10 อันดับภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วประเทศสูงสุดตลอดกาล อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
เจาะลึก 10 ภาพยนตร์ไทยที่สร้างปรากฏการณ์ระดับชาติ กวาดรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วประเทศสูงสุดตลอดกาล พร้อมสถิติตัวเลขล่าสุดที่น่าจับตามอง
จัดอันดับตาม รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วประเทศตลอดกาล (บาท)· ที่มา สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ, M STUDIO, GDH 559, สหมงคลฟิล์ม และ Forbes Thailand· ข้อมูล ณ สรุปสถิติปี 2568–2569

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมอย่างก้าวกระโดด จากยุคที่การนับสถิติรายได้มักกระจุกตัวอยู่เพียงโรงภาพยนตร์ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเชียงใหม่ สู่ยุคปัจจุบันที่เครือข่ายโรงภาพยนตร์กระจายครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค ส่งผลให้เม็ดเงินจากผู้ชมทั่วประเทศกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการชี้วัดความสำเร็จของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง
กระแสวัฒนธรรมร่วม ความผูกพันท้องถิ่น และพลังการบอกต่อแบบปากต่อปากบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ได้ปลุกกระแสให้คนไทยทุกเพศทุกวัยพร้อมใจกันก้าวเข้าสู่โรงภาพยนตร์จนเกิดเป็นปรากฏการณ์โรงแตกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์ ภาพยนตร์คอมเมดี้ฉบับสร้างสรรค์ ไปจนถึงภาพยนตร์สยองขวัญที่ยกระดับคุณภาพงานสร้างจนคว้ารายได้มหาศาล
บทความนี้ TNPrank ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วประเทศของภาพยนตร์ไทยที่ผ่านการฉายสมบูรณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อจัดอันดับ 10 ผลงานที่ครองสถิติทำเงินสูงสุดตลอดกาล ผู้อ่านจะได้เห็นพัฒนาการ รสนิยมของผู้ชม และปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้ภาพยนตร์เหล่านี้กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของวงการบันเทิงไทย
วัดผลอย่างไร
การจัดอันดับในบทความนี้ใช้เกณฑ์ 'รายได้รวมบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วประเทศตลอดโปรแกรมการฉาย' ของภาพยนตร์ไทย โดยรวบรวมข้อมูลสถิติที่เป็นทางการและการบันทึกรายงานผลสรุปรายได้สิ้นสุดโปรแกรมฉายจากค่ายผู้สร้าง สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และสื่อบันเทิงชั้นนำ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2568–2569 ทั้งนี้ ตัวเลขไม่รวมรายได้จากการฉายในต่างประเทศ ลิขสิทธิ์สตรีมมิง หรือการจำหน่ายของที่ระลึก เพื่อให้ได้ตัวเลขที่วัดผลเฉพาะกระแสตอบรับในโรงภาพยนตร์ของผู้ชมในประเทศไทยอย่างแท้จริง
นับถอยหลัง 10 อันดับ
คอมเมดี้ร่วมสมัยยอดฮิต
ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้
ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ฉบับคนทำงานที่เปลี่ยนปมภาษาอังกฤษเป็นเสียงหัวเราะ

ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ เข้าฉายปลายปี 2557 ผลงานกำกับของ เมษ ธราธร จากค่าย จีทีเอช (GTH) เป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ร่วมสมัยที่หยิบยกเรื่องราวความไม่ถนัดภาษาอังกฤษของคนไทยมาผูกเป็นพล็อตเรื่องรักระหว่างช่างเทคนิคหนุ่มมาดกวนกับติวเตอร์สาวสอนภาษาอังกฤษ นำแสดงโดย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร
จุดเด่นที่ทำให้หนังเรื่องนี้ครองใจผู้ชมคือมุกตลกที่คมคาย การล้อเลียนความเคอะเขินในการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ตรงกับประสบการณ์จริงของคนไทยส่วนใหญ่ ผสานกับเพลงประกอบและท่าเต้นประกอบเพลงที่กลายเป็นไวรัลทั่วบ้านทั่วเมืองในชั่วข้ามคืน สร้างความสดชื่นและเสียงหัวเราะอย่างต่อเนื่องตลอดการฉาย
ความนิยมที่พุ่งทะยานส่งผลให้ภาพยนตร์ทำสถิติรายได้วันแรกสูงสุดในยุคนั้น และปิดโปรแกรมการฉายด้วยรายได้รวมทั่วประเทศประมาณ 330 - 350 ล้านบาท (โดยทำเงินเฉพาะเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ ได้สูงถึง 330.55 ล้านบาท) ยืนหยัดเป็นหนึ่งในภาพยนตร์คอมเมดี้ร่วมสมัยที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลของประเทศ
- รายได้ทั่วประเทศ
- 350 ล้านบาท
- ปีที่ออกฉาย
- 2557
- ค่ายผู้สร้าง
- GTH
- ผู้กำกับ
- เมษ ธราธร
- ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ร่วมสมัยที่ทำรายได้สูงสุดของค่าย GTH
- สร้างสถิติรายได้วันแรกสูงสุดของวงการภาพยนตร์ไทยในยุคเข้าฉาย
- เพลงและท่าเต้นประกอบภาพยนตร์สร้างกระแสไวรัลโด่งดังไปทั่วเอเชีย
- สะท้อนมุมมองการเรียนภาษาอังกฤษของคนไทยด้วยอารมณ์ขันที่เข้าถึงง่าย
สรุปสั้นๆ
ความบันเทิงเบาสมองที่เต็มไปด้วยมุกตลกจังหวะแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลายและมองหาเสียงหัวเราะอย่างแท้จริง
คู่ขวัญออเจ้าฟีเวอร์
บุพเพสันนิวาส ๒
ภาพยนตร์รักโรแมนติกย้อนยุคที่ปลุกกระแสออเจ้าฟีเวอร์ให้กลับมาเบ่งบานอีกครั้ง

บุพเพสันนิวาส ๒ เข้าฉายในปี 2565 โดยการจับมือร่วมทุนสร้างระหว่าง จีดีเอช (GDH 559) และ บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น กำกับโดย อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม เป็นการนำตำนานรักข้ามภพชาติของแม่หญิงการะเกดและพี่หมื่นมาตีความใหม่ในบริบทประวัติศาสตร์ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น พร้อมการกลับมาพบกันอีกครั้งของคู่ขวัญ โป๊ป ธนวรรธน์ และ เบลล่า ราณี
ความแตกต่างของเวอร์ชันภาพยนตร์คือการผสมผสานเกร็ดประวัติศาสตร์ช่วงสยามเริ่มเปิดรับวิทยาการตะวันตก เรือกลไฟ และบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เข้ากับเส้นเรื่องความรักแนวคอมเมดี้แฟนตาซีที่สนุกสนาน เข้าใจง่าย และมีงานซีจีที่ประณีตงดงาม บรรยากาศของหนังเน้นความบันเทิงที่มอบรอยยิ้มให้กับทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง
ภาพยนตร์เปิดตัวได้อย่างร้อนแรงโดยกวาดรายได้ทั่วประเทศทะลุ 300 ล้านบาทได้ภายในเวลาเพียง 14 วัน ก่อนจะปิดโปรแกรมการฉายทั่วประเทศด้วยตัวเลขประมาณ 392 - 400 ล้านบาท ช่วยฟื้นฟูบรรยากาศโรงภาพยนตร์ไทยหลังยุคโควิด-19 ให้กลับมาคึกคักอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง
- รายได้ทั่วประเทศ
- 400 ล้านบาท
- ปีที่ออกฉาย
- 2565
- ค่ายผู้สร้าง
- GDH 559 และ บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น
- ผู้กำกับ
- อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม
- ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ย้อนยุคที่ฟื้นฟูโรงภาพยนตร์หลังวิกฤตโควิด
- ทำรายได้ทั่วประเทศแตะระดับ 400 ล้านบาทอย่างงดงาม
- การโคจรกลับมาพบกันของคู่ขวัญออเจ้าที่สร้างกระแสฟีเวอร์ทั่วประเทศ
- ผสมผสานประวัติศาสตร์ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นเข้ากับแฟนตาซีได้อย่างลงตัว
สรุปสั้นๆ
ภาพยนตร์ฟีลกู๊ดที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสนุก และเคมีนักแสดงที่ยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับการรับชมร่วมกันของคนทุกวัยในครอบครัว
จุดไคลแมกซ์ประกาศอิสรภาพ
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ประกาศอิสรภาพ
ภาคต่อระดับตำนานที่ถ่ายทอดฉากการประกาศเอกราชและสมรภูมิยุทธการสุดเข้มข้น

ผลงานการกำกับของ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล อย่าง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ประกาศอิสรภาพ" ที่ลงโรงฉายในปี 2550 ถัดจากภาคเปิดตัว ได้รับการยกย่องว่าเป็นตอนที่เปี่ยมไปด้วยความเข้มข้นถึงขีดสุด ทั้งด้านอารมณ์และสมรภูมิรบ เส้นเรื่องนำพาผู้ชมไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงหลั่งทักษิโณทกตัดขาดความเป็นเมืองขึ้น ณ เมืองแครง ก่อนจะทรงบัญชาการถอยทัพชาวไทยข้ามแม่น้ำสะโตงมุ่งหน้าสู่อยุธยา
จุดเด่นอันน่าจดจำของตอนนี้อยู่ที่ฉากการสู้รบอันดุเดือด รวมถึงยุทธหัตถี โดยเฉพาะจังหวะประวัติศาสตร์การยิงพระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตงที่ถ่ายทอดได้อย่างทรงพลังและสมจริง บรรยากาศความปลุกใจและความรักชาติในเรื่องสร้างแรงกระเพื่อมอย่างมหาศาล จนทำให้เกิดกระแสผู้คนรวมตัวกันมาตีตั๋วชมเป็นหมู่คณะอย่างล้นหลาม
สำหรับสถิติด้านรายรับ ภาพยนตร์กวาดเงินจากทั่วประเทศไปราว 400 - 410 ล้านบาท (ซึ่งนับรวมยอดจากกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่ ที่ทำได้ประมาณ 216.8 ล้านบาท) ส่งผลให้ทะยานติดอันดับแถวหน้าของหนังไทยที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล พร้อมทั้งได้รับการยกย่องว่าสามารถถ่ายทอดฉากสงครามย้อนยุคได้ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย
- รายได้ทั่วประเทศ
- 410 ล้านบาท
- ปีที่ออกฉาย
- 2550
- ค่ายผู้สร้าง
- สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
- ผู้กำกับ
- หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
- ฉากการประกาศอิสรภาพและศึกแม่น้ำสะโตงอันทรงพลังและสมจริง
- ทำรายได้ทั่วประเทศรวมกว่า 410 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จของหนังชุด
- งานกำกับฉากสงครามโบราณสเกลใหญ่ที่ใช้ม้า ศึกช้าง และนักแสดงประกอบนับพัน
- ได้รับเสียงชื่นชมในฐานะภาคที่มีความเข้มข้นด้านอารมณ์และแอ็กชันสูงสุด
สรุปสั้นๆ
ภาพยนตร์สงครามประวัติศาสตร์ที่มีจังหวะการเล่าเรื่องดุเดือดและน่าติดตาม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความยิ่งใหญ่ของฉากรบโบราณ
พลังศรัทธาพญานาคสะเทือนโรง
นาคี ๒
ปรากฏการณ์พลังศรัทธาและความเชื่อลุ่มน้ำโขงที่ส่งตรงสู่โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

นาคี ๒ เข้าฉายในปี 2561 เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากละครโทรทัศน์ยอดฮิต นาคี สู่เวอร์ชันภาพยนตร์จอเงินฟอร์มยักษ์ กำกับโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่างทีมนักแสดงนำจากละครดั้งเดิมและดาราระดับซูเปอร์สตาร์ชั้นนำของประเทศ เรื่องราวเล่าถึงคดีสะเทือนขวัญลึกลับในแถบภาคอีสานที่พัวพันกับความเชื่อเรื่องพญานาคและคำสาปข้ามภพชาติ
จุดแข็งที่ทำให้ นาคี ๒ สร้างปรากฏการณ์รายได้ถล่มทลายคือการเข้าถึงฐานแฟนคลับและประชาชนทั่วทุกภาค โดยเฉพาะภาคอีสานที่มีความศรัทธาและความผูกพันต่อเรื่องราวพญานาคอย่างลึกซึ้ง ประกอบกับงานซีจีเทคนิคพิเศษในการสร้างสัตว์ในตำนานที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ภาพยนตร์ดึงดูดทั้งคอละครเดิมและผู้ชมภาพยนตร์กลุ่มใหม่ได้อย่างทรงพลัง
ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำลายสถิติรายได้เปิดตัววันแรกสูงสุดในหลายจังหวัด และปิดโปรแกรมฉายด้วยรายได้รวมทั่วประเทศประมาณ 417.55 – 420 ล้านบาท นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการผสมผสานพลังความเชื่อท้องถิ่นเข้ากับดาราระดับแม่เหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- รายได้ทั่วประเทศ
- 420 ล้านบาท
- ปีที่ออกฉาย
- 2561
- ค่ายผู้สร้าง
- เอ็ม พิคเจอร์ส และ บี อีซี เมคเกอร์ส
- ผู้กำกับ
- พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
- ภาพยนตร์ที่ต่อยอดจากละครโทรทัศน์ที่ทำเงินสูงสุดในประวัติศาสตร์
- กวาดรายได้ทั่วประเทศสูงถึง 420 ล้านบาทจากพลังศรัทธาและความบันเทิง
- รวมดาราระดับแม่เหล็กเบอร์หนึ่งของเมืองไทยไว้ในเรื่องเดียว
- สร้างสถิติยอดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้าและรายได้วันแรกสูงสุดในหลายภูมิภาค
สรุปสั้นๆ
การผสมผสานอันลงตัวระหว่างความเชื่อ วัฒนธรรมท้องถิ่น และพลังดารา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวแฟนตาซีกลิ่นอายไทย
ปฐมบทมหากาพย์คู่แผ่นดิน
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 องค์ประกันหงสา
มหากาพย์ประวัติศาสตร์ภาคปฐมวัยที่สะท้อนศิลปะและพิชัยสงครามโบราณ

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 องค์ประกันหงสา เข้าฉายในช่วงต้นปี 2550 เป็นปฐมบทของภาพยนตร์ชุดอิงประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย กำกับโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวช่วงปฐมวัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งต้องเสด็จไปประทับเป็นองค์ประกัน ณ กรุงหงสาวดี การศึกษาพิชัยสงคราม และความผูกพันท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างอาณาจักร
ความโดดเด่นของภาคนี้คือการปูพื้นฐานเรื่องราวอันเข้มข้นและมิติทางวัฒนธรรมของทั้งฝ่ายอยุธยาและพม่า การสร้างเมืองหงสาวดีและวัดวาอารามขนาดยักษ์ ณ พร้อมมิตร สตูดิโอ จังหวัดกาญจนบุรี แสดงถึงความทุ่มเทในงานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการ การคัดเลือกนักแสดงเด็กและนักแสดงสมทบล้วนถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างน่าประทับใจ
กระแสความตื่นตัวของคนไทยส่งผลให้โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศเนืองแน่นไปด้วยผู้ชมทุกรุ่นทุกวัย ทำรายได้ทั่วประเทศปิดโปรแกรมไปที่ประมาณ 450 ล้านบาท (โดยเป็นรายได้เฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ ราว 219 ล้านบาท) สร้างรากฐานอันมั่นคงและแรงส่งมหาศาลให้กับภาคต่อของภาพยนตร์ชุดนี้
- รายได้ทั่วประเทศ
- 450 ล้านบาท
- ปีที่ออกฉาย
- 2550
- ค่ายผู้สร้าง
- สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
- ผู้กำกับ
- หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
- ปฐมบทภาพยนตร์ชุดมหากาพย์ประวัติศาสตร์ที่คนไทยรอคอยมากที่สุด
- เนรมิตฉากพระราชวังหงสาวดีและเมืองโบราณขนาดสมจริงเพื่อการถ่ายทำ
- ทำรายได้ทั่วประเทศแตะระดับ 450 ล้านบาทอย่างสมศักดิ์ศรี
- ได้รับความนิยมอย่างสูงจากสถาบันการศึกษาและครอบครัวทั่วประเทศ
สรุปสั้นๆ
ผลงานระดับเกียรติยศที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้งและตระการตา เหมาะกับผู้ชมทุกช่วงวัยที่ต้องการเรียนรู้รากเหง้าของชาติ
จุดเริ่มต้นตำนานเสียงแว่ว
ธี่หยด
ภาพยนตร์เขย่าขวัญที่เปลี่ยนนิยามเรื่องเล่าผีสู่ความตื่นเต้นระดับบล็อกบัสเตอร์

ธี่หยด ภาคแรกที่ออกฉายปลายปี 2566 สร้างขึ้นจากเรื่องเล่าสะเทือนขวัญบนเว็บไซต์พันทิปและรายการวิทยุเดอะโกสต์เรดิโอ ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นหนังสือและถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์จอเงิน กำกับโดย ทวีวัฒน์ วันทา เรื่องราวความลึกลับในหมู่บ้านห่างไกลแถบกาญจนบุรีช่วงปี 2515 กับเสียงแว่วปริศนายามค่ำคืนที่สร้างความหวาดผวาให้คนในครอบครัว
ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากการจัดวางทิศทางการเล่าเรื่องที่กระชับ ฉับไว ผสมผสานความน่ากลัวสไตล์ผีไทยเข้ากับจังหวะความตื่นเต้นแบบสากล โดยเน้นการสร้างบรรยากาศชนบทที่ชวนขนลุกควบคู่กับฉากแอ็กชันปราบผีที่ไม่ยอมจำนนต่อความกลัว ทำให้ภาพยนตร์มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากหนังผีไทยทั่วไปที่มักเน้นความเงียบหรือการหลอกหลอนแบบเดิมๆ
การตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนเรื่องเล่าดั้งเดิมและคอภาพยนตร์ทั่วไป ส่งผลให้ ธี่หยด ปิดโปรแกรมฉายทั่วประเทศด้วยตัวเลขกลมๆ ที่ 500 ล้านบาท กลายเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของแฟรนไชส์ และเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปิดศักราชใหม่ให้แก่ภาพยนตร์แนวสยองขวัญในตลาดภาพยนตร์ไทยยุคปัจจุบัน
- รายได้ทั่วประเทศ
- 500 ล้านบาท
- ปีที่ออกฉาย
- 2566
- ค่ายผู้สร้าง
- M STUDIO และ ช่อง 3
- ผู้กำกับ
- ทวีวัฒน์ วันทา
- ปลุกกระแสเรื่องเล่าผีออนไลน์สู่ภาพยนตร์จอเงินฟอร์มยักษ์
- ทำรายได้แตะหลัก 500 ล้านบาททั่วประเทศภายในเวลาอันรวดเร็ว
- สร้างภาพจำคาแรกเตอร์ตัวละครเด่นจนเกิดกระแสความนิยมทั่วประเทศ
- นำภาพยนตร์ไทยเข้าฉายในระบบ IMAX ด้วยสัดส่วนภาพเต็มจออย่างเป็นทางการ
สรุปสั้นๆ
ภาพยนตร์สยองขวัญรสเข้มข้นที่ให้ความบันเทิงตื่นเต้นครบรส เหมาะกับผู้ที่ชอบเรื่องลี้ลับและความระทึกใจแบบนั่งไม่ติดเก้าอี้
มหากาพย์ประวัติศาสตร์ขึ้นหิ้ง
สุริโยไท
มหากาพย์ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์ที่เป็นต้นแบบงานสร้างระดับชาติ

สุริโยไท ผลงานภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์ระดับชาติประจำปี 2544 กำกับโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระสุริโยทัย โดยรวบรวมทัพนักแสดงชั้นนำทั่วฟ้าเมืองไทย พร้อมทุนสร้างและระยะเวลาการถ่ายทำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ภาพยนตร์ถ่ายทอดประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาช่วงการเสียสละเพื่อแผ่นดินได้อย่างสมเกียรติ
ความโดดเด่นของ สุริโยไท อยู่ที่ความประณีตละเอียดอ่อนของงานสร้าง ทั้งการเนรมิตฉากเมืองโบราณ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายตามหลักประวัติศาสตร์ การฝึกซ้อมกระบวนทัพช้างม้า และงานกำกับศิลป์ที่ไม่มีภาพยนตร์ไทยเรื่องใดเทียบได้ในยุคก่อนดิจิทัลซีจี สิ่งเหล่านี้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชมทุกระดับ จนเกิดการเหมาโรงชมของสถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ
ในด้านตัวเลขรายได้ สุริโยไท กวาดรายได้เฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่ ไปกว่า 324.5 ล้านบาท และเมื่อรวมสถิติทั่วประเทศทำเงินได้สูงถึงประมาณ 550 ล้านบาท ซึ่งหากคำนวณอัตราเงินเฟ้อจากปี 2544 สุริโยไท จะถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและการจำหน่ายตั๋วสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประวัติศาสตร์ชาติไทย
- รายได้ทั่วประเทศ
- 550 ล้านบาท
- ปีที่ออกฉาย
- 2544
- ค่ายผู้สร้าง
- สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
- ผู้กำกับ
- หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
- มหากาพย์ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคสมัย
- รวมดารานักแสดงแถวหน้าของเมืองไทยมากที่สุดในประวัติศาสตร์
- ครองสถิติภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดของประเทศยาวนานนับสิบปี
- จุดประกายกระแสความสนใจประวัติศาสตร์อยุธยาในวงกว้างระดับชาติ
สรุปสั้นๆ
ผลงานระดับตำนานที่ทรงคุณค่าทั้งด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานสร้างมหากาพย์อันประณีต
ปรากฏการณ์ม้ามืดแห่งปี
สัปเหร่อ
ภาพยนตร์ไทบ้านทรงคุณค่าที่เปลี่ยนมุมมองต่อความตายและอัตลักษณ์ท้องถิ่น

สัปเหร่อ ภาพยนตร์จากจักรวาลไทบ้านที่เข้าฉายในปี 2566 ภายใต้การกำกับและเขียนบทของ ธิติ ศรีนวล กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่สั่นสะเทือนวงการหนังไทยอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ภาพยนตร์นำเสนอวิถีชีวิต ภูมิปัญญา ประเพณีงานศพ และมุมมองต่อความตายของชาวอีสาน ผ่านเรื่องราวที่ผสมผสานระหว่างความสยองขวัญ ตลกขบขัน และปรัชญาชีวิตที่ลึกซึ้ง
จุดเด่นที่ทำให้ สัปเหร่อ ก้าวขึ้นมาเป็นม้ามืดระดับประเทศคือความจริงใจในการเล่าเรื่อง การใช้ภาษาอีสานตลอดทั้งเรื่องไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อผู้ชมภาคอื่น แต่กลับสร้างเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ภาพยนตร์สะท้อนให้เห็นว่าเนื้อหาท้องถิ่นที่มีคุณภาพและประเด็นสากลเรื่องการพลัดพราก สามารถเชื่อมโยงความรู้สึกของคนดูได้ทุกกลุ่มโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาดาราระดับแม่เหล็ก
พลังการบอกต่อปากต่อปากและการรวมพลังของชาวอีสานรวมถึงผู้ชมทั่วประเทศ ผลักดันให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ปิดรายได้ทั่วประเทศอย่างงดงามที่ระดับประมาณ 700 - 720 ล้านบาท นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ว่าภาพยนตร์อิสระที่สร้างด้วยจิตวิญญาณท้องถิ่นก็สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในแถวหน้าของตารางภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลได้
- รายได้ทั่วประเทศ
- 720 ล้านบาท
- ปีที่ออกฉาย
- 2566
- ค่ายผู้สร้าง
- ไทบ้าน สตูดิโอ
- ผู้กำกับ
- ธิติ ศรีนวล
- ภาพยนตร์ภาษาถิ่นอีสานที่ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ปรากฏการณ์ม้ามืดทุนสร้างอิสระที่กวาดรายได้ทะลุ 700 ล้านบาท
- จุดกระแสการเรียนรู้วัฒนธรรม พิธีกรรม และคติธรรมเรื่องความตายของภาคอีสาน
- กระแสบอกต่อจากผู้ชมทำให้รอบฉายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสวนทางกับภาพยนตร์ทั่วไป
สรุปสั้นๆ
ภาพยนตร์ทรงคุณค่าที่สะท้อนปรัชญาชีวิตและการพลัดพรากได้อย่างงดงาม เหมาะสำหรับผู้ชมที่มองหาความหมายลึกซึ้งผ่านความบันเทิงพื้นบ้าน
หนังสยองขวัญทำเงินสูงสุด
ธี่หยด 2
มหากาพย์ความสยองขวัญไล่ล่าที่สร้างสถิติใหม่ให้ภาพยนตร์แฟรนไชส์ไทย

ธี่หยด 2 เข้าฉายในปี 2567 สานต่อเรื่องราวความสยองขวัญสุดระทึกของครอบครัวตัวละคร ยักษ์ จากภาคแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ภาพยนตร์เรื่องนี้ตอกย้ำกระแสนิยมเรื่องเล่าสยองขวัญยุควิทยุและเว็บบอร์ดที่ถูกนำมาพัฒนาเป็นภาพยนตร์จอเงินอย่างเต็มรูปแบบ โดยทีมสร้างได้เพิ่มสเกลความดุดัน ฉากแอ็กชันไล่ล่า และงานสร้างที่ประณีตยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ความแตกต่างสำคัญของภาคนี้คือการยกระดับจากการหนีเอาชีวิตรอดในพื้นที่จำกัด สู่การออกตามล่าล้างแค้นผีร้ายข้ามป่าเขา ทำให้โทนเรื่องมีความตื่นเต้นเร้าใจในสไตล์ภาพยนตร์แอ็กชันสยองขวัญ งานภาพและระบบเสียงถูกออกแบบมาเพื่อประสบการณ์การชมในโรงภาพยนตร์ระบบพิเศษอย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดกระแสการรับชมในโรงระบบไอแมกซ์ (IMAX) อย่างคึกคัก
การกวาดรายได้ทั่วประเทศปิดโปรแกรมฉายไปที่ 815 ล้านบาท ทำให้ ธี่หยด 2 ทะยานขึ้นสู่อันดับ 2 ภาพยนตร์ไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาลทันทีหลังสิ้นสุดการฉาย และเป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่ทำสถิติรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแฟรนไชส์หนังชุดที่สามารถขยายฐานคนดูได้มากกว่าภาคแรก
- รายได้ทั่วประเทศ
- 815 ล้านบาท
- ปีที่ออกฉาย
- 2567
- ค่ายผู้สร้าง
- M STUDIO และ ช่อง 3
- ผู้กำกับ
- ทวีวัฒน์ วันทา
- ภาพยนตร์ไทยแนวสยองขวัญที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล
- กวาดรายได้ทะลุ 815 ล้านบาท ขยับขึ้นสู่อันดับ 2 ของประวัติศาสตร์
- เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ทำสถิติยอดผู้ชมระบบ IMAX สูงเป็นประวัติการณ์
- ความสำเร็จต่อเนื่องที่ทำรายได้แซงหน้าภาคแรกเกือบเท่าตัว
สรุปสั้นๆ
สุดยอดความบันเทิงรสจัดจ้านที่พิสูจน์ว่าภาพยนตร์ภาคต่อสามารถยกระดับงานสร้างและความนิยมให้สูงขึ้นกว่าภาคแรกได้
และอันดับ 1 ก็คือ…
อันดับ 1 ตลอดกาล
พี่มาก..พระโขนง
ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของประวัติศาสตร์ที่ก้าวข้ามหลักพันล้านบาท

พี่มาก..พระโขนง เข้าฉายเมื่อปี 2556 ภายใต้การกำกับของ บรรจง ปิสัญธนะกูล ซึ่งหยิบเอาตำนานพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดีอย่าง แม่นาคพระโขนง มาตีความใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยนมุมมองการเล่าเรื่องผ่านสายตาของพี่มากและผองเพื่อนผู้ร่วมรบ การตัดสินใจฉีกกรอบขนบเดิมจากเรื่องสยองขวัญบีบคั้นหัวใจ มาผสมผสานมุกตลกสถานการณ์ที่สดใหม่และความโรแมนติกซาบซึ้ง กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของวงการภาพยนตร์ไทย
สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือการผสมผสานทางอารมณ์ที่กลมกล่อม ความตลกที่ไม่พึ่งพาความหยาบคายแต่เล่นกับจังหวะการแสดงที่ลงตัวของแก๊งเพื่อนทั้งสี่ ควบคู่ไปกับเคมีที่ยอดเยี่ยมระหว่างตัวละครหลัก ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถเจาะกลุ่มผู้ชมได้กว้างขวางทุกเพศทุกวัยอย่างไม่เคยมีมาก่อน ปรากฏการณ์การบอกต่อขยายตัวอย่างรวดเร็วจนเกิดกระแสชมซ้ำหลายรอบในโรงภาพยนตร์
ในเชิงสถิติ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นผลงานระดับประวัติศาสตร์ที่สามารถทลายกำแพงรายได้พันล้านบาทเป็นเรื่องแรกและยังคงครองสถิติตลอดกาลมาจนถึงปัจจุบัน ตัวเลขรายได้ทั่วประเทศราว 1,000 ล้านบาทไม่เพียงแต่สร้างสถิติสูงสุดที่ยังไม่มีใครลบล้างได้ แต่ยังเป็นหมุดหมายที่พิสูจน์ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีศักยภาพในการระดมเม็ดเงินจากผู้ชมทั่วประเทศได้อย่างมหาศาล
- รายได้ทั่วประเทศ
- 1,000 ล้านบาท
- ปีที่ออกฉาย
- 2556
- ค่ายผู้สร้าง
- GTH
- ผู้กำกับ
- บรรจง ปิสัญธนะกูล
- ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่แตะหลัก 1,000 ล้านบาททั่วประเทศ
- ฉีกกรอบตำนานแม่นาคสู่ภาพยนตร์คอมเมดี้โรแมนติกที่ครองใจคนทั้งประเทศ
- สร้างสถิติรอบฉายเต็มแน่นยาวนานหลายสัปดาห์ในทุกเครือโรงภาพยนตร์
- ครองแชมป์อันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศไทยยาวนานกว่าหนึ่งทศวรรษ
สรุปสั้นๆ
ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ผสมผสานความตลกและโรแมนติกได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาปรากฏการณ์ภาพยนตร์ระดับชาติ
สรุปผลทั้ง 10 อันดับ
รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วประเทศตลอดกาล (บาท)
ที่มา: สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ, M STUDIO, GDH 559, สหมงคลฟิล์ม และ Forbes Thailand · ข้อมูล ณ สรุปสถิติปี 2568–2569
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| อันดับ | รายการ | รายได้ทั่วประเทศ | ปีที่ออกฉาย | ค่ายผู้สร้าง | ผู้กำกับ |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | พี่มาก..พระโขนง | 1,000 ล้านบาท | 2556 | GTH | บรรจง ปิสัญธนะกูล |
| 2 | ธี่หยด 2 | 815 ล้านบาท | 2567 | M STUDIO และ ช่อง 3 | ทวีวัฒน์ วันทา |
| 3 | สัปเหร่อ | 720 ล้านบาท | 2566 | ไทบ้าน สตูดิโอ | ธิติ ศรีนวล |
| 4 | สุริโยไท | 550 ล้านบาท | 2544 | สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล |
| 5 | ธี่หยด | 500 ล้านบาท | 2566 | M STUDIO และ ช่อง 3 | ทวีวัฒน์ วันทา |
| 6 | ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 องค์ประกันหงสา | 450 ล้านบาท | 2550 | สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล |
| 7 | นาคี ๒ | 420 ล้านบาท | 2561 | เอ็ม พิคเจอร์ส และ บี อีซี เมคเกอร์ส | พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง |
| 8 | ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ประกาศอิสรภาพ | 410 ล้านบาท | 2550 | สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล |
| 9 | บุพเพสันนิวาส ๒ | 400 ล้านบาท | 2565 | GDH 559 และ บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น | อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม |
| 10 | ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ | 350 ล้านบาท | 2557 | GTH | เมษ ธราธร |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณผู้ที่ชื่นชอบความสยองขวัญตื่นเต้นเร้าใจอันดับ 2ธี่หยด 2ยกระดับความสยองขวัญสู่ความระทึกขวัญระดับบล็อกบัสเตอร์ พร้อมฉากแอ็กชันปราบผีสุดดุเดือดและงานสร้างที่ทรงพลังอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่ต้องการสัมผัสความอบอุ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นอันดับ 3สัปเหร่อถ่ายทอดวิถีชีวิตอีสานและคติธรรมเรื่องความตายได้อย่างลึกซึ้ง กินใจ และเต็มไปด้วยความจริงใจที่งดงามอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่มองหาภาพยนตร์คลายเครียดดูได้ทั้งครอบครัวอันดับ 1พี่มาก..พระโขนงการผสมผสานมุกตลกสถานการณ์ที่สดใหม่กับเรื่องราวความรักระดับตำนานได้อย่างกลมกล่อมและไร้กาลเวลาอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่หลงใหลในความยิ่งใหญ่อลังการของประวัติศาสตร์อันดับ 4สุริโยไทมหากาพย์งานสร้างสุดประณีตที่รวมนักแสดงชั้นนำทั่วฟ้าเมืองไทยและฉากประวัติศาสตร์อยุธยาที่ไม่มีใครเทียบได้อ่านรายละเอียด
บทสรุป
การจัดอันดับภาพยนตร์ไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาลสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พลังของผู้ชมทั่วประเทศคือหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหนังไทยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นงานสร้างระดับมหากาพย์ประวัติศาสตร์ในอดีต หรือกระแสภาพยนตร์สยองขวัญและอัตลักษณ์ท้องถิ่นในยุคใหม่ หากสามารถเชื่อมโยงอารมณ์ร่วมของผู้ชมได้อย่างลึกซึ้ง ย่อมสามารถสร้างปรากฏการณ์และทุบสถิติรายได้ใหม่ๆ ได้เสมอ และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ วงการหนังไทยจะยังคงมีผลงานคุณภาพที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาท้าทายบัลลังก์ตัวเลขเหล่านี้ต่อไปอย่างแน่นอน
อ่านเพิ่มในหัวข้อจัดอันดับบันเทิง11
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
ภาพยนตร์ไทยเรื่องใดครองตำแหน่งทำรายได้ทั่วประเทศสูงสุดตลอดกาล?
พี่มาก..พระโขนง (2556) ครองอันดับ 1 ภาพยนตร์ไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาล ด้วยสถิติรายได้ทั่วประเทศราว 1,000 ล้านบาท และยังไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดทำลายสถิตินี้ลงได้
การนับรายได้ภาพยนตร์ไทยระหว่าง 'เฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่' กับ 'ทั่วประเทศ' แตกต่างกันอย่างไร?
การนับรายได้เฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่ เป็นระบบรายงานตัวเลขคอมพิวเตอร์แบบเรียลไทม์ดั้งเดิมของชมรมวิจารณ์บันเทิง ขณะที่รายได้ทั่วประเทศจะรวบรวมตัวเลขจากระบบตั๋วและสายหนังในต่างจังหวัดทั้งหมด ทำให้ตัวเลขทั่วประเทศสะท้อนฐานผู้ชมที่แท้จริงของคนทั้งประเทศได้ครบถ้วนกว่า
ภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่องใดที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย?
ธี่หยด 2 (2567) คือภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลของไทย ด้วยรายได้รวมทั่วประเทศถึง 815 ล้านบาท แซงหน้าทั้งภาคแรกและภาพยนตร์สยองขวัญทุกเรื่องในอดีต
เพราะเหตุใดภาพยนตร์ที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่าง สัปเหร่อ จึงทำรายได้สูงเกิน 700 ล้านบาท?
ความสำเร็จของ สัปเหร่อ เกิดจากความลึกซึ้งของบทภาพยนตร์ที่สอดแทรกปรัชญาชีวิตและการบอกต่อแบบปากต่อปากของผู้ชม ผนวกกับกระแสการสนับสนุนภาพยนตร์ภาษาถิ่นของชาวอีสานและคอหนังทั่วประเทศที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เหมาโรงชมซ้ำหลายรอบ
อ่านต่อ

บันเทิงและภาพยนตร์0 วิว
10 ซีรีส์ไซไฟและดิสโทเปียฟอร์มยักษ์ยอดนิยมบนสตรีมมิ่งประจำปี 2026 เรื่องล้ำจินตนาการที่คอซีรีส์ต้องดู
คัดสรร 10 สุดยอดซีรีส์ไซไฟและดิสโทเปียฟอร์มยักษ์ปี 2026 จากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำ พล็อตโลกอนาคตล้ำลึกที่คอซีรีส์ตัวจริงไม่ควรพลาด
ในบทความ: Fallout: Season 2 · The Last of Us: Season 2 · Severance: Season 2

บันเทิงและภาพยนตร์1 วิว
10 อันดับวิดีโอเกมที่มียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์โลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เปิดทำเนียบ 10 อันดับวิดีโอเกมที่มียอดจำหน่ายแผ่นและดิจิทัลสูงสุดตลอดกาล อัปเดตตัวเลขผลประกอบการและสถิติทางการล่าสุดประจำปี 2026
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

บันเทิงและภาพยนตร์0 วิว
10 ภาพยนตร์และซีรีส์ไทยแนวสืบสวนระทึกขวัญยอดนิยมบนสตรีมมิ่ง พล็อตเข้มข้นน่าติดตามรับปลายปี 2569
เปิดลิสต์ 10 สุดยอดผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ไทยแนวสืบสวนสอบสวน ระทึกขวัญ และอาชญากรรมบนสตรีมมิ่งที่การันตีความเข้มข้น ตอบโจทย์คอหนังสายไขปริศนารับช่วงปลายปี 2569
ในบทความ: Delusion (ภาพลวงตาย) · The Evil Lawyer (ทนายปีศาจ) · Chompoo: Lost & Forgotten (คดีชมพู่: เด็กหายที่ถูกลืม)