10 เกาะสวยน้ำใสยอดนิยมในไทย น่าไปสัมผัสทะเลอันดามันและอ่าวไทยรับฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี 2569
เปิดลายแทง 10 เกาะทะเลไทยน้ำใสสะอาด ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย รับช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี 2569 พร้อมข้อมูลการเดินทาง จุดเด่น และข้อควรรู้แบบเจาะลึก

ช่วงเริ่มต้นเดือนตุลาคมถือเป็นหมุดหมายสำคัญของปฏิทินท่องเที่ยวไทย เพราะเป็นช่วงเวลาที่มรสุมเริ่มคลี่คลาย เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว และเป็นจังหวะเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอันดามันอย่างเป็นทางการ ท้องทะเลไทยกลับมาเปล่งประกายด้วยผืนน้ำสีฟ้าครามใสราวกับกระจก ชายหาดทรายขาวเนียนละเอียด และแนวปะการังที่ฟื้นฟูสมบูรณ์เต็มที่หลังจากปิดพักฟื้นธรรมชาติตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
สำหรับนักเดินทางที่กำลังวางแผนทริปพักผ่อนรับช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปี 2569 ประเทศไทยมีตัวเลือกทางทะเลที่หลากหลายและโดดเด่นทั้งสองฟากฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นมนต์เสน่ห์ของทะเลอันดามันที่มีภูมิทัศน์เขาหินปูนตระการตาและโลกใต้ทะเลระดับโลก หรือฝั่งอ่าวไทยที่สงบเงียบ เดินทางสะดวก และเต็มไปด้วยมนต์ขลังของวิถีชีวิตชาวเกาะที่ผสานเข้ากับบริการการท่องเที่ยวระดับพรีเมียมอย่างลงตัว
บทความนี้ กองบรรณาธิการ TNPrank ได้คัดสรร 10 เกาะสวยน้ำใสยอดนิยมแห่งปี 2569 ที่ตอบโจทย์การเดินทางหลากหลายรูปแบบ พร้อมรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ท่องเที่ยว สถิติการเยือน และคำแนะนำการวางแผนเดินทางแบบเจาะลึก เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวสัมผัสไอแดด ผืนทราย และเกลียวคลื่นได้อย่างคุ้มค่าและน่าประทับใจที่สุดในฤดูกาลนี้
คัดเลือกอย่างไร
กองบรรณาธิการ TNPrank คัดเลือก 10 เกาะในบทความนี้จากความงดงามและความใสบริสุทธิ์ของน้ำทะเล ความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวรับฤดูกาลปลายปี 2569 ความหลากหลายของภูมิศาสตร์ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ตลอดจนการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและสากล
ทั้ง 10 รายการ
หมู่เกาะสิมิลัน (Similan Islands)
ราชินีแห่งผืนน้ำอันดามันและสวรรค์ใต้ท้องทะเล
เปิดเกาะ 15 ต.ค. 2569แพ็กเกจเดย์ทริปเริ่มต้นประมาณ 2,200 - 3,500 บาท

ธรรมชาติใต้ผืนน้ำที่ผ่านการพักฟื้นมาตลอดระยะเวลา 5 เดือนเต็ม กำลังพร้อมอวดความสมบูรณ์อีกครั้ง เมื่ออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา มีกำหนดเปิดต้อนรับผู้มาเยือนรอบใหม่ในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 หมุดหมายแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องทรายขาวละเอียดนุ่มเท้า น้ำทะเลสีครามสดใส และแนวหินแกรนิตรูปร่างสะดุดตา โดยเฉพาะหินเรือใบขนาดยักษ์ที่เป็นภาพจำของคนรักธรรมชาติทั่วโลก
เสน่ห์อันไร้ที่ติของสิมิลันคือความโปร่งใสของน้ำทะเลที่มองทะลุเห็นสัตว์น้ำและปะการังได้ตั้งแต่ด้านบน แหล่งดำน้ำระดับท็อปของโลกกระจายตัวอยู่รอบเกาะ ทั้งโซนน้ำตื้นและแนวผาน้ำลึกยอดฮิตอย่างแฟนตาซีรีฟหรือคริสต์มาสพอยต์ (หินคริสต์มาส) ซึ่งมักมีแขกรับเชิญพิเศษอย่างกระเบนราหูและเต่าทะเลแวะเวียนมาทักทายอยู่เสมอ
การเดินทางมาเยือนในรอบปี 2569 นี้ นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างรอบคอบ เนื่องจากทางกรมอุทยานแห่งชาติได้นำมาตรการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มาใช้อย่างเข้มงวด โดยจำกัดโควตาผู้เข้าชมตามขีดความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity) และบังคับใช้ระบบจองบัตรเข้าชมล่วงหน้าผ่านช่องทาง E-Ticket เท่านั้น
- ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
- ทะเลอันดามัน (จ.พังงา)
- รูปแบบการท่องเที่ยว
- ทริปไปเช้า-เย็นกลับ (Day Trip)
- จุดเด่นหลัก
- หินเรือใบและน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์
- ความพร้อมฤดูกาล 2569
- เปิดเกาะ 15 ตุลาคม 2569
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน - เมษายน
- การเดินทาง
- ขึ้นเรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือทับละมุ จ.พังงา (ใช้เวลา 1.5 - 2 ชั่วโมง)
- ข้อกำหนดสำคัญ
- ต้องพกบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ E-Ticket
- น้ำทะเลใสบริสุทธิ์พร้อมทัศนวิสัยใต้น้ำระดับสากล
- จุดชมวิวหินเรือใบ สัญลักษณ์ประจำหมู่เกาะอันดามัน
- ระบบนิเวศแนวปะการังที่ฟื้นตัวเต็มที่หลังปิดเกาะ 5 เดือน
- จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม
จุดเด่น
- น้ำทะเลใสราวกระจกและทรายขาวละเอียดที่สุดแห่งหนึ่งในไทย
- โอกาสพบเห็นสัตว์ทะเลหายาก เช่น เต่าทะเล มีสูงมาก
- การจัดการอุทยานฯ เป็นระเบียบ ไม่แออัดจนเกินไป
ข้อควรรู้
- ไม่อนุญาตให้พักค้างแรมบนเกาะ ต้องเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับเท่านั้น
- ต้องจองสิทธิ์เข้าอุทยานฯ ล่วงหน้าผ่านระบบ E-Ticket เนื่องจากมีการจำกัดโควตาต่อวัน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความงดงามของน้ำทะเลและธรรมชาติบริสุทธิ์ในระดับพรีเมียม และชื่นชอบการดำน้ำตื้น
หมู่เกาะพีพี (Phi Phi Islands)
มงกุฎแห่งอันดามัน ผาหินปูนสูงตระหง่านและลากูนมรกต
ยอดนิยมระดับโลกค่าเรือโดยสารไป-กลับ 800 - 1,500 บาท / ค่าธรรมเนียมอุทยานฯ ชาวไทย 40 บาท

หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ คือหนึ่งในแลนด์มาร์กทางทะเลที่มีชื่อเสียงก้องโลก ผสมผสานทัศนียภาพของหน้าผาหินปูนสูงตระหง่าน อ่าวปิดรูปทรงเกือกม้า และหาดทรายขาวเข้าไว้ด้วยกัน ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากกว่า 952,000 คน สร้างรายได้สะสมกว่า 330 ล้านบาท สะท้อนถึงความนิยมที่ไม่เคยเสื่อมคลาย
จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์คือ อ่าวมาหยา ที่ผ่านการฟื้นฟูธรรมชาติอย่างเข้มงวด ทำให้ระบบนิเวศปะการังและฝูงฉลามหูดำกลับเข้ามาแหวกว่ายตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมี ปิเละลากูน สระว่ายน้ำธรรมชาติกลางทะเลมรกตที่โอบล้อมด้วยผาหินปูนสูงชัน
การเดินทางมาเยือนเกาะพีพีในปัจจุบันมีความสะดวกสบายสูง โดยมีเกาะพีพีดอนเป็นศูนย์กลางที่พัก ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ขณะที่เกาะพีพีเลยังคงได้รับการคุ้มครองในฐานะเขตอุทยานแห่งชาติที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด
- ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
- ทะเลอันดามัน (จ.กระบี่)
- รูปแบบการท่องเที่ยว
- มีที่พักค้างคืนบนเกาะพีพีดอน
- จุดเด่นหลัก
- อ่าวมาหยาและปิเละลากูน
- ความพร้อมฤดูกาล 2569
- เปิดบริการตลอดปี (จำกัดรอบเข้าอ่าวมาหยา)
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน - พฤษภาคม
- การเดินทาง
- เรือเฟอร์รี่หรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือคลองจิหลาด (กระบี่) หรือท่าเรือรัษฎา (ภูเก็ต)
- ข้อกำหนดสำคัญ
- การเข้าชมอ่าวมาหยาต้องลงเรือที่อ่าวโล๊ะซามะและเดินเท้าข้ามมา
- ปิเละลากูน ลากูนน้ำทะเลสีมรกตโอบล้อมด้วยผาหินปูนตระการตา
- อ่าวมาหยา จุดหมายระดับโลกที่มีประชากรฉลามหูดำอาศัยอยู่ชุกชุม
- ความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวก ที่พัก และกิจกรรมทางน้ำหลากหลาย
- เดินทางสะดวกด้วยเรือเฟอร์รี่และสปีดโบ๊ตจากทั้งกระบี่และภูเก็ต
จุดเด่น
- ภูมิทัศน์ผาหินปูนและน้ำทะเลสีเขียวมรกตสวยงามเป็นเอกลักษณ์
- มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว
- เชื่อมต่อการเดินทางได้ง่ายจากทั้งกระบี่และภูเก็ต
ข้อควรรู้
- อ่าวมาหยาห้ามลงเล่นน้ำเพื่อปกป้องแนวปะการังและฝูงฉลาม
- นักท่องเที่ยวค่อนข้างหนาแน่นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และเทศกาล
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความอลังการของภูมิประเทศหินปูน และมองหาเกาะที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
เกาะหลีเป๊ะ (Koh Lipe)
มัลดีฟส์แดนใต้ น้ำใสราวกระจกและมนต์เสน่ห์ปะการังหลากสี
มัลดีฟส์เมืองไทยค่าเรือสปีดโบ๊ตไป-กลับ ท่าเรือปากบารา ประมาณ 1,200 - 1,400 บาท

เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ได้รับสมญานามว่าเป็น 'มัลดีฟส์เมืองไทย' ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของน่านน้ำอันดามัน โดดเด่นด้วยผืนน้ำทะเลที่ใสจนสามารถมองเห็นผืนทรายและแนวปะการังจากบนเรือ และเม็ดทรายสีขาวนวลเนื้อละเอียด ดึงดูดนักเดินทางที่มองหาบรรยากาศการพักผ่อนริมทะเลอย่างแท้จริง
จุดเด่นของหลีเป๊ะคือความหลากหลายของชายหาด โดยมีหาดพัทยาที่เป็นศูนย์กลางความมีชีวิตชีวา หาดซันไรส์ที่เงียบสงบเหมาะแก่การชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า และหาดซันเซ็ตที่ให้บรรยากาศโรแมนติกยามเย็น นอกจากนี้ บริเวณรอบเกาะยังเป็นจุดดำน้ำตื้นที่มีชื่อเสียงอย่าง ร่องน้ำจาบัง ซึ่งเต็มไปด้วยปะการังเจ็ดสีงดงามตระการตา
การบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัดสตูลในช่วงปี 2568-2569 สะท้อนศักยภาพของพื้นที่ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าเชื่อมต่อระหว่างหาดต่างๆ และเพลิดเพลินกับถนนคนเดิน (Walking Street) ที่รวบรวมร้านอาหารท้องถิ่นและอาหารทะเลสดใหม่ไว้อย่างคึกคัก
- ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
- ทะเลอันดามัน (จ.สตูล)
- รูปแบบการท่องเที่ยว
- มีรีสอร์ตและโรงแรมค้างคืนบนเกาะ
- จุดเด่นหลัก
- ปะการังเจ็ดสีร่องน้ำจาบังและหาดทรายขาวละเอียด
- ความพร้อมฤดูกาล 2569
- เปิดบริการเต็มรูปแบบ
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน - เมษายน
- การเดินทาง
- นั่งเรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือปากบารา จ.สตูล (ใช้เวลา 1.5 - 2 ชั่วโมง)
- ข้อกำหนดสำคัญ
- ควรเตรียมเงินสดติดตัวไว้บ้าง เนื่องจากตู้เอทีเอ็มบนเกาะอาจมีสัญญาณขัดข้องเป็นบางช่วง
- น้ำทะเลใสสะอาดสีฟ้าครามมองเห็นพื้นทรายได้อย่างชัดเจน
- จุดดำน้ำตื้นปะการังเจ็ดสีที่ร่องน้ำจาบังและเกาะหินงาม
- มีชายหาดหลัก 3 ด้านที่มอบบรรยากาศแตกต่างกัน
- ถนนคนเดินยามค่ำคืนที่มีเสน่ห์และอาหารทะเลสดใหม่
จุดเด่น
- ปะการังริมชายหาดสมบูรณ์ สามารถดำน้ำตื้นหน้าหาดได้เลย
- บรรยากาศชิลล์ เดินทางเท้าในเกาะได้สะดวก ไม่ต้องใช้ยานพาหนะ
- ที่พักมีให้เลือกหลากหลายระดับ ตั้งแต่บังกะโลริมหาดไปจนถึงพูลวิลล่าหรู
ข้อควรรู้
- การเดินทางใช้เวลาค่อนข้างนาน ต้องต่อรถตู้และเรือสปีดโบ๊ตจากตัวเมืองหรือสนามบินหาดใหญ่
- จุดดำน้ำร่องน้ำจาบังมีกระแสน้ำค่อนข้างแรง ต้องใช้เชือกพยุงขณะดำน้ำ
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคู่รักและกลุ่มเพื่อนที่มองหาทริปพักผ่อนริมหาดทรายขาว ดำน้ำชมปะการังสีสันสดใส และสังสรรค์ยามค่ำคืน
เกาะกูด (Koh Kood)
สวรรค์แห่งความเงียบสงบและน้ำทะเลใสกระจกฝั่งบูรพา
อันดามันแห่งอ่าวไทยตั๋วเรือเฟอร์รี่ไป-กลับ ท่าเรือแหลมศอก เริ่มต้นที่ 1,000 - 1,200 บาท

เกาะกูด จังหวัดตราด ได้รับการขนานนามว่าเป็น 'อันดามันแห่งทะเลตะวันออก' ด้วยสภาพแวดล้อมที่ยังคงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ คลองธรรมชาติที่ใสสะอาด และน้ำทะเลสีฟ้าใสอมเขียวมรกต ในช่วงต้นปี 2569 เกาะกูดยังคงรักษาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงกว่า 88% สะท้อนถึงกระแสนิยมการท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ที่เติบโตอย่างมั่นคง
เอกลักษณ์ของเกาะกูดคือความสงบเงียบและความเป็นส่วนตัว ชายหาดแต่ละแห่ง เช่น อ่าวบางเบ้า หาดคลองเจ้า และอ่าวพร้าว มีทิวต้นมะพร้าวเอนตัวทอดยาวขนานไปกับแนวหาดทรายขาว น้ำทะเลนิ่งสงบดุจสระว่ายน้ำ เหมาะแก่การพายเรือคายักและแพดเดิลบอร์ด
นอกจากชายหาด เกาะกูดยังมีน้ำตกธรรมชาติกลางป่าอย่างน้ำตกคลองเจ้า และชุมชนประมงพื้นบ้านที่บ้านอ่าวสลัด ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งความงามของผืนทะเลและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่เรียบง่ายอย่างแท้จริง
- ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
- อ่าวไทยฝั่งตะวันออก (จ.ตราด)
- รูปแบบการท่องเที่ยว
- มีรีสอร์ตธรรมชาติและวิลล่าริมทะเล
- จุดเด่นหลัก
- น้ำทะเลใสสงบ ทิวต้นมะพร้าว และป่าชายเลนสมบูรณ์
- ความพร้อมฤดูกาล 2569
- เปิดบริการตลอดปี (ไฮซีซันเริ่ม พ.ย.)
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน - พฤษภาคม
- การเดินทาง
- เรือเฟอร์รี่หรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือแหลมศอก จ.ตราด (ใช้เวลา 45 นาที - 1.5 ชั่วโมง)
- ข้อกำหนดสำคัญ
- ควรวางแผนรอบเรือให้สอดคล้องกับเวลาเดินทางถึงท่าเรือแหลมศอก
- น้ำทะเลนิ่งสงบ ใสสะอาดเหมือนกระจกคริสตัล
- บรรยากาศเงียบสงบ ไร้ความพลุกพล่าน เหมาะแก่การพักผ่อนฟื้นฟูกายใจ
- มีทั้งธรรมชาติชายหาด ป่าชายเลน และน้ำตกในเกาะเดียว
- มีสะพานไม้ทอดยาวสู่ทะเลที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมเกือบทุกรีสอร์ต
จุดเด่น
- น้ำทะเลใสเทียบเท่าอันดามัน แต่คลื่นลมสงบกว่า
- ความเงียบสงบสูงมาก เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัว
- กิจกรรมพายคายักในลำคลองธรรมชาติออกสู่ทะเลมีความพิเศษเฉพาะตัว
ข้อควรรู้
- ถนนบนเกาะมีบางช่วงค่อนข้างลาดชันและคดเคี้ยว ควรระมัดระวังในการขับขี่มอเตอร์ไซค์
- รอบเรือโดยสารมีจำกัด ควรจองตั๋วเรือเฟอร์รี่ล่วงหน้าก่อนเดินทาง
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย คู่รักที่มองหาความโรแมนติก และครอบครัวที่ชอบทะเลสงบคลื่นเรียบ
เกาะเต่า (Koh Tao)
เมืองหลวงใต้ทะเล จุดหมายปลายทางของนักดำน้ำจากทั่วทุกมุมโลก
เมืองหลวงแห่งการดำน้ำคอร์สดำน้ำ Open Water เริ่มต้นประมาณ 9,500 - 12,000 บาท

เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี คือมหานครแห่งการดำน้ำระดับเอเชียและติดอันดับจุดหมายการเรียนดำน้ำยอดนิยมของโลก ด้วยภูมิประเทศใต้น้ำที่มีทั้งแนวปะการัง กองหินธรรมชาติ และสัตว์น้ำขนาดใหญ่อย่างฉลามวาฬที่พบเจอได้สม่ำเสมอ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 400,000 คน โดยเติบโตขึ้นถึง 14% จากปีก่อนหน้า
เกาะเต่ามีความโดดเด่นเรื่องความหลากหลายของจุดดำน้ำมากกว่า 20 จุดรอบเกาะ ตั้งแต่ระดับน้ำตื้นสำหรับผู้เริ่มต้น เช่น อ่าวหินวง อ่าวมะม่วง ไปจนถึงจุดดำน้ำลึกระดับตำนานอย่างกองหินชุมพร (Chumphon Pinnacle) นอกจากนี้ยังมีเกาะนางยวนซึ่งตั้งอยู่เคียงข้าง โดดเด่นด้วยสันทรายเชื่อมเกาะสามแห่งเข้าด้วยกัน
บรรยากาศบนเกาะเต่ามีการผสมผสานระหว่างคอมมูนิตี้นักดำน้ำนานาชาติ ร้านกาแฟ คาเฟ่ริมหาด และรีสอร์ตบูติก ทำให้เกาะเต่ามีทั้งความคึกคักในย่านหาดทรายรี และความสงบเงียบตามอ่าวส่วนตัวทางตอนใต้ของเกาะ
- ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
- อ่าวไทย (จ.สุราษฎร์ธานี)
- รูปแบบการท่องเที่ยว
- เกาะศูนย์กลางดำน้ำพร้อมที่พักครบวงจร
- จุดเด่นหลัก
- แหล่งเรียนดำน้ำมาตรฐานสากลและฉลามวาฬ
- ความพร้อมฤดูกาล 2569
- เปิดรับนักท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดปี
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- กุมภาพันธ์ - กันยายน (ช่วงปลายปีสามารถเที่ยวได้ในวันที่คลื่นลมสงบ)
- การเดินทาง
- เรือคาตามารันความเร็วสูงจากท่าเรือชุมพร หรือจากเกาะสมุย/สุราษฎร์ธานี
- ข้อกำหนดสำคัญ
- เกาะนางยวนห้ามนำขวดพลาสติกและกระป๋องขึ้นเกาะอย่างเด็ดขาด
- ศูนย์กลางโรงเรียนสอนดำน้ำมาตรฐานระดับโลกที่มีค่าเรียนคุ้มค่า
- มีโอกาสพบเห็นฉลามวาฬและเต่าทะเลสูงมากตลอดทั้งปี
- วิวสันทรายสามเกาะเชื่อมต่อกันอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะนางยวน
- คอมมูนิตี้การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรและมีบรรยากาศแบบสากล
จุดเด่น
- จุดดำน้ำรอบเกาะหนาแน่น นั่งเรือออกไปเพียง 10-15 นาทีก็ถึงจุดดำน้ำ
- มีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย ทั้งปีนผา โยคะ และฟรีไดฟ์วิ่ง
- ค่าครองชีพและราคากิจกรรมดำน้ำมีความคุ้มค่าสูง
ข้อควรรู้
- เส้นทางสัญจรในบางอ่าวมีความลาดชันสูง ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่
- ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนอาจได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นบางช่วง
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบโลกใต้ทะเล ผู้ที่ต้องการเรียนดำน้ำลึกหรือฟรีไดฟ์วิ่ง และนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์
หมู่เกาะสุรินทร์ (Surin Islands)
ดินแดนปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์ที่สุดในผืนน้ำไทย
สวรรค์การดำน้ำตื้นแพ็กเกจเดย์ทริป 2,500 - 3,500 บาท / ค่าเช่าเต็นท์อุทยานฯ เริ่มต้น 300 - 450 บาทต่อคืน

หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ได้รับการยกย่องจากนักธรรมชาติวิทยาว่าเป็นแหล่งดำน้ำตื้น (Snorkeling) ที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยอ่าวที่กำบังลมตามธรรมชาติ ทำให้แนวปะการังน้ำตื้นเจริญเติบโตได้อย่างหนาแน่นและกว้างขวาง โดยมีกำหนดเปิดฤดูกาลท่องเที่ยววันที่ 15 ตุลาคม 2569
จุดเด่นของหมู่เกาะสุรินทร์คือความตื้นและใสของน้ำทะเล นักท่องเที่ยวเพียงแค่สวมหน้ากากดำน้ำและก้มหน้าลงมองก็สามารถพบเห็นดงปะการังเขากวาง ปะการังสมอง และปลาการ์ตูนแหวกว่ายตามกอดอกไม้ทะเลได้อย่างใกล้ชิด จุดดำน้ำเลื่องชื่อ ได้แก่ อ่าวสุเทพ อ่าวช่องขาด และอ่าวไม้งาม
นอกจากความอุดมสมบูรณ์ทางทะเลแล้ว ที่นี่ยังเป็นถิ่นพำนักของชุมชนชาวมอแกน ซึ่งยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ผูกพันกับท้องทะเลไว้อย่างเหนียวแน่น การท่องเที่ยวที่นี่จึงให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง ปราศจากแสงสีและความวุ่นวายของสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่
- ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
- ทะเลอันดามัน (จ.พังงา)
- รูปแบบการท่องเที่ยว
- พักค้างแรมเต็นท์อุทยานฯ หรือเดย์ทริป
- จุดเด่นหลัก
- ดงปะการังน้ำตื้นและหมู่บ้านมอแกน
- ความพร้อมฤดูกาล 2569
- เปิดเกาะ 15 ตุลาคม 2569
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน - เมษายน
- การเดินทาง
- เรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือคุระบุรี จ.พังงา (ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง)
- ข้อกำหนดสำคัญ
- ต้องจองเต็นท์หรือบ้านพักอุทยานฯ ล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ของกรมอุทยานฯ
- แนวปะการังน้ำตื้นที่อุดมสมบูรณ์และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
- หมู่บ้านชาวเลมอแกนที่ยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิมริมอ่าวบอนใหญ่
- บรรยากาศการพักผ่อนแบบแคมปิ้งริมหาดท่ามกลางธรรมชาติแท้จริง
- โอกาสพบเห็นสัตว์ทะเลหายาก เช่น ปลาฉลามครีบดำและเต่ากระ
จุดเด่น
- ดำน้ำตื้นได้ยอดเยี่ยมโดยไม่ต้องมีใบรับรองดำน้ำลึก
- ธรรมชาติบริสุทธิ์สูง ปราศจากมลพิษทางเสียงและแสงไฟ
- สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้วัฒนธรรมชาวเลอย่างลึกซึ้ง
ข้อควรรู้
- ที่พักจำกัดเฉพาะเต็นท์และบังกะโลของอุทยานแห่งชาติเท่านั้น ไม่มีรีสอร์ตเอกชน
- ไฟฟ้าบนเกาะเปิด-ปิดเป็นเวลาตามระบบของอุทยานฯ
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับสายแคมปิ้ง ผู้รักการดำน้ำตื้น (Snorkeling) และผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบดิจิทัลดีท็อกซ์ท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์
เกาะกระดาน (Koh Kradan)
ชายหาดที่สวยที่สุดในโลก สวรรค์แห่งความเงียบสงบและปะการังหน้าหาด
ชายหาดระดับโลกค่าเรือเหมาหางยาวไป-กลับ ท่าเรือปากเมง ประมาณ 1,800 - 2,500 บาท

เกาะกระดาน จังหวัดตรัง ตอกย้ำความเป็นเพชรเม็ดงามแห่งท้องทะเลอันดามันตอนใต้อย่างเต็มภาคภูมิ หลังจากได้รับการจัดอันดับระดับนานาชาติให้เป็นหนึ่งในชายหาดที่ดีที่สุดในโลกต่อเนื่องจนถึงปี 2569 ที่นี่ยังคงเสน่ห์ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน โดดเด่นด้วยผืนทรายสีขาวละเอียดนุ่มเท้าและน้ำทะเลใสสะอาดราวกระจกที่ทอดยาวเป็นประกายระยิบระยับใต้แสงแดดอันอบอุ่น
ความแตกต่างอย่างชัดเจนของเกาะกระดานที่เหนือกว่าเกาะอื่นๆ คือแนวปะการังน้ำตื้นชายฝั่งที่สมบูรณ์และทอดยาวขนานไปกับหาดด้านหน้าเกาะ นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องนั่งเรือออกไปไกล เพียงแค่สวมหน้ากากดำน้ำแล้วเดินลงจากแนวหาดทรายเพียงไม่กี่ก้าว ก็สามารถเปิดโลกใต้ทะเลอันตระการตา พบกับดงปะการังเขากวางที่แน่นขนัดและฝูงปลาทะเลหลากสีสันแหวกว่ายเข้ามาทักทายอย่างใกล้ชิด
บนเกาะกระดานเน้นบรรยากาศความสงบเงียบและความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง โดยปราศจากถนนหนทางและยานพาหนะใดๆ การสัญจรทั้งหมดใช้การเดินเท้าเลียบชายหาดอันร่มรื่น ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของเกาะมุกและแนวหน้าผาหินปูนสูงตระหง่านฝั่งตรังในระยะสายตา นับเป็นสวรรค์สำหรับการพักผ่อนตัดขาดจากความวุ่นวายอย่างสมบูรณ์แบบ
- ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
- ทะเลอันดามัน (จ.ตรัง)
- รูปแบบการท่องเที่ยว
- มีรีสอร์ตค้างคืนและรับเรือเดย์ทริป
- จุดเด่นหลัก
- หาดทรายระดับโลกและแนวปะการังหน้าหาด
- ความพร้อมฤดูกาล 2569
- เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ต.ค. 2569
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน - เมษายน
- การเดินทาง
- เรือหางยาวหรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือปากเมง หรือท่าเรือควนตุ้งกู จ.ตรัง (ใช้เวลา 45 - 60 นาที)
- ข้อกำหนดสำคัญ
- ควรวางแผนจองที่พักล่วงหน้าเนื่องจากจำนวนห้องพักบนเกาะมีค่อนข้างจำกัด
- ได้รับการยกย่องระดับสากลให้เป็นหนึ่งในชายหาดที่ดีที่สุดของโลก
- แนวปะการังหน้าหาดสมบูรณ์ สามารถดำน้ำตื้นได้ทันทีจากริมฝั่ง
- บรรยากาศเงียบสงบ ไร้ถนนและยานพาหนะรบกวน
- ทัศนียภาพพระอาทิตย์ขึ้นเหนือผืนน้ำใสหน้าหาดสวยงามจับตา
จุดเด่น
- น้ำทะเลใสสะอาดและชายหาดสวยงามในระดับท็อปของโลก
- ดำน้ำตื้นหน้าหาดได้ง่ายมาก เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก
- ความเงียบสงบยามเช้าและเย็นหลังจากเรือเดย์ทริปเดินทางกลับ
ข้อควรรู้
- สิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะมีจำกัด รีสอร์ตส่วนใหญ่เน้นความเรียบง่ายกลมกลืนธรรมชาติ
- ช่วงกลางวันอาจมีเรือท่องเที่ยวแบบเดย์ทริปแวะเข้ามาจอดบริเวณหน้าหาดหลัก
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มด่ำกับชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ความเงียบสงบ และการพักผ่อนริมทะเลแบบสโลว์ไลฟ์
เกาะหมาก (Koh Mak)
เพชรเม็ดงามแห่งการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำและความยั่งยืน
เกาะคาร์บอนต่ำต้นแบบตั๋วเรือสปีดโบ๊ตไป-กลับ ท่าเรือแหลมงอบ ประมาณ 900 - 1,100 บาท

เกาะหมาก จังหวัดตราด เป็นต้นแบบของเกาะท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Destination) แห่งแรกของประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เกาะหมากทำสถิติอัตราการเข้าพักสูงสุดในจังหวัดตราดถึง 89.98% ตอกย้ำความสำเร็จของการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เสน่ห์ของเกาะหมากอยู่ที่ความเรียบง่ายและบรรยากาศอันแสนสงบ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนมะพร้าวและสวนยางพาราของชาวบ้าน ชายหาดหลักอย่างอ่าวสวนใหญ่และอ่าวขาวมีน้ำทะเลใสสะอาด ทรายขาวนวล และคลื่นลมสงบ เหมาะแก่การปั่นจักรยานสำรวจเกาะหรือพายเรือคายักข้ามไปยังเกาะขามเพื่อชมหินภูเขาไฟสีดำตัดกับหาดทรายขาว
ชุมชนบนเกาะหมากร่วมมือกันกำหนด 'ธรรมนูญเกาะหมาก' เช่น การงดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศการพักผ่อนที่สะอาด บริสุทธิ์ และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาธรรมชาติอย่างแท้จริง
- ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
- อ่าวไทยฝั่งตะวันออก (จ.ตราด)
- รูปแบบการท่องเที่ยว
- การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon)
- จุดเด่นหลัก
- ชุมชนยั่งยืน ปั่นจักรยานชมเกาะ และพายเรือไปเกาะขาม
- ความพร้อมฤดูกาล 2569
- เปิดบริการเต็มรูปแบบ
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน - เมษายน
- การเดินทาง
- เรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือแหลมงอบ จ.ตราด (ใช้เวลาประมาณ 45 - 50 นาที)
- ข้อกำหนดสำคัญ
- รณรงค์คัดแยกขยะและลดการใช้พลาสติกตลอดการพักผ่อนบนเกาะ
- เกาะต้นแบบการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
- กิจกรรมพายเรือคายักไปยังเกาะขามเพื่อชมหาดทรายขาวและหินภูเขาไฟ
- เส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและร่มรื่นทั่วทั้งเกาะ
- บรรยากาศสงบ ปลอดภัย และสะท้อนวิถีชีวิตชุมชนชาวเกาะอย่างแท้จริง
จุดเด่น
- เกาะมีภูมิประเทศค่อนข้างราบ ปั่นจักรยานเที่ยวชมได้ง่ายและสนุก
- ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นมิตร
- น้ำทะเลใสสะอาด บรรยากาศปลอดมลพิษ
ข้อควรรู้
- ไม่มีสถานบันเทิงหรือแสงสียามค่ำคืน เน้นการพักผ่อนแบบสงบเงียบ
- บางหาดอาจมีริ้นทะเลในบางช่วงฤดูกาล ควรพกโลชั่นกันแมลง
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายอนุรักษ์ธรรมชาติ ครอบครัวที่ชอบปั่นจักรยาน และผู้ที่มองหาการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์เพื่อสุขภาพ
เกาะลันตา (Koh Lanta)
มนต์เสน่ห์เกาะยาวแห่งอันดามัน การันตีด้วยรางวัลความยั่งยืนระดับโลก
รางวัลสิ่งแวดล้อมโลก 2026ค่าแพขนานยนต์ข้ามฟากรถยนต์คันละ 100 - 120 บาท (รวมคนขับ)

การันตีคุณภาพสิ่งแวดล้อมบนเวทีระดับสากลด้วยรางวัล Green Destinations Story Awards 2026 ในกลุ่ม Nature & Scenery จากงาน ITB Berlin ประเทศเยอรมนี ทำให้เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ กลายเป็นต้นแบบชั้นยอดของแหล่งท่องเที่ยวที่รักษาสมดุลทัศนียภาพธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน
ภูมิประเทศของเกาะมีรูปทรงยาวตลอดแนว โดยเรียงรายไปด้วยชายหาดฝั่งตะวันตกทอดยาวหลายกิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็นหาดพระแอะ (ลองบีช) หาดคลองดาว หรือหาดกันเตียง ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหนือน้ำทะเลใสที่งดงามเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย หากล่องลงไปจนถึงตอนใต้สุด จะพบกับที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา พร้อมแลนด์มาร์กสำคัญอย่างประภาคารสีขาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเล
มิติทางวัฒนธรรมก็เป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะบริเวณชุมชนเมืองเก่าลันตา (Lanta Old Town) แหล่งรวมเรือนไม้โบราณริมน้ำที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของชาวไทยพุทธ มุสลิม และชาวเลอูรักลาโว้ย ส่งผลให้ที่นี่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันหลากหลายและตอบโจทย์การเดินทางมาพักผ่อนแบบระยะยาวอย่างยิ่ง
- ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
- ทะเลอันดามัน (จ.กระบี่)
- รูปแบบการท่องเที่ยว
- เกาะขนาดใหญ่พักระยะยาวและขับรถเที่ยวได้
- จุดเด่นหลัก
- รางวัลท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลกและเมืองเก่าโบราณ
- ความพร้อมฤดูกาล 2569
- เปิดรับนักท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดปี
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน - เมษายน
- การเดินทาง
- ขับรถยนต์ขึ้นแพขนานยนต์จากท่าเรือหัวหิน (กระบี่) หรือนั่งเรือสปีดโบ๊ตจากกระบี่
- ข้อกำหนดสำคัญ
- การเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติแหลมโตนดมีค่าธรรมเนียมบำรุงสถานที่
- เจ้าของรางวัลระดับโลก Green Destinations Story Awards 2026
- หาดยาวต่อเนื่องหลายกิโลเมตรและจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่งดงาม
- ประภาคารแหลมโตนด สัญลักษณ์ประจำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
- เมืองเก่าลันตา (Old Town) ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชน
จุดเด่น
- สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวข้ามไปขับเที่ยวรอบเกาะได้สะดวก
- มีตัวเลือกที่พักหลากหลาย ตั้งแต่โฮสเทลราคาสบายกระเป๋าจนถึงลักชัวรีรีสอร์ต
- ชายหาดกว้างขวาง ไม่แออัด ให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก
ข้อควรรู้
- น้ำทะเลในบางหาดตอนเหนืออาจไม่ใสเท่าเกาะเปิดขนาดเล็ก แต่หาดตอนใต้ใสสะอาดมาก
- การเดินทางข้ามแพขนานยนต์จากแผ่นดินใหญ่อาจมีการจราจรหนาแน่นช่วงวันหยุดยาว
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถเที่ยวเอง ครอบครัวที่ต้องการความสะดวก และกลุ่มนักเดินทางดิจิทัลโนแมดที่มองหาที่พักระยะยาว
เกาะราชาใหญ่ (Koh Racha Yai)
เพชรน้ำเอกแห่งท้องทะเลภูเก็ต น้ำใสราวกระจกในระยะเดินทางสั้น
อันดามันใกล้เมืองแพ็กเกจเดย์ทริปเรือสปีดโบ๊ตจากภูเก็ต เริ่มต้น 1,200 - 1,800 บาท

เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต คือจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์ทางทะเลระดับไฮคลาส ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากฝั่งอันดามันตอนบน โดยมี อ่าวปะตก เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ โดดเด่นด้วยเวิ้งอ่าวโค้งรับกับน้ำทะเลสีครามเข้มตัดกับหาดทรายขาวเนียนละเอียดดั่งแป้ง ให้ภาพลักษณ์ของเกาะสวรรค์ที่หรูหราและงดงามสะกดสายตาในทุกมุมมอง
สิ่งที่สร้างความแตกต่างและดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวหลงรัก คือความโปร่งใสของน้ำทะเลที่ใสเป็นพิเศษจนสามารถมองเห็นพื้นทรายขาวและโขดหินด้านล่างได้ลึกหลายเมตร จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของทริปดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก นอกจากนี้ยังมีอ่าวสยามและอ่าวทือที่เงียบสงบ เป็นแหล่งอาศัยของแนวปะการังเขากวางและฝูงปลาผีเสื้อจำนวนมาก เหมาะแก่การดำดิ่งสำรวจธรรมชาติใต้ท้องทะเลอย่างเพลิดเพลิน
ความสะดวกสบายถือเป็นหัวใจสำคัญที่ตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่ม ด้วยระยะเวลาเดินทางจากท่าเรืออ่าวฉลองเพียง 30-40 นาที ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางได้หลากหลาย ทั้งการมาเที่ยวแบบเดย์ทริปไปเช้าเย็นกลับ หรือเลือกพักค้างคืนในรีสอร์ตระดับหรูริมผา เพื่อดื่มด่ำกับทัศนียภาพของทะเลอันดามันแบบพาโนรามาและสัมผัสความเงียบสงบยามค่ำคืนได้อย่างเต็มอิ่ม
- ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
- ทะเลอันดามัน (จ.ภูเก็ต)
- รูปแบบการท่องเที่ยว
- เดย์ทริปหรือพักค้างคืนในรีสอร์ตหรู
- จุดเด่นหลัก
- น้ำทะเลใสระดับพรีเมียมและเดินทางสะดวกจากภูเก็ต
- ความพร้อมฤดูกาล 2569
- เปิดบริการตลอดปี
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาแนะนำ
- พฤศจิกายน - พฤษภาคม
- การเดินทาง
- เรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรืออ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต (ใช้เวลา 35 - 45 นาที)
- ข้อกำหนดสำคัญ
- ควรพกถุงกันน้ำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขณะขึ้น-ลงเรือหางยาวถ่ายลำ
- น้ำทะเลสีฟ้าใสกระจ่าง ทรายขาวละเอียดที่สุดแห่งหนึ่งของน่านน้ำภูเก็ต
- เดินทางสะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 35 นาทีจากท่าเรืออ่าวฉลอง
- อ่าวปะตก จุดชมวิวเวิ้งอ่าวเกือกม้าที่มีความงดงามระดับโปสการ์ด
- จุดดำน้ำตื้นรอบเกาะที่มีปะการังและฝูงปลาชุกชุม
จุดเด่น
- เดินทางง่ายและประหยัดเวลา เหมาะกับคนที่มีวันหยุดจำกัด
- น้ำทะเลใสสะอาดมากเทียบเท่าเกาะที่อยู่ห่างไกล
- มีรีสอร์ตระดับ 5 ดาวริมหาดสำหรับผู้ต้องการความหรูหรา
ข้อควรรู้
- ช่วงเวลา 11.00 - 15.00 น. หน้าหาดหลักอาจมีนักท่องเที่ยวแบบเดย์ทริปเข้ามาหนาแน่น
- ราคาอาหารและสิ่งของบนเกาะค่อนข้างสูงกว่าบนฝั่งภูเก็ต
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่พักผ่อนในภูเก็ตและต้องการเดย์ทริปทางทะเลคุณภาพสูง น้ำใส ถ่ายรูปสวย และเดินทางสะดวก
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| # | รายการ | ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ | รูปแบบการท่องเที่ยว | จุดเด่นหลัก | ความพร้อมฤดูกาล 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | หมู่เกาะสิมิลัน (Similan Islands) | ทะเลอันดามัน (จ.พังงา) | ทริปไปเช้า-เย็นกลับ (Day Trip) | หินเรือใบและน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ | เปิดเกาะ 15 ตุลาคม 2569 |
| 2 | หมู่เกาะพีพี (Phi Phi Islands) | ทะเลอันดามัน (จ.กระบี่) | มีที่พักค้างคืนบนเกาะพีพีดอน | อ่าวมาหยาและปิเละลากูน | เปิดบริการตลอดปี (จำกัดรอบเข้าอ่าวมาหยา) |
| 3 | เกาะหลีเป๊ะ (Koh Lipe) | ทะเลอันดามัน (จ.สตูล) | มีรีสอร์ตและโรงแรมค้างคืนบนเกาะ | ปะการังเจ็ดสีร่องน้ำจาบังและหาดทรายขาวละเอียด | เปิดบริการเต็มรูปแบบ |
| 4 | เกาะกูด (Koh Kood) | อ่าวไทยฝั่งตะวันออก (จ.ตราด) | มีรีสอร์ตธรรมชาติและวิลล่าริมทะเล | น้ำทะเลใสสงบ ทิวต้นมะพร้าว และป่าชายเลนสมบูรณ์ | เปิดบริการตลอดปี (ไฮซีซันเริ่ม พ.ย.) |
| 5 | เกาะเต่า (Koh Tao) | อ่าวไทย (จ.สุราษฎร์ธานี) | เกาะศูนย์กลางดำน้ำพร้อมที่พักครบวงจร | แหล่งเรียนดำน้ำมาตรฐานสากลและฉลามวาฬ | เปิดรับนักท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดปี |
| 6 | หมู่เกาะสุรินทร์ (Surin Islands) | ทะเลอันดามัน (จ.พังงา) | พักค้างแรมเต็นท์อุทยานฯ หรือเดย์ทริป | ดงปะการังน้ำตื้นและหมู่บ้านมอแกน | เปิดเกาะ 15 ตุลาคม 2569 |
| 7 | เกาะกระดาน (Koh Kradan) | ทะเลอันดามัน (จ.ตรัง) | มีรีสอร์ตค้างคืนและรับเรือเดย์ทริป | หาดทรายระดับโลกและแนวปะการังหน้าหาด | เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ต.ค. 2569 |
| 8 | เกาะหมาก (Koh Mak) | อ่าวไทยฝั่งตะวันออก (จ.ตราด) | การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) | ชุมชนยั่งยืน ปั่นจักรยานชมเกาะ และพายเรือไปเกาะขาม | เปิดบริการเต็มรูปแบบ |
| 9 | เกาะลันตา (Koh Lanta) | ทะเลอันดามัน (จ.กระบี่) | เกาะขนาดใหญ่พักระยะยาวและขับรถเที่ยวได้ | รางวัลท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลกและเมืองเก่าโบราณ | เปิดรับนักท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดปี |
| 10 | เกาะราชาใหญ่ (Koh Racha Yai) | ทะเลอันดามัน (จ.ภูเก็ต) | เดย์ทริปหรือพักค้างคืนในรีสอร์ตหรู | น้ำทะเลใสระดับพรีเมียมและเดินทางสะดวกจากภูเก็ต | เปิดบริการตลอดปี |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณผู้รักการดำน้ำและสำรวจโลกใต้ทะเล#6หมู่เกาะสุรินทร์ (Surin Islands)เป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่มีแนวปะการังสมบูรณ์และแน่นที่สุดในไทย สามารถชมสัตว์ทะเลหายากได้ง่ายตั้งแต่ผิวน้ำอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสายสโลว์ไลฟ์ที่มองหาความเงียบสงบและโรแมนติก#4เกาะกูด (Koh Kood)น้ำทะเลใสนิ่งดุจสระว่ายน้ำ ทิวแถวมะพร้าวริมหาด และบรรยากาศส่วนตัวที่ไร้ความเร่งรีบอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่มีเวลาจำกัดแต่อยากได้น้ำใสระดับพรีเมียม#10เกาะราชาใหญ่ (Koh Racha Yai)เดินทางจากภูเก็ตเพียง 35 นาที แต่ได้สัมผัสน้ำทะเลสีฟ้าครามใสและทรายขาวละเอียดเทียบเท่าเกาะห่างไกลอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณนักท่องเที่ยวสายกรีนหัวใจรักษ์โลก#8เกาะหมาก (Koh Mak)เกาะต้นแบบ Low Carbon บรรยากาศอบอุ่น ปั่นจักรยานเที่ยวสะดวก และมีกิจกรรมเชิงอนุรักษ์มากมายอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคู่รักและกลุ่มเพื่อนที่ชอบถ่ายรูปและสังสรรค์#3เกาะหลีเป๊ะ (Koh Lipe)น้ำใสสะท้อนแสงแดด หาดทรายขาวเนียน พร้อมถนนคนเดินที่มีอาหารทะเลและบรรยากาศมีชีวิตชีวาอ่านรายละเอียด
บทสรุป
การเดินทางสัมผัสท้องทะเลไทยในช่วงปลายปี 2569 ไม่เพียงแต่เป็นการให้รางวัลตัวเองด้วยทัศนียภาพทางธรรมชาติระดับโลก แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่แต่ละเกาะมีความพร้อมสมบูรณ์สูงสุด ทั้งในแง่ของสภาพอากาศ ความใสของน้ำทะเล และการฟื้นตัวของระบบนิเวศใต้ผืนน้ำ ไม่ว่าคุณจะเลือกสัมผัสความบริสุทธิ์ของอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามัน หรือเลือกการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์บนเกาะฝั่งอ่าวไทย สิ่งสำคัญคือการวางแผนจองการเดินทางล่วงหน้าและปฏิบัติตามแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อรักษาความงดงามของผืนทะเลไทยให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน
อ่านเพิ่มในหัวข้อท่องเที่ยวและโรงแรม7ที่เที่ยวธรรมชาติ4
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
ฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลไทยปลายปี 2569 เริ่มต้นและสิ้นสุดช่วงไหน?
ฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันดามันจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 และยาวไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2570 ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นลมสงบและอุทยานแห่งชาติทางทะเลเปิดให้บริการ ส่วนฝั่งอ่าวไทย เช่น เกาะกูดและเกาะหมาก จะเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซันที่น้ำใสคลื่นสงบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป
ทำไมหมู่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์จึงต้องเปิดเกาะในวันที่ 15 ตุลาคม 2569?
เพื่อความปลอดภัยจากสภาพคลื่นลมและมรสุมที่รุนแรง กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงกำหนดพักการท่องเที่ยวประจำปีเป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม จนถึง 14 ตุลาคมของทุกปี โดยช่วงเวลาดังกล่าวยังช่วยให้ระบบนิเวศทางทะเล ทั้งสัตว์น้ำและแนวปะการัง ได้หยุดพักและฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติอย่างเต็มที่
การเดินทางไปเที่ยวหมู่เกาะสิมิลันในปี 2569 จำเป็นต้องจองล่วงหน้าหรือไม่?
จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวตามขีดความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity) และบังคับใช้ระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) จึงต้องจองทริปผ่านบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตล่วงหน้าเพื่อรับรองโควตาการเข้าพื้นที่
หากมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุเดินทางด้วย ควรเลือกไปเกาะไหนมากที่สุด?
เกาะกูดและเกาะลันตาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากเกาะกูดมีคลื่นลมสงบ น้ำทะเลตื้นและนิ่ง รีสอร์ตส่วนใหญ่ติดหาดโดยตรง ส่วนเกาะลันตาสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวข้ามฟากไปขับท่องเที่ยวได้ มีโรงพยาบาลและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้เดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
อ่านต่อ

ท่องเที่ยวและโรงแรม1 วิว
10 ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตยอดนิยมในไทย สัมผัสเสน่ห์ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
พาสำรวจ 10 ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมต้นแบบทั่วไทย สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิม ลิ้มลองอาหารพื้นถิ่น และสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อกระจายรายได้สู่ฐานราก
ในบทความ: ชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น (จ.สุโขทัย) · ชุมชนบ้านคีรีวง (จ.นครศรีธรรมราช) · ชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร (จ.จันทบุรี)

ท่องเที่ยวและโรงแรม0 วิว
10 เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์และธรรมชาติยอดนิยมในไทย เปิดหวูดสัมผัสเสน่ห์การเดินทางสโลว์ไลฟ์
เจาะลึก 10 เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วไทย สัมผัสความงดงามของผืนป่า ทะเลสาบ และรอยอดีตทางประวัติศาสตร์ในสไตล์สโลว์ไลฟ์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่อย่างแท้จริง
ในบทความ: ทางรถไฟสายมรณะ ถ้ำกระแซ – น้ำตกไทรโยคน้อย (จ.กาญจนบุรี) · รถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ – สถานีโคกสลุง (จ.ลพบุรี) · ขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ กรุงเทพ – พระนครศรีอยุธยา

ท่องเที่ยวและโรงแรม1 วิว
รายการแนะนำอุทยานแห่งชาติทางบกที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ในประเทศไทย
เจาะลึก 5 ผืนป่าบกที่กว้างใหญ่ในไทย อ้างอิงสถิติพื้นที่ทางการจากกรมอุทยานฯ พร้อมพิกัดไฮไลต์สำหรับนักเดินทางสายธรรมชาติ
ในบทความ: อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน · อุทยานแห่งชาติทับลาน · อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่