10 อันดับทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลกตลอดกาล อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 มหาทัวร์คอนเสิร์ตระดับประวัติศาสตร์ที่สร้างปรากฏการณ์ทำรายได้ทะลุพันล้านดอลลาร์ อัปเดตสถิติตัวเลขล่าสุดแห่งปี 2026
จัดอันดับตาม รายได้รวมจากการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต (ดอลลาร์สหรัฐ)· ที่มา Billboard Boxscore / Pollstar / Guinness World Records· ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2026

อุตสาหกรรมดนตรีสดและคอนเสิร์ตระดับโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคทองครั้งประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง เมื่อการแสดงสดไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมความบันเทิงยามค่ำคืน แต่กลายมาเป็นปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระดับนานาชาติที่ขับเคลื่อนเม็ดเงินหมุนเวียนในระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐในแต่ละเมืองที่เดินทางไปจัดแสดง
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโปรดักชันระดับสเตเดียม ระบบแสง สี เสียงอันล้ำสมัย ควบคู่ไปกับพลังความคิดถึงของแฟนเพลงทั่วโลก ได้ผลักดันให้ยอดจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตพุ่งทะยานทำลายสถิติเดิมอย่างต่อเนื่อง ศิลปินระดับไอคอนและวงดนตรีแถวหน้าได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการบันเทิง
TNPrank ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติรายได้ทัวร์คอนเสิร์ตที่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการ เพื่อพาผู้อ่านไปร่วมสำรวจ 10 ทัวร์คอนเสิร์ตที่กวาดรายได้รวมสูงที่สุดในโลกตลอดกาล พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จและตัวเลขทางสถิติที่น่าทึ่ง ณ ปี 2026 นี้
วัดผลอย่างไร
Billboard Boxscore, Pollstar ตลอดจน Guinness World Records ถือเป็นแหล่งอ้างอิงหลักที่ให้การรับรองข้อมูลสถิติซึ่งรวบรวมมาจนถึงปี 2026 นี้ โดยเกณฑ์ในการจัดอันดับจะโฟกัสเฉพาะยอดขายตั๋วเข้าชมสุทธิ (Gross Boxscore Revenue) ในสกุลดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งจะไม่นำเม็ดเงินจากสปอนเซอร์ภายนอกรวมถึงยอดจำหน่ายของที่ระลึกหน้างานเข้ามาคิดคำนวณร่วมด้วย
นับถอยหลัง 10 อันดับ
ทัวร์เมทัลรายได้สูงสุด
M72 World Tour — Metallica
นวัตกรรมเวทีโดนัทและปรากฏการณ์ No Repeat Weekend สะเทือนวงการเฮฟวีเมทัล

M72 World Tour ของวงเฮฟวีเมทัลระดับตำนาน Metallica ถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการทัวร์คอนเสิร์ตสายเมทัล โดยมีที่มาจากการเปิดตัวอัลบั้ม 72 Seasons ทางวงต้องการมอบประสบการณ์สุดพิเศษแก่แฟนเพลง จึงได้ริเริ่มคอนเซปต์ทัวร์แบบ 'No Repeat Weekend' ที่ทำการแสดงในเมืองเดียวกัน 2 ค่ำคืนติดกัน โดยแต่ละคืนจะใช้เซ็ตลิสต์เพลงและวงดนตรีเปิดที่ไม่ซ้ำกันแม้แต่เพลงเดียว
ความแปลกใหม่ทางสถาปัตยกรรมเวทีคือการออกแบบเป็นเวทีทรงวงแหวนโดนัท (Donut Stage) ติดตั้งไว้ตรงใจกลางสนามกีฬา โดยมีพื้นที่ว่างตรงกลางวงแหวนที่เรียกว่า 'Snake Pit' เปิดให้แฟนเพลงพันธุ์แท้เข้าไปยืนอยู่ท่ามกลางสมาชิกวง พร้อมทั้งติดตั้งหอคอยจอแอลอีดีทรงกระบอกขนาดยักษ์ 8 ต้นกระจายรอบสนาม เพื่อส่งมอบพลังงานเสียงและภาพกราฟิกแบบ 360 องศาได้อย่างไร้จุดอับสายตา
แนวคิดสุดท้าทายนี้ผลักดันให้ M72 World Tour กวาดรายได้รวมทะลุ 590.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการสรุปยอดทัวร์ล่าสุด แซงหน้าเข้าสู่ 10 อันดับแรกของทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์โลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี สำหรับแฟนเพลง ข้อแนะนำในการวางแผนเข้าชมคือควรเลือกซื้อบัตรแพ็กเกจแบบ 2 วันเต็ม เพื่อรับประสบการณ์ครบทั้งสองเซ็ตลิสต์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
- รายได้รวม
- $590.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 80+ รอบ
- จำนวนผู้ชมรวม
- 4.20 ล้านคน
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาจัดทัวร์
- ปี 2023–2026
- ประเภทสถานที่
- สเตเดียมขนาดใหญ่พิเศษ
- คอนเซปต์ 'No Repeat Weekend' เล่น 2 วันติดด้วยเซ็ตลิสต์ไม่ซ้ำกันแม้แต่เพลงเดียว
- เวทีทรงโดนัท 360 องศา พร้อมโซน Snake Pit ใจกลางเวทีการแสดง
- หอคอยจอแสดงผลและระบบเสียงทรงกระบอก 8 ต้นล้อมรอบทั้งสเตเดียม
จุดเด่น
- แฟนคลับได้ฟังเพลงหลากหลายรวมกว่า 32 บทเพลงโดยไม่ซ้ำกันในสุดสัปดาห์เดียว
- ระบบเสียงรอบทิศทางและการออกแบบเวทีที่ใกล้ชิดแฟนเพลงอย่างทั่วถึง
ข้อควรรู้
- แฟนเพลงต้องซื้อตั๋วแบบแพ็กเกจ 2 วันหากต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบครบถ้วนตามคอนเซปต์
สรุปสั้นๆ
ทัวร์ระดับอนุสรณ์สถานของวงการเมทัลที่พิสูจน์ความเฉียบคมด้านความคิดสร้างสรรค์และพลังดนตรีที่ไม่เคยตก
ปรากฏการณ์ป็อปคัลเจอร์
Love On Tour — Harry Styles
เทศกาลดนตรีและแฟชั่นแห่งความสุขที่สร้างปรากฏการณ์บัตรเกลี้ยงทั่วโลก

Love On Tour ของ Harry Styles มีจุดเริ่มต้นจากการสนับสนุนสตูดิโออัลบั้ม Fine Line และ Harry's House ซึ่งทัวร์นี้ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองความรัก อิสรภาพ ความหลากหลาย และแฟชั่นระดับโลก โดยทัวร์นี้สามารถเปลี่ยนบรรยากาศของอารีนาและสเตเดียมทั่วโลกให้กลายเป็นปาร์ตี้ชุมชนดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยมิตรภาพและความอบอุ่น
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่วัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของแฟนเพลง ที่พร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแนวเรโทรวินเทจ สีสันสดใส และผ้าพันคอขนนก (Feather Boa) จนกลายเป็นภาพจำระดับไอคอน ควบคู่ไปกับเสน่ห์เฉพาะตัวของ Harry Styles ที่มีความเป็นกันเอง การพูดคุยแซวเล่นและโต้ตอบกับป้ายข้อความของผู้ชมอย่างจริงใจ ผสานการเรียบเรียงเพลงฮิตอย่าง As It Was และ Watermelon Sugar ให้มีกลิ่นอายคลาสสิกร็อกและป็อปฟังก์สดที่เร้าใจ
ตลอดระยะเวลาการทัวร์ 169 รอบการแสดง ทัวร์นี้กวาดรายได้รวมสูงถึง 617.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลักดันให้เขากลายเป็นหนึ่งในศิลปินเดี่ยวรุ่นใหม่ที่ทำสถิติรายได้ติด 10 อันดับแรกของโลก สำหรับผู้ที่ต้องการซึมซับบรรยากาศแบบเต็มที่ การเลือกโซนบัตรยืนหน้าเวทีและการแต่งกายตามธีมร่วมกับแฟนเพลงคนอื่นๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เข้าถึงประสบการณ์ของทัวร์นี้ได้อย่างแท้จริง
- รายได้รวม
- $617.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 169 รอบ
- จำนวนผู้ชมรวม
- 5.04 ล้านคน
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาจัดทัวร์
- ปี 2021–2023
- ประเภทสถานที่
- อารีนาและสเตเดียมกลางแจ้ง
- ทัวร์ที่ผสานวัฒนธรรมดนตรีป็อปเข้ากับแฟชั่นเรโทรและเฟเธอร์โบอา
- จัดแสดงยาวนาน 169 รอบในหลายทวีปทั่วโลก
- กวาดรายได้รวมกว่า 617 ล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างเป็นทางการ
จุดเด่น
- บรรยากาศคอนเสิร์ตที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความสุขเชิงบวก
- การเรียบเรียงดนตรีสดยุค 70s-80s ที่สดใหม่และชวนเต้นรำ
ข้อควรรู้
- บัตรคอนเสิร์ตจำหน่ายหมดลงอย่างรวดเร็วมากภายในเวลาไม่กี่นาทีในแทบทุกเมือง
สรุปสั้นๆ
ทัวร์คอนเสิร์ตที่นิยามความเป็นป็อปสตาร์ยุคใหม่อย่างแท้จริงด้วยพลังแห่งความรักและความหลากหลาย
พลังดนตรีร็อกสดระดับตำนาน
2023–2025 Tour — Bruce Springsteen & The E Street Band
การหวนคืนสู่สังเวียนดนตรีร็อกแอนด์โรลขนานแท้ของกลุ่มศิลปินระดับมาสเตอร์

2023–2025 Tour ของ Bruce Springsteen & The E Street Band มีที่มาจากการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของกลุ่มนักดนตรีระดับตำนาน เพื่อเฉลิมฉลองบทเพลงร็อกแอนด์โรลที่บันทึกเรื่องราวชีวิตและการต่อสู้ของชนชั้นแรงงานอเมริกัน หลังห่างหายจากการทัวร์เต็มรูปแบบไปหลายปี ทัวร์ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการรวมพลังทางดนตรีที่แฟนเพลงข้ามรุ่นต่างตั้งตารอคอย เพื่อสัมผัสจิตวิญญาณแห่งร็อกคลาสสิกที่แท้จริง
จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากคอนเสิร์ตสมัยใหม่ทั่วไป คือการยึดมั่นในปรัชญาดนตรีสดแบบแท้จริง (Pure Live Musicianship) โดยไม่มีการเปิดแทร็กดนตรีสังเคราะห์เสริมเบื้องหลังหรือใช้ระบบออโต้จูนใดๆ ทั้งสิ้น ศิลปินและวงเล่นสดต่อเนื่องยาวนานเกือบ 3 ชั่วโมงโดยไม่มีการหยุดพัก พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนเซ็ตลิสต์เพลงในแต่ละค่ำคืนอย่างเป็นธรรมชาติ สะท้อนถึงทักษะและความเข้าขาในหมู่นักดนตรีระดับปรมาจารย์อย่างแท้จริง
การเดินสายทัวร์ต่อเนื่องข้ามปีตั้งแต่ปี 2023 จนถึงปี 2025 ทำรายได้รวมไปถึง 729.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอกย้ำความนิยมและมนต์ขลังของ The Boss ได้อย่างมั่นคง ข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่วางแผนชมคอนเสิร์ตแนวนี้คือ ผู้ชมควรเตรียมความพร้อมทางร่างกายล่วงหน้า เนื่องจากการแสดงมีความยาวและเน้นพลังงานดนตรีร็อกแอนด์โรลสดที่หนักแน่นต่อเนื่องตลอดทั้งโชว์
- รายได้รวม
- $729.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 120+ รอบ
- จำนวนผู้ชมรวม
- 4.90 ล้านคน
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาจัดทัวร์
- ปี 2023–2025
- ประเภทสถานที่
- สเตเดียมและอารีนาประวัติศาสตร์
- การแสดงสดดนตรีร็อกฟูลแบนด์เต็มรูปแบบยาวนานต่อเนื่องเกือบ 3 ชั่วโมง
- พลังการแสดงสดอันเปี่ยมล้นจากศิลปินระดับตำนานวัย 70+
- ทำรายได้ทะลุ 720 ล้านดอลลาร์สหรัฐหลังสิ้นสุดการทัวร์ปี 2025
จุดเด่น
- ทักษะการเล่นดนตรีสดของสมาชิกวงระดับครูเพลงที่แน่นและแม่นยำ
- บรรยากาศความอบอุ่นและสายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างศิลปินกับแฟนเพลง
ข้อควรรู้
- เน้นความเรียบง่ายของเครื่องดนตรีสด ไม่เน้นวิชวลเอฟเฟกต์สมัยใหม่หรือลูกเล่นบนเวที
สรุปสั้นๆ
สุดยอดประสบการณ์ดนตรีสดขนานแท้ที่แฟนเพลงร็อกทุกคนควรได้สัมผัสสักครั้งในชีวิต
โปรดักชันไซไฟยอดเยี่ยม
After Hours til Dawn Tour — The Weeknd
มหากาพย์คอนเสิร์ตสเตเดียมธีมดิสโทเปียไซไฟที่กวาดรายได้ถล่มทลายทั่วโลก

After Hours til Dawn Tour โดย The Weeknd เกิดขึ้นจากการนำคอนเซปต์ของสองอัลบั้มยอดนิยมอย่าง After Hours และ Dawn FM มาร้อยเรียงเป็นการแสดงสดระดับสนามกีฬา โดยมีที่มาจากความตั้งใจในการถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางผ่านความมืดมิด ความเปลี่ยวเหงา และแสงสว่างแห่งรุ่งอรุณ ผสมผสานดนตรีแนวอาร์แอนด์บี ซินธ์ป็อป และดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับงานทัศนศิลป์ระดับภาพยนตร์ไซไฟดิสโทเปีย
ความโดดเด่นที่สร้างความแตกต่างคือการเนรมิตโปรดักชันเวทีให้เป็นมหานครดิสโทเปียจำลอง มีอาคารตึกระฟ้าที่พังทลายและถูกไฟไหม้ ทางเดินแคตวอล์กขนาดยักษ์ที่ทอดยาวตลอดความยาวของสนาม พร้อมหุ่นยนต์โครเมียมและโมเดลลูกบอลดวงจันทร์เรืองแสงขนาดมหึมาที่ปลายเวที ศิลปินยังสวมใส่หน้ากากและเครื่องแต่งกายตามธีมเพื่อตรึงให้ผู้ชมรู้สึกราวกับกำลังชมภาพยนตร์ไซไฟแฟนตาซีขนาดยักษ์กลางแจ้ง
การเดินทางเปิดการแสดงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 ข้ามมาจนถึงปี 2026 ส่งผลให้ทัวร์นี้กวาดรายได้รวมทะยานขึ้นสู่ 735.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นหนึ่งในทัวร์ของศิลปินชายเดี่ยวสายอาร์แอนด์บีที่ประสบความสำเร็จทางพาณิชย์สูงที่สุด สำหรับผู้ชมที่ต้องการสัมผัสแสง สี เสียง และบรรยากาศของดวงจันทร์จำลอง การเลือกที่นั่งบนอัฒจันทร์ระดับกลางฝั่งตรงข้ามเวทีหลักจะมอบมุมมองพาโนรามาที่สมบูรณ์แบบที่สุด
- รายได้รวม
- $735.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 130+ รอบ
- จำนวนผู้ชมรวม
- 5.80 ล้านคน
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาจัดทัวร์
- ปี 2022–2026
- ประเภทสถานที่
- สเตเดียมระดับพรีเมียม
- งานออกแบบฉากมหานครดิสโทเปียพร้อมโมเดลตึกระฟ้าขนาดยักษ์บนเวที
- การติดตั้งลูกบอลดวงจันทร์เรืองแสงขนาดยักษ์ใจกลางสเตเดียม
- ทัวร์ที่ทำรายได้สูงสุดของศิลปินเดี่ยวแนวอาร์แอนด์บี/เออร์เบิน
จุดเด่น
- เซ็ตโปรดักชันงานภาพระดับภาพยนตร์ฮอลลีวูด
- เสียงร้องสดทรงพลังและซาวด์ดนตรีซินธ์เวฟที่ไร้ที่ติ
ข้อควรรู้
- ทิศทางการแสดงและบรรยากาศเน้นธีมดิสโทเปียที่มีโทนมืดหม่นและหนักแน่นทางอารมณ์
สรุปสั้นๆ
การแสดงสดที่สมบูรณ์แบบทั้งในแง่ของเสียงร้อง โปรดักชันอาร์ต และการเล่าเรื่องเชิงคอนเซปต์
นวัตกรรมเวทีระดับตำนาน
360° Tour — U2
มหาโปรดักชันเวทีกรงเล็บยักษ์ที่ปฏิวัติการชมคอนเสิร์ตในสนามสเตเดียม

360° Tour ของวงร็อกระดับตำนาน U2 เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการปฏิวัติประสบการณ์คอนเสิร์ตในสนามกีฬาขนาดใหญ่ ซึ่งมักมีข้อจำกัดเรื่องเวทีตั้งชิดริมสนามจนบดบังทัศนียภาพ U2 ร่วมกับสถาปนิกและทีมวิศวกรจึงเนรมิตโครงสร้างเวทีเหล็กขนาดยักษ์รูปกรงเล็บ 4 ขาที่แฟนเพลงรู้จักกันในชื่อ 'The Claw' ตั้งตระหง่านอยู่กลางสนาม ซึ่งกลายมาเป็นหนึ่งในผลงานสถาปัตยกรรมชั่วคราวที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรี
ความแตกต่างอย่างเหนือชั้นของ The Claw คือโครงสร้างที่มีความสูงกว่า 50 เมตร รองรับระบบลำโพงทรงกระบอกและจอภาพแอลอีดีแบบขยายยืดหดได้รอบทิศทาง 360 องศา โครงสร้างนี้ขจัดเสาบดบังสายตาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้สนามกีฬาเปิดพื้นที่จำหน่ายบัตรได้รอบทิศ 360 องศา ช่วยเพิ่มความจุผู้ชมในสนามขึ้นอีกถึง 15–20% ต่อรอบการแสดง ทำให้ผู้ชมในทุกตำแหน่งสามารถมองเห็นและได้ยินพลังเสียงของ U2 ได้อย่างคมชัดเต็มประสิทธิภาพ
ด้วยการแสดงเพียง 110 รอบ ทัวร์นี้สามารถจำหน่ายบัตรได้กว่า 7.3 ล้านใบ และทำรายได้รวมสูงถึง 736.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมครองตำแหน่งทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลกยาวนานถึง 8 ปีเต็ม การออกแบบระบบวิศวกรรมของ The Claw จึงกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับผู้จัดคอนเสิร์ตและวิศวกรโครงสร้างในการเพิ่มขีดความสามารถการรองรับผู้ชมในสเตเดียมมาจนถึงปัจจุบัน
- รายได้รวม
- $736.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 110 รอบ
- จำนวนผู้ชมรวม
- 7.30 ล้านคน
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาจัดทัวร์
- ปี 2009–2011
- ประเภทสถานที่
- สเตเดียมขนาดใหญ่พิเศษ
- โครงสร้างเวทีกรงเล็บยักษ์ 'The Claw' ความสูงกว่า 50 เมตร
- นวัตกรรมจอแสดงผลแอลอีดีทรงกระบอกที่ยืดหดขยายตัวได้ตามจังหวะเพลง
- ครองสถิติทัวร์รายได้สูงสุดตลอดกาลยาวนานถึง 8 ปีเต็ม
จุดเด่น
- วิสัยทัศน์งานดีไซน์โครงสร้างเวทีล้ำสมัยที่ยังไม่มีใครเทียบได้
- พลังการแสดงดนตรีร็อกสดที่แน่นและสะกดอารมณ์ผู้ฟังทั้งสนาม
ข้อควรรู้
- โครงสร้างเวทีมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมหาศาล ต้องใช้ทีมงานและรถบรรทุกหลายร้อยคันในการขนย้าย
สรุปสั้นๆ
หมุดหมายแห่งนวัตกรรมสถาปัตยกรรมเวทีคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์
อดีตแชมป์ทัวร์มาราธอน
÷ Tour (Divide Tour) — Ed Sheeran
ทัวร์มาราธอน 258 รอบที่เคยครองสถิติรายได้สูงสุดตลอดกาลของโลก

Divide Tour (÷ Tour) เกิดขึ้นเพื่อรองรับกระแสความนิยมระดับถล่มทลายของอัลบั้ม Divide ของ Ed Sheeran ซึ่งเต็มไปด้วยเพลงฮิตระดับโลก การออกเดินทางรอบโลกอันทรหดครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการเปิดการแสดงในระดับอารีนา ก่อนจะขยายขนาดสู่สเตเดียมขนาดใหญ่ทั่วมุมโลกอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายในการเดินทางไปพบปะแฟนเพลงให้ครอบคลุมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นการพิสูจน์ศักยภาพของศิลปินเดี่ยวรุ่นใหม่ในระดับสากล
สิ่งที่ทำให้ Divide Tour แตกต่างจากทัวร์สเตเดียมยักษ์ใหญ่อื่นๆ คือการเน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง โดยพึ่งพาการแสดงเดี่ยวด้วยกีตาร์โปร่งและ Loop Pedal เป็นแกนหลัก ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การบริหารจัดการบัตรที่เน้นราคาจับต้องได้และมาตรการป้องกันตั๋วผีอย่างเข้มงวด ทำให้เข้าถึงผู้ชมทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง จนสามารถจัดรอบการแสดงได้มากถึง 258 รอบ และรองรับผู้เข้าชมได้อย่างมหาศาลโดยไม่มีความซับซ้อนของโปรดักชันที่สิ้นเปลือง
ตลอดระยะเวลาการทัวร์เกือบ 2 ปีครึ่ง ทัวร์นี้ทำสถิติยอดจำหน่ายบัตรสูงถึง 8.9 ล้านใบ และกวาดรายได้รวม 776.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำลายสถิติทัวร์คอนเสิร์ตทำเงินสูงสุดตลอดกาลเดิมของ U2 ที่ยืนยาวมานับทศวรรษลงได้สำเร็จ ข้อมูลสถิตินี้สะท้อนให้เห็นว่าการวางราคาบัตรที่สมเหตุสมผลและการเพิ่มรอบอย่างต่อเนื่อง เป็นกลยุทธ์สำคัญที่สร้างความสำเร็จระดับตำนานในอุตสาหกรรมดนตรียุคโมเดิร์น
- รายได้รวม
- $776.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 258 รอบ
- จำนวนผู้ชมรวม
- 8.90 ล้านคน
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาจัดทัวร์
- ปี 2017–2019
- ประเภทสถานที่
- อารีนาและสเตเดียมกลางแจ้ง
- ครองสถิติทัวร์คอนเสิร์ตรายได้สูงสุดในโลกยาวนานตั้งแต่ปี 2019 ถึง 2023
- จัดแสดงครอบคลุมถึง 258 รอบการแสดงทั่วโลก
- นโยบายบัตรคอนเสิร์ตราคาจับต้องได้ที่มียอดจำหน่ายเกือบ 9 ล้านใบ
จุดเด่น
- ราคาบัตรคอนเสิร์ตเป็นมิตรต่อผู้บริโภคและแฟนเพลงทั่วไป
- การเดินทางไปเปิดการแสดงในหลายเมืองที่ไม่ค่อยมีคอนเสิร์ตใหญ่ระดับโลกไปเยือน
ข้อควรรู้
- โปรดักชันเน้นความเรียบง่ายด้วยจอภาพด้านหลัง ไม่ได้มีความหวือหวาเชิงเทคนิคเท่าทัวร์ยุคถัดมา
สรุปสั้นๆ
ทัวร์ประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งบทเพลงฮิตติดชาร์ตและความนิยมระดับมหาชน
เวที 360 องศาสุดล้ำ
+–=÷× Tour (Mathematics Tour) — Ed Sheeran
ปรากฏการณ์เวทีหมุน 360 องศาและโชว์เดี่ยวลูปเพดัลระดับสนามฟุตบอล

+–=÷× Tour หรือที่รู้จักกันในนาม Mathematics Tour ถือเป็นหมุดหมายการเฉลิมฉลองผลงานระดับมาสเตอร์พีซตลอด 1 ทศวรรษของ Ed Sheeran ภายหลังการปล่อยผลงานเพลงชุดสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์อย่างต่อเนื่อง การทัวร์ครั้งนี้มีที่มาจากการต้องการยกระดับโชว์สเตเดียมไปอีกขั้น โดยริเริ่มออกแบบเวทีทรงกลมแบบเปิด 360 องศาไว้ใจกลางสนาม พร้อมจอแสดงผลแอลอีดีขนาดยักษ์รูปปิ๊กกีตาร์ที่แขวนลอยอยู่รอบทิศ เพื่อขจัดอุปสรรคเรื่องมุมมองและสร้างบรรยากาศที่ใกล้ชิดระหว่างศิลปินกับผู้ชมทุกโซน
ความแตกต่างอย่างแท้จริงที่ทำให้โชว์นี้ไม่เหมือนใคร คือการที่ Ed Sheeran ยืนหยัดสร้างปรากฏการณ์ดนตรีสเตเดียมด้วยตัวคนเดียวโดยไม่มีวงดนตรีแบ็กอัปเบื้องหลัง เครื่องดนตรีหลักมีเพียงกีตาร์โปร่ง ไมโครโฟน และแป้นเหยียบ Loop Pedal ที่เขาควบคุมการบันทึกท่อนคอร์ด ทำนอง และจังหวะเคาะสดแบบเรียลไทม์ต่อหน้าแฟนเพลงหลายหมื่นคน เสน่ห์ของการเล่นสดโดยไม่พึ่งแทร็กสำเร็จรูปนี้ทำให้การแสดงในแต่ละค่ำคืนมีรายละเอียดเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกันเลย
ในแง่ข้อมูลเชิงลึก การเดินทางเปิดการแสดงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 จนถึงปี 2025 ช่วยกวาดรายได้รวมสูงถึง 875.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้า Divide Tour ทัวร์เดิมของตนเองขึ้นแท่นเป็นทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงสุดในอาชีพของ Ed Sheeran ได้อย่างสง่างาม สำหรับแฟนเพลงที่วางแผนเข้าชม การเลือกที่นั่งบนอัฒจันทร์ชั้นล่างหรือโซนบัตรยืนรอบเวทีกลางจะทำให้ได้รับประสบการณ์ทั้งด้านแสง สี และพลังเสียงที่มีมิติครบถ้วนที่สุด
- รายได้รวม
- $875.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 200+ รอบ
- จำนวนผู้ชมรวม
- 8.50 ล้านคน
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาจัดทัวร์
- ปี 2022–2025
- ประเภทสถานที่
- สเตเดียมขนาดใหญ่ทั่วโลก
- ดีไซน์เวทีวงกลม 360 องศาหมุนรอบทิศทางใจกลางสนามสเตเดียม
- การแสดงสดด้วยกีตาร์ตัวเดียวและเทคนิค Custom Loop Pedal อันเลื่องชื่อ
- ทัวร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในเส้นทางศิลปินของ Ed Sheeran
จุดเด่น
- ทัศนวิสัยการชมยอดเยี่ยมจากทุกทิศทางด้วยเวทีแบบเปิดรอบด้าน
- ฝีมือการเล่นดนตรีสดและสร้างลูปเสียงแบบเรียลไทม์ที่น่าทึ่ง
ข้อควรรู้
- เป็นโชว์เดี่ยวที่เน้นเทคนิคเฉพาะตัว อาจไม่ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบวงดนตรีสดฟูลแบนด์ขนาดใหญ่
สรุปสั้นๆ
ข้อพิสูจน์ถึงความสามารถทางดนตรีที่พาคนคนเดียวครองใจผู้ชมเต็มสนามสเตเดียมได้อย่างสมบูรณ์
ทัวร์อำลาเวทีสูงสุดตลอดกาล
Farewell Yellow Brick Road Tour — Elton John
บทสรุปแห่งตำนาน 50 ปีของการเดินทางบนถนนสายดนตรีร็อกและป็อป

ทัวร์อำลาเวทีครั้งประวัติศาสตร์ของศิลปินระดับตำนาน Elton John ที่เปิดฉากการแสดงอย่างยาวนานและข้ามผ่านช่วงเวลาการระงับกิจกรรมทั่วโลก ก่อนจะกลับมาปิดฉากอย่างสมเกียรติ ทัวร์นี้เปรียบเสมือนบทสรุปแห่งความสำเร็จตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษในวงการดนตรี
ความพิเศษของการแสดงชุดนี้คือการถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ดนตรีคลาสสิกร็อกและป็อปเปียโนระดับตำนาน บทเพลงอย่าง Rocket Man และ Tiny Dancer ถูกบรรเลงอย่างทรงพลังควบคู่ไปกับภาพฉายประมวลประวัติศาสตร์ชีวิตบนจอแอลอีดีขนาดยักษ์ที่ออกแบบอย่างประณีต
ตลอดระยะเวลาการแสดงกว่า 330 รอบในหลายทวีป ทัวร์นี้กวาดรายได้รวมไปถึง 939.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเคยครองสถิติทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงสุดในโลกอยู่นานหลายปีก่อนที่จะถูกทำลายสถิติ นับเป็นการอำลาเวทีทัวร์อย่างสมบูรณ์แบบของหนึ่งในศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
- รายได้รวม
- $939.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 330 รอบ
- จำนวนผู้ชมรวม
- 6.00 ล้านคน
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาจัดทัวร์
- ปี 2018–2023
- ประเภทสถานที่
- อารีนาและสเตเดียมระดับนานาชาติ
- ทัวร์อำลาวงการของตำนานเพลงระดับโลกที่จัดแสดงถึง 330 รอบ
- เคยครองตำแหน่งทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลเป็นเวลาหลายปี
- การแสดงสดเปียโนและดนตรีคลาสสิกร็อกระดับขึ้นหิ้ง
จุดเด่น
- เซ็ตลิสต์รวมเพลงระดับมาสเตอร์พีซตลอด 50 ปี
- การเรียบเรียงดนตรีสดที่ประณีตและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก
ข้อควรรู้
- เป็นทัวร์คอนเสิร์ตอำลาเวทีอย่างเป็นทางการ ทำให้ไม่มีโอกาสชมการแสดงทัวร์เต็มรูปแบบนี้ได้อีก
สรุปสั้นๆ
ทัวร์อำลาเวทีที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ดนตรีมากที่สุดชุดหนึ่งของโลก
ยอดผู้ชมสูงสุดของวงดนตรี
Music of the Spheres World Tour — Coldplay
ทัวร์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มียอดจำหน่ายบัตรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของวงดนตรี

Coldplay นำเสนอทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกที่ผสมผสานความอลังการของดนตรีร็อก-ป็อปเข้ากับนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ทัวร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงมากกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับทัวร์ในอดีต ด้วยการติดตั้งพื้นเต้นรำผลิตพลังงานจลน์และจักรยานปั่นไฟภายในพื้นที่จัดงาน
ความโดดเด่นของ Music of the Spheres World Tour อยู่ที่ความสามารถในการเชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับโชว์อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการแจกสายรัดข้อมือ LED แบบย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Xylobands) ที่กะพริบแสงตามจังหวะดนตรี ทำให้ทั้งสเตเดียมกลายเป็นทะเลดาวที่มีชีวิตชีวาและงดงามตระการตา
ด้วยจำนวนรอบการแสดงถึง 225 รอบทั่วโลก ทัวร์นี้สามารถจำหน่ายบัตรเข้าชมได้มากกว่า 13.1 ล้านใบ ส่งผลให้ Coldplay ครองตำแหน่งทัวร์คอนเสิร์ตของกลุ่มศิลปินหรือวงดนตรีที่มียอดจำหน่ายบัตรและยอดผู้ชมสูงที่สุดตลอดกาล พร้อมโกยรายได้รวมไปถึง 1.524 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- รายได้รวม
- $1,524.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 225 รอบ
- จำนวนผู้ชมรวม
- 13.10 ล้านคน
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาจัดทัวร์
- ปี 2022–2025
- ประเภทสถานที่
- สเตเดียมกลางแจ้งระดับโลก
- ยอดจำหน่ายบัตรมากกว่า 13.1 ล้านใบ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สำหรับวงดนตรี
- คอนเซปต์ทัวร์เพื่อความยั่งยืนที่ลดการปล่อยคาร์บอนลงกว่า 59%
- โปรดักชันสายรัดข้อมือ LED สร้างทะเลดาวเต็มความจุสเตเดียม
จุดเด่น
- พลังงานบวกและประสบการณ์ร่วมของผู้ชมผ่านแสงไฟแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ
- การจัดงานคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการเข้าถึงของแฟนคลับผู้พิการ
ข้อควรรู้
- ใช้ระยะเวลาทัวร์ยาวนานหลายปีและจัดแสดงจำนวนรอบสูงมากเพื่อสร้างสถิติ
สรุปสั้นๆ
ต้นแบบคอนเสิร์ตแห่งอนาคตที่ผสานความบันเทิงระดับพันล้านเข้ากับความรับผิดชอบต่อโลก
และอันดับ 1 ก็คือ…
แชมป์รายได้สูงสุดตลอดกาล
The Eras Tour — Taylor Swift
มหากาพย์ทัวร์ประวัติศาสตร์ที่ทำรายได้ทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกของโลก

The Eras Tour โดย Taylor Swift คือปรากฏการณ์ทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษที่ 21 การแสดงสดที่รวบรวมบทเพลงจากทุกยุคสมัยตลอดเส้นทางอาชีพของเธอมาถ่ายทอดในรูปแบบมหากาพย์ความยาวกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้ทัวร์นี้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์วัฒนธรรมป็อปสมัยใหม่
สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือผลกระทบทางเศรษฐกิจระดับมหภาคหรือ 'Swiftonomics' ที่เกิดขึ้นในทุกประเทศที่ทัวร์นี้แวะเยือน อัตราการเข้าพักของโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน และระบบขนส่งสาธารณะถูกจับจองจนเต็มพิกัด เป็นการพิสูจน์ถึงพลังดึงดูดแฟนเพลงข้ามพรมแดนที่ไม่เคยมีศิลปินเดี่ยวคนใดทำได้ในระดับนี้มาก่อน
ตัวเลขรายได้รวมกว่า 2.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการแสดง 149 รอบ ส่งผลให้ The Eras Tour กลายเป็นทัวร์คอนเสิร์ตแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ทำรายได้ทะลุหลัก 2 พันล้านดอลลาร์อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้รับการรับรองสถิติโลกโดย Guinness World Records ในฐานะทัวร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลอย่างไร้ข้อกังขา
- รายได้รวม
- $2,077.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนรอบการแสดง
- 149 รอบ
- จำนวนผู้ชมรวม
- 10.16 ล้านคน
ข้อมูลใช้งานจริง
- ช่วงเวลาจัดทัวร์
- ปี 2023–2024
- ประเภทสถานที่
- สเตเดียมขนาดใหญ่ระดับชาติ
- ทัวร์คอนเสิร์ตแรกในประวัติศาสตร์ที่กวาดรายได้ทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จัดแสดงเพลงยาวนานกว่า 3.5 ชั่วโมง ครอบคลุม 10 ยุคผลงานเพลง
- สร้างปรากฏการณ์หมุนเวียนเศรษฐกิจระดับมหภาคในทุกทวีปที่จัดแสดง
จุดเด่น
- โปรดักชันอลังการและเซ็ตลิสต์เพลงมากกว่า 44 เพลงต่อรอบ
- บรรยากาศคอมมูนิตี้แฟนคลับที่แลกเปลี่ยน Friendship Bracelets อันเป็นเอกลักษณ์
ข้อควรรู้
- การแข่งขันจองบัตรสูงที่สุดในประวัติศาสตร์จนเกิดปัญหาเซิร์ฟเวอร์จำหน่ายบัตรล่มทั่วโลก
สรุปสั้นๆ
ทัวร์คอนเสิร์ตแห่งยุคสมัยที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการดนตรีสดและเศรษฐกิจบันเทิงระดับโลก
สรุปผลทั้ง 10 อันดับ
รายได้รวมจากการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต (ดอลลาร์สหรัฐ)
ที่มา: Billboard Boxscore / Pollstar / Guinness World Records · ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2026
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| อันดับ | รายการ | รายได้รวม | จำนวนรอบการแสดง | จำนวนผู้ชมรวม |
|---|---|---|---|---|
| 1 | The Eras Tour — Taylor Swift | $2,077.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 149 รอบ | 10.16 ล้านคน |
| 2 | Music of the Spheres World Tour — Coldplay | $1,524.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 225 รอบ | 13.10 ล้านคน |
| 3 | Farewell Yellow Brick Road Tour — Elton John | $939.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 330 รอบ | 6.00 ล้านคน |
| 4 | +–=÷× Tour (Mathematics Tour) — Ed Sheeran | $875.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 200+ รอบ | 8.50 ล้านคน |
| 5 | ÷ Tour (Divide Tour) — Ed Sheeran | $776.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 258 รอบ | 8.90 ล้านคน |
| 6 | 360° Tour — U2 | $736.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 110 รอบ | 7.30 ล้านคน |
| 7 | After Hours til Dawn Tour — The Weeknd | $735.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 130+ รอบ | 5.80 ล้านคน |
| 8 | 2023–2025 Tour — Bruce Springsteen & The E Street Band | $729.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 120+ รอบ | 4.90 ล้านคน |
| 9 | Love On Tour — Harry Styles | $617.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 169 รอบ | 5.04 ล้านคน |
| 10 | M72 World Tour — Metallica | $590.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | 80+ รอบ | 4.20 ล้านคน |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณแฟนเพลงป็อปที่ชื่นชอบโชว์มหากาพย์และการเล่าเรื่องหลากยุคสมัยอันดับ 1The Eras Tour — Taylor Swiftเป็นการแสดงสดระดับประวัติศาสตร์ที่รวบรวมเพลงมากกว่า 44 เพลงตลอด 3.5 ชั่วโมง พร้อมโปรดักชันเปลี่ยนฉากตามยุคสมัยได้อย่างไร้ที่ติอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่หลงใหลในบรรยากาศแสงสีเสียงสุดอลังการและใส่ใจสิ่งแวดล้อมอันดับ 2Music of the Spheres World Tour — Coldplayมอบประสบการณ์ร่วมผ่านทะเลดาวจากสายรัดข้อมือ LED ทั่วสนาม พร้อมนวัตกรรมพลังงานสะอาดที่ช่วยลดคาร์บอนอย่างยั่งยืนอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคอเพลงร็อกคลาสสิกที่ต้องการเสพฝีมือดนตรีสดระดับปรมาจารย์อันดับ 82023–2025 Tour — Bruce Springsteen & The E Street Bandโชว์พลังดนตรีร็อกแอนด์โรลสดขนานแท้โดยปราศจากแทร็กดนตรีสังเคราะห์ เล่นต่อเนื่องเกือบ 3 ชั่วโมงด้วยความประณีตระดับครูเพลงอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสายเมทัลและชาวร็อกที่มองหาประสบการณ์คอนเสิร์ตที่ไม่ซ้ำซากอันดับ 10M72 World Tour — Metallicaมอบความคุ้มค่าระดับสุดยอดด้วยการจัดแสดง 2 คืนในเซ็ตลิสต์ที่ไม่ซ้ำกันแม้แต่เพลงเดียว บนเวทีโดนัท 360 องศาสุดล้ำอ่านรายละเอียด
บทสรุป
ปรากฏการณ์ทัวร์คอนเสิร์ตที่กวาดรายได้ระดับมหาศาลสะท้อนให้เห็นว่า ดนตรีสดยังคงเป็นประสบการณ์ร่วมที่ทรงพลังและไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้ในยุคดิจิทัล ความสำเร็จของศิลปินแถวหน้าตั้งแต่ Taylor Swift ไปจนถึง Coldplay และตำนานอย่าง Elton John ล้วนพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์โชว์ระดับมาสเตอร์พีซ และความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างศิลปินกับแฟนเพลงทั่วโลกที่พร้อมสนับสนุนผลงานระดับประวัติศาสตร์เหล่านี้อย่างไม่เสื่อมคลาย
อ่านเพิ่มในหัวข้อจัดอันดับบันเทิง10
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลกตลอดกาลคือทัวร์ใด?
The Eras Tour โดยศิลปินสาว Taylor Swift ครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ด้วยการกวาดรายรับทะลุ 2,077 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามการรายงานอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ทัวร์นี้กลายเป็นคอนเสิร์ตแรกที่สามารถทุบสถิติแตะหลัก 2 พันล้านดอลลาร์ได้สำเร็จ
ทำไมทัวร์คอนเสิร์ตยุคปัจจุบันจึงทำรายได้สูงกว่าคอนเสิร์ตในอดีตอย่างมาก?
ปัจจัยหลักมาจากราคาบัตรเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ การปรับรูปแบบการทัวร์เป็นสเตเดียมขนาดใหญ่ทั้งหมด และการนำเสนอบัตรแพ็กเกจวีไอพี (VIP) ที่มีราคาสูง รวมถึงความต้องการชมคอนเสิร์ตสดหลังช่วงเว้นว่างกิจกรรมทั่วโลก
วงดนตรีหรือกลุ่มศิลปินใดที่ทำรายได้ทัวร์คอนเสิร์ตสูงสุดในโลก?
Coldplay คือวงดนตรีที่ทำรายได้ทัวร์คอนเสิร์ตสูงที่สุดในโลกจากทัวร์ Music of the Spheres World Tour ด้วยรายได้รวมกว่า 1,524 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสถิติยอดผู้ชมรวมกว่า 13.1 ล้านคน
ตัวเลขรายได้คอนเสิร์ตเหล่านี้รวมยอดขายสินค้าที่ระลึก (Merchandise) ด้วยหรือไม่?
โดยทั่วไปตัวเลขสถิติ Boxscore อย่างเป็นทางการของ Billboard และ Pollstar จะนับเฉพาะรายได้จากยอดจำหน่ายบัตรเข้าชมหน้างาน (Gross Ticket Sales) เท่านั้น ยังไม่ได้รวมยอดจำหน่ายสินค้าที่ระลึก อาหาร หรือเครื่องดื่มภายในงาน
อ่านต่อ

บันเทิงและภาพยนตร์0 วิว
10 ซีรีส์ไซไฟและดิสโทเปียฟอร์มยักษ์ยอดนิยมบนสตรีมมิ่งประจำปี 2026 เรื่องล้ำจินตนาการที่คอซีรีส์ต้องดู
คัดสรร 10 สุดยอดซีรีส์ไซไฟและดิสโทเปียฟอร์มยักษ์ปี 2026 จากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำ พล็อตโลกอนาคตล้ำลึกที่คอซีรีส์ตัวจริงไม่ควรพลาด
ในบทความ: Fallout: Season 2 · The Last of Us: Season 2 · Severance: Season 2

บันเทิงและภาพยนตร์1 วิว
10 อันดับวิดีโอเกมที่มียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์โลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เปิดทำเนียบ 10 อันดับวิดีโอเกมที่มียอดจำหน่ายแผ่นและดิจิทัลสูงสุดตลอดกาล อัปเดตตัวเลขผลประกอบการและสถิติทางการล่าสุดประจำปี 2026
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

บันเทิงและภาพยนตร์0 วิว
10 ภาพยนตร์และซีรีส์ไทยแนวสืบสวนระทึกขวัญยอดนิยมบนสตรีมมิ่ง พล็อตเข้มข้นน่าติดตามรับปลายปี 2569
เปิดลิสต์ 10 สุดยอดผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ไทยแนวสืบสวนสอบสวน ระทึกขวัญ และอาชญากรรมบนสตรีมมิ่งที่การันตีความเข้มข้น ตอบโจทย์คอหนังสายไขปริศนารับช่วงปลายปี 2569
ในบทความ: Delusion (ภาพลวงตาย) · The Evil Lawyer (ทนายปีศาจ) · Chompoo: Lost & Forgotten (คดีชมพู่: เด็กหายที่ถูกลืม)