10 อันดับประเทศผู้ส่งออกชาแห้งรายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 ประเทศมหาอำนาจผู้ขับเคลื่อนตลาดชาโลก ทั้งชาดำ ซีลอน และกระแสมัทฉะฟีเวอร์ พร้อมสถิติมูลค่าส่งออกล่าสุด
จัดอันดับตาม มูลค่าการส่งออกชาแห้ง (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)· ที่มา International Trade Centre (ITC) / World’s Top Exports (WTEx) / UN Comtrade· ข้อมูล ณ สรุปยอดสิ้นปี 2568 (ค.ศ. 2025)

วัฒนธรรมการดื่มชาในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นกระแสมัทฉะสเปเชียลตี้ ชาเขียวคุณภาพสูง ชาดำคลาสสิก ไปจนถึงการเติบโตอย่างร้อนแรงของชาไทยและชานมไข่มุกในระดับสากล ส่งผลให้อุตสาหกรรมชาแห้งทั่วโลกกลายเป็นตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีมูลค่าการค้ามหาศาลกว่า 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เบื้องหลังเครื่องดื่มแก้วโปรดในคาเฟ่ชั้นนำคือห่วงโซ่อุปทานระดับโลกที่ขับเคลื่อนโดยประเทศผู้ผลิตและประเทศศูนย์กลางการแปรรูปชาชั้นนำ
การแข่งขันในตลาดส่งออกชาแห้งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถด้านนวัตกรรมการคัดเกรด เทคโนโลยีการเบลนด์ใบชา และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด ทำให้โครงสร้างการค้าชาโลกมีความหลากหลายอย่างน่าสนใจ ตั้งแต่ไร่ชาดั้งเดิมบนยอดเขาสูงในเอเชียและแอฟริกา ไปจนถึงโรงงานแปรรูปไฮเทคในแถบยุโรปและตะวันออกกลาง
บทความนี้ TNPrank ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติทางการล่าสุด เพื่อพาผู้อ่านไปสำรวจ 10 ประเทศผู้ส่งออกชาแห้งรายใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางความต้องการของผู้บริโภคระดับสากล ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่ม นักพัฒนาสูตร หรือผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งใบชา ข้อมูลเชิงลึกชุดนี้จะช่วยเปิดมุมมองใหม่อย่างรอบด้าน
วัดผลอย่างไร
ตัวเลขและสถิติในรายงานฉบับปี 2569 (ค.ศ. 2026) นี้ อ้างอิงจากยอดรวมตลอดทั้งปี 2568 (ค.ศ. 2025) ซึ่งเป็นชุดข้อมูลฉบับสมบูรณ์ชุดล่าสุด โดยรวบรวมจากฐานข้อมูลศุลกากรระหว่างประเทศ ร่วมกับ International Trade Centre (ITC) และ World’s Top Exports (WTEx) เพื่อนำมูลค่าส่งออกชาแห้งสู่ตลาดโลก (พิกัดศุลกากร HS Code: 0902) ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมาใช้เป็นเกณฑ์จัดอันดับ
นับถอยหลัง 10 อันดับ
ผู้ผลิตดาวรุ่งแห่งอาเซียน
เวียดนาม (Vietnam)
แหล่งผลิตวัตถุดิบชาเขียวและชาแต่งกลิ่นดอกไม้ของอาเซียน

เวียดนามเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชาเก่าแก่และเป็นม้ามืดในตลาดส่งออกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่สูงทางตอนเหนืออย่างจังหวัดท้ายเงวียน (Thai Nguyen) เหียวกวาง และที่ราบสูงตอนกลางแถบลัมด่ง (Lam Dong) ทำให้เวียดนามมีกำลังการผลิตที่หลากหลายทั้งชาเขียว ชาดำ และชาอูหลง
จุดเด่นสำคัญของชาเวียดนามคือ 'ความคุ้มค่าด้านต้นทุน' และความยืดหยุ่นในการผลิต ชาเขียวเวียดนามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยกลิ่นหอมสมุนไพรสดชื่นและรสฝาดนำหวานตาม เหมาะสำหรับการบริโภคประจำวัน ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมแปรรูปชาดำและชาอบดอกไม้ (เช่น ชาอบดอกบัว ชาอบดอกมะลิ) ก็ได้รับการสนับสนุนให้พัฒนาสู่มาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง
เวียดนามส่งออกชาแห้งไปยังกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดหลักคือปากีสถาน ไต้หวัน รัสเซีย และจีน อีกทั้งยังเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมชานมไข่มุกและเครื่องดื่มขวดพร้อมดื่มในเอเชีย
- มูลค่าการส่งออก
- 124.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 1.7%
- ประเภทชาเด่น
- ชาเขียว, ชาอบดอกบัว, ชาดำ
- บทบาทในตลาด
- แหล่งวัตถุดิบสำคัญของภูมิภาคอาเซียน
- มีพื้นที่ปลูกชาบนภูเขาสูงที่อุดมสมบูรณ์ทั้งทางตอนเหนือและตอนกลาง
- ความเชี่ยวชาญในการทำชาแต่งกลิ่นธรรมชาติด้วยดอกไม้ท้องถิ่น เช่น ดอกบัว
- ทางเลือกชั้นเลิศด้านความคุ้มค่าสำหรับตลาดเครื่องดื่มเอเชีย
ข้อควรรู้
- มาตรฐานการควบคุมการใช้สารเคมีในฟาร์มรายย่อยยังอยู่ระหว่างการยกระดับให้เทียบเท่าเกณฑ์ EU
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ผลิตเครื่องดื่มขนาดใหญ่และร้านชานมที่มองหาเบสชาที่มีความคุ้มค่าด้านต้นทุนสูง
ต้นตำรับแบรนด์ชาสากล
สหราชอาณาจักร (United Kingdom)
เจ้าของแบรนด์และสูตรชาเบลนด์คลาสสิกที่ทรงอิทธิพลระดับตำนาน
แม้ว่าสภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักรจะไม่อำนวยให้เป็นแหล่งเพาะปลูกในเชิงพาณิชย์ และมีการปลูกเพียงเล็กน้อยในแปลงทดลองเท่านั้น ทว่าในมิติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ชากับวิถีชีวิตแบบบริติชแทบจะเป็นสิ่งเดียวกัน ประวัติศาสตร์อันยาวนานนับร้อยปีของบริษัทชาสัญชาติอังกฤษได้สร้างรากฐานให้กรุงลอนดอนกลายเป็นศูนย์กลางของผู้เชี่ยวชาญการชิมชา (Tea Tasters) และผู้เชี่ยวชาญการผสมสูตรระดับตำนานของโลก ส่งผลให้จากสถิติล่าสุดปี 2025 สหราชอาณาจักรสามารถทำมูลค่าการส่งออกชาแห้งได้สูงถึง 144.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.0% ของมูลค่าการส่งออกชาทั่วโลก
สิ่งที่ทำให้สหราชอาณาจักรแตกต่างจากประเทศผู้ส่งออกรายอื่นอย่างสิ้นเชิง คือโมเดลธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพาปริมาณผลผลิตจากภาคเกษตรกรรม แต่เน้นหนักไปที่ 'ชาแบรนด์เนมและชาพรีเมียม' ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสูตรเบลนด์ระดับคลาสสิกเหนือกาลเวลาอย่าง English Breakfast และ Earl Grey ไปจนถึงชาปรุงพิเศษที่บรรจุในหีบห่อหรูหราสำหรับวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ซึ่งผู้บริโภคระดับบนทั่วโลกต่างยินดีจ่ายในราคาสูงเพื่อซื้ออัตลักษณ์ ประสบการณ์ และสุนทรียศาสตร์การดื่มชาแบบบริติชแท้ๆ
ในเชิงการค้าและความน่าเชื่อถือ องค์ความรู้ด้านมาตรฐานการเบลนด์ใบชาที่สืบทอดกันมายาวนานกว่าสองศตวรรษ ทำให้แบรนด์ชาจากอังกฤษยังคงรักษาฐานตลาดส่งออกหลักในกลุ่มประเทศยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชียตะวันออกได้อย่างเหนียวแน่น ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่ต้องการศึกษาโมเดลการสร้างมูลค่าเพิ่มจากแบรนด์ การแปรรูปสูตรผสมเฉพาะตัว และการวางตำแหน่งสินค้าระดับพรีเมียม ที่สามารถพลิกแพลงจากการไม่มีวัตถุดิบต้นน้ำให้กลายเป็นธุรกิจส่งออกระดับโลกได้อย่างยั่งยืน
- มูลค่าการส่งออก
- 144.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 2.0%
- ประเภทชาเด่น
- English Breakfast, Earl Grey, ชาเบลนด์พรีเมียม
- บทบาทในตลาด
- ผู้นำด้านแบรนด์ชาและวัฒนธรรมชายามบ่าย
- ชื่อเสียงและพลังของแบรนด์ชาสัญชาติอังกฤษที่สั่งสมมายาวนาน
- ผู้คิดค้นและกำหนดมาตรฐานรสชาติชาเบลนด์ระดับโลกอย่าง Earl Grey
- เน้นการทำตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับบนและของฝากพรีเมียม
ข้อควรรู้
- ต้นทุนการนำเข้า บรรจุ และภาษีหลัง Brexit มีผลต่อโครงสร้างราคาสินค้า
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับโรงแรมระดับห้าดาว คาเฟ่สไตล์อังกฤษ และผู้บริโภคที่มองหาชาเบลนด์คลาสสิกระดับพรีเมียม
ชุมทางพาณิชย์ชาตะวันออกกลาง
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates - UAE)
ชุมทางกระจายสินค้าและศูนย์กลางการค้าชาแห่งโลกอาหรับ
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะเมืองดูไบ ได้พลิกโฉมตัวเองจากดินแดนทะเลทรายให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าชา (Re-export Hub) ที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และเอเชียใต้ ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากการจัดตั้งศูนย์ชาดูไบภายใต้เขตเศรษฐกิจพิเศษดูไบมัลติคอมโมดิตีส์เซ็นเตอร์ (DMCC Tea Centre)
DMCC Tea Centre ทำหน้าที่เป็นจุดนัดพบระหว่างผู้ปลูกชาจากแอฟริกาตะวันออก (เช่น เคนยา รวันดา) และเอเชียใต้ (อินเดีย ศรีลังกา) กับผู้ซื้อรายใหญ่ทั่วโลก โดยมีบริการคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่ทันสมัย โรงงานเบลนด์ชาตามความต้องการของลูกค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกในการบรรจุหีบห่อครบวงจร
การยกเว้นภาษีและระบบโลจิสติกส์การบินและการเดินเรือที่เชื่อมต่อทั่วโลก ทำให้ UAE เป็นศูนย์กลางที่ผู้ประกอบการสามารถจัดหาชาหลากแหล่งกำเนิดได้ในจุดเดียว พร้อมทั้งกระจายสินค้าต่อไปยังกลุ่มประเทศอาหรับที่มีอัตราการดื่มชาต่อหัวสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- มูลค่าการส่งออก
- 171.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 2.4%
- ประเภทชาเด่น
- ชาดำส่งออกต่อ, ชาเบลนด์สไตล์อาหรับ
- บทบาทในตลาด
- ศูนย์กลางการค้าและส่งออกต่อของตะวันออกกลาง
- DMCC Tea Centre เป็นฮับการประมูลและแปรรูปชาที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่ง
- ตำแหน่งยุทธศาสตร์เชื่อมระหว่างแหล่งผลิตในแอฟริกาและผู้บริโภคในตะวันออกกลาง
- นโยบายการค้าเสรีและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคลังสินค้าปลอดภาษี
ข้อควรรู้
- พึ่งพาการนำเข้า 100% จึงขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานจากประเทศต้นทาง
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับคู่ค้าที่ต้องการทำธุรกรรมสั่งซื้อชาผสมปริมาณมากสำหรับการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกา
ฐานการผลิตสำเร็จรูป
โปแลนด์ (Poland)
ฮับการบรรจุหีบห่อและผลิตชาสำเร็จรูปเพื่อป้อนตลาดซูเปอร์มาร์เก็ต
โปแลนด์ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจการส่งออกชาแห้งของโลกด้วยการวางตำแหน่งตัวเองเป็น 'โรงงานบรรจุภัณฑ์และแปรรูปของยุโรป' ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา บรรษัทข้ามชาติด้านเครื่องดื่มชั้นนำจำนวนมากได้ย้ายฐานการผลิต บรรจุซองชา และทำแพ็กเกจจิ้งสำเร็จรูปเข้ามาตั้งอยู่ในโปแลนด์ เนื่องจากได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงานที่มีฝีมือและทำเลที่ตั้งอยู่กึ่งกลางยุโรป
ความแข็งแกร่งของโปแลนด์ไม่ได้อยู่ที่การปลูกใบชา แต่อยู่ที่ประสิทธิภาพของสายการผลิตอัตโนมัติความเร็วสูง การพัฒนาซองชาทรงพีระมิด (Pyramid tea bags) วัสดุที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และการบรรจุกล่องสำเร็จรูปสำหรับส่งตรงไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วยุโรปและอเมริกาเหนือ
ผลิตภัณฑ์ชาส่งออกจากโปแลนด์จึงเป็นสินค้าสำเร็จรูปพร้อมขาย (Finished Goods) ที่มีมูลค่าเพิ่มจากการบรรจุและดีไซน์ ซึ่งส่งผลให้สถิติตัวเลขมูลค่าการส่งออกเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีสัดส่วนเกือบ 4% ของตลาดโลก
- มูลค่าการส่งออก
- 278.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 3.9%
- ประเภทชาเด่น
- ชาซองสำเร็จรูป, ชาบรรจุหีบห่อพร้อมจำหน่าย
- บทบาทในตลาด
- ศูนย์กลางการบรรจุและกระจายสินค้าชาสำเร็จรูป
- ฐานการบรรจุชาซองและผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
- ความพร้อมด้านเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่ตอบโจทย์กฎหมาย EU
- ศูนย์กระจายสินค้าแบบ Just-in-time สู่ตลาดยุโรปตะวันตกและตะวันออก
ข้อควรรู้
- เน้นการผลิตชาบรรจุกล่องสำหรับค้าปลีกมากกว่าการจำหน่ายใบชาดิบปริมาณมาก
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับธุรกิจค้าปลีกที่มองหาโมเดลการจ้างผลิตชาซองสำเร็จรูปพร้อมจัดจำหน่ายในระดับสากล
ฮับการเบลนด์แห่งยุโรป
เยอรมนี (Germany)
ศูนย์กลางการคัดแยก ผสมสูตร และส่งออกต่อที่ได้มาตรฐานยุโรป

แม้ว่าเยอรมนีจะไม่ใช่ประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวยต่อการปลูกต้นชาในเชิงพาณิชย์ แต่กลับครองอันดับ 6 ของผู้ส่งออกชาแห้งรายใหญ่ที่สุดในโลก สิ่งนี้เกิดขึ้นจากบทบาทอันแข็งแกร่งของเมืองฮัมบูร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้า การแปรรูป การผสมชา (Tea Blending) และการส่งออกต่อ (Re-export) ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของทวีปยุโรปมานานกว่าศตวรรษ
ความเชี่ยวชาญของเยอรมนีอยู่ที่โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปชาขั้นสูง ผู้นำเข้าของเยอรมนีจะสั่งซื้อวัตถุดิบชาดิบจากทั่วโลก จากนั้นนำมาผ่านห้องปฏิบัติการตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหารอย่างเข้มงวดที่สุด ทั้งสารเคมีตกค้างและโลหะหนัก ก่อนจะนำไปผสมสูตรเฉพาะตัว ผสมกลิ่นธรรมชาติ ผลไม้อบแห้ง และสมุนไพร เพื่อสร้างชาปรุงรส (Flavored Tea) และชาสมุนไพรที่มีมาตรฐานคงที่ตลอดทั้งปี
สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม แบรนด์ต่างๆ ทั่วโลกนิยมสั่งผลิตชาสูตรเฉพาะ (OEM) จากเยอรมนี เนื่องจากความมั่นใจในมาตรฐานอาหารระดับยุโรปและความสามารถในการเบลนด์ใบชาให้ได้กลิ่นรสเดิมเป๊ะทุกรอบการผลิต
- มูลค่าการส่งออก
- 285.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 4.0%
- ประเภทชาเด่น
- ชาเบลนด์ปรุงรส, ชาสมุนไพรและผลไม้
- บทบาทในตลาด
- ศูนย์กลางการผสมชาและส่งออกต่อของยุโรป
- ท่าเรือฮัมบูร์กเป็นฮับการค้าและคลังสินค้าชาที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- ความเชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของโลกในการเบลนด์ชาและทดสอบทางเคมี
- ผู้นำตลาดชาปรุงแต่งกลิ่นผลไม้และชาดอกไม้ระดับนานาชาติ
ข้อควรรู้
- ไม่ใช่ประเทศผู้ปลูกเอง ทำให้มีต้นทุนการขนส่งและการนำเข้าวัตถุดิบซ้อนสองชั้น
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างแบรนด์ชาพรีเมียมแบบ OEM หรือต้องการชาปรุงแต่งกลิ่นที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก
เติบโตร้อนแรงที่สุด
ญี่ปุ่น (Japan)
ผู้นำตลาดมัทฉะพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและมูลค่าสูง

ญี่ปุ่นคือประเทศที่สร้างปรากฏการณ์การเติบโตอย่างน่าจับตาที่สุดในวงการส่งออกชาโลก โดยมีมูลค่าการส่งออกพุ่งสูงขึ้นเกือบ 100% เมื่อเทียบรายปี การเติบโตนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปริมาณการส่งออกใบชามวลรวมมหาศาลเหมือนชาติอื่น แต่เกิดจาก 'มูลค่าต่อหน่วย' ที่สูงมาก ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากกระแสความคลั่งไคล้มัทฉะ (Matcha) และชาเขียวระดับพรีเมียมที่ระเบิดขึ้นทั่วโลก
ความแตกต่างของชาญี่ปุ่นอยู่ที่นวัตกรรมการปลูกและการแปรรูป เช่น การพรางแสงต้นชาก่อนเก็บเกี่ยวเพื่อกระตุ้นคลอโรฟิลล์และแอล-ธีอะนีน (L-Theanine) ให้ได้รสอูมามิที่ลุ่มลึก รวมถึงกระบวนการนึ่งด้วยไอน้ำ (Steaming) เพื่อหยุดการออกซิเดชันอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาเขียวญี่ปุ่นอย่างเซนฉะ เกียวกุโระ และมัทฉะ คงสีเขียวสดใสและมีกลิ่นหอมสดชื่นคล้ายสาหร่ายทะเล
การที่คาเฟ่และเชฟขนมหวานทั่วโลกนำมัทฉะเกรดพิธีการ (Ceremonial Grade) ไปพัฒนาเมนูเครื่องดื่มและเบเกอรี่ ทำให้ใบชาบดละเอียดจากเกียวโต ชิซูโอกะ ไอจิ และคาโกชิมะ กลายเป็นวัตถุดิบระดับลักชัวรีที่เป็นที่ต้องการอย่างสูงและมีอัตรากำไรสูงสุดในบรรดาชาแห้งทั้งหมด
- มูลค่าการส่งออก
- 484.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 6.7%
- ประเภทชาเด่น
- มัทฉะ, เซนฉะ, เกียวกุโระ
- บทบาทในตลาด
- ผู้นำตลาดชาเขียวพรีเมียมและมัทฉะระดับโลก
- เติบโตสูงสุดในกลุ่มผู้นำด้วยอัตราก้าวกระโดดเกือบ 100% จากกระแสมัทฉะฟีเวอร์
- มูลค่าต่อกิโลกรัมสูงที่สุดในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกชาหลักของโลก
- ระบบการควบคุมมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยทางอาหารเข้มงวดเป็นเลิศ
ข้อควรรู้
- ราคาสูงที่สุดต่อกิโลกรัม และกำลังการผลิตจำกัดตามฤดูกาลเก็บเกี่ยว
สรุปสั้นๆ
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคาเฟ่สายสเปเชียลตี้และร้านเบเกอรี่ระดับบนที่ต้องการวัตถุดิบมัทฉะแท้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
เอกลักษณ์ซีลอนพรีเมียม
ศรีลังกา (Sri Lanka)
ดินแดนต้นกำเนิดชาซีลอนแท้ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

ศรีลังกา หรือดินแดนแห่ง 'ชาซีลอน' (Ceylon Tea) คือหนึ่งในชื่อที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในวงการชาโลก ภูมิประเทศของเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยเทือกเขาสูงตอนกลางที่มีลมมรสุมพัดผ่านสองทิศทาง ส่งผลให้ชาที่ปลูกในแต่ละระดับความสูงและแต่ละภูมิภาค เช่น นูวาราเอลิยา (Nuwara Eliya), ดิมบูลา (Dimbula) และอูวา (Uva) มีคาแรกเตอร์และกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ศรีลังกาเน้นการผลิตชาแบบดั้งเดิม (Orthodox) ที่ประณีต โดยยังคงให้ความสำคัญกับการเก็บยอดชาด้วยมือและการนวดใบชาอย่างพิถีพิถัน ชาซีลอนมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องสีน้ำชาที่ใสสว่างดุจทองคำ รสชาติที่สดชื่น มีความเปรี้ยวผลไม้อ่อนๆ (Citrus note) และความฝาดที่ละมุนละไม ทำให้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดตะวันออกกลาง รัสเซีย และยุโรป
สัญลักษณ์สิงโตถือดาบของคณะกรรมการชาศรีลังกา (Lion Logo) ได้กลายมาเป็นเครื่องหมายรับประกันคุณภาพแท้ 100% ทำให้ชาซีลอนเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการนำไปผลิตเป็นชาเอิร์ลเกรย์ ชาเบลนด์ผลไม้ และชาเย็นคุณภาพสูง
- มูลค่าการส่งออก
- 700.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 9.7%
- ประเภทชาเด่น
- ชาดำซีลอน (Orthodox Tea)
- บทบาทในตลาด
- ผู้นำด้านชาดำแบบดั้งเดิมระดับพรีเมียม
- เจ้าของแบรนด์ระดับโลก Ceylon Tea พร้อมตรารับรอง Lion Logo
- ความหลากหลายของรสชาติตามระดับความสูงของพื้นที่ปลูก (High Grown, Mid Grown, Low Grown)
- เชี่ยวชาญการผลิตชาใบเต็มรูปแบบดั้งเดิมมากกว่าระบบอุตสาหกรรมบดละเอียด
ข้อควรรู้
- ต้นทุนการเก็บเกี่ยวด้วยมือสูง ทำให้ราคาเฉลี่ยต่อกิโลกรัมสูงกว่าชา CTC ทั่วไป
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการคาเฟ่ที่ต้องการชาเบสใสที่มีกลิ่นหอมสะอาด สดชื่น สำหรับทำชาผลไม้และชาคลาสสิก
แชมเปญแห่งชาดำ
อินเดีย (India)
แหล่งกำเนิดชาอัสสัมและดาร์จีลิงอันเลื่องชื่อระดับสากล

อินเดียเป็นทั้งแหล่งปลูกชาขนาดมหึมาและศูนย์รวมวัฒนธรรมการดื่มชาที่หยั่งรากลึก แม้ว่าผลผลิตส่วนใหญ่จะถูกบริโภคภายในประเทศอย่างมหาศาล แต่อินเดียก็ยังคงส่งออกชาแห้งสู่ตลาดโลกได้เป็นมูลค่าเกือบพันล้านดอลลาร์ โดยมีแหล่งผลิตชื่อดังระดับตำนานอย่างรัฐอัสสัม (Assam) ซึ่งเป็นแหล่งปลูกชาพื้นราบริมแม่น้ำพรหมบุตร และดาร์จีลิง (Darjeeling) บนเทือกเขาหิมาลัย
ความโดดเด่นของอินเดียอยู่ที่ความหลากหลายของสไตล์การแปรรูป โดยมีทั้งชาอัสสัมแบบ CTC ที่ให้กลิ่นมอลต์เข้มข้นอันเป็นเบสหลักของชานมและชาอินเดีย (Masala Chai) และชาแบบดั้งเดิม (Orthodox Tea) คุณภาพสูง รวมถึงชาดาร์จีลิงที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 'แชมเปญแห่งชา' ด้วยกลิ่นหอมคล้ายผลมัสกัตอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ชาจากอินเดียเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาดยุโรป รัสเซีย ตะวันออกกลาง และสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจคาเฟ่ระดับพรีเมียมที่ต้องการนำเสนอสตอรี่ของแหล่งกำเนิดและสัมผัสรสชาติอันซับซ้อนที่เกิดจากช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน (Flushes)
- มูลค่าการส่งออก
- 930.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 12.9%
- ประเภทชาเด่น
- ชาดำอัสสัม, ชาดาร์จีลิง
- บทบาทในตลาด
- ผู้ผลิตชาดำและชาเฉพาะถิ่นระดับตำนาน
- ครอบครองแหล่งปลูกระดับโลกที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ชัดเจน
- รสชาติเฉพาะตัวด้วยกลิ่นโทนมอลต์และกลิ่นมัสกัตที่เลียนแบบได้ยาก
- มีอัตราการเติบโตของมูลค่าส่งออกที่แข็งแกร่งถึง 13.9% เมื่อเทียบรายปี
ข้อควรรู้
- ราคาของชาเกรดพรีเมียม (โดยเฉพาะ Darjeeling First Flush) ผันผวนตามสภาพอากาศในแต่ละปีค่อนข้างสูง
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชาดำที่มีเอกลักษณ์เชิงภูมิศาสตร์และรสสัมผัสซับซ้อนสำหรับเมนูชาชั้นสูง
ราชาแห่งชาดำ
เคนยา (Kenya)
แหล่งผลิตชาดำกระบวนการ CTC ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

เคนยาคือยักษ์ใหญ่แห่งทวีปแอฟริกาและเป็นผู้นำด้านการส่งออกชาดำเบอร์หนึ่งของโลก ชาของเคนยาส่วนใหญ่ปลูกบนพื้นที่สูงแถบเทือกเขาริฟต์แวลลีย์ (Great Rift Valley) ซึ่งได้รับแสงแดดจัดและมีดินภูเขาไฟอันอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ใบชามีการสังเคราะห์สารต้านอนุมูลอิสระสูงและให้รสสัมผัสที่เข้มข้นจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์
หัวใจที่ทำให้เคนยาครองตลาดชาดำโลกคือการมุ่งเน้นกระบวนการผลิตแบบ CTC (Crush, Tear, Curl) ซึ่งเป็นการบด ฉีก และม้วนใบชาให้เป็นเม็ดกลมสม่ำเสมอ ใบชาลักษณะนี้จะสกัดสี รส และกลิ่นออกมาได้อย่างรวดเร็วมาก ให้สีน้ำชาสีแดงทับทิมสว่าง พร้อมบอดี้ที่แน่นหนัก ทำให้เคนยากลายเป็นซัพพลายเออร์หลักของโรงงานผลิตชาซองและแบรนด์ชาผสมนมรายใหญ่ของโลก
ในบริบทของผู้ผลิตเครื่องดื่ม ชาเคนยาถือเป็นกระดูกสันหลังของเมนูชาสไตล์อังกฤษ ชามาซาลา และเบสชานมเข้มข้น เพราะแม้จะเติมนมข้น น้ำตาล หรือเครื่องเทศลงไป รสชาติเข้มข้นของชาเคนยาก็ยังคงโดดเด่น ไม่ถูกรสหวานหรือความมันกลบหายไป
- มูลค่าการส่งออก
- 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 15.9%
- ประเภทชาเด่น
- ชาดำ (Black Tea CTC)
- บทบาทในตลาด
- ผู้ส่งออกชาดำรายใหญ่ที่สุดในโลก
- ผู้ส่งออกชาดำรายใหญ่ที่สุดของโลกด้วยกระบวนการ CTC
- น้ำชาให้สีแดงอำพันสดและบอดี้ที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์
- ระบบการประมูลชาที่เมืองมอมบาซาถือเป็นหนึ่งในตลาดกลางการค้าชาที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จุดเด่น
- สีน้ำชาสวยสด สกัดรสชาติได้เร็วและคงที่สูง
- บอดี้เข้มข้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการผสมนม
ข้อควรรู้
- สัดส่วนการผลิตเกือบทั้งหมดเป็นชาดำ CTC ทำให้มีตัวเลือกชาใบเต็มใบ (Orthodox) น้อย
สรุปสั้นๆ
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ชานม ชาไทย และเครื่องดื่มที่ต้องการสีเข้มสวยพร้อมรสสัมผัสหนักแน่นไม่จืดจาง
และอันดับ 1 ก็คือ…
อันดับ 1 ตลาดโลก
จีน (China)
มหาอำนาจต้นตำรับชาโลก ผู้ครองสัดส่วนตลาดสูงสุด

สาธารณรัฐประชาชนจีนยืนหยัดในฐานะศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมชาและเป็นผู้ส่งออกชาแห้งอันดับหนึ่งของโลกอย่างยาวนาน ความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และภูมิอากาศทำให้จีนสามารถผลิตใบชาได้ครบทุกมิติ ตั้งแต่ชาเขียว ชาอูหลง ชาขาว ไปจนถึงชาผู่เอ๋อร์ โดยเฉพาะชาเขียวที่คิดเป็นสัดส่วนการส่งออกหลักสู่ตลาดสากล ทั้งในแถบเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาเหนือ
สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนให้แก่จีนคือองค์ความรู้ดั้งเดิมในการแปรรูปที่ผสานเข้ากับเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมยุคใหม่ ทำให้จีนมีผลิตภัณฑ์ชาที่ครอบคลุมทุกระดับราคา ตั้งแต่ใบชาเกรดวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมขวดพร้อมดื่ม ชาสำเร็จรูป ไปจนถึงใบชาสเปเชียลตี้คัดยอดเดี่ยวที่มีมูลค่าสูงลิ่วจากมณฑลเจ้อเจียง ฝูเจี้ยน และยูนนาน
สำหรับผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่ม ชาจากจีนนับเป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์เมนูชาผลไม้ ชาใส และชาเบลนด์ร่วมสมัย ด้วยคุณลักษณะเฉพาะตัวด้านกลิ่นหอมของดอกไม้และความฝาดอ่อนๆ ที่ช่วยชูรสชาติของไซรัปผลไม้สดได้อย่างสมดุล ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์ร้านเครื่องดื่มชาสมัยใหม่ทั่วโลก
- มูลค่าการส่งออก
- 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนแบ่งตลาดโลก
- 21.4%
- ประเภทชาเด่น
- ชาเขียว, ชาอูหลง, ชาดำ
- บทบาทในตลาด
- ผู้ผลิตและส่งออกต้นน้ำรายใหญ่ที่สุด
- ครองส่วนแบ่งตลาดมูลค่าส่งออกสูงสุดในโลกมากกว่า 1 ใน 5
- แหล่งกำเนิดชาเขียวและชาอูหลงที่มีความหลากหลายทางสายพันธุ์มากที่สุด
- กำลังการผลิตครอบคลุมทั้งเกรดอุตสาหกรรมและเกรดพรีเมียมเฉพาะแหล่ง
จุดเด่น
- มีสายพันธุ์และโปรไฟล์กลิ่นรสให้เลือกหลากหลายที่สุดในโลก
- ต้นทุนต่อหน่วยมีความคุ้มค่าสำหรับการผลิตเครื่องดื่มสเกลใหญ่
ข้อควรรู้
- มีความหลากหลายของมาตรฐานโรงงาน จำเป็นต้องตรวจสอบใบรับรองสารตกค้างอย่างรอบคอบ
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการใบชาคุณภาพหลากหลายรูปแบบเพื่อใช้เป็นเบสชาใส ชาผลไม้ และเมนูสร้างสรรค์
สรุปผลทั้ง 10 อันดับ
มูลค่าการส่งออกชาแห้ง (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ที่มา: International Trade Centre (ITC) / World’s Top Exports (WTEx) / UN Comtrade · ข้อมูล ณ สรุปยอดสิ้นปี 2568 (ค.ศ. 2025)
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| อันดับ | รายการ | มูลค่าการส่งออก | ส่วนแบ่งตลาดโลก | ประเภทชาเด่น | บทบาทในตลาด |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | จีน (China) | 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 21.4% | ชาเขียว, ชาอูหลง, ชาดำ | ผู้ผลิตและส่งออกต้นน้ำรายใหญ่ที่สุด |
| 2 | เคนยา (Kenya) | 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 15.9% | ชาดำ (Black Tea CTC) | ผู้ส่งออกชาดำรายใหญ่ที่สุดในโลก |
| 3 | อินเดีย (India) | 930.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 12.9% | ชาดำอัสสัม, ชาดาร์จีลิง | ผู้ผลิตชาดำและชาเฉพาะถิ่นระดับตำนาน |
| 4 | ศรีลังกา (Sri Lanka) | 700.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 9.7% | ชาดำซีลอน (Orthodox Tea) | ผู้นำด้านชาดำแบบดั้งเดิมระดับพรีเมียม |
| 5 | ญี่ปุ่น (Japan) | 484.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 6.7% | มัทฉะ, เซนฉะ, เกียวกุโระ | ผู้นำตลาดชาเขียวพรีเมียมและมัทฉะระดับโลก |
| 6 | เยอรมนี (Germany) | 285.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 4.0% | ชาเบลนด์ปรุงรส, ชาสมุนไพรและผลไม้ | ศูนย์กลางการผสมชาและส่งออกต่อของยุโรป |
| 7 | โปแลนด์ (Poland) | 278.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 3.9% | ชาซองสำเร็จรูป, ชาบรรจุหีบห่อพร้อมจำหน่าย | ศูนย์กลางการบรรจุและกระจายสินค้าชาสำเร็จรูป |
| 8 | สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates - UAE) | 171.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 2.4% | ชาดำส่งออกต่อ, ชาเบลนด์สไตล์อาหรับ | ศูนย์กลางการค้าและส่งออกต่อของตะวันออกกลาง |
| 9 | สหราชอาณาจักร (United Kingdom) | 144.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 2.0% | English Breakfast, Earl Grey, ชาเบลนด์พรีเมียม | ผู้นำด้านแบรนด์ชาและวัฒนธรรมชายามบ่าย |
| 10 | เวียดนาม (Vietnam) | 124.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 1.7% | ชาเขียว, ชาอบดอกบัว, ชาดำ | แหล่งวัตถุดิบสำคัญของภูมิภาคอาเซียน |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณผู้ประกอบการร้านมัทฉะสเปเชียลตี้และคาเฟ่สายสุขภาพอันดับ 5ญี่ปุ่น (Japan)ให้คุณภาพผงมัทฉะเกรดพิธีการและชาเขียวที่มีรสอูมามิโดดเด่น สร้างมูลค่าเพิ่มต่อแก้วได้สูงสุดอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณเจ้าของแบรนด์ชานมไข่มุกและเครื่องดื่มชาผสมนมอันดับ 2เคนยา (Kenya)ใบชาดำระบบ CTC ให้สีแดงเข้มสดใสและบอดี้หนักแน่น ไม่ถูกความมันของนมหรือความหวานกลบอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์ชาเบลนด์และชาผลไม้พร้อมขายอันดับ 6เยอรมนี (Germany)โดดเด่นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับยุโรปและเทคโนโลยีการเบลนด์กลิ่นธรรมชาติที่แม่นยำคงที่อ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณร้านชาที่มองหาชาคลาสสิกโปรไฟล์สะอาดสำหรับเมนูชาใสอันดับ 4ศรีลังกา (Sri Lanka)ชาซีลอนแท้ให้รสชาติสว่าง สดชื่น มีกลิ่นเปรี้ยวผลไม้อ่อนๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเสิร์ฟเป็นชาเย็นอ่านรายละเอียด
บทสรุป
ภาพรวมการค้าชาแห้งระดับโลกสะท้อนให้เห็นการแบ่งบทบาทที่ชัดเจนระหว่างกลุ่มประเทศต้นกำเนิดวัตถุดิบอย่างจีน เคนยา อินเดีย ศรีลังกา และเวียดนาม กับกลุ่มประเทศแปรรูปและศูนย์กลางกระจายสินค้า เช่น เยอรมนี โปแลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสหราชอาณาจักร ในขณะเดียวกัน ประเทศที่เน้นคุณภาพสูงและนวัตกรรมอย่างญี่ปุ่นก็พิสูจน์ให้เห็นว่ากระแสสุขภาพและวัฒนธรรมสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกที่เติบโตแบบก้าวกระโดดได้อย่างแท้จริง ผู้ประกอบการและผู้บริโภคสามารถนำความเข้าใจในแหล่งผลิตนี้ไปต่อยอดการเลือกสรรใบชาที่ตอบโจทย์ทั้งมิติคุณภาพและเอกลักษณ์ของรสชาติได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
อ่านเพิ่มในหัวข้ออาหารและคาเฟ่17เศรษฐกิจโลก5วัตถุดิบอาหาร5
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเยอรมนีและสหราชอาณาจักรถึงติดอันดับประเทศส่งออกชา ทั้งที่ปลูกชาแทบไม่ได้?
เนื่องจากสถิติการส่งออกนี้นับตามมูลค่ารวมของสินค้าที่ส่งออกจากประเทศ (รวมการ Re-export) โดยเยอรมนีและอังกฤษมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้แปรรูป นำเข้าชาดิบมาทดสอบคุณภาพ เบลนด์สูตรเฉพาะ แต่งกลิ่นผลไม้ และบรรจุภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ชั้นนำ ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดได้สูงกว่าการขายใบชาดิบ
ชาดำแบบ CTC ของเคนยาต่างจากชาแบบ Orthodox ของศรีลังกาอย่างไร?
ชา CTC (Crush, Tear, Curl) ของเคนยาจะผ่านกระบวนการบด ฉีก และม้วนจนเป็นเม็ดกลมเล็ก ซึ่งทำให้สกัดสีเข้มและรสชาติฝาดแน่นออกมาได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับการชงผสมนม ส่วนชา Orthodox ของศรีลังกาเป็นการผลิตแบบดั้งเดิมที่รักษาสภาพใบชาไว้ ทำให้ได้น้ำชาที่ใส กลิ่นหอมซับซ้อน และรสชาตินุ่มนวลกว่า
ปัจจัยใดที่ทำให้มูลค่าการส่งออกชาของญี่ปุ่นเติบโตอย่างก้าวกระโดด?
การเติบโตของญี่ปุ่นเกิดจากกระแสความนิยมมัทฉะระดับโลก (Matcha Boom) ทั้งในอุตสาหกรรมคาเฟ่ ขนมหวาน และอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งมัทฉะแท้เกรดพิธีการจากญี่ปุ่นมีราคาต่อกิโลกรัมสูงกว่าชาประเภทอื่นหลายเท่าตัว ทำให้แม้จะมีปริมาณผลผลิตไม่มาก แต่มูลค่ารวมกลับเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
รหัสศุลกากร HS Code: 0902 ที่ใช้จัดอันดับครอบคลุมผลิตภัณฑ์ชาประเภทใดบ้าง?
รหัส HS Code 0902 ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ชาแห้งจากต้นชาแท้ (Camellia sinensis) ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชาอูหลง ทั้งชนิดที่ผ่านหรือไม่ผ่านการแต่งกลิ่น และทั้งในรูปแบบบรรจุซองพร้อมชงหรือบรรจุกระสอบสำหรับการค้าส่ง แต่ไม่รวมชาสมุนไพรที่ไม่มีใบชาแท้ผสม
อ่านต่อ

อาหารและคาเฟ่0 วิว
10 คาเฟ่และโรงคั่วกาแฟ Specialty ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ ยอดนิยมปี 2569 ปักหมุดแหล่งรวมคอมมูนิตี้กาแฟและมุมถ่ายรูปสวย
เจาะลึก 10 พิกัดคาเฟ่และโรงคั่วกาแฟ Specialty ชั้นนำย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ในปี 2569 ที่ผสมผสานศาสตร์กาแฟระดับพรีเมียม สถาปัตยกรรมโดดเด่น และบรรยากาศคอมมูนิตี้สุดอบอุ่นสำหรับสายฮอปปิ้ง
ในบทความ: NANA Coffee Roaster Ari · Coffee No.9 · Homeground Coffee Roasters TH

อาหารและคาเฟ่0 วิว
10 อันดับประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 ประเทศมหาอำนาจผู้ผลิตกาแฟป้อนตลาดโลก พร้อมตัวเลขสถิติผลผลิตล่าสุดรอบปี 2026 เข้าใจต้นน้ำของเครื่องดื่มแก้วโปรด
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

อาหารและคาเฟ่0 วิว
10 อันดับประเทศผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 ประเทศมหาอำนาจผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดของโลก อัปเดตตัวเลขผลผลิตทางการรอบปีการผลิตล่าสุดจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ สะท้อนทิศทางวัตถุดิบหลักของวงการอาหารและเครื่องดื่ม
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ
เสียงจากผู้อ่าน
อยากให้เราจัดอันดับอะไร?
บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน