญาณนาฬิกาแกนหลักสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน
  • ปรับแต่งซอฟต์แวร์เฟิร์มแวร์เฉพาะสำหรับระบบนิเวศ Galaxy
  • รองรับการคำนวณระบบ Galaxy AI ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

จุดเด่น

  • ผสานการทำงานกับระบบปฏิบัติการได้อย่างลงตัว
  • ความเร็วในการเปิดแอปพลิเคชันและการสลับหน้าต่างที่ฉับไว

ข้อควรรู้

  • จำกัดการใช้งานเฉพาะสมาร์ตโฟนแบรนด์ Samsung เท่านั้น

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับแฟนสมาร์ตโฟนซัมซุงที่ต้องการความเสถียรและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานระบบนิเวศ Galaxy

และอันดับ 1 ก็คือ…

1

คะแนนมัลติคอร์สูงสุด

Qualcomm Snapdragon 8 Elite

ที่สุดของขุมพลังแอนดรอยด์ด้วยสถาปัตยกรรม Oryon เจเนอเรชันใหม่

10,521 คะแนนคะแนน Geekbench 6 Multi-Core
Qualcomm Snapdragon 8 Elite — 10 อันดับชิปเซ็ตประมวลผลสมาร์ตโฟนที่มีคะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core สูงที่สุด ปี 2026
ภาพ:voi.id

Qualcomm Snapdragon 8 Elite หรือในอดีตคือเจเนอเรชันที่สี่ของตระกูลเรือธง ได้สร้างหมุดหมายใหม่ให้กับวงการชิปเซ็ตสมาร์ตโฟนระบบแอนดรอยด์ ด้วยการเปลี่ยนผ่านสถาปัตยกรรมครั้งใหญ่มาใช้ซีพียู Oryon ที่พัฒนาขึ้นเองภายในองค์กร ทำให้มีประสิทธิภาพการคำนวณแบบขนานก้าวกระโดดจนครองอันดับหนึ่งในการทดสอบหลายแกนหลักได้อย่างขาดลอย

ความโดดเด่นของชิปเซ็ตรุ่นนี้คือการตัดทอนคอร์ประหยัดพลังงานขนาดเล็กออกทั้งหมด แล้วหันมาจัดโครงสร้างแบบ 2 คอร์ความเร็วสูงพิเศษบวกกับ 6 คอร์ประสิทธิภาพสูง ทำให้การเรียกพลังงานประมวลผลสำหรับงานเรนเดอร์หนักๆ ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ ไร้อาการสะดุดแม้เปิดการประมวลผลแบบมัลติทาสก์พร้อมกันหลายหน้าต่าง

ในการใช้งานจริงบนสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียม ผู้ใช้จะสัมผัสได้ถึงความลื่นไหลระดับไร้รอยต่อ ชิปรุ่นนี้ยังรองรับการประมวลผลโมเดลภาษาขนาดใหญ่บนตัวเครื่องได้อย่างราบรื่น ถือเป็นตัวเลือกสูงสุดสำหรับผู้ที่ต้องการความแรงอย่างไร้ข้อผูกมัด

สถาปัตยกรรมซีพียู
Qualcomm Oryon (2+6 Cores)
กระบวนการผลิต
3 นาโนเมตร (TSMC N3E)
อุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
สมาร์ตโฟนเรือธง Android ระดับท็อป

ข้อมูลใช้งานจริง

กลุ่มอุปกรณ์
เรือธงระดับพรีเมียม
ปีเปิดตัววางจำหน่าย
2568 - 2569
  • คะแนน Multi-Core สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุหลัก 10,500 คะแนน
  • สถาปัตยกรรม Oryon รุ่นใหม่ ปรับแต่งมาเพื่อสมาร์ตโฟนโดยเฉพาะ
  • ตัดคอร์ประหยัดพลังงานแบบเดิมออก เพิ่มสมรรถนะการทำงานหลายแอปพร้อมกัน

จุดเด่น

  • เรนเดอร์กราฟิกและตัดต่อวิดีโอ 8K ได้อย่างรวดเร็ว
  • ประมวลผลคำสั่งปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อ

ข้อควรรู้

  • ต้องการระบบระบายความร้อนตัวเครื่องที่ดีเพื่อคงความแรงสูงสุดอย่างต่อเนื่อง

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ใช้ระดับพาวเวอร์ยูสเซอร์ที่ต้องการสเปกแรงที่สุดเพื่อการเล่นเกมกราฟิกระดับสูงและการทำงานมัลติมีเดียเต็มรูปแบบ

สรุปผลทั้ง 10 อันดับ

คะแนน Geekbench 6 Multi-Core

ที่มา: Geekbench Database / GSMArena / Geekerwan · ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ

อันดับรายการสถาปัตยกรรมซีพียูกระบวนการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้งานเด่น
1Qualcomm Snapdragon 8 EliteQualcomm Oryon (2+6 Cores)3 นาโนเมตร (TSMC N3E)สมาร์ตโฟนเรือธง Android ระดับท็อป
2Qualcomm Snapdragon 8 Elite for GalaxyQualcomm Oryon ปรับแต่งพิเศษ3 นาโนเมตร (TSMC N3E)Samsung Galaxy S25 Series
3MediaTek Dimensity 9400All Big Core (Cortex-X925 + A720)3 นาโนเมตร (TSMC N3E)Vivo X200 Pro, Oppo Find X8 Pro
4Apple A18 ProApple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency)3 นาโนเมตร รุ่นที่สอง (TSMC N3P)iPhone 16 Pro, iPhone 16 Pro Max
5Apple A18Apple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency)3 นาโนเมตร รุ่นที่สอง (TSMC N3P)iPhone 16, iPhone 16 Plus
6Samsung Exynos 2500Deca-Core (10 Cores สถาปัตยกรรม Arm v9.2)3 นาโนเมตร GAA (Samsung Foundry)Samsung Galaxy ตระกูลพับได้และรุ่นเรือธง
7MediaTek Dimensity 9300+All Big Core (4x Cortex-X4 + 4x Cortex-A720)4 นาโนเมตร รุ่นที่สาม (TSMC N4P)Xiaomi 14T Pro, Vivo iQOO Series
8Apple A17 ProApple 6-Core (2 Performance + 4 Efficiency)3 นาโนเมตร รุ่นแรก (TSMC N3B)iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max
9MediaTek Dimensity 9300All Big Core (4x Cortex-X4 + 4x Cortex-A720)4 นาโนเมตร (TSMC N4P)Vivo X100 Pro, Oppo Find X7
10Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 Leading Version1+5+2 (Cortex-X4 + A720 + A520)4 นาโนเมตร (TSMC N4P)RedMagic 9S Pro, Samsung Galaxy S24 Ultra

เลือกแบบไหนดี?

สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร

บทสรุป

การก้าวกระโดดของสถาปัตยกรรมชิปเซ็ตสมาร์ตโฟนในปี 2026 แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันอย่างดุเดือดระหว่างค่ายผู้ผลิตชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นการฉีกกรอบเดิมด้วยสถาปัตยกรรมคอร์แบบกำหนดเองอย่าง Oryon ของ Qualcomm หรือการยึดแนวทาง Big-Core ล้วนของ MediaTek ไปจนถึงสถาปัตยกรรมประสิทธิภาพสูงต่อวัตต์อันมั่นคงของ Apple ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือผู้ใช้งานที่จะได้สัมผัสสมรรถนะเทียบชั้นคอมพิวเตอร์พกพาบนอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดในมือ

อ่านเพิ่มในหัวข้อแก็ดเจ็ตและไอที32สมาร์ตโฟน19

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. 1.cpu-monkey.com
  2. 2.gsmarena.com
  3. 3.cashify.in
  4. 4.unite4buy.com
  5. 5.gsmarena.com
  6. 6.cpu-monkey.com
  7. 7.techpowerup.com
  8. 8.gizmochina.com
  9. 9.gsmarena.com
  10. 10.wordpress.com
  11. 11.beebom.com
  12. 12.beebom.com
  13. 13.cpu-monkey.com
  14. 14.beebom.com
  15. 15.notebookcheck.net
  16. 16.idntimes.com
  17. 17.notebookcheck.net
  18. 18.technologystuff.in
  19. 19.cpu-monkey.com
  20. 20.taobao.com
  21. 21.cpu-monkey.com
  22. 22.phonesdata.com
  23. 23.phonesdata.com
  24. 24.smartprix.com
  25. 25.cputronic.com
  26. 26.phoneworld.com.pk
  27. 27.youtube.com
  28. 28.gizmochina.com
  29. 29.notebookcheck.net

คำถามที่พบบ่อย

คะแนน Geekbench 6 แบบ Multi-Core บอกอะไรเกี่ยวกับสมาร์ตโฟน?

คะแนน Multi-Core สะท้อนถึงขีดความสามารถในการประมวลผลเมื่อทุกแกนซีพียูทำงานประสานกันพร้อมกัน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับงานหนัก เช่น การประมวลผล AI การตัดต่อวิดีโอ การเรนเดอร์กราฟิกสามมิติ และการเปิดแอปพลิเคชันหลายตัวพร้อมกันโดยไม่หน่วง

ทำไมคะแนน Geekbench 6 ถึงแตกต่างจากการทดสอบใน Geekbench 5?

Geekbench 6 มีการปรับเปลี่ยนชุดการทดสอบให้สะท้อนการใช้งานในยุคปัจจุบันมากขึ้น โดยเพิ่มภาระงานด้าน Machine Learning การประมวลผลภาพถ่ายความละเอียดสูง และการจำลองระบบนำทาง ทำให้ตัวเลขคะแนนไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบข้ามเวอร์ชันกันได้โดยตรง

ชิปเซ็ตที่มีคะแนน Multi-Core สูงกว่า จะกินแบตเตอรี่มากกว่าเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป เนื่องจากชิปรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาดเล็ก เช่น 3 นาโนเมตร จะมีอัตราประสิทธิภาพต่อพลังงานที่ดีขึ้น ทำให้การทำงานสำเร็จได้เร็วกว่าและกลับเข้าสู่สภาวะพักการทำงานได้ไว จึงอาจประหยัดพลังงานกว่าชิปรุ่นเก่าที่มีคะแนนต่ำกว่า

การเลือกซื้อมือถือเพื่อเล่นเกม ควรดูคะแนน Multi-Core เพียงอย่างเดียวหรือไม่?

ควรดูควบคู่ไปกับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) และระบบระบายความร้อนของตัวเครื่อง เนื่องจากคะแนน Multi-Core เป็นตัวชี้วัดซีพียูเป็นหลัก ขณะที่ความลื่นไหลของเกมจำเป็นต้องพึ่งพากราฟิกและการรักษาอุณหภูมิที่เสถียรด้วย

10 แท็บเล็ตและอุปกรณ์หน้าจอพับ 2-in-1 ยอดนิยมปี 2026 ขุมพลัง AI ตอบโจทย์การเรียน การทำงาน และสายวาดเขียน
แนะนำ 10 เรื่อง

เทคโนโลยีและสมาร์ตโฟน0 วิว

10 แท็บเล็ตและอุปกรณ์หน้าจอพับ 2-in-1 ยอดนิยมปี 2026 ขุมพลัง AI ตอบโจทย์การเรียน การทำงาน และสายวาดเขียน

เจาะลึก 10 แท็บเล็ตและแล็ปท็อป 2-in-1 ยอดนิยมประจำปี 2026 ผสานขุมพลังชิปประมวลผล AI และจอแสดงผลล้ำยุคเพื่อการเรียน การทำงาน และงานกราฟิกอย่างคุ้มค่า

ในบทความ: Apple iPad Pro 13-inch (M4) · Samsung Galaxy Tab S10 Ultra · Microsoft Surface Pro 11th Edition

10 อันดับสมาร์ตโฟนกล้องหลังยอดเยี่ยมที่สุดในโลก จากคะแนนทดสอบ DXOMARK Camera ปี 2026
จัดอันดับ 10 → 1

เทคโนโลยีและสมาร์ตโฟน0 วิว

10 อันดับสมาร์ตโฟนกล้องหลังยอดเยี่ยมที่สุดในโลก จากคะแนนทดสอบ DXOMARK Camera ปี 2026

เจาะลึก 10 อันดับสมาร์ตโฟนที่มีระบบกล้องหลังทรงพลังที่สุดในโลก อิงตามผลคะแนนการทดสอบมาตรฐานระดับสากลของ DXOMARK Camera ประจำปี 2026

ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

10 แล็ปท็อป Copilot+ PC และ AI PC พกพายอดนิยมปี 2026 ขุมพลังประมวลผล NPU อัจฉริยะสำหรับสายทำงานและครีเอเตอร์
แนะนำ 10 เรื่อง

เทคโนโลยีและสมาร์ตโฟน0 วิว

10 แล็ปท็อป Copilot+ PC และ AI PC พกพายอดนิยมปี 2026 ขุมพลังประมวลผล NPU อัจฉริยะสำหรับสายทำงานและครีเอเตอร์

เจาะลึก 10 แล็ปท็อป Copilot+ PC ยอดนิยมประจำปี 2026 สรุปสเปก NPU ระดับ 45-50+ TOPS แบตเตอรี่อึดข้ามวัน พร้อมฟีเจอร์ AI ออฟไลน์ที่ยกระดับการทำงานและงานสร้างสรรค์

ในบทความ: Microsoft Surface Laptop (7th Edition) · Dell XPS 13 Copilot+ (9345) · ASUS Zenbook S 14 (UX5406)