ข้ามไปยังเนื้อหา
TNPrank
แนะนำ 10 เรื่อง

10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก

เจาะลึก 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 ทางเลือกลงทุนค่าธรรมเนียมต่ำเพื่อกระจายความเสี่ยงสู่ตลาดชั้นนำระดับโลกทั้งสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย และพอร์ตหุ้นโลก

กองบรรณาธิการ TNPrank อ่าน 29 นาที 0 วิว
10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
ภาพ:OleksandrPidvalnyi / Pixabay

ในยุคเศรษฐกิจโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง การจำกัดเงินลงทุนไว้เพียงตลาดหุ้นไทยอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างผลตอบแทนเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อในระยะยาวอีกต่อไป พฤติกรรมการลงทุนของคนไทยในปี 2569 จึงเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นนักลงทุนระดับสากลอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับการจัดสรรสินทรัพย์ข้ามพรมแดน เพื่อกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์และคว้าผลประโยชน์จากการเติบโตของบริษัทชั้นนำระดับโลก

เครื่องมือการเงินที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคนี้ได้มีประสิทธิภาพที่สุดคงหนีไม่พ้น กองทุนรวมดัชนีต่างประเทศ (Foreign Index Funds) หรือกองทุนแบบพาสซีฟ (Passive Fund) ซึ่งมีจุดเด่นสำคัญในเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับกองทุนแบบแอคทีฟ อีกทั้งยังมอบความโปร่งใส ลงทุนตามน้ำหนักดัชนีมาตรฐาน และมีสภาพคล่องสูง ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการเป็นเจ้าของหุ้นยักษ์ใหญ่ทั่วโลกได้ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียงไม่กี่บาท

บทความนี้ TNPrank ได้คัดสรร 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมประจำปี 2569 ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายการลงทุนในดัชนีมหาอำนาจอย่าง S&P 500, ดัชนีเทคโนโลยี NASDAQ-100, หุ้นทั่วโลก MSCI ACWI ไปจนถึงตลาดดาวรุ่งอย่างญี่ปุ่นและอินเดีย เพื่อให้ผู้อ่านมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจวางแผนพอร์ตการลงทุนอย่างรอบด้านและมั่นคง

คัดเลือกอย่างไร

สำหรับการจัดอันดับ 10 กองทุนดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดฮิตในปี 2569 จากเหล่า บลจ. แถวหน้าของไทย เราได้ประเมินผ่านเกณฑ์รอบด้าน ตั้งแต่มูลค่า AUM ความคล่องตัวในการซื้อขาย ความแม่นยำในการสร้างผลตอบแทนตามดัชนีโลก (Tracking Efficiency) ต้นทุนค่าธรรมเนียมที่เป็นมิตร ตลอดจนการกระจายตัวของสินทรัพย์อ้างอิงที่ครอบคลุมทั้งมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น กลุ่มตลาดเกิดใหม่ศักยภาพสูงอย่างอินเดีย ไปจนถึงดัชนีหุ้นทั่วโลก

ทั้ง 10 รายการ

01

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P500)

กองทุนเรือธงดัชนี S&P 500 มูลค่าสินทรัพย์ระดับหมื่นล้าน

ยอดนิยมตลาดหุ้นสหรัฐฯNAV 29.2906 บาท

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P500) — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
ภาพ:pinterest.com

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส หรือ SCBS&P500 เป็นหนึ่งในกองทุนรวมดัชนีต่างประเทศรุ่นบุกเบิกที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากนักลงทุนไทยมาอย่างยาวนาน กองทุนนี้ใช้นโยบายแบบพาสซีฟโดยนำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศ iShares Core S&P 500 ETF ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุน ETF ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มุ่งหวังสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี S&P 500 มากที่สุด

จุดเด่นที่ทำให้ SCBS&P500 ครองใจนักลงทุนเสมอมาคือขนาดกองทุนที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ สะท้อนถึงเสถียรภาพและสภาพคล่องในการซื้อขายที่คล่องตัว การเคลื่อนไหวของราคาทำได้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการวางรากฐานพอร์ตการลงทุนให้มั่นคง การเลือกลงทุนใน SCBS&P500 เปรียบเสมือนการเป็นเจ้าของส่วนแบ่งใน 500 บริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกา เช่น Apple, Microsoft และ Nvidia เหมาะเป็นสินทรัพย์หลักของพอร์ตการลงทุนระยะยาวเพื่อสะสมมูลค่าความมั่งคั่งอย่างมั่นคง

ดัชนีอ้างอิง
S&P 500 Index
กองทุนหลักต่างประเทศ
iShares Core S&P 500 ETF
การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
มูลค่า NAV ล่าสุด
29.2906 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569)

ข้อมูลใช้งานจริง

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
11,734.89 ล้านบาท
นโยบายจ่ายเงินปันผล
ไม่จ่ายเงินปันผล (สะสมมูลค่า)
ความถี่การซื้อขาย
ทุกวันทำการ
  • ลงทุนในบริษัทยักษ์ใหญ่ 500 แห่งของสหรัฐอเมริกา
  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 11,734.89 ล้านบาท มีสภาพคล่องแข็งแกร่ง
  • กองทุนหลักระดับโลก iShares บริหารจัดการด้วยค่าใช้จ่ายต่ำ

จุดเด่น

  • สภาพคล่องสูง ซื้อขายง่ายผ่านแอปพลิเคชันการเงิน
  • กระจายการลงทุนในกลุ่มธุรกิจหลากหลายชั้นนำระดับโลก
  • ค่าธรรมเนียมบริหารจัดการต่ำตามมาตรฐานกองทุนพาสซีฟ

ข้อควรรู้

  • ผลตอบแทนมีความอ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ
  • การป้องกันความเสี่ยงค่าเงินขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ผู้ลงทุนอาจรับความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบางส่วน

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการสินทรัพย์หลัก (Core Port) มั่นคง อิงการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา

02

กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-US500X-A(A)]

กองทุนดัชนี S&P 500 ชนิดสะสมมูลค่าเพื่อการลงทุนทบต้น

ผลตอบแทนสม่ำเสมอNAV 16.1207 บาท

กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-US500X-A(A)] — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
ภาพ:mind.community-recycle-cycles.co.uk

กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ ชนิดสะสมมูลค่า หรือ K-US500X-A(A) จาก บลจ.กสิกรไทย ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนไทยสร้างความมั่งคั่งจากการเติบโตของดัชนี S&P 500 โดยนำเงินไปลงทุนใน iShares Core S&P 500 ETF เช่นเดียวกัน ถือเป็นกองทุนพาสซีฟเรือธงที่มีขนาดสินทรัพย์โดดเด่นเทียบเคียงกัน

ความโดดเด่นของชนิดสะสมมูลค่าคือ การนำผลตอบแทนหรือเงินปันผลที่ได้รับไปลงทุนทบต้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินปันผล และช่วยเร่งอัตราการเติบโตของพอร์ตฟอลิโอได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังมีโครงสร้างระบบการซื้อขายที่เข้าถึงสะดวกผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม

ด้านผลงานการบริหารในปี 2569 กองทุนยังคงรักษาระดับผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปี (YTD) อยู่ที่ประมาณ +10.73% สะท้อนถึงการเกาะติดดัชนีอ้างอิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นตัวเลือกคู่ขนานที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักลงทุนที่เน้นการออมเงินระยะยาวในหุ้นผู้นำโลก

ดัชนีอ้างอิง
S&P 500 Index
กองทุนหลักต่างประเทศ
iShares Core S&P 500 ETF
การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
มูลค่า NAV ล่าสุด
16.1207 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569)

ข้อมูลใช้งานจริง

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
11,180.72 ล้านบาท
นโยบายจ่ายเงินปันผล
ไม่จ่ายเงินปันผล (สะสมมูลค่า)
ความถี่การซื้อขาย
ทุกวันทำการ
  • ผลตอบแทน YTD ปี 2569 ทำได้โดดเด่นถึง +10.73%
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงินชัดเจนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75
  • ชนิดสะสมมูลค่าช่วยให้เกิดผลตอบแทนทบต้นเต็มศักยภาพ

จุดเด่น

  • มูลค่าสินทรัพย์สูงกว่า 11,000 ล้านบาท สภาพคล่องมั่นใจได้
  • มีกลไกป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่รัดกุม
  • บริหารจัดการต้นทุนได้ดี ค่า Tracking Error ต่ำ

ข้อควรรู้

  • ไม่มีกระแสเงินสดจากเงินปันผลระหว่างทาง
  • ผลการดำเนินงานขึ้นอยู่กับทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นหลัก

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมเงินลงทุนระยะยาว และชอบการบริหารแบบจำกัดความเสี่ยงด้านค่าเงิน

03

กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ พาสซีฟ (K-WORLDX)

กองทุนดัชนีหุ้นโลก ครอบคลุมทั้งตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่

กระจายความเสี่ยงรอบโลกNAV 18.2237 บาท

กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ พาสซีฟ (K-WORLDX) — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
ภาพประกอบสร้างโดย TNPrank (AI)

กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ พาสซีฟ หรือ K-WORLDX คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มองหาการลงทุนแบบ กระจายความเสี่ยงทั่วโลกอย่างแท้จริง กองทุนนี้นำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของ iShares MSCI ACWI ETF ซึ่งติดตามดัชนี MSCI All Country World Index ครอบคลุมทั้งตลาดที่พัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่รวมกันกว่า 40 ประเทศ

สิ่งที่ทำให้ K-WORLDX แตกต่างจากกองทุนดัชนีสหรัฐฯ คือการไม่ผูกติดพอร์ตโฟลิโอไว้กับประเทศใดประเทศหนึ่ง แม้ว่าสัดส่วนส่วนใหญ่จะยังคงเป็นหุ้นบริษัทข้ามชาติของสหรัฐฯ แต่ก็มีการกระจายไปยังยุโรป เอเชีย และตลาดเกิดใหม่ ทำให้ช่วยลดความผันผวนเฉพาะประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้วยขนาด AUM ล่าสุดที่มากกว่า 14,000 ล้านบาท ส่งผลให้ K-WORLDX ขึ้นแท่นหนึ่งในกองทุนหุ้นโลกแบบพาสซีฟที่ใหญ่ที่สุดของไทยในปี 2569 จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักลงทุนมือใหม่และมืออาชีพที่ต้องการความเรียบง่าย ถือกองทุนเดียวแต่เสมือนได้ลงทุนในเครื่องจักรเศรษฐกิจโลกทั้งหมด

ดัชนีอ้างอิง
MSCI ACWI Index
กองทุนหลักต่างประเทศ
iShares MSCI ACWI ETF
การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
มูลค่า NAV ล่าสุด
18.2237 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569)

ข้อมูลใช้งานจริง

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
14,139.75 ล้านบาท
นโยบายจ่ายเงินปันผล
ไม่จ่ายเงินปันผล
ความถี่การซื้อขาย
ทุกวันทำการ
  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงกว่า 14,139 ล้านบาท ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ
  • กระจายความเสี่ยงครอบคลุมบริษัทชั้นนำกว่า 2,000 ตัวทั่วโลก
  • รวมทั้งตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ในกองทุนเดียว

จุดเด่น

  • เป็นการลงทุนแบบสมดุล กระจายความเสี่ยงระดับโลกโดยแท้จริง
  • ขนาดกองทุนมหึมา เสริมความมั่นใจด้านสภาพคล่อง
  • ไม่ต้องคอยปรับน้ำหนักหุ้นรายประเทศด้วยตัวเอง

ข้อควรรู้

  • ผลตอบแทนอาจปรับตัวช้ากว่ากองทุนที่เน้นเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงตลาดขาขึ้น
  • มีความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจหลากหลายภูมิภาคพร้อมกัน

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการถือพอร์ตเดียวจบ กระจายความเสี่ยงครอบคลุมทุกภูมิภาคเศรษฐกิจหลักของโลก

04

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดสะสมมูลค่า [SCBNDQ(A)]

กองทุนดัชนี NASDAQ-100 เจาะขุมพลังหุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมโลก

ผู้นำกลุ่มเทคโนโลยีNAV 17.2622 บาท

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดสะสมมูลค่า [SCBNDQ(A)] — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
ภาพ:worksheetshq.com

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว หรือ SCBNDQ(A) เป็นกองทุนดัชนีที่มุ่งเน้นพลังแห่งนวัตกรรมและการเติบโตอย่างแท้จริง โดยอ้างอิงกับดัชนี NASDAQ-100 ผ่านกองทุนหลักต่างประเทศ Invesco NASDAQ 100 ETF (QQQM) ซึ่งคัดสรร 100 บริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่มีมูลค่าสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq

ความแตกต่างของ SCBNDQ(A) คือความเข้มข้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สื่อสาร และการบริโภคสมัยใหม่ เช่น Apple, Microsoft, Amazon, Alphabet และผู้ผลิตชิปชั้นนำ การเลือกลงทุนผ่าน QQQM ซึ่งเป็น ETF รุ่นใหม่ของ Invesco ยังช่วยให้กองทุนมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายกองทุนหลักที่ประหยัดลงไปอีกระดับ

ในปี 2569 ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยียังคงได้รับแรงส่งจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคลาวด์คอมพิวติง ส่งผลให้ SCBNDQ(A) สร้างผลตอบแทน YTD สูงถึง +16.85% จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับแรกสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสปีดการเติบโตให้กับพอร์ตการลงทุนระยะยาว

ดัชนีอ้างอิง
NASDAQ-100 Index
กองทุนหลักต่างประเทศ
Invesco NASDAQ 100 ETF (QQQM)
การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
มูลค่า NAV ล่าสุด
17.2622 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569)

ข้อมูลใช้งานจริง

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
6,344.30 ล้านบาท
นโยบายจ่ายเงินปันผล
ไม่จ่ายเงินปันผล (สะสมมูลค่า)
ความถี่การซื้อขาย
ทุกวันทำการ
  • ผลตอบแทน YTD ในปี 2569 ทำได้โดดเด่นถึง +16.85%
  • เน้นหุ้นกลุ่ม Big Tech และผู้นำนวัตกรรมระดับโลก 100 ตัว
  • กองทุนหลัก QQQM คิดค่าธรรมเนียมบริหารจัดการต่ำเป็นพิเศษ

จุดเด่น

  • จับกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีระดับโลกและปัญญาประดิษฐ์
  • AUM ระดับ 6,300 ล้านบาท มั่นใจเรื่องสภาพคล่อง
  • ศักยภาพการเติบโตของผลตอบแทนระยะยาวสูงมาก

ข้อควรรู้

  • มีความผันผวนของราคาสูงกว่าดัชนี S&P 500 ทั่วไป
  • กระจุกตัวในหมวดธุรกิจเทคโนโลยีค่อนข้างมาก

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้สูง และต้องการเร่งอัตราการเติบโตของเงินลงทุนด้วยหุ้นเทคโนโลยี

05

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ [SCBNDQ(E)]

กองทุนดัชนี NASDAQ-100 ฟรีค่าธรรมเนียมผ่านแอปพลิเคชัน

ต้นทุนต่ำพิเศษAUM 1,190.95 ล้านบาท

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ [SCBNDQ(E)] — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
ภาพ:ehnmark / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)

SCBNDQ(E) หรือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนสายออนไลน์โดยเฉพาะ แม้กลยุทธ์การลงทุนจะถอดแบบมาจาก SCBNDQ ชนิดสะสมมูลค่าแบบเดียวกันทุกมิติ แต่มีจุดเด่นคือการยกเว้นทั้งค่าธรรมเนียมการซื้อและค่าธรรมเนียมการจัดการเมื่อทำธุรกรรมผ่านระบบดิจิทัล

เมื่อต้นทุนถูกบีบให้เหลือน้อยที่สุด เงินลงทุนจึงสร้างประโยชน์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย หนุนให้ผลงานสุทธิดีกว่าคลาสปกติเล็กน้อย การันตีด้วยผลงานในปี 2569 ที่กวาดผลตอบแทน YTD ไปได้ +17.66% ขณะที่ผลตอบแทนรอบ 1 ปี พุ่งแตะ +21.66%

ปัจจุบันกองทุนมีเม็ดเงิน AUM สูงถึงระดับกว่า 1,190 ล้านบาท ทำให้ E-class ตัวนี้กลายเป็นทางเลือกหลักของนักลงทุนยุคใหม่ที่เน้นจัดการพอร์ตผ่านมือถือ และต้องการทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ด้วยกลยุทธ์ DCA อย่างต่อเนื่อง

ดัชนีอ้างอิง
NASDAQ-100 Index
กองทุนหลักต่างประเทศ
Invesco NASDAQ 100 ETF (QQQM)
การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
มูลค่า NAV ล่าสุด
17.2622 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569)

ข้อมูลใช้งานจริง

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
1,190.95 ล้านบาท
นโยบายจ่ายเงินปันผล
ไม่จ่ายเงินปันผล
ช่องทางการซื้อขาย
SCB EASY App
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมการซื้อและค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วน
  • ผลตอบแทน 1 ปีย้อนหลังโดดเด่นถึง +21.66%
  • ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2569 พุ่งแตะ +17.66%

จุดเด่น

  • ประหยัดต้นทุนค่าธรรมเนียมได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
  • ผลตอบแทนสุทธิทำได้ดีกว่าคลาสปกติเล็กน้อย
  • เหมาะกับการทำ DCA เป็นประจำทุกเดือน

ข้อควรรู้

  • ต้องทำรายการซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดเท่านั้น
  • มีความผันผวนตามการเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการต้นทุนต่ำที่สุด และชื่นชอบการทำธุรกรรมด้วยตัวเองผ่านมือถือ

06

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นยูเอสพาสซีฟ (B-USPASSIVE)

กองทุนดัชนี S&P 500 ผ่าน ETF กองแรกและสภาพคล่องสูงสุดในโลก

อ้างอิง ETF ระดับตำนานNAV 13.9779 บาท

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นยูเอสพาสซีฟ (B-USPASSIVE) — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
ภาพ:cnstatue.com

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นยูเอสพาสซีฟ หรือ B-USPASSIVE ภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.บัวหลวง ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงความมั่งคั่งของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาแบบตรงไปตรงมา ผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการเชิงรับ (Passive Management) โดยมุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นมาตรวัดสุขภาพทางการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

จุดเด่นสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้แก่ B-USPASSIVE คือการเลือกลงทุนในกองทุนหลักระดับตำนานอย่าง SPDR S&P 500 ETF Trust (SPY) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ตัวแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนสหรัฐฯ โดดเด่นด้วยสภาพคล่องระดับมหาศาลและปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่นที่สุดในโลก ทำให้กองทุนมี Tracking Error ต่ำมาก ช่วยให้ผู้จัดการกองทุนสามารถบริหารจัดการคำสั่งซื้อขายและล้อไปกับความเคลื่อนไหวของดัชนีอ้างอิงได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำสูง

ในแง่ของข้อมูลเชิงลึกที่นักลงทุนสามารถนำไปใช้จัดพอร์ต กองทุนนี้ถือเป็นเครื่องมือสร้างผลตอบแทนหลัก (Core Asset) ที่แข็งแกร่ง โดยผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีล่าสุดอยู่ที่ 21.74% และมีค่า NAV อยู่ที่ 13.9779 บาท/หน่วย (ข้อมูล ณ ช่วง 31 สิงหาคม – 24 กันยายน 2569) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวในกลุ่มบริษัทผู้นำระดับโลก 500 ตัวแรกของสหรัฐฯ ผ่านสถาบันการเงินที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ

ดัชนีอ้างอิง
S&P 500 Index
กองทุนหลักต่างประเทศ
SPDR S&P 500 ETF Trust (SPY)
การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
มูลค่า NAV ล่าสุด
13.9779 บาท/หน่วย (24 ก.ย. 2569)

ข้อมูลใช้งานจริง

ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี
+21.74%
นโยบายจ่ายเงินปันผล
ไม่จ่ายเงินปันผล
ความถี่การซื้อขาย
ทุกวันทำการ
  • ลงทุนผ่าน SPDR S&P 500 ETF กองทุน ETF แรกของโลก
  • ผลตอบแทน 1 ปีย้อนหลังแตะระดับ +21.74%
  • บริหารโดยทีมงานมืออาชีพจาก บลจ.บัวหลวง

จุดเด่น

  • กองทุนหลักมีสภาพคล่องและเสถียรภาพสูงสุดในระบบการเงินโลก
  • ผลงานระยะยาวสะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ
  • เข้าถึงง่ายสำหรับลูกค้าเครือธนาคารกรุงเทพ

ข้อควรรู้

  • มีสัดส่วนการลงทุนกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ
  • ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด 100%

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในดัชนี S&P 500 ผ่านกองทุนหลัก SPY ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดโลก

07

กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ (K-US500XRMF)

กองทุนดัชนี S&P 500 เพื่อการวางแผนเกษียณและลดหย่อนภาษี

ยอดนิยมลดหย่อนภาษีNAV 12.9766 บาท

กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ (K-US500XRMF) — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
ภาพ:Westfrisco / Pixabay

กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ K-US500XRMF จาก บลจ.กสิกรไทย ถือเป็นนวัตกรรมการเงินที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้โจทย์สองมิติพร้อมกันสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนอนาคต นั่นคือการสร้างวินัยการออมเพื่อการเกษียณควบคู่ไปกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ผ่านการนำเงินไปลงทุนในดัชนีชั้นนำระดับโลกอย่าง S&P 500 ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่มีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา

ความแตกต่างอันโดดเด่นของ K-US500XRMF คือการเป็นกองทุน RMF ที่เน้นลงทุนใน iShares Core S&P 500 ETF ซึ่งมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมกองทุนหลักที่ประหยัดและเน้นการถือครองหุ้นตามดัชนีระยะยาว แตกต่างจากกองทุน RMF ส่วนใหญ่ในอดีตที่มักพึ่งพาการบริหารเชิงรุกในตลาดหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนสามารถลดความผันผวนจากการบริหารแบบพึ่งพาผู้จัดการกองทุน และเกาะกระแสการเติบโตของนวัตกรรมและผลกำไรของบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ในเชิงการบริหารพอร์ตเพื่อการเกษียณ กองทุนนี้มีความมั่นคงสูงด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) ถึง 2,786.56 ล้านบาท มีค่า NAV อยู่ที่ 12.9766 บาท/หน่วย และผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีล่าสุดทำได้ 14.33% (ข้อมูล ณ 29 กันยายน 2569) จึงเป็นตัวเลือกที่นักวางแผนการเงินแนะนำสำหรับผู้ที่ยังมีระยะเวลาการลงทุนก่อนเกษียณตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เพื่อใช้วิธีทยอยลงทุนแบบสม่ำเสมอสะสมมูลค่าในระยะยาว

ดัชนีอ้างอิง
S&P 500 Index
กองทุนหลักต่างประเทศ
iShares Core S&P 500 ETF
การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
มูลค่า NAV ล่าสุด
12.9766 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569)

ข้อมูลใช้งานจริง

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
2,786.56 ล้านบาท
ประเภทสิทธิประโยชน์
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
ความถี่การซื้อขาย
ทุกวันทำการ
  • ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีประจำปีได้สูงสุดตามเกณฑ์ RMF
  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 2,786.56 ล้านบาท
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ +14.33%

จุดเด่น

  • ช่วยประหยัดภาษีพร้อมสะสมความมั่งคั่งระยะยาวในหุ้นโลก
  • มีวินัยการออมภาคบังคับเพื่อวัยเกษียณอย่างแท้จริง
  • ความเสี่ยงค่าเงินถูกควบคุมไม่น้อยกว่า 75%

ข้อควรรู้

  • มีเงื่อนไขการถือครองตามเกณฑ์ภาษี RMF (อายุครบ 55 ปีและลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี)
  • ไม่สามารถขายคืนก่อนกำหนดได้โดยไม่ผิดเงื่อนไขภาษี

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการวางแผนเกษียณระยะยาว พร้อมรับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเต็มที่

08

กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-JPX-A(A)]

กองทุนดัชนี TOPIX เกาะกระแสการฟื้นตัวครั้งใหญ่ของตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ดาวเด่นตลาดหุ้นเอเชียNAV 32.8612 บาท

กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-JPX-A(A)] — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
ภาพ:advantour.com

กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-A ชนิดสะสมมูลค่า หรือ K-JPX-A(A) โดย บลจ.กสิกรไทย เปิดประตูให้นักลงทุนไทยได้เข้าถึงโอกาสการเติบโตของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแห่งเอเชีย กองทุนนี้เน้นการลงทุนเชิงรับตามดัชนี TOPIX ผ่านกองทุนหลัก NEXT FUNDS TOPIX ETF ของ Nomura Asset Management สถาบันการเงินชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น

สิ่งที่ทำให้ K-JPX-A(A) แตกต่างจากกองทุนหุ้นญี่ปุ่นทั่วไป คือการเลือกอ้างอิงกับดัชนี TOPIX แทนที่จะเป็นดัชนี Nikkei 225 ซึ่งทำให้พอร์ตโฟลิโอมีการกระจายน้ำหนักหุ้นตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอย่างแท้จริง สะท้อนภาพรวมโครงสร้างเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้ครอบคลุมและสมดุลกว่า โดยได้รับแรงหนุนเชิงบวกจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว และนโยบายกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนเพิ่มผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) อย่างจริงจัง

ผลลัพธ์จากการปฏิรูปสะท้อนผ่านผลงานอันร้อนแรง โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีพุ่งแตะ +32.13% พร้อมค่า NAV ที่ระดับ 32.8612 บาท/หน่วย (ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2569) ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในการใช้ K-JPX-A(A) เพื่อกระจายความเสี่ยงข้ามภูมิภาคออกจากฝั่งตะวันตก เข้าสู่หุ้นกลุ่มยานยนต์ อุตสาหกรรมขั้นสูง และเทคโนโลยีความแม่นยำของญี่ปุ่นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง

ดัชนีอ้างอิง
TOPIX Index (Tokyo Price Index)
กองทุนหลักต่างประเทศ
NEXT FUNDS TOPIX ETF
การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
มูลค่า NAV ล่าสุด
32.8612 บาท/หน่วย (30 ก.ย. 2569)

ข้อมูลใช้งานจริง

ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี
+32.13%
นโยบายจ่ายเงินปันผล
ไม่จ่ายเงินปันผล (สะสมมูลค่า)
ความถี่การซื้อขาย
ทุกวันทำการ
  • ผลตอบแทน 1 ปีย้อนหลังสูงถึง +32.13% เติบโตอย่างก้าวกระโดด
  • อ้างอิงดัชนี TOPIX ที่สะท้อนตลาดหุ้นญี่ปุ่นทั้งระบบอย่างแท้จริง
  • ได้รับอานิสงส์จากการปฏิรูปบรรษัทภิบาลของบริษัทญี่ปุ่น

จุดเด่น

  • ผลตอบแทนโดดเด่นติดอันดับท็อปในปี 2568-2569
  • ช่วยกระจายความเสี่ยงจากตลาดสหรัฐฯ เข้าสู่ตลาดพัฒนาแล้วในเอเชีย
  • ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินเยนไม่ต่ำกว่า 75%

ข้อควรรู้

  • ค่าเงินเยนมีความผันผวนสูงต่อการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
  • โครงสร้างประชากรผู้สูงอายุของญี่ปุ่นยังคงเป็นความท้าทายระยะยาว

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายพอร์ตออกจากตลาดสหรัฐฯ มายังเอเชีย และต้องการเกาะกระแสการเติบโตของญี่ปุ่น

09

กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นอินเดีย (K-INDX)

กองทุนดัชนี Nifty 50 จับโอกาสเติบโตของเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่เอเชียใต้

ดาวรุ่งตลาดเกิดใหม่NAV 13.2526 บาท

กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นอินเดีย (K-INDX) — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
ภาพ:Cididity Hat / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นอินเดีย หรือ K-INDX จาก บลจ.กสิกรไทย ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้นักลงทุนสามารถเกาะขบวนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยมีนโยบายลงทุนเชิงรับอ้างอิงตามดัชนี Nifty 50 ผ่านกองทุนหลัก iShares India 50 ETF ซึ่งรวบรวมหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูง 50 ตัวแรกของตลาดหุ้นอินเดียเอาไว้ในพอร์ตเดียว

จุดเด่นเชิงเปรียบเทียบที่ขับเคลื่อน K-INDX ให้โดดเด่น คือการที่อินเดียมีโครงสร้างประชากรส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน (Demographic Dividend) ผสานกับนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่ของภาครัฐ ทำให้บริษัทชั้นนำในดัชนี Nifty 50 ที่เน้นกลุ่มสถาบันการเงิน สินค้าอุปโภคบริโภค และเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับแรงหนุนทั้งจากกำลังซื้อภายในประเทศและการขยายตัวสู่เวทีสากลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะตัวที่ตลาดพัฒนาแล้วอื่นๆ เลียนแบบได้ยาก

สำหรับรายละเอียดเชิงลึก กองทุนมีค่า NAV ล่าสุดอยู่ที่ 13.2526 บาท/หน่วย (ข้อมูล ณ 1 ตุลาคม 2569) ถือเป็นทางเลือกยอดเยี่ยมในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยนักลงทุนสามารถนำ K-INDX ไปใช้เป็นสินทรัพย์เสริม (Satellite Portfolio) ในสัดส่วน 5-10% เพื่อเร่งอัตราผลตอบแทนระยะยาวและกระจายความเสี่ยงจากตลาดหลักได้เป็นอย่างดี

ดัชนีอ้างอิง
Nifty 50 Index
กองทุนหลักต่างประเทศ
iShares India 50 ETF
การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
มูลค่า NAV ล่าสุด
13.2526 บาท/หน่วย (1 ต.ค. 2569)

ข้อมูลใช้งานจริง

ดัชนีอ้างอิงย่อย
Nifty 50 (อินเดีย)
นโยบายจ่ายเงินปันผล
ไม่จ่ายเงินปันผล
ความถี่การซื้อขาย
ทุกวันทำการ
  • เข้าถึง 50 หุ้นผู้นำเศรษฐกิจของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก
  • แรงขับเคลื่อนจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่สูงติดอันดับโลก
  • กระจายความเสี่ยงสู่ตลาดเกิดใหม่ชั้นนำของเอเชียใต้

จุดเด่น

  • โครงสร้างประชากรวัยหนุ่มสาวเอื้อต่อการเติบโตของการบริโภคระยะยาว
  • ความสัมพันธ์กับตลาดพัฒนาแล้วต่ำ ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตได้ดี
  • กองทุนหลักบริหารจัดการโดย BlackRock สถาบันการเงินชั้นนำ

ข้อควรรู้

  • ระดับการประเมินมูลค่า (P/E Ratio) ของหุ้นอินเดียอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง
  • มีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินรูปีและนโยบายภายในประเทศ

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนตลาดเกิดใหม่เพื่อเร่งการเติบโต และมองเห็นศักยภาพระยะยาวของอินเดีย

10

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนีหุ้นโลก ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล [SCBWORLD(P)]

กองทุนดัชนี MSCI World รวมหุ้นคุณภาพ 23 ประเทศพัฒนาแล้ว

หุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วNAV 14.6062 บาท

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนีหุ้นโลก ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล [SCBWORLD(P)] — 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
ภาพประกอบสร้างโดย TNPrank (AI)

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนีหุ้นโลก ชนิดผู้ลงทุนกลุ่มและบุคคล หรือ SCBWORLD(P) เป็นกองทุนดัชนีที่ตอบโจทย์การลงทุนระดับโลกในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเน้นลงทุนตามดัชนี MSCI World Index ซึ่งรวบรวมหุ้นขนาดกลางและขนาดใหญ่จาก 23 ประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก

ความพิเศษของ MSCI World คือการคัดกรองเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดที่มีเสถียรภาพทางการเงินและระบบกฎหมายเข้มแข็ง เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี ทำให้พอร์ตการลงทุนมีความมั่นคงและผันผวนน้อยกว่าตลาดเกิดใหม่

ด้วยมูลค่า AUM ระดับ 1,448.08 ล้านบาท และผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันในปี 2569 ที่บวกขึ้นมา +10.66% ทำให้ SCBWORLD(P) เป็นทางเลือกชั้นยอดสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงระดับสากล แต่ยังเน้นความปลอดภัยในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก

ดัชนีอ้างอิง
MSCI World Index
กองทุนหลักต่างประเทศ
iShares Core MSCI World UCITS ETF
การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
มูลค่า NAV ล่าสุด
14.6062 บาท/หน่วย (1 ต.ค. 2569)

ข้อมูลใช้งานจริง

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM)
1,448.08 ล้านบาท
นโยบายจ่ายเงินปันผล
ไม่จ่ายเงินปันผล
ความถี่การซื้อขาย
ทุกวันทำการ
  • ลงทุนในหุ้นคุณภาพชั้นนำของ 23 ประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก
  • ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2569 แตะระดับ +10.66%
  • AUM มั่นคงกว่า 1,448 ล้านบาท มีเสถียรภาพสูง

จุดเด่น

  • เน้นความมั่นคงสูงจากกลุ่มประเทศที่มีระบบการเงินพัฒนาแล้ว
  • กระจายความเสี่ยงครอบคลุมหลายสกุลเงินและหลากหลายอุตสาหกรรม
  • สภาพคล่องดี ซื้อขายสะดวกรวดเร็ว

ข้อควรรู้

  • ไม่มีสัดส่วนในตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูงอย่างจีนหรืออินเดีย
  • น้ำหนักการลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเอียงไปทางสหรัฐอเมริกาเกือบ 70%

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายสินทรัพย์รอบโลกในกลุ่มประเทศที่มีความมั่นคงและพัฒนาแล้วเป็นหลัก

เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ

#รายการดัชนีอ้างอิงกองทุนหลักต่างประเทศการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินมูลค่า NAV ล่าสุด
1กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P500)S&P 500 IndexiShares Core S&P 500 ETFตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน29.2906 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569)
2กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-US500X-A(A)]S&P 500 IndexiShares Core S&P 500 ETFไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ16.1207 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569)
3กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ พาสซีฟ (K-WORLDX)MSCI ACWI IndexiShares MSCI ACWI ETFตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน18.2237 บาท/หน่วย (25 ก.ย. 2569)
4กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดสะสมมูลค่า [SCBNDQ(A)]NASDAQ-100 IndexInvesco NASDAQ 100 ETF (QQQM)ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน17.2622 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569)
5กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ [SCBNDQ(E)]NASDAQ-100 IndexInvesco NASDAQ 100 ETF (QQQM)ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน17.2622 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569)
6กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นยูเอสพาสซีฟ (B-USPASSIVE)S&P 500 IndexSPDR S&P 500 ETF Trust (SPY)ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน13.9779 บาท/หน่วย (24 ก.ย. 2569)
7กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ (K-US500XRMF)S&P 500 IndexiShares Core S&P 500 ETFไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ12.9766 บาท/หน่วย (29 ก.ย. 2569)
8กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-JPX-A(A)]TOPIX Index (Tokyo Price Index)NEXT FUNDS TOPIX ETFไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ32.8612 บาท/หน่วย (30 ก.ย. 2569)
9กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นอินเดีย (K-INDX)Nifty 50 IndexiShares India 50 ETFตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน13.2526 บาท/หน่วย (1 ต.ค. 2569)
10กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนีหุ้นโลก ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล [SCBWORLD(P)]MSCI World IndexiShares Core MSCI World UCITS ETFตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน14.6062 บาท/หน่วย (1 ต.ค. 2569)

เลือกแบบไหนดี?

สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร

บทสรุป

การจัดพอร์ตลงทุนในปี 2569 ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและต้นทุนที่ต่ำ กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศทั้ง 10 กองทุนที่รวบรวมมานี้ แสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงโอกาสในขุมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ตลาดฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของญี่ปุ่น หรือประเทศที่มีประชากรและการเติบโตรวดเร็วอย่างอินเดีย ทั้งหมดนี้ล้วนเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับนวัตกรรมระดับโลก

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในดัชนีต่างประเทศยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ผู้ลงทุนจึงควรประเมินระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ ศึกษาเงื่อนไขเรื่องการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน และเลือกนโยบายกองทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นกองทุนชนิดสะสมมูลค่า กองทุนชนิดไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อ หรือกองทุนลดหย่อนภาษี เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในอนาคต

อ่านเพิ่มในหัวข้อการเงินและการลงทุน14การออมเงิน9

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. 1.scbam.com
  2. 2.settrade.com
  3. 3.windows.net
  4. 4.kasikornasset.com
  5. 5.settrade.com
  6. 6.kasikornbank.com
  7. 7.kasikornbank.com
  8. 8.kasikornasset.com
  9. 9.settrade.com
  10. 10.facebook.com
  11. 11.scbam.com
  12. 12.wealthmagik.com
  13. 13.finnomena.com
  14. 14.settrade.com
  15. 15.wealthmagik.com
  16. 16.bblam.co.th
  17. 17.settrade.com
  18. 18.wealthmagik.com
  19. 19.kasikornasset.com
  20. 20.kasikornbank.com
  21. 21.kasikornbank.com
  22. 22.kasikornasset.com
  23. 23.innovestx.co.th
  24. 24.scbam.com
  25. 25.scbam.com
  26. 26.wealthmagik.com

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมการลงทุนในกองทุนรวมดัชนีต่างประเทศ (Index Fund) ถึงได้รับความนิยมสูงขึ้นมากในปี 2569?

เพราะกองทุนดัชนีมีค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการต่ำกว่ากองทุนแอคทีฟอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องเสียส่วนต่างต้นทุนในระยะยาว อีกทั้งในอดีต กองทุนส่วนใหญ่ที่พยายามเลือกหุ้นเองมักไม่สามารถทำผลตอบแทนชนะดัชนีมาตรฐานได้ การลงทุนตามดัชนีจึงเป็นกลยุทธ์ที่เรียบง่าย โปร่งใส และสร้างผลตอบแทนได้สม่ำเสมอที่สุด

ดัชนี S&P 500 กับ NASDAQ-100 แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกตัวไหน?

S&P 500 กระจายการลงทุนใน 500 บริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม จึงมีความสมดุลและผันผวนน้อยกว่า เหมาะเป็นสินทรัพย์หลักของพอร์ต ส่วน NASDAQ-100 คัดเลือก 100 บริษัทยักษ์ใหญ่นอกภาคการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีความผันผวนสูงกว่าแต่ก็มีโอกาสเติบโตสูงกว่า เหมาะสำหรับเสริมพอร์ตเพื่อเร่งผลตอบแทน

กองทุนดัชนีต่างประเทศ ชนิดสะสมมูลค่า (A) กับชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (E) แตกต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองชนิดมีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน แต่ชนิดอิเล็กทรอนิกส์ (E-class) มีจุดเด่นคือการยกเว้นหรือปรับลดค่าธรรมเนียมบางประเภทเมื่อซื้อผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้ต้นทุนรวมต่ำกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ทำรายการด้วยตนเอง ส่วนชนิดสะสมมูลค่าทั่วไป (A-class) อาจมีค่าธรรมเนียมตามปกติแต่สามารถซื้อผ่านช่องทางสาขาหรือผู้แนะนำการลงทุนได้ด้วย

การลงทุนในกองทุนดัชนีต่างประเทศมีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร?

เนื่องจากกองทุนนำเงินบาทไปแปลงเป็นสกุลเงินต่างประเทศเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ ผลตอบแทนในรูปเงินบาทอาจลดลง แต่หากมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedged) ก็จะช่วยลดความผันผวนจากค่าเงินได้ โดยแต่ละกองทุนจะมีนโยบายทั้งแบบป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน ตามดุลยพินิจ หรือไม่ป้องกันความเสี่ยงเลย

10 บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน ยอดนิยมประจำปี 2569 สร้างวินัยการออมพร้อมรับดอกเบี้ยเต็มเม็ดเต็มหน่วย
แนะนำ 10 เรื่อง

การเงินและการลงทุน0 วิว

10 บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน ยอดนิยมประจำปี 2569 สร้างวินัยการออมพร้อมรับดอกเบี้ยเต็มเม็ดเต็มหน่วย

รวมบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีระยะเวลา 24 เดือนที่โดดเด่นประจำปี 2569 ทางเลือกสะสมเงินก้อนที่ไร้ความเสี่ยง ช่วยฝึกวินัยทางการเงินและรับผลตอบแทนดอกเบี้ยเต็มจำนวนโดยไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย

ในบทความ: บัญชีเงินฝากปลอดภาษี ธนาคารเกียรตินาคินภัทร · บัญชีเงินฝากโบนัส 24 เดือน ธนาคารไทยพาณิชย์ · บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

10 อันดับธนาคารพาณิชย์ในไทยที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงที่สุด อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
จัดอันดับ 10 → 1

การเงินและการลงทุน0 วิว

10 อันดับธนาคารพาณิชย์ในไทยที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงที่สุด อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569

เจาะลึก 10 สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของไทยที่มีขนาดสินทรัพย์รวมสูงสุด อิงฐานข้อมูลรายงานทางการเงินปีล่าสุด สะท้อนเสถียรภาพและขุมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

10 อันดับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในไทยที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) กองทุนรวมสูงสุด
จัดอันดับ 10 → 1

การเงินและการลงทุน1 วิว

10 อันดับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในไทยที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) กองทุนรวมสูงสุด

เปิดสถิติ 10 บลจ. แถวหน้าของเมืองไทยที่มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) กลุ่มกองทุนรวมสูงสุด พร้อมวิเคราะห์จุดเด่นและขุมพลังการเติบโต

ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ