10 อันดับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในไทยที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) กองทุนรวมสูงสุด
เปิดสถิติ 10 บลจ. แถวหน้าของเมืองไทยที่มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) กลุ่มกองทุนรวมสูงสุด พร้อมวิเคราะห์จุดเด่นและขุมพลังการเติบโต
จัดอันดับตาม มูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) กองทุนรวม· ที่มา สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) / HoonSmart / Wealthy Thai· ข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2568

ในแวดวงการเงินการลงทุนของประเทศไทย อุตสาหกรรมกองทุนรวมถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความมั่งคั่งของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเม็ดเงินหลายล้านล้านบาทถูกบริหารจัดการผ่านสถาบันการเงินที่เชี่ยวชาญ ซึ่งหนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงระดับความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตลอดจนขนาดของเครือข่ายบริการได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารจัดการ หรือ AUM (Assets Under Management)
การเติบโตของมูลค่า AUM ไม่ได้บ่งบอกเพียงแค่ความใหญ่ขององค์กร แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนศักยภาพของทีมผู้จัดการกองทุน เครือข่ายการจัดจำหน่ายของธนาคารพาณิชย์ และความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์สภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง ทั้งในมิติของกองทุนตราสารหนี้ กองทุนหุ้นไทย ตลอดจนกองทุนที่เน้นกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ทั่วโลก (FIF)
TNPrank ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอย่างเป็นทางการจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เพื่อจัดอันดับ 10 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำในประเทศไทยที่มี AUM กองทุนรวมสูงที่สุด ข้อมูลชุดนี้จะช่วยให้นักลงทุนมองเห็นภาพรวมของภูมิทัศน์การลงทุนไทย และใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนพอร์ตโฟลิโอได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
วัดผลอย่างไร
เพื่อให้การเปรียบเทียบข้อมูลมีความโปร่งใสและตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างเสมอภาค รายงานชิ้นนี้จึงดึงสถิติตลอดทั้งปีล่าสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเผยแพร่โดยสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) มาใช้เป็นฐานอ้างอิงเดียวกันทั้งหมด โดยเลือกโฟกัสเฉพาะตัวเลขมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) ของกลุ่ม 'กองทุนรวม' (Mutual Fund) เท่านั้น มาเป็นเกณฑ์กำหนดลำดับจากสูงสุดลงมา
นับถอยหลัง 10 อันดับ
เชี่ยวชาญอสังหาฯ และ REITs
บลจ.พรินซิเพิล (Principal)
ผู้เชี่ยวชาญกองทุนอสังหาริมทรัพย์และโซลูชันเพื่อการเกษียณ

บลจ.พรินซิเพิล หรือ Principal ปิดท้าย 10 อันดับแรกของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยมูลค่า AUM กองทุนรวม 86,437 ล้านบาท ขยายตัวเติบโต +5.99% คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 1.34% โดยอาศัยความแข็งแกร่งระดับนานาชาติจากการร่วมทุนระหว่าง Principal Financial Group สถาบันการเงินชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา และกลุ่ม CIMB แห่งมาเลเซีย
จุดเด่นอันเป็นเครื่องหมายการค้าของ Principal คือความเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญพิเศษในกลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ทั้งในไทย สิงคโปร์ และทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่ามีทีมผู้จัดการกองทุนที่สร้างผลการดำเนินงานได้อย่างมีเสถียรภาพและโดดเด่นในระยะยาว
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนคือ Principal ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการวางแผนเกษียณ จึงเป็นผู้บุกเบิกกองทุนเป้าหมายตามช่วงอายุ (Target Date Funds) ซึ่งจะปรับสัดส่วนสินทรัพย์ให้อัตโนมัติตามช่วงวัย ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างวินัยทางการเงินและสะสมความมั่งคั่งเพื่อเป้าหมายเกษียณอายุได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีทิศทางที่ชัดเจน
- AUM กองทุนรวม
- 86,437 ล้านบาท
- ส่วนแบ่งการตลาด
- 1.34%
- สถานะการบริหาร
- อันดับ 10 กองทุนรวมของไทย
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่องทางบริการหลัก
- Principal TH Mobile App, เครือข่ายธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น
- กองทุน REITs เอเชียแปซิฟิก, Target Retirement Funds
- AUM กองทุนรวม 86,437 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง +5.99%
- ผู้นำด้านกองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REITs ทั้งในไทยและต่างประเทศ
- พลังร่วมระดับสากลระหว่าง Principal สหรัฐอเมริกา และกลุ่ม CIMB
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน และการวางแผนเกษียณตามเป้าหมายอายุ
เครือข่ายการเงินสิงคโปร์
บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) (UOBAM)
เครือข่ายการเงินระดับภูมิภาคที่เติบโตอย่างมั่นคง

บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) หรือ UOBAM เร่งขยายฐานสินทรัพย์อย่างรวดเร็วและมีอัตราการเติบโตสูงถึง +22.68% ส่งผลให้มูลค่า AUM กองทุนรวมขยับแตะ 179,840 ล้านบาท พร้อมครองส่วนแบ่งการตลาด 2.78% ยึดอันดับ 9 ของประเทศได้อย่างมั่นคง ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มธนาคารยูโอบี ประเทศสิงคโปร์
สิ่งที่สร้างความต่างคือ เครือข่ายทางการเงินที่ครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และศูนย์กลางการเงินโลก ทำให้ UOBAM มีความเข้าใจเชิงลึกในตลาดเกิดใหม่และตลาดตราสารหนี้สากล บริษัทจึงมุ่งเน้นการส่งมอบผลิตภัณฑ์แบบ Solution-based ซึ่งออกแบบโครงสร้างพอร์ตให้สอดรับกับระดับความเสี่ยงเฉพาะตัวของนักลงทุน พร้อมตอบรับมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก
ในแง่การใช้งานจริง UOBAM ถือเป็นตัวเลือกเด่นสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก และกองทุนกลุ่มนวัตกรรมความยั่งยืน (ESG) คุณภาพสูง รวมถึงการเข้าถึงพอร์ตลงทุนได้อย่างสะดวกสบายผ่านช่องทางดิจิทัลของธนาคารยูโอบี ช่วยให้การบริหารจัดการสินทรัพย์ในชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างคล่องตัว
- AUM กองทุนรวม
- 179,840 ล้านบาท
- ส่วนแบ่งการตลาด
- 2.78%
- สถานะการบริหาร
- อันดับ 9 กองทุนรวมของไทย
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่องทางบริการหลัก
- UOB TMRW, UOBAM Invest และสาขาธนาคารยูโอบี
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น
- กองทุน Multi-Asset, หุ้นเอเชีย, กองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก
- AUM กองทุนรวม 179,840 ล้านบาท อัตราการเติบโตสูงถึง +22.68%
- เชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มธนาคารยูโอบี ผู้นำทางการเงินแห่งเอเชีย
- เชี่ยวชาญการออกแบบโซลูชันพอร์ตการลงทุนแบบ Multi-Asset
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพอร์ตผสมแบบ Multi-Asset และการกระจายเงินลงทุนในระดับภูมิภาคเอเชีย
เติบโตร้อนแรงที่สุด
บลจ.เกียรตินาคินภัทร (KKPAM)
ผู้นำด้าน Wealth Management และการจัดสรรสินทรัพย์ทั่วโลก

บลจ.เกียรตินาคินภัทร หรือ KKPAM เป็น บลจ. ที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นและร้อนแรงที่สุดในกลุ่ม Top 10 โดยสามารถขยาย AUM กองทุนรวมได้สูงถึง +26.94% จนขึ้นมาแตะระดับ 273,864 ล้านบาท ครองอันดับ 8 ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 4.24% ตอกย้ำความสำเร็จของการเป็นผู้นำด้านการบริหารเงินทุนระดับพรีเมียมของประเทศ
ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของ KKPAM เกิดจากการเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร โดยเฉพาะบริการ Private Wealth Management ที่มุ่งเน้นการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation) ผนวกกับทีมวิเคราะห์การลงทุนระดับแนวหน้า ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ KKPAM มุ่งเน้นการคัดกรองกองทุนต่างประเทศที่มีคุณภาพสูงอย่างแท้จริง
นักลงทุนสามารถนำข้อได้เปรียบนี้มาใช้ประโยชน์ผ่านกองทุนเปิดที่เปิดรับโอกาสในสินทรัพย์ทั่วโลก กองทุนเทคโนโลยี และกองทุนตลาดนอกตลาด (Private Markets) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ที่ต้องการพอร์ตการลงทุนที่มีมาตรฐานการจัดพอร์ตระดับสากลเพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มอย่างโดดเด่น
- AUM กองทุนรวม
- 273,864 ล้านบาท
- ส่วนแบ่งการตลาด
- 4.24%
- สถานะการบริหาร
- อันดับ 8 และเติบโตสูงสุดในกลุ่มนำ
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่องทางบริการหลัก
- KKP Mobile, Edge by KKP และสำนักงาน บล.เกียรตินาคินภัทร
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น
- กองทุนหุ้นโลก, Global Thematic, Private Equity/Credit
- AUM กองทุนรวม 273,864 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดดสูงสุดใน Top 10 ถึง +26.94%
- ผู้นำด้าน Private Wealth Management และการจัดพอร์ตสินทรัพย์ระดับสากล
- ผลิตภัณฑ์เด่นด้าน Global Thematic Equity และกองทุนสินทรัพย์นอกตลาด
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการจัดพอร์ตระดับพรีเมียมตามมาตรฐานสากลและเข้าถึงธีมการลงทุนระดับโลก
บลจ. แห่งแรกของไทย
บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC)
สถาบันจัดการกองทุนแห่งแรกของไทยพร้อมความเชี่ยวชาญยาวนาน

บลจ.เอ็มเอฟซี หรือ MFC ก่อตั้งขึ้นเป็นบริษัทจัดการลงทุนแห่งแรกของประเทศไทย ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ ปัจจุบันครองอันดับ 7 ในกลุ่มกองทุนรวมไทย ด้วยมูลค่า AUM กองทุนรวม 381,540 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต +6.27% และครองส่วนแบ่งการตลาด 5.91% สะท้อนถึงเสถียรภาพและความเชื่อมั่นที่ได้รับจากนักลงทุนมาอย่างต่อเนื่องทุกยุคสมัย
จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ การเป็น บลจ. เพียงแห่งเดียวที่มีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ส่งผลให้โครงสร้างการดำเนินงานมีความเป็นอิสระ โปร่งใส และมีการกำกับดูแลกิจการในระดับสูงสุด มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูงในการออกแบบผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มอย่างแม่นยำ
ประโยชน์เชิงลึกสำหรับนักลงทุนคือ ความชำนาญของ MFC ในการบริหารกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนกองทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีและสินทรัพย์ทางเลือกใหม่ๆ ซึ่งเหมาะเป็นเครื่องมือเสริมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากตลาดหุ้นหลักและสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอในยามตลาดผันผวน
- AUM กองทุนรวม
- 381,540 ล้านบาท
- ส่วนแบ่งการตลาด
- 5.91%
- สถานะการบริหาร
- อันดับ 7 กองทุนรวมของไทย
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่องทางบริการหลัก
- MFC Mobile App, สำนักงานใหญ่และสาขา MFC ทั่วประเทศ
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น
- กองทุนหุ้นไทยปัจจัยพื้นฐาน, กองทุนอสังหาริมทรัพย์, กองทุนทางเลือก
- AUM กองทุนรวม 381,540 ล้านบาท เติบโตอย่างสม่ำเสมอ +6.27%
- ประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในฐานะ บลจ. แห่งแรกของประเทศไทย
- เป็น บลจ. เดียวที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่มองหา บลจ. อิสระที่มีประวัติการทำงานยาวนานและมีกองทุนเฉพาะทางให้เลือกลงทุน
บลจ. ข้ามชาติชั้นนำ
บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) (Eastspring Thailand)
พลังการบริหารกองทุนระดับภูมิภาคเอเชียของกลุ่มพรูเด็นเชียล

บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) หรือ Eastspring Thailand ก้าวสู่อันดับ 6 ของอุตสาหกรรม ด้วยมูลค่า AUM กองทุนรวม 417,385 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 6.47% และมีอัตราการเติบโต +7.72% โดยเกิดจากการควบรวมศักยภาพอันแข็งแกร่งระหว่าง บลจ.ทหารไทย (TMBAM) และ บลจ.ธนชาต เข้าสู่เครือข่ายการจัดการสินทรัพย์ระดับสากลของกลุ่มพรูเด็นเชียล (Prudential plc)
ความโดดเด่นของอีสท์สปริงอยู่ที่การผสานเครือข่ายการวิเคราะห์ตลาดเชิงลึกระดับภูมิภาคเอเชียและระดับโลก เข้ากับเครือข่ายสาขาของพันธมิตรหลักอย่างธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) ทำให้อีสท์สปริงมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในกองทุนตราสารหนี้เอเชีย กองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก และกองทุนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเมกะเทรนด์แห่งอนาคต
สำหรับนักลงทุนทั่วไป อีสท์สปริงจัดเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมในการเข้าถึงโซลูชันการลงทุนระดับโลกที่บริหารพอร์ตโดยมืออาชีพ ช่วยจัดสรรสินทรัพย์ข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมฟังก์ชันการลงทุนที่เข้าถึงง่ายผ่านดิจิทัล ตอบโจทย์เป้าหมายการวางแผนทางการเงินทุกช่วงชีวิตได้อย่างลงตัว
- AUM กองทุนรวม
- 417,385 ล้านบาท
- ส่วนแบ่งการตลาด
- 6.47%
- สถานะการบริหาร
- อันดับ 6 กองทุนรวมของไทย
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่องทางบริการหลัก
- Eastspring M-Invest, ttb touch และสาขาธนาคาร ttb
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น
- กองทุนพันธบัตรต่างประเทศ, หุ้นเอเชีย, กองทุนดัชนี
- AUM กองทุนรวมแตะ 417,385 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งการตลาด 6.47%
- เครือข่าย บลจ. ข้ามชาติระดับเอเชียภายใต้กลุ่ม Prudential
- ความเชี่ยวชาญต่อเนื่องจากการรวมจุดแข็งของ TMBAM และ Thanachart Fund
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดรับมุมมองการลงทุนระดับสากลโดยเฉพาะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย
เครือข่ายการเงินสากล MUFG
บลจ.กรุงศรี (KSAM)
ความเชี่ยวชาญการลงทุนระดับสากลภายใต้เครือ MUFG

บลจ.กรุงศรี หรือ KSAM เป็นหนึ่งใน บลจ. ที่มีพัฒนาการก้าวกระโดดอย่างโดดเด่น ด้วยอัตราการเติบโตของ AUM กองทุนรวมขยายตัวกว่า +14.23% จนแตะระดับ 550,697 ล้านบาท หรือทะลุ 5.5 แสนล้านบาท ครองส่วนแบ่งการตลาด 8.52% ในอันดับ 5 อย่างเหนียวแน่น และมีขนาด AUM บริหารรวมทุกกองทุนแตะกว่า 7.14 แสนล้านบาท ภายใต้เครือข่ายของธนาคารกรุงศรีอยุธยา
จุดแข็งเชิงเปรียบเทียบที่ไร้คู่แข่งของ KSAM คือการเป็นสมาชิกของ MUFG (Mitsubishi UFJ Financial Group) ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ความเชื่อมโยงระดับโลกนี้เปิดโอกาสให้ KSAM คัดสรรพันธมิตรผู้จัดการกองทุนชั้นนำของโลก (Master Fund) และพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุนรวมต่างประเทศ (FIF) ที่ตอบสนองเทรนด์การลงทุนได้อย่างรวดเร็ว
ในเชิงการนำไปใช้งาน KSAM ตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายสินทรัพย์ระดับโลกและแสวงหากระแสเงินสด มีชื่อเสียงในกลุ่มกองทุนปันผลสม่ำเสมอ กองทุนนวัตกรรมโลก และสินทรัพย์ทางเลือก อีกทั้งยังมีกลยุทธ์จับจังหวะตลาดที่ชัดเจน ช่วยให้นักลงทุนจัดพอร์ตรับผลตอบแทนได้ดีในทุกสภาวะเศรษฐกิจ
- AUM กองทุนรวม
- 550,697 ล้านบาท
- ส่วนแบ่งการตลาด
- 8.52%
- สถานะการบริหาร
- อันดับ 5 กองทุนรวมของไทย
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่องทางบริการหลัก
- @Access Mobile App, KMA Krungsri App และสาขาธนาคารกรุงศรี
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น
- กองทุนหุ้นปันผล, กองทุน FIF ตราสารหนี้และหุ้นทั่วโลก, SSF/RMF
- AUM กองทุนรวม 550,697 ล้านบาท เติบโตอย่างโดดเด่นกว่า 14.23%
- ได้รับพลังความร่วมมือระดับสากลจากกลุ่มเครือข่าย MUFG ญี่ปุ่น
- ผลิตภัณฑ์กองทุนรวมต่างประเทศ (FIF) และกองทุนปันผลได้รับความนิยมสูง
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงสู่ต่างประเทศ และมองหากองทุนที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง
ยอดฝีมือสาย Value Investing
บลจ.บัวหลวง (BBLAM)
เอกลักษณ์การลงทุนคุณค่าระยะยาวของกลุ่มธนาคารกรุงเทพ

บลจ.บัวหลวง หรือ BBLAM ยืนหยัดในฐานะสถาบันจัดการกองทุนชั้นนำของไทยภายใต้เครือธนาคารกรุงเทพ ด้วยการครองอันดับ 4 ของประเทศ มีมูลค่า AUM กองทุนรวมอยู่ที่ 749,454 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 11.60% และเมื่อรวมทั้ง 3 ธุรกิจหลัก สินทรัพย์รวมภายใต้การบริหารจะอยู่ที่ 856,656 ล้านบาท ครองอันดับ 5 ของภาพรวมอุตสาหกรรม โดยได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนสถาบันและลูกค้ารายย่อยมายาวนาน
เอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างชัดเจนให้ BBLAM คือการยึดมั่นในปรัชญาการลงทุนระยะยาวแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) ผ่านการบริหารเชิงรุก (Active Management) ทีมงานคัดกรองเฉพาะกิจการที่มีโมเดลธุรกิจแข็งแกร่ง มีความสามารถในการแข่งขันยั่งยืน มีธรรมาภิบาล และเติบโตได้ต่อเนื่องโดยไม่หวั่นไหวไปตามความผันผวนระยะสั้นของตลาดทุน
ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จาก BBLAM ในการเป็นเสาหลักพอร์ตลงทุนเพื่อการเกษียณ โดยเฉพาะกองทุนเรือธงในกลุ่มหุ้นไทย หุ้นเอเชีย และกองทุนประหยัดภาษี ที่มีผลการดำเนินงานระยะยาวโดดเด่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมมูลค่าเงินลงทุนและสร้างความมั่งคั่งอย่างมั่นคงตามหลักการลงทุนที่แท้จริง
- AUM กองทุนรวม
- 749,454 ล้านบาท
- ส่วนแบ่งการตลาด
- 11.60%
- สถานะการบริหาร
- อันดับ 4 กองทุนรวมของไทย
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่องทางบริการหลัก
- BF Mobile Application, Bangkok Bank Mobile Banking
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น
- กองทุนหุ้นไทยเชิงรุก, กองทุนหุ้นเอเชีย, กองทุนผสม RMF/SSF
- AUM กองทุนรวมอยู่ที่ 749,454 ล้านบาท ครองมาร์เก็ตแชร์ 11.60%
- โดดเด่นด้วยปรัชญา Active Value Investing ถือครองสินทรัพย์ระยะยาว
- มีฐานลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนรวมหุ้นที่มีความภักดีสูง
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในการคัดสรรหุ้นเชิงลึก และมองหาการลงทุนระยะยาวเพื่อเอาชนะตลาด
อันดับ 3 ตลาดกองทุนรวม
บลจ.กรุงไทย (KTAM)
พลังเครือข่ายรัฐวิสาหกิจและผู้นำกองทุนตราสารหนี้

บลจ.กรุงไทย หรือ KTAM ขับเคลื่อนการเติบโตจนก้าวขึ้นมาครองอันดับ 3 ในตลาดกองทุนรวมไทยอย่างแข็งแกร่ง ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) กองทุนรวม 796,670 ล้านบาท หรือเกือบ 8 แสนล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 12.33% และหากพิจารณาภาพรวมทั้ง 3 ธุรกิจร่วมด้วย มูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การบริหารได้ทะลุ 1.01 ล้านล้านบาท ครองอันดับ 4 ของอุตสาหกรรม โดยมีรากฐานมั่นคงจากการสนับสนุนของธนาคารกรุงไทย
ความแตกต่างสำคัญของ KTAM คือความได้เปรียบเชิงโครงสร้างผ่านฐานลูกค้าทั่วประเทศ โดยเฉพาะบุคลากรภาครัฐ ข้าราชการ และผู้ใช้งานแอปพลิเคชันหลักของธนาคารที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานการเงินของชาติ KTAM จึงมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่เสถียรภาพสูง นำโดยกองทุนตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนชั้นนำ รวมถึงเป็นผู้นำในการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์ของไทย
สำหรับนักลงทุนทั่วไป KTAM เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดสรรเงินสำรองสภาพคล่องและการลงทุนแบบ Conservative ด้วยกองทุนตราสารหนี้ที่มีความปลอดภัยสูง พร้อมขยายโอกาสสู่อนาคตผ่านกองทุนหุ้นต่างประเทศคัดสรรปัจจัยพื้นฐานเด่น ทำให้ผู้ลงทุนวางใจสร้างความมั่งคั่งได้มั่นคงในระยะยาว
- AUM กองทุนรวม
- 796,670 ล้านบาท
- ส่วนแบ่งการตลาด
- 12.33%
- สถานะการบริหาร
- อันดับ 3 กองทุนรวมของไทย
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่องทางบริการหลัก
- KTAM Smart Trade, Krungthai NEXT และสาขาธนาคารกรุงไทย
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น
- กองทุนพันธบัตร, กองทุนตราสารหนี้, กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
- AUM กองทุนรวมเติบโตสูงถึง 796,670 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 12.33%
- แข็งแกร่งเป็นพิเศษในกลุ่มกองทุนตราสารหนี้และกองทุนความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง
- เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศผ่านเครือข่ายธนาคารกรุงไทยและแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่เน้นความปลอดภัย กระแสเงินสดสม่ำเสมอ และต้องการกองทุนตราสารหนี้คุณภาพสูง
ผู้นำกองทุนดัชนีและ ETF
บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM)
เบอร์สองกองทุนรวมและผู้นำสินทรัพย์รวมทุกธุรกิจ

บลจ.ไทยพาณิชย์ หรือ SCBAM เป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการจัดการกองทุนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมดิจิทัลและผลิตภัณฑ์กองทุนที่ก้าวหน้า ครองอันดับ 2 ในตลาดกองทุนรวมด้วย AUM ระดับ 1.12 ล้านล้านบาท และเมื่อนับรวมทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ (กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล) SCBAM ยังสามารถก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในภาพรวมของประเทศ
ความโดดเด่นของ SCBAM อยู่ที่การเป็นผู้นำด้านกองทุนดัชนี (Passive Index Fund) และกองทุน ETF หลากหลายธีม ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงตลาดหุ้นต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ ยุโรป จีน และกลุ่มเทคโนโลยีระดับโลกได้ด้วยต้นทุนค่าธรรมเนียมที่แข่งขันได้สูง
นอกจากนี้ SCBAM ยังมีแพลตฟอร์มบริการดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ช่วยให้นักลงทุนจัดพอร์ตการลงทุนแบบอัตโนมัติ (Robo-advisor) และเลือกสรรกองทุนตามธีมเมกะเทรนด์ได้อย่างตรงจุด เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ลงทุนยุคใหม่ที่ต้องการสร้างผลตอบแทนสอดรับกับนวัตกรรมโลก
- AUM กองทุนรวม
- 1,127,215 ล้านบาท
- ส่วนแบ่งการตลาด
- 17.45%
- สถานะการบริหาร
- ผู้นำอันดับ 1 สินทรัพย์รวม 3 ธุรกิจ
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่องทางบริการหลัก
- SCBAM Fund Click, SCB EASY และสาขา SCB
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น
- กองทุนดัชนีต่างประเทศ, Tech Funds, กองทุนตราสารหนี้
- AUM กองทุนรวมแตะ 1.12 ล้านล้านบาท ครองส่วนแบ่งการตลาด 17.45%
- ผู้นำตลาดด้านกองทุนดัชนี (Index Funds) และกองทุน ETF ข้ามชาติ
- ระบบนิเวศการลงทุนดิจิทัลผ่าน SCB EASY และ SCBAM Fund Click สมบูรณ์แบบ
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนตามธีมเมกะเทรนด์โลกและกองทุนดัชนีต้นทุนต่ำผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย
และอันดับ 1 ก็คือ…
เบอร์ 1 กองทุนรวมไทย
บลจ.กสิกรไทย (KAsset)
ผู้นำตลาดกองทุนรวมไทยด้วยส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่ง

บลจ.กสิกรไทย หรือ KAsset ยืนหยัดในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดกองทุนรวมไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยความได้เปรียบเชิงโครงสร้างจากเครือข่ายธนาคารกสิกรไทย และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยและสถาบันได้อย่างกว้างขวาง โดยมีขนาด AUM กองทุนรวมทะลุ 1.45 ล้านล้านบาท ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดอย่างมั่นคง
จุดเด่นสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้แก่ KAsset คือความเชี่ยวชาญในการบริหารกองทุนตราสารหนี้ที่มีสภาพคล่องสูง ควบคู่กับการคัดสรรพันธมิตรระดับโลกเพื่อเปิดโอกาสการลงทุนในต่างประเทศ ทำให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบบจัดการความเสี่ยงที่รัดกุม
สำหรับนักลงทุนทั่วไป KAsset ถือเป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีความหลากหลายสูง ครอบคลุมตั้งแต่กองทุนตลาดเงิน กองทุนประหยัดภาษี SSF/RMF ไปจนถึงกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (ESG) ซึ่งสามารถตอบโจทย์การบริหารเงินสดและการสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้อย่างครอบคลุม
- AUM กองทุนรวม
- 1,457,762 ล้านบาท
- ส่วนแบ่งการตลาด
- 22.56%
- สถานะการบริหาร
- ผู้นำอันดับ 1 กองทุนรวม
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่องทางบริการหลัก
- K-My Funds, K PLUS และสาขาธนาคารกสิกรไทย
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น
- กองทุนตราสารหนี้, FIF, กองทุนดัชนี, SSF/RMF
- ครองส่วนแบ่งตลาดกองทุนรวมสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศที่ 22.56%
- AUM กองทุนรวมสูงถึง 1.45 ล้านล้านบาท สะท้อนฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น
- เครือข่ายดิจิทัลและสาขาธนาคารครอบคลุมทั่วประเทศ ซื้อง่ายผ่านแอปพลิเคชัน
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวสูง มีตัวเลือกสินทรัพย์หลากหลาย และมั่นใจในความเชี่ยวชาญของสถาบันการเงินชั้นนำ
สรุปผลทั้ง 10 อันดับ
มูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) กองทุนรวม
ที่มา: สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) / HoonSmart / Wealthy Thai · ข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2568
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| อันดับ | รายการ | AUM กองทุนรวม | ส่วนแบ่งการตลาด | สถานะการบริหาร |
|---|---|---|---|---|
| 1 | บลจ.กสิกรไทย (KAsset) | 1,457,762 ล้านบาท | 22.56% | ผู้นำอันดับ 1 กองทุนรวม |
| 2 | บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) | 1,127,215 ล้านบาท | 17.45% | ผู้นำอันดับ 1 สินทรัพย์รวม 3 ธุรกิจ |
| 3 | บลจ.กรุงไทย (KTAM) | 796,670 ล้านบาท | 12.33% | อันดับ 3 กองทุนรวมของไทย |
| 4 | บลจ.บัวหลวง (BBLAM) | 749,454 ล้านบาท | 11.60% | อันดับ 4 กองทุนรวมของไทย |
| 5 | บลจ.กรุงศรี (KSAM) | 550,697 ล้านบาท | 8.52% | อันดับ 5 กองทุนรวมของไทย |
| 6 | บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) (Eastspring Thailand) | 417,385 ล้านบาท | 6.47% | อันดับ 6 กองทุนรวมของไทย |
| 7 | บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) | 381,540 ล้านบาท | 5.91% | อันดับ 7 กองทุนรวมของไทย |
| 8 | บลจ.เกียรตินาคินภัทร (KKPAM) | 273,864 ล้านบาท | 4.24% | อันดับ 8 และเติบโตสูงสุดในกลุ่มนำ |
| 9 | บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) (UOBAM) | 179,840 ล้านบาท | 2.78% | อันดับ 9 กองทุนรวมของไทย |
| 10 | บลจ.พรินซิเพิล (Principal) | 86,437 ล้านบาท | 1.34% | อันดับ 10 กองทุนรวมของไทย |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณผู้เริ่มต้นลงทุนที่ต้องการความสะดวกและหลากหลายอันดับ 1บลจ.กสิกรไทย (KAsset)เป็นผู้นำตลาดอันดับหนึ่งที่มีผลิตภัณฑ์ครบทุกประเภทและเข้าถึงง่ายผ่านแอปพลิเคชันยอดนิยมอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสายลงทุนดัชนีต้นทุนต่ำและเทคโนโลยีอันดับ 2บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM)มีกองทุนดัชนี (Passive Index) และ ETF ข้ามชาติให้เลือกสรรมากที่สุดในระบบอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ลงทุนที่เน้นคุณค่าและปัจจัยพื้นฐานเชิงลึกอันดับ 4บลจ.บัวหลวง (BBLAM)ยึดมั่นในแนวทาง Active Value Investing มุ่งเน้นการถือครองกิจการคุณภาพสูงในระยะยาวอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่ต้องการจัดพอร์ตระดับพรีเมียมทั่วโลกอันดับ 8บลจ.เกียรตินาคินภัทร (KKPAM)มีความโดดเด่นด้าน Private Wealth Management และการจัดสรรสินทรัพย์ข้ามชาติที่เติบโตสูงสุดอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดจากอสังหาริมทรัพย์อันดับ 10บลจ.พรินซิเพิล (Principal)มีชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญสูงในการบริหารกองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REITs ทั่วเอเชียอ่านรายละเอียด
บทสรุป
ภาพรวมการจัดอันดับ บลจ. ที่มีขนาด AUM กองทุนรวมสูงสุดในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มสถาบันการเงินที่มีเครือข่ายธนาคารแม่สนับสนุน ควบคู่ไปกับความสามารถในการปรับตัวของ บลจ. ข้ามชาติและกลุ่มทุนเฉพาะทาง ที่ต่างมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมการลงทุนระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นการกระจายความเสี่ยงสู่ตลาดต่างประเทศ กองทุนลดหย่อนภาษี หรือการจัดพอร์ตตามเป้าหมายชีวิต แม้ขนาด AUM จะสะท้อนถึงความไว้วางใจของนักลงทุนส่วนใหญ่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ลงทุนคือการพิจารณานโยบาย ผลการดำเนินงานย้อนหลัง ค่าธรรมเนียม และระดับความเสี่ยงที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตนเองอย่างรอบคอบ
อ่านเพิ่มในหัวข้อการเงินและการลงทุน14การออมเงิน9
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
AUM คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อการเลือก บลจ.?
AUM ย่อมาจาก Assets Under Management หมายถึงมูลค่าทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดที่ บลจ. นั้นๆ บริหารอยู่ การมี AUM สูงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน ความมั่นคงทางการเงิน และความพร้อมด้านการบริหารความเสี่ยง แต่นักลงทุนยังต้องพิจารณาผลการดำเนินงานและนโยบายของแต่ละกองทุนประกอบด้วยเสมอ
บลจ. ที่มีขนาด AUM ใหญ่ที่สุด ผลตอบแทนกองทุนจะดีที่สุดเสมอไปหรือไม่?
ไม่เสมอไป ขนาด AUM บ่งบอกถึงขนาดสินทรัพย์และส่วนแบ่งการตลาด ไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าทุกกองทุนจะให้ผลตอบแทนสูงที่สุด เนื่องจากกองทุนแต่ละประเภทมีนโยบาย สภาวะตลาด และฝีมือของผู้จัดการกองทุนที่แตกต่างกันออกไป
การซื้อกองทุนรวมจำเป็นต้องเลือก บลจ. ของธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่เท่านั้นหรือไม่?
ไม่จำเป็น ปัจจุบันนักลงทุนสามารถเปิดบัญชีลงทุนกับ บลจ. ใดก็ได้โดยตรง หรือจะลงทุนผ่านแพลตฟอร์มตัวแทนนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (เช่น Streaming Fund+, Finnomena, InnovestX) ที่สามารถซื้อกองทุนจากหลากหลาย บลจ. ได้ในบัญชีเดียว
AUM รวมทั้ง 3 ธุรกิจ แตกต่างจาก AUM กองทุนรวมอย่างไร?
AUM รวมทั้ง 3 ธุรกิจจะนับรวมเม็ดเงินจาก (1) กองทุนรวมทั่วไป (2) กองทุนส่วนบุคคลสำหรับลูกค้ารายใหญ่ และ (3) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพขององค์กร ขณะที่ AUM กองทุนรวมจะนับเฉพาะเงินที่ระดมจากประชาชนทั่วไปผ่านหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเท่านั้น
อ่านต่อ

การเงินและการลงทุน0 วิว
10 บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน ยอดนิยมประจำปี 2569 สร้างวินัยการออมพร้อมรับดอกเบี้ยเต็มเม็ดเต็มหน่วย
รวมบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีระยะเวลา 24 เดือนที่โดดเด่นประจำปี 2569 ทางเลือกสะสมเงินก้อนที่ไร้ความเสี่ยง ช่วยฝึกวินัยทางการเงินและรับผลตอบแทนดอกเบี้ยเต็มจำนวนโดยไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
ในบทความ: บัญชีเงินฝากปลอดภาษี ธนาคารเกียรตินาคินภัทร · บัญชีเงินฝากโบนัส 24 เดือน ธนาคารไทยพาณิชย์ · บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

การเงินและการลงทุน0 วิว
10 อันดับธนาคารพาณิชย์ในไทยที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงที่สุด อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
เจาะลึก 10 สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของไทยที่มีขนาดสินทรัพย์รวมสูงสุด อิงฐานข้อมูลรายงานทางการเงินปีล่าสุด สะท้อนเสถียรภาพและขุมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

การเงินและการลงทุน0 วิว
10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 โอกาสกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตทั่วโลก
เจาะลึก 10 กองทุนรวมดัชนีหุ้นต่างประเทศยอดนิยมปี 2569 ทางเลือกลงทุนค่าธรรมเนียมต่ำเพื่อกระจายความเสี่ยงสู่ตลาดชั้นนำระดับโลกทั้งสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย และพอร์ตหุ้นโลก
ในบทความ: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P500) · กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ-A ชนิดสะสมมูลค่า [K-US500X-A(A)] · กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ พาสซีฟ (K-WORLDX)