10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
เจาะลึก 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 ทางเลือกลงทุนค่าธรรมเนียมต่ำเพื่อกระจายความเสี่ยงสู่ตลาดชั้นนำระดับโลกทั้งสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย และพอร์ตหุ้นโลก

ในยุคเศรษฐกิจโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง การจำกัดเงินลงทุนไว้เพียงตลาดหุ้นไทยอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างผลตอบแทนเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อในระยะยาวอีกต่อไป พฤติกรรมการลงทุนของคนไทยในปี 2569 จึงเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นนักลงทุนระดับสากลอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับการจัดสรรสินทรัพย์ข้ามพรมแดน เพื่อกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์และคว้าผลประโยชน์จากการเติบโตของบริษัทชั้นนำระดับโลก
เครื่องมือการเงินที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคนี้ได้มีประสิทธิภาพที่สุดคงหนีไม่พ้น กองทุนรวมดัชนีต่างประเทศ (Foreign Index Funds) หรือกองทุนแบบพาสซีฟ (Passive Fund) ซึ่งมีจุดเด่นสำคัญในเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับกองทุนแบบแอคทีฟ อีกทั้งยังมอบความโปร่งใส ลงทุนตามน้ำหนักดัชนีมาตรฐาน และมีสภาพคล่องสูง ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการเป็นเจ้าของหุ้นยักษ์ใหญ่ทั่วโลกได้ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียงไม่กี่บาท
บทความนี้ TNPrank ได้คัดสรร 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมประจำปี 2569 ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายการลงทุนในดัชนีมหาอำนาจอย่าง S&P 500, ดัชนีเทคโนโลยี NASDAQ-100, หุ้นทั่วโลก MSCI ACWI ไปจนถึงตลาดดาวรุ่งอย่างญี่ปุ่นและอินเดีย เพื่อให้ผู้อ่านมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจวางแผนพอร์ตการลงทุนอย่างรอบด้านและมั่นคง
คัดเลือกอย่างไร
สำหรับการจัดอันดับ 10 กองทุนดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดฮิตในปี 2569 จากเหล่า บลจ. แถวหน้าของไทย เราได้ประเมินผ่านเกณฑ์รอบด้าน ตั้งแต่มูลค่า AUM ความคล่องตัวในการซื้อขาย ความแม่นยำในการสร้างผลตอบแทนตามดัชนีโลก (Tracking Efficiency) ต้นทุนค่าธรรมเนียมที่เป็นมิตร ตลอดจนการกระจายตัวของสินทรัพย์อ้างอิงที่ครอบคลุมทั้งมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น กลุ่มตลาดเกิดใหม่ศักยภาพสูงอย่างอินเดีย ไปจนถึงดัชนีหุ้นทั่วโลก
ทั้ง 10 รายการ
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P500)
กองทุนเรือธงดัชนี S&P 500 มูลค่าสินทรัพย์ระดับหมื่นล้าน
ยอดนิยมตลาดหุ้นสหรัฐฯNAV 29.2906 บาท

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส หรือ SCBS&P500 เป็นหนึ่งในกองทุนรวมดัชนีต่างประเทศรุ่นบุกเบิกที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากนักลงทุนไทยมาอย่างยาวนาน กองทุนนี้ใช้นโยบายแบบพาสซีฟโดยนำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศ iShares Core S&P 500 ETF ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุน ETF ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มุ่งหวังสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี S&P 500 มากที่สุด
จุดเด่นที่ทำให้ SCBS&P500 ครองใจนักลงทุนเสมอมาคือขนาดกองทุนที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ สะท้อนถึงเสถียรภาพและสภาพคล่องในการซื้อขายที่คล่องตัว การเคลื่อนไหวของราคาทำได้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการวางรากฐานพอร์ตการลงทุนให้มั่นคง การเลือกลงทุนใน SCBS&P500 เปรียบเสมือนการเป็นเจ้าของส่วนแบ่งใน 500 บริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกา เช่น Apple, Microsoft และ Nvidia เหมาะเป็นสินทรัพย์หลักของพอร์ตการลงทุนระยะยาวเพื่อสะสมมูลค่าความมั่งคั่งอย่างมั่นคง
- ดัชนีอ้างอิง
- S&P 500 Index
- กองทุนหลักต่างประเทศ
- iShares Core S&P 500 ETF
- การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- มูลค่า NAV ล่าสุด
- 29.2906 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569)
ข้อมูลใช้งานจริง
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
- 11,734.89 ล้านบาท
- นโยบายจ่ายเงินปันผล
- ไม่จ่ายเงินปันผล (สะสมมูลค่า)
- ความถี่การซื้อขาย
- ทุกวันทำการ
- ลงทุนในบริษัทยักษ์ใหญ่ 500 แห่งของสหรัฐอเมริกา
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 11,734.89 ล้านบาท มีสภาพคล่องแข็งแกร่ง
- กองทุนหลักระดับโลก iShares บริหารจัดการด้วยค่าใช้จ่ายต่ำ
จุดเด่น
- สภาพคล่องสูง ซื้อขายง่ายผ่านแอปพลิเคชันการเงิน
- กระจายการลงทุนในกลุ่มธุรกิจหลากหลายชั้นนำระดับโลก
- ค่าธรรมเนียมบริหารจัดการต่ำตามมาตรฐานกองทุนพาสซีฟ
ข้อควรรู้
- ผลตอบแทนมีความอ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ
- การป้องกันความเสี่ยงค่าเงินขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ผู้ลงทุนอาจรับความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบางส่วน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการสินทรัพย์หลัก (Core Port) มั่นคง อิงการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา
กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-US500X-A(A)]
กองทุนดัชนี S&P 500 ชนิดสะสมมูลค่าเพื่อการลงทุนทบต้น
ผลตอบแทนสม่ำเสมอNAV 16.1207 บาท
![กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-US500X-A(A)] — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก](/media/article-1790890895871/item-2.jpg)
กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ ชนิดสะสมมูลค่า หรือ K-US500X-A(A) จาก บลจ.กสิกรไทย ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนไทยสร้างความมั่งคั่งจากการเติบโตของดัชนี S&P 500 โดยนำเงินไปลงทุนใน iShares Core S&P 500 ETF เช่นเดียวกัน ถือเป็นกองทุนพาสซีฟเรือธงที่มีขนาดสินทรัพย์โดดเด่นเทียบเคียงกัน
ความโดดเด่นของชนิดสะสมมูลค่าคือ การนำผลตอบแทนหรือเงินปันผลที่ได้รับไปลงทุนทบต้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินปันผล และช่วยเร่งอัตราการเติบโตของพอร์ตฟอลิโอได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังมีโครงสร้างระบบการซื้อขายที่เข้าถึงสะดวกผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม
ด้านผลงานการบริหารในปี 2569 กองทุนยังคงรักษาระดับผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปี (YTD) อยู่ที่ประมาณ +10.73% สะท้อนถึงการเกาะติดดัชนีอ้างอิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นตัวเลือกคู่ขนานที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักลงทุนที่เน้นการออมเงินระยะยาวในหุ้นผู้นำโลก
- ดัชนีอ้างอิง
- S&P 500 Index
- กองทุนหลักต่างประเทศ
- iShares Core S&P 500 ETF
- การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- มูลค่า NAV ล่าสุด
- 16.1207 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569)
ข้อมูลใช้งานจริง
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
- 11,180.72 ล้านบาท
- นโยบายจ่ายเงินปันผล
- ไม่จ่ายเงินปันผล (สะสมมูลค่า)
- ความถี่การซื้อขาย
- ทุกวันทำการ
- ผลตอบแทน YTD ปี 2569 ทำได้โดดเด่นถึง +10.73%
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงินชัดเจนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75
- ชนิดสะสมมูลค่าช่วยให้เกิดผลตอบแทนทบต้นเต็มศักยภาพ
จุดเด่น
- มูลค่าสินทรัพย์สูงกว่า 11,000 ล้านบาท สภาพคล่องมั่นใจได้
- มีกลไกป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่รัดกุม
- บริหารจัดการต้นทุนได้ดี ค่า Tracking Error ต่ำ
ข้อควรรู้
- ไม่มีกระแสเงินสดจากเงินปันผลระหว่างทาง
- ผลการดำเนินงานขึ้นอยู่กับทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นหลัก
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมเงินลงทุนระยะยาว และชอบการบริหารแบบจำกัดความเสี่ยงด้านค่าเงิน
กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ พาสซีฟ (K-WORLDX)
กองทุนดัชนีหุ้นโลก ครอบคลุมทั้งตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่
กระจายความเสี่ยงรอบโลกNAV 18.2237 บาท

กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ พาสซีฟ หรือ K-WORLDX คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มองหาการลงทุนแบบ กระจายความเสี่ยงทั่วโลกอย่างแท้จริง กองทุนนี้นำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของ iShares MSCI ACWI ETF ซึ่งติดตามดัชนี MSCI All Country World Index ครอบคลุมทั้งตลาดที่พัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่รวมกันกว่า 40 ประเทศ
สิ่งที่ทำให้ K-WORLDX แตกต่างจากกองทุนดัชนีสหรัฐฯ คือการไม่ผูกติดพอร์ตโฟลิโอไว้กับประเทศใดประเทศหนึ่ง แม้ว่าสัดส่วนส่วนใหญ่จะยังคงเป็นหุ้นบริษัทข้ามชาติของสหรัฐฯ แต่ก็มีการกระจายไปยังยุโรป เอเชีย และตลาดเกิดใหม่ ทำให้ช่วยลดความผันผวนเฉพาะประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม
ด้วยขนาด AUM ล่าสุดที่มากกว่า 14,000 ล้านบาท ส่งผลให้ K-WORLDX ขึ้นแท่นหนึ่งในกองทุนหุ้นโลกแบบพาสซีฟที่ใหญ่ที่สุดของไทยในปี 2569 จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักลงทุนมือใหม่และมืออาชีพที่ต้องการความเรียบง่าย ถือกองทุนเดียวแต่เสมือนได้ลงทุนในเครื่องจักรเศรษฐกิจโลกทั้งหมด
- ดัชนีอ้างอิง
- MSCI ACWI Index
- กองทุนหลักต่างประเทศ
- iShares MSCI ACWI ETF
- การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- มูลค่า NAV ล่าสุด
- 18.2237 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569)
ข้อมูลใช้งานจริง
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
- 14,139.75 ล้านบาท
- นโยบายจ่ายเงินปันผล
- ไม่จ่ายเงินปันผล
- ความถี่การซื้อขาย
- ทุกวันทำการ
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงกว่า 14,139 ล้านบาท ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ
- กระจายความเสี่ยงครอบคลุมบริษัทชั้นนำกว่า 2,000 ตัวทั่วโลก
- รวมทั้งตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ในกองทุนเดียว
จุดเด่น
- เป็นการลงทุนแบบสมดุล กระจายความเสี่ยงระดับโลกโดยแท้จริง
- ขนาดกองทุนมหึมา เสริมความมั่นใจด้านสภาพคล่อง
- ไม่ต้องคอยปรับน้ำหนักหุ้นรายประเทศด้วยตัวเอง
ข้อควรรู้
- ผลตอบแทนอาจปรับตัวช้ากว่ากองทุนที่เน้นเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงตลาดขาขึ้น
- มีความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจหลากหลายภูมิภาคพร้อมกัน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการถือพอร์ตเดียวจบ กระจายความเสี่ยงครอบคลุมทุกภูมิภาคเศรษฐกิจหลักของโลก
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดสะสมมูลค่า [SCBNDQ(A)]
กองทุนดัชนี NASDAQ-100 เจาะขุมพลังหุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมโลก
ผู้นำกลุ่มเทคโนโลยีNAV 17.2622 บาท
![กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดสะสมมูลค่า [SCBNDQ(A)] — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก](/media/article-1790890895871/item-4.jpg)
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว หรือ SCBNDQ(A) เป็นกองทุนดัชนีที่มุ่งเน้นพลังแห่งนวัตกรรมและการเติบโตอย่างแท้จริง โดยอ้างอิงกับดัชนี NASDAQ-100 ผ่านกองทุนหลักต่างประเทศ Invesco NASDAQ 100 ETF (QQQM) ซึ่งคัดสรร 100 บริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่มีมูลค่าสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq
ความแตกต่างของ SCBNDQ(A) คือความเข้มข้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สื่อสาร และการบริโภคสมัยใหม่ เช่น Apple, Microsoft, Amazon, Alphabet และผู้ผลิตชิปชั้นนำ การเลือกลงทุนผ่าน QQQM ซึ่งเป็น ETF รุ่นใหม่ของ Invesco ยังช่วยให้กองทุนมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายกองทุนหลักที่ประหยัดลงไปอีกระดับ
ในปี 2569 ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยียังคงได้รับแรงส่งจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคลาวด์คอมพิวติง ส่งผลให้ SCBNDQ(A) สร้างผลตอบแทน YTD สูงถึง +16.85% จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับแรกสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสปีดการเติบโตให้กับพอร์ตการลงทุนระยะยาว
- ดัชนีอ้างอิง
- NASDAQ-100 Index
- กองทุนหลักต่างประเทศ
- Invesco NASDAQ 100 ETF (QQQM)
- การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- มูลค่า NAV ล่าสุด
- 17.2622 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569)
ข้อมูลใช้งานจริง
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
- 6,344.30 ล้านบาท
- นโยบายจ่ายเงินปันผล
- ไม่จ่ายเงินปันผล (สะสมมูลค่า)
- ความถี่การซื้อขาย
- ทุกวันทำการ
- ผลตอบแทน YTD ในปี 2569 ทำได้โดดเด่นถึง +16.85%
- เน้นหุ้นกลุ่ม Big Tech และผู้นำนวัตกรรมระดับโลก 100 ตัว
- กองทุนหลัก QQQM คิดค่าธรรมเนียมบริหารจัดการต่ำเป็นพิเศษ
จุดเด่น
- จับกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีระดับโลกและปัญญาประดิษฐ์
- AUM ระดับ 6,300 ล้านบาท มั่นใจเรื่องสภาพคล่อง
- ศักยภาพการเติบโตของผลตอบแทนระยะยาวสูงมาก
ข้อควรรู้
- มีความผันผวนของราคาสูงกว่าดัชนี S&P 500 ทั่วไป
- กระจุกตัวในหมวดธุรกิจเทคโนโลยีค่อนข้างมาก
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้สูง และต้องการเร่งอัตราการเติบโตของเงินลงทุนด้วยหุ้นเทคโนโลยี
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ [SCBNDQ(E)]
กองทุนดัชนี NASDAQ-100 ฟรีค่าธรรมเนียมผ่านแอปพลิเคชัน
ต้นทุนต่ำพิเศษAUM 1,190.95 ล้านบาท
![กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ [SCBNDQ(E)] — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก](/media/article-1790890895871/item-5.jpg)
SCBNDQ(E) หรือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนสายออนไลน์โดยเฉพาะ แม้กลยุทธ์การลงทุนจะถอดแบบมาจาก SCBNDQ ชนิดสะสมมูลค่าแบบเดียวกันทุกมิติ แต่มีจุดเด่นคือการยกเว้นทั้งค่าธรรมเนียมการซื้อและค่าธรรมเนียมการจัดการเมื่อทำธุรกรรมผ่านระบบดิจิทัล
เมื่อต้นทุนถูกบีบให้เหลือน้อยที่สุด เงินลงทุนจึงสร้างประโยชน์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย หนุนให้ผลงานสุทธิดีกว่าคลาสปกติเล็กน้อย การันตีด้วยผลงานในปี 2569 ที่กวาดผลตอบแทน YTD ไปได้ +17.66% ขณะที่ผลตอบแทนรอบ 1 ปี พุ่งแตะ +21.66%
ปัจจุบันกองทุนมีเม็ดเงิน AUM สูงถึงระดับกว่า 1,190 ล้านบาท ทำให้ E-class ตัวนี้กลายเป็นทางเลือกหลักของนักลงทุนยุคใหม่ที่เน้นจัดการพอร์ตผ่านมือถือ และต้องการทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ด้วยกลยุทธ์ DCA อย่างต่อเนื่อง
- ดัชนีอ้างอิง
- NASDAQ-100 Index
- กองทุนหลักต่างประเทศ
- Invesco NASDAQ 100 ETF (QQQM)
- การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- มูลค่า NAV ล่าสุด
- 17.2622 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569)
ข้อมูลใช้งานจริง
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
- 1,190.95 ล้านบาท
- นโยบายจ่ายเงินปันผล
- ไม่จ่ายเงินปันผล
- ช่องทางการซื้อขาย
- SCB EASY App
- ยกเว้นค่าธรรมเนียมการซื้อและค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วน
- ผลตอบแทน 1 ปีย้อนหลังโดดเด่นถึง +21.66%
- ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2569 พุ่งแตะ +17.66%
จุดเด่น
- ประหยัดต้นทุนค่าธรรมเนียมได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
- ผลตอบแทนสุทธิทำได้ดีกว่าคลาสปกติเล็กน้อย
- เหมาะกับการทำ DCA เป็นประจำทุกเดือน
ข้อควรรู้
- ต้องทำรายการซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดเท่านั้น
- มีความผันผวนตามการเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการต้นทุนต่ำที่สุด และชื่นชอบการทำธุรกรรมด้วยตัวเองผ่านมือถือ
กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นยูเอสพาสซีฟ (B-USPASSIVE)
กองทุนดัชนี S&P 500 ผ่าน ETF กองแรกและสภาพคล่องสูงสุดในโลก
อ้างอิง ETF ระดับตำนานNAV 13.9779 บาท

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นยูเอสพาสซีฟ หรือ B-USPASSIVE ภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.บัวหลวง ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงความมั่งคั่งของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาแบบตรงไปตรงมา ผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการเชิงรับ (Passive Management) โดยมุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นมาตรวัดสุขภาพทางการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
จุดเด่นสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้แก่ B-USPASSIVE คือการเลือกลงทุนในกองทุนหลักระดับตำนานอย่าง SPDR S&P 500 ETF Trust (SPY) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ตัวแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนสหรัฐฯ โดดเด่นด้วยสภาพคล่องระดับมหาศาลและปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่นที่สุดในโลก ทำให้กองทุนมี Tracking Error ต่ำมาก ช่วยให้ผู้จัดการกองทุนสามารถบริหารจัดการคำสั่งซื้อขายและล้อไปกับความเคลื่อนไหวของดัชนีอ้างอิงได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำสูง
ในแง่ของข้อมูลเชิงลึกที่นักลงทุนสามารถนำไปใช้จัดพอร์ต กองทุนนี้ถือเป็นเครื่องมือสร้างผลตอบแทนหลัก (Core Asset) ที่แข็งแกร่ง โดยผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีล่าสุดอยู่ที่ 21.74% และมีค่า NAV อยู่ที่ 13.9779 บาท/หน่วย (ข้อมูล ณ ช่วง 31 สิงหาคม – 24 กันยายน 2569) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวในกลุ่มบริษัทผู้นำระดับโลก 500 ตัวแรกของสหรัฐฯ ผ่านสถาบันการเงินที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ
- ดัชนีอ้างอิง
- S&P 500 Index
- กองทุนหลักต่างประเทศ
- SPDR S&P 500 ETF Trust (SPY)
- การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- มูลค่า NAV ล่าสุด
- 13.9779 บาท/หน่วย (24 ก.ย. 2569)
ข้อมูลใช้งานจริง
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี
- +21.74%
- นโยบายจ่ายเงินปันผล
- ไม่จ่ายเงินปันผล
- ความถี่การซื้อขาย
- ทุกวันทำการ
- ลงทุนผ่าน SPDR S&P 500 ETF กองทุน ETF แรกของโลก
- ผลตอบแทน 1 ปีย้อนหลังแตะระดับ +21.74%
- บริหารโดยทีมงานมืออาชีพจาก บลจ.บัวหลวง
จุดเด่น
- กองทุนหลักมีสภาพคล่องและเสถียรภาพสูงสุดในระบบการเงินโลก
- ผลงานระยะยาวสะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ
- เข้าถึงง่ายสำหรับลูกค้าเครือธนาคารกรุงเทพ
ข้อควรรู้
- มีสัดส่วนการลงทุนกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ
- ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด 100%
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในดัชนี S&P 500 ผ่านกองทุนหลัก SPY ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดโลก
กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ (K-US500XRMF)
กองทุนดัชนี S&P 500 เพื่อการวางแผนเกษียณและลดหย่อนภาษี
ยอดนิยมลดหย่อนภาษีNAV 12.9766 บาท

กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ K-US500XRMF จาก บลจ.กสิกรไทย ถือเป็นนวัตกรรมการเงินที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้โจทย์สองมิติพร้อมกันสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนอนาคต นั่นคือการสร้างวินัยการออมเพื่อการเกษียณควบคู่ไปกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ผ่านการนำเงินไปลงทุนในดัชนีชั้นนำระดับโลกอย่าง S&P 500 ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่มีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา
ความแตกต่างอันโดดเด่นของ K-US500XRMF คือการเป็นกองทุน RMF ที่เน้นลงทุนใน iShares Core S&P 500 ETF ซึ่งมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมกองทุนหลักที่ประหยัดและเน้นการถือครองหุ้นตามดัชนีระยะยาว แตกต่างจากกองทุน RMF ส่วนใหญ่ในอดีตที่มักพึ่งพาการบริหารเชิงรุกในตลาดหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนสามารถลดความผันผวนจากการบริหารแบบพึ่งพาผู้จัดการกองทุน และเกาะกระแสการเติบโตของนวัตกรรมและผลกำไรของบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ในเชิงการบริหารพอร์ตเพื่อการเกษียณ กองทุนนี้มีความมั่นคงสูงด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) ถึง 2,786.56 ล้านบาท มีค่า NAV อยู่ที่ 12.9766 บาท/หน่วย และผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีล่าสุดทำได้ 14.33% (ข้อมูล ณ 29 กันยายน 2569) จึงเป็นตัวเลือกที่นักวางแผนการเงินแนะนำสำหรับผู้ที่ยังมีระยะเวลาการลงทุนก่อนเกษียณตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เพื่อใช้วิธีทยอยลงทุนแบบสม่ำเสมอสะสมมูลค่าในระยะยาว
- ดัชนีอ้างอิง
- S&P 500 Index
- กองทุนหลักต่างประเทศ
- iShares Core S&P 500 ETF
- การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- มูลค่า NAV ล่าสุด
- 12.9766 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569)
ข้อมูลใช้งานจริง
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
- 2,786.56 ล้านบาท
- ประเภทสิทธิประโยชน์
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
- ความถี่การซื้อขาย
- ทุกวันทำการ
- ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีประจำปีได้สูงสุดตามเกณฑ์ RMF
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 2,786.56 ล้านบาท
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ +14.33%
จุดเด่น
- ช่วยประหยัดภาษีพร้อมสะสมความมั่งคั่งระยะยาวในหุ้นโลก
- มีวินัยการออมภาคบังคับเพื่อวัยเกษียณอย่างแท้จริง
- ความเสี่ยงค่าเงินถูกควบคุมไม่น้อยกว่า 75%
ข้อควรรู้
- มีเงื่อนไขการถือครองตามเกณฑ์ภาษี RMF (อายุครบ 55 ปีและลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี)
- ไม่สามารถขายคืนก่อนกำหนดได้โดยไม่ผิดเงื่อนไขภาษี
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการวางแผนเกษียณระยะยาว พร้อมรับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเต็มที่
กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-JPX-A(A)]
กองทุนดัชนี TOPIX เกาะกระแสการฟื้นตัวครั้งใหญ่ของตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดาวเด่นตลาดหุ้นเอเชียNAV 32.8612 บาท
![กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-JPX-A(A)] — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก](/media/article-1790890895871/item-8.jpg)
กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-A ชนิดสะสมมูลค่า หรือ K-JPX-A(A) โดย บลจ.กสิกรไทย เปิดประตูให้นักลงทุนไทยได้เข้าถึงโอกาสการเติบโตของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแห่งเอเชีย กองทุนนี้เน้นการลงทุนเชิงรับตามดัชนี TOPIX ผ่านกองทุนหลัก NEXT FUNDS TOPIX ETF ของ Nomura Asset Management สถาบันการเงินชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น
สิ่งที่ทำให้ K-JPX-A(A) แตกต่างจากกองทุนหุ้นญี่ปุ่นทั่วไป คือการเลือกอ้างอิงกับดัชนี TOPIX แทนที่จะเป็นดัชนี Nikkei 225 ซึ่งทำให้พอร์ตโฟลิโอมีการกระจายน้ำหนักหุ้นตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอย่างแท้จริง สะท้อนภาพรวมโครงสร้างเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้ครอบคลุมและสมดุลกว่า โดยได้รับแรงหนุนเชิงบวกจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว และนโยบายกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนเพิ่มผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) อย่างจริงจัง
ผลลัพธ์จากการปฏิรูปสะท้อนผ่านผลงานอันร้อนแรง โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีพุ่งแตะ +32.13% พร้อมค่า NAV ที่ระดับ 32.8612 บาท/หน่วย (ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2569) ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในการใช้ K-JPX-A(A) เพื่อกระจายความเสี่ยงข้ามภูมิภาคออกจากฝั่งตะวันตก เข้าสู่หุ้นกลุ่มยานยนต์ อุตสาหกรรมขั้นสูง และเทคโนโลยีความแม่นยำของญี่ปุ่นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง
- ดัชนีอ้างอิง
- TOPIX Index (Tokyo Price Index)
- กองทุนหลักต่างประเทศ
- NEXT FUNDS TOPIX ETF
- การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
- มูลค่า NAV ล่าสุด
- 32.8612 บาท/หน่วย (30 ก.ย. 2569)
ข้อมูลใช้งานจริง
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี
- +32.13%
- นโยบายจ่ายเงินปันผล
- ไม่จ่ายเงินปันผล (สะสมมูลค่า)
- ความถี่การซื้อขาย
- ทุกวันทำการ
- ผลตอบแทน 1 ปีย้อนหลังสูงถึง +32.13% เติบโตอย่างก้าวกระโดด
- อ้างอิงดัชนี TOPIX ที่สะท้อนตลาดหุ้นญี่ปุ่นทั้งระบบอย่างแท้จริง
- ได้รับอานิสงส์จากการปฏิรูปบรรษัทภิบาลของบริษัทญี่ปุ่น
จุดเด่น
- ผลตอบแทนโดดเด่นติดอันดับท็อปในปี 2568-2569
- ช่วยกระจายความเสี่ยงจากตลาดสหรัฐฯ เข้าสู่ตลาดพัฒนาแล้วในเอเชีย
- ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินเยนไม่ต่ำกว่า 75%
ข้อควรรู้
- ค่าเงินเยนมีความผันผวนสูงต่อการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
- โครงสร้างประชากรผู้สูงอายุของญี่ปุ่นยังคงเป็นความท้าทายระยะยาว
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายพอร์ตออกจากตลาดสหรัฐฯ มายังเอเชีย และต้องการเกาะกระแสการเติบโตของญี่ปุ่น
กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นอินเดีย (K-INDX)
กองทุนดัชนี Nifty 50 จับโอกาสเติบโตของเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่เอเชียใต้
ดาวรุ่งตลาดเกิดใหม่NAV 13.2526 บาท

กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นอินเดีย หรือ K-INDX จาก บลจ.กสิกรไทย ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้นักลงทุนสามารถเกาะขบวนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยมีนโยบายลงทุนเชิงรับอ้างอิงตามดัชนี Nifty 50 ผ่านกองทุนหลัก iShares India 50 ETF ซึ่งรวบรวมหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูง 50 ตัวแรกของตลาดหุ้นอินเดียเอาไว้ในพอร์ตเดียว
จุดเด่นเชิงเปรียบเทียบที่ขับเคลื่อน K-INDX ให้โดดเด่น คือการที่อินเดียมีโครงสร้างประชากรส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน (Demographic Dividend) ผสานกับนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่ของภาครัฐ ทำให้บริษัทชั้นนำในดัชนี Nifty 50 ที่เน้นกลุ่มสถาบันการเงิน สินค้าอุปโภคบริโภค และเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับแรงหนุนทั้งจากกำลังซื้อภายในประเทศและการขยายตัวสู่เวทีสากลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะตัวที่ตลาดพัฒนาแล้วอื่นๆ เลียนแบบได้ยาก
สำหรับรายละเอียดเชิงลึก กองทุนมีค่า NAV ล่าสุดอยู่ที่ 13.2526 บาท/หน่วย (ข้อมูล ณ 1 ตุลาคม 2569) ถือเป็นทางเลือกยอดเยี่ยมในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยนักลงทุนสามารถนำ K-INDX ไปใช้เป็นสินทรัพย์เสริม (Satellite Portfolio) ในสัดส่วน 5-10% เพื่อเร่งอัตราผลตอบแทนระยะยาวและกระจายความเสี่ยงจากตลาดหลักได้เป็นอย่างดี
- ดัชนีอ้างอิง
- Nifty 50 Index
- กองทุนหลักต่างประเทศ
- iShares India 50 ETF
- การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- มูลค่า NAV ล่าสุด
- 13.2526 บาท/หน่วย (1 ต.ค. 2569)
ข้อมูลใช้งานจริง
- ดัชนีอ้างอิงย่อย
- Nifty 50 (อินเดีย)
- นโยบายจ่ายเงินปันผล
- ไม่จ่ายเงินปันผล
- ความถี่การซื้อขาย
- ทุกวันทำการ
- เข้าถึง 50 หุ้นผู้นำเศรษฐกิจของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก
- แรงขับเคลื่อนจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่สูงติดอันดับโลก
- กระจายความเสี่ยงสู่ตลาดเกิดใหม่ชั้นนำของเอเชียใต้
จุดเด่น
- โครงสร้างประชากรวัยหนุ่มสาวเอื้อต่อการเติบโตของการบริโภคระยะยาว
- ความสัมพันธ์กับตลาดพัฒนาแล้วต่ำ ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตได้ดี
- กองทุนหลักบริหารจัดการโดย BlackRock สถาบันการเงินชั้นนำ
ข้อควรรู้
- ระดับการประเมินมูลค่า (P/E Ratio) ของหุ้นอินเดียอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง
- มีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินรูปีและนโยบายภายในประเทศ
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนตลาดเกิดใหม่เพื่อเร่งการเติบโต และมองเห็นศักยภาพระยะยาวของอินเดีย
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนีหุ้นโลก ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล [SCBWORLD(P)]
กองทุนดัชนี MSCI World รวมหุ้นคุณภาพ 23 ประเทศพัฒนาแล้ว
หุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วNAV 14.6062 บาท
![กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนีหุ้นโลก ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล [SCBWORLD(P)] — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก](/media/article-1790890895871/item-10.webp)
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนีหุ้นโลก ชนิดผู้ลงทุนกลุ่มและบุคคล หรือ SCBWORLD(P) เป็นกองทุนดัชนีที่ตอบโจทย์การลงทุนระดับโลกในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเน้นลงทุนตามดัชนี MSCI World Index ซึ่งรวบรวมหุ้นขนาดกลางและขนาดใหญ่จาก 23 ประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก
ความพิเศษของ MSCI World คือการคัดกรองเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดที่มีเสถียรภาพทางการเงินและระบบกฎหมายเข้มแข็ง เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี ทำให้พอร์ตการลงทุนมีความมั่นคงและผันผวนน้อยกว่าตลาดเกิดใหม่
ด้วยมูลค่า AUM ระดับ 1,448.08 ล้านบาท และผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันในปี 2569 ที่บวกขึ้นมา +10.66% ทำให้ SCBWORLD(P) เป็นทางเลือกชั้นยอดสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงระดับสากล แต่ยังเน้นความปลอดภัยในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก
- ดัชนีอ้างอิง
- MSCI World Index
- กองทุนหลักต่างประเทศ
- iShares Core MSCI World UCITS ETF
- การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- มูลค่า NAV ล่าสุด
- 14.6062 บาท/หน่วย (1 ต.ค. 2569)
ข้อมูลใช้งานจริง
- มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
- 1,448.08 ล้านบาท
- นโยบายจ่ายเงินปันผล
- ไม่จ่ายเงินปันผล
- ความถี่การซื้อขาย
- ทุกวันทำการ
- ลงทุนในหุ้นคุณภาพชั้นนำของ 23 ประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก
- ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2569 แตะระดับ +10.66%
- AUM มั่นคงกว่า 1,448 ล้านบาท มีเสถียรภาพสูง
จุดเด่น
- เน้นความมั่นคงสูงจากกลุ่มประเทศที่มีระบบการเงินพัฒนาแล้ว
- กระจายความเสี่ยงครอบคลุมหลายสกุลเงินและหลากหลายอุตสาหกรรม
- สภาพคล่องดี ซื้อขายสะดวกรวดเร็ว
ข้อควรรู้
- ไม่มีสัดส่วนในตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูงอย่างจีนหรืออินเดีย
- น้ำหนักการลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเอียงไปทางสหรัฐอเมริกาเกือบ 70%
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายสินทรัพย์รอบโลกในกลุ่มประเทศที่มีความมั่นคงและพัฒนาแล้วเป็นหลัก
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| # | รายการ | ดัชนีอ้างอิง | กองทุนหลักต่างประเทศ | การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน | มูลค่า NAV ล่าสุด |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P500) | S&P 500 Index | iShares Core S&P 500 ETF | ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | 29.2906 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569) |
| 2 | กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-US500X-A(A)] | S&P 500 Index | iShares Core S&P 500 ETF | ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ | 16.1207 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569) |
| 3 | กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ พาสซีฟ (K-WORLDX) | MSCI ACWI Index | iShares MSCI ACWI ETF | ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | 18.2237 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569) |
| 4 | กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดสะสมมูลค่า [SCBNDQ(A)] | NASDAQ-100 Index | Invesco NASDAQ 100 ETF (QQQM) | ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | 17.2622 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569) |
| 5 | กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ [SCBNDQ(E)] | NASDAQ-100 Index | Invesco NASDAQ 100 ETF (QQQM) | ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | 17.2622 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569) |
| 6 | กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นยูเอสพาสซีฟ (B-USPASSIVE) | S&P 500 Index | SPDR S&P 500 ETF Trust (SPY) | ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | 13.9779 บาท/หน่วย (24 ก.ย. 2569) |
| 7 | กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ (K-US500XRMF) | S&P 500 Index | iShares Core S&P 500 ETF | ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ | 12.9766 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569) |
| 8 | กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-JPX-A(A)] | TOPIX Index (Tokyo Price Index) | NEXT FUNDS TOPIX ETF | ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ | 32.8612 บาท/หน่วย (30 ก.ย. 2569) |
| 9 | กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นอินเดีย (K-INDX) | Nifty 50 Index | iShares India 50 ETF | ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | 13.2526 บาท/หน่วย (1 ต.ค. 2569) |
| 10 | กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนีหุ้นโลก ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล [SCBWORLD(P)] | MSCI World Index | iShares Core MSCI World UCITS ETF | ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | 14.6062 บาท/หน่วย (1 ต.ค. 2569) |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นกระจายเงินไปต่างประเทศแบบตัวเดียวจบ#3กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ พาสซีฟ (K-WORLDX)ครอบคลุมหุ้นทั่วโลกกว่า 2,000 บริษัททั้งตลาดพัฒนาแล้วและเกิดใหม่ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการคัดเลือกรายประเทศอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่ต้องการเร่งผลตอบแทนด้วยหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำ#5กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ [SCBNDQ(E)]เกาะกระแสดัชนี NASDAQ-100 ที่เติบโตสูง พร้อมทั้งประหยัดต้นทุนด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมการซื้อผ่านแอปอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคนทำงานประจำที่ต้องการลดหย่อนภาษีพร้อมสร้างพอร์ตเกษียณ#7กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ (K-US500XRMF)ลงทุนในดัชนี S&P 500 ควบคู่กับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี RMF เพื่อการเติบโตแบบทบต้นระยะยาวอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่ต้องการกระจายพอร์ตออกจากตลาดสหรัฐฯ สู่ภูมิภาคเอเชีย#8กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-JPX-A(A)]ทำผลงานโดดเด่นจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลในญี่ปุ่น อ้างอิงดัชนี TOPIX ที่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจอ่านรายละเอียด
บทสรุป
การจัดพอร์ตลงทุนในปี 2569 ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและต้นทุนที่ต่ำ กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศทั้ง 10 กองทุนที่รวบรวมมานี้ แสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงโอกาสในขุมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ตลาดฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของญี่ปุ่น หรือประเทศที่มีประชากรและการเติบโตรวดเร็วอย่างอินเดีย ทั้งหมดนี้ล้วนเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับนวัตกรรมระดับโลก
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในดัชนีต่างประเทศยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ผู้ลงทุนจึงควรประเมินระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ ศึกษาเงื่อนไขเรื่องการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน และเลือกนโยบายกองทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นกองทุนชนิดสะสมมูลค่า กองทุนชนิดไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อ หรือกองทุนลดหย่อนภาษี เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในอนาคต
อ่านเพิ่มในหัวข้อการเงินและการลงทุน14การออมเงิน9
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- 1.scbam.com
- 2.settrade.com
- 3.windows.net
- 4.kasikornasset.com
- 5.settrade.com
- 6.kasikornbank.com
- 7.kasikornbank.com
- 8.kasikornasset.com
- 9.settrade.com
- 10.facebook.com
- 11.scbam.com
- 12.wealthmagik.com
- 13.finnomena.com
- 14.settrade.com
- 15.wealthmagik.com
- 16.bblam.co.th
- 17.settrade.com
- 18.wealthmagik.com
- 19.kasikornasset.com
- 20.kasikornbank.com
- 21.kasikornbank.com
- 22.kasikornasset.com
- 23.innovestx.co.th
- 24.scbam.com
- 25.scbam.com
- 26.wealthmagik.com
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมการลงทุนในกองทุนรวมดัชนีต่างประเทศ (Index Fund) ถึงได้รับความนิยมสูงขึ้นมากในปี 2569?
เพราะกองทุนดัชนีมีค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการต่ำกว่ากองทุนแอคทีฟอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องเสียส่วนต่างต้นทุนในระยะยาว อีกทั้งในอดีต กองทุนส่วนใหญ่ที่พยายามเลือกหุ้นเองมักไม่สามารถทำผลตอบแทนชนะดัชนีมาตรฐานได้ การลงทุนตามดัชนีจึงเป็นกลยุทธ์ที่เรียบง่าย โปร่งใส และสร้างผลตอบแทนได้สม่ำเสมอที่สุด
ดัชนี S&P 500 กับ NASDAQ-100 แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกตัวไหน?
S&P 500 กระจายการลงทุนใน 500 บริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม จึงมีความสมดุลและผันผวนน้อยกว่า เหมาะเป็นสินทรัพย์หลักของพอร์ต ส่วน NASDAQ-100 คัดเลือก 100 บริษัทยักษ์ใหญ่นอกภาคการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีความผันผวนสูงกว่าแต่ก็มีโอกาสเติบโตสูงกว่า เหมาะสำหรับเสริมพอร์ตเพื่อเร่งผลตอบแทน
กองทุนดัชนีต่างประเทศ ชนิดสะสมมูลค่า (A) กับชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (E) แตกต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองชนิดมีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน แต่ชนิดอิเล็กทรอนิกส์ (E-class) มีจุดเด่นคือการยกเว้นหรือปรับลดค่าธรรมเนียมบางประเภทเมื่อซื้อผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้ต้นทุนรวมต่ำกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ทำรายการด้วยตนเอง ส่วนชนิดสะสมมูลค่าทั่วไป (A-class) อาจมีค่าธรรมเนียมตามปกติแต่สามารถซื้อผ่านช่องทางสาขาหรือผู้แนะนำการลงทุนได้ด้วย
การลงทุนในกองทุนดัชนีต่างประเทศมีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร?
เนื่องจากกองทุนนำเงินบาทไปแปลงเป็นสกุลเงินต่างประเทศเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ ผลตอบแทนในรูปเงินบาทอาจลดลง แต่หากมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedged) ก็จะช่วยลดความผันผวนจากค่าเงินได้ โดยแต่ละกองทุนจะมีนโยบายทั้งแบบป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน ตามดุลยพินิจ หรือไม่ป้องกันความเสี่ยงเลย
อ่านต่อ

การเงินและการลงทุน0 วิว
10 บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน ยอดนิยมประจำปี 2569 สร้างวินัยการออมพร้อมรับดอกเบี้ยเต็มเม็ดเต็มหน่วย
รวมบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีระยะเวลา 24 เดือนที่โดดเด่นประจำปี 2569 ทางเลือกสะสมเงินก้อนที่ไร้ความเสี่ยง ช่วยฝึกวินัยทางการเงินและรับผลตอบแทนดอกเบี้ยเต็มจำนวนโดยไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
ในบทความ: บัญชีเงินฝากปลอดภาษี ธนาคารเกียรตินาคินภัทร · บัญชีเงินฝากโบนัส 24 เดือน ธนาคารไทยพาณิชย์ · บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

การเงินและการลงทุน0 วิว
10 อันดับธนาคารพาณิชย์ในไทยที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงที่สุด อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
เจาะลึก 10 สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของไทยที่มีขนาดสินทรัพย์รวมสูงสุด อิงฐานข้อมูลรายงานทางการเงินปีล่าสุด สะท้อนเสถียรภาพและขุมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

การเงินและการลงทุน1 วิว
10 อันดับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในไทยที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) กองทุนรวมสูงสุด
เปิดสถิติ 10 บลจ. แถวหน้าของเมืองไทยที่มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) กลุ่มกองทุนรวมสูงสุด พร้อมวิเคราะห์จุดเด่นและขุมพลังการเติบโต
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ