10 คาเฟ่และโรงคั่วกาแฟ Specialty Coffee ย่านอารีย์ บรรยากาศน่านั่งสำหรับคอกาแฟและสายทำงาน
คัดสรร 10 พิกัดคาเฟ่และโรงคั่วสเปเชียลตี้คอฟฟี่ย่านอารีย์ อัปเดตปี 2569 ที่ตอบโจทย์ทั้งสายดื่มกาแฟระดับพรีเมียมและคนหาที่นั่งทำงานพร้อมปลั๊กไฟ

ย่านอารีย์ยังคงครองตำแหน่งศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) แห่งสำคัญของกรุงเทพมหานครอย่างเหนียวแน่นจนถึงปี 2569 ความน่าสนใจของย่านนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การเป็นแหล่งรวมเมล็ดกาแฟชั้นยอดจากทั่วทุกมุมโลก แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตคนเมืองเข้ากับการทำงานยุคใหม่อย่างลงตัว คาเฟ่หลายแห่งปรับฟังก์ชันให้สอดรับกับวิถีชีวิตการทำงานแบบยืดหยุ่น โดยผสานความเป็นโรงคั่วมืออาชีพเข้ากับพื้นที่ทำงานอันเงียบสงบได้อย่างน่าประทับใจ
เสน่ห์เฉพาะตัวของอารีย์คือความหลากหลายของบรรยากาศ ตั้งแต่บ้านเดี่ยวสไตล์วินเทจที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ไปจนถึงอาคารมัลติสโตร์โมเดิร์นและโรงงานยาเก่าที่ถูกแปลงโฉมเป็นคอมมูนิตี้สำหรับคนทำงาน ทำให้แต่ละร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะทั้งในแง่ของศาสตร์การสกัดกาแฟ รสชาติของเมล็ดกาแฟสายพันธุ์คัดพิเศษ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์สมาธิหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดีย
บทความนี้กองบรรณาธิการได้รวบรวม 10 คาเฟ่และโรงคั่วกาแฟตัวท็อปในย่านอารีย์ ที่ผ่านการคัดสรรแล้วว่าโดดเด่นทั้งในเรื่องมาตรฐานกาแฟระดับสากลและความสะดวกสบายสำหรับการนั่งจิบกาแฟหรือพกแล็ปท็อปไปนั่งทำงาน พร้อมเจาะลึกรายละเอียด พิกัด และจุดเด่นเพื่อให้คุณเลือกแวะเช็กอินได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
คัดเลือกอย่างไร
คัดเลือกจากร้านกาแฟและโรงคั่วแนว Specialty Coffee ในย่านอารีย์ที่มีมาตรฐานการคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพสูง พร้อมทั้งมีสภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก และบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการนั่งทำงานหรือนั่งจิบกาแฟอย่างผ่อนคลาย โดยอ้างอิงข้อมูลสถานะการเปิดบริการและความนิยมล่าสุดในปี 2568–2569
ทั้ง 10 รายการ
NANA Coffee Roasters Ari
คาเฟ่ดีกรีแชมป์โลกในบ้านสวนสไตล์เซน
มาตรฐานระดับโลก100–300 บาท

NANA Coffee Roasters สาขาอารีย์ ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของวงการกาแฟพิเศษไทย โดยนำบ้านเดี่ยว 2 ชั้นมารีโนเวทใหม่ให้โอบล้อมด้วยสวนมอสส์สไตล์เซนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา โครงการนี้ผสมผสานศิลปะการตกแต่งสไตล์ธรรมชาติเข้ากับบาร์กาแฟระดับมืออาชีพอย่างลงตัว
จุดเด่นที่ทำให้ที่นี่แตกต่างอย่างชัดเจนคือมาตรฐานการันตีด้วยดีกรีแชมป์บาริสต้าและการคั่วระดับโลก มีการนำเสนอเมล็ดกาแฟหลากหลายโปรไฟล์ให้เลือกชิมอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มคลาสสิกหรือซิกเนเจอร์อันเลื่องชื่ออย่าง "Ari Soi 4" นอกจากนี้เมนู Dirty ของทางร้านยังได้รับการยกย่องในเรื่องของความละมุนและบาลานซ์ของอุณหภูมิที่แม่นยำ
สำหรับผู้ที่มองหาพื้นที่นั่งทำงาน บรรยากาศชั้นบนของบ้านจัดวางโต๊ะและเก้าอี้ที่นั่งสบาย แสงธรรมชาติส่องผ่านกระจกบานใหญ่อย่างทั่วถึง ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งไม่อึดอัด เหมาะแก่การนำหนังสือเล่มโปรดมาอ่านหรือนั่งพิมพ์งานในบรรยากาศร่มรื่น
- สไตล์ของร้าน
- โรงคั่วกาแฟและคาเฟ่ในสวนสไตล์เซน
- พิกัดทำเล
- ซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 100–300 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 07:00–18:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- สิ่งอำนวยความสะดวก
- ที่นั่งปรับอากาศ, สวนภายนอก, ที่จอดรถหน้าร้าน
- ดีกรีทีมงานระดับแชมป์บาริสต้าโลกและเมล็ดกาแฟ Specialty หลากหลายสายพันธุ์
- บรรยากาศบ้านสองชั้นล้อมรอบด้วยสวนหินและต้นไม้ร่มรื่น
- เมนู Dirty และซิกเนเจอร์ Ari Soi 4 รสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์
จุดเด่น
- คุณภาพการสกัดกาแฟมีความแม่นยำและเสถียรสูง
- มีทั้งโซนทำงานในร่มและโซนสวนเปิดรับธรรมชาติ
ข้อควรรู้
- ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ลูกค้าค่อนข้างหนาแน่น อาจต้องรอคิวเครื่องดื่ม
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคอกาแฟที่ต้องการสัมผัสรสชาติระดับรางวัล และคนที่ชอบนั่งทำงานในบรรยากาศธรรมชาติเงียบสงบ
Roots at Ari
ผู้บุกเบิกกาแฟพิเศษไทยกับสเปซทำงานอบอุ่น
สนับสนุนกาแฟไทย120–250 บาท

Roots ถือเป็นผู้บุกเบิกคนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนวงการกาแฟพิเศษไทยสู่ระดับสากล สำหรับสาขาอารีย์ตั้งอยู่บริเวณปากซอยพหลโยธิน 7 ด้วยการออกแบบที่เน้นความโปร่งโล่ง ใช้โทนสีไม้อบอุ่นตัดกับโครงสร้างเหล็กสีดำ เสริมให้พื้นที่ดูทันสมัยและเป็นมิตรกับผู้มาเยือน
ความโดดเด่นของ Roots อยู่ที่ปรัชญาการทำงานร่วมกับเกษตรกรไทยโดยตรง เพื่อพัฒนาและยกระดับเมล็ดกาแฟไทยตั้งแต่ต้นน้ำ ทำให้ลูกค้าจะได้ลิ้มลอง Single Origin ของไทยที่มีมิติของรสชาติอันน่าทึ่ง รวมถึงเมนูพิเศษประจำเดือนที่สร้างสรรค์ขึ้นจากการผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นได้อย่างน่าประทับใจ
การจัดสรรพื้นที่ภายในร้านตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการแวะมาซื้อกาแฟแบบรวดเร็ว และกลุ่มคนที่ต้องการนั่งคุยงานหรือทำงานบนโต๊ะขนาดกว้าง มีจุดเชื่อมต่อและแสงสว่างที่เพียงพอ ช่วยให้การทำงานไหลลื่นไปพร้อมกับกาแฟคั่วสดใหม่
- สไตล์ของร้าน
- โรงคั่วกาแฟไทยสเปเชียลตี้และโมเดิร์นคาเฟ่
- พิกัดทำเล
- ถนนพหลโยธิน 7 (ปากซอยอารีย์)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 120–250 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 08:00–17:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- การเดินทาง
- BTS สถานีอารีย์ ทางออก 3 เดินประมาณ 2 นาที
- สนับสนุนเมล็ดกาแฟสเปเชียลตี้สายพันธุ์ไทยคุณภาพสูงจากต้นน้ำ
- เมนูกาแฟสร้างสรรค์หมุนเวียนประจำเดือนที่ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่น
- มีโซนที่นั่งทั้งห้องปรับอากาศและโซนเปิดรับลมด้านนอก
จุดเด่น
- ทำเลเดินทางสะดวกติดถนนใหญ่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า
- เมล็ดกาแฟไทยมีสตอรีและรสชาติซับซ้อนน่าประทับใจ
ข้อควรรู้
- ที่จอดรถบริเวณหน้าร้านมีจำกัด แนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคนทำงานที่มองหาร้านกาแฟใกล้รถไฟฟ้า และผู้ที่ต้องการสนับสนุนเกษตรกรกาแฟไทยคุณภาพ
Beaker and Bitter
พลิกโฉมโรงงานยาเก่าสู่อาณาจักรทำงานและกาแฟ
สเปซทำงานยอดเยี่ยม100–250 บาท

Beaker and Bitter คือการเปลี่ยนผ่านของมรดกทางสถาปัตยกรรมอย่างสร้างสรรค์ โดยนำโรงงานผลิตยาเก่าแก่อายุกว่า 50 ปีในซอยสายลม 1 มารีโนเวทใหม่ภายใต้ธีมห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ตัวอาคารยังคงโครงสร้างคอนกรีตเดิมที่แข็งแกร่งและกลิ่นอายความคลาสสิกเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์
จุดแข็งที่ทำให้ร้านนี้ครองใจสายทำงานได้อย่างเหนียวแน่นคือการแบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างมืออาชีพ ทางร้านแยก "โซนใช้งานทั่วไป" สำหรับการพูดคุยสังสรรค์ และ "โซนทำงานเงียบ (Silent Zone)" สำหรับผู้ที่ต้องการสมาธิขั้นสูงออกจากกันอย่างชัดเจน พร้อมโต๊ะขนาดใหญ่และจุดเสียบปลั๊กไฟบริการทั่วถึง
ในพาร์ทของกาแฟ ทางร้านยังคงคอนเซ็ปต์การทดลอง มีเมล็ดกาแฟ Specialty หลากหลายให้เลือกสกัดผ่านอุปกรณ์วิทยาศาสตร์และเครื่องชงมาตรฐานสูง พร้อมทั้งมีขนมและเครื่องดื่ม non-coffee ที่เสิร์ฟในภาชนะทรงบีกเกอร์เพิ่มความสนุกสนานในการดื่ม
- สไตล์ของร้าน
- คาเฟ่ธีมห้องทดลองและ Co-working Space
- พิกัดทำเล
- ซอยสายลม 1 (พหลโยธิน 8)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 100–250 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 08:00–20:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- สิ่งอำนวยความสะดวก
- ปลั๊กไฟเกือบทุกโต๊ะ, Wi-Fi ฟรี, ที่จอดรถในบริเวณร้าน
- แบ่งโซนพูดคุยและโซนทำงานเงียบอย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน
- อาคารโรงงานยาเก่าอายุกว่า 50 ปีที่มีพื้นที่กว้างขวางและเพดานสูง
- เปิดให้บริการยาวนานถึง 20:00 น. รองรับการทำงานเต็มวัน
จุดเด่น
- มีพื้นที่รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก ไม่รู้สึกแออัด
- เหมาะแก่การนั่งทำงานจริงจังเป็นเวลานานด้วยเวลาเปิดถึงค่ำ
ข้อควรรู้
- ที่ตั้งอยู่ในซอยลึก จำเป็นต้องเดินต่อจากปากซอยหรือใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์
เหมาะกับใคร
ตอบโจทย์ฟรีแลนซ์และคนทำงานนอกสถานที่ที่ต้องการพื้นที่เงียบสงบพร้อมปลั๊กไฟและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
La Cabra Ari
โรงคั่วระดับโลกจากเดนมาร์กสู่สเปซมินิมอล
สายฟิลเตอร์คั่วอ่อน190–350 บาท

La Cabra นำเข้าปรัชญาและความเชี่ยวชาญด้านกาแฟสไตล์นอร์ดิกจากเมืองออร์ฮูส (Aarhus) ประเทศเดนมาร์ก มาสู่อารีย์ ณ โครงการ Vanit Village ตัวร้านตกแต่งอย่างเรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวีย เน้นงานไม้สีอ่อนและเส้นสายแบบมินิมอลที่มอบความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา
เอกลักษณ์ของ La Cabra คือการคั่วแบบ Nordic Light Roast ซึ่งเป็นการคั่วระดับอ่อนเพื่อขับเน้นลักษณะเด่นตามธรรมชาติของผลกาแฟและสายพันธุ์ รสชาติของกาแฟที่นี่จึงมีความสะอาด (Clean) สูงมาก ให้ความรู้สึกสดชื่นคล้ายผลไม้และชาดอกไม้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟรสสัมผัสสว่างสดใส
แม้พื้นที่ร้านจะไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่า แต่การออกแบบจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตามหลักสรีรศาสตร์และบรรยากาศอันเงียบสงบ ทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายชั้นยอดสำหรับการแวะพักจิบกาแฟฟิลเตอร์ชั้นเลิศ หรือนั่งทำงานที่ต้องการใช้ความคิดสร้างสรรค์
- สไตล์ของร้าน
- โรงคั่วกาแฟสไตล์สแกนดิเนเวีย (Nordic Roast)
- พิกัดทำเล
- โครงการ Vanit Village (พหลโยธิน 7)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 190–350 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- จันทร์–ศุกร์ 08:00–17:00 น. / เสาร์–อาทิตย์ 09:00–18:00 น.
- ที่จอดรถ
- มีอาคารจอดรถภายในโครงการ Vanit Village
- เทคนิคการคั่วกาแฟแบบ Nordic Light Roast ที่ชูรสชาติธรรมชาติของผลกาแฟ
- เมล็ดกาแฟนำเข้าคุณภาพคัดพิเศษจากแหล่งปลูกที่มีชื่อเสียงทั่วโลก
- การตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียมินิมอล เน้นความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว
จุดเด่น
- รสชาติกาแฟมีมิติของความเปรี้ยวหวานแบบผลไม้ที่ชัดเจนและสะอาดมาก
- บรรยากาศร้านประณีต เงียบสงบ เหมาะกับการใช้สมาธิ
ข้อควรรู้
- ระดับราคากาแฟเริ่มต้นค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านกาแฟทั่วไปในย่าน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคอกาแฟสายดริปที่หลงใหลในความสะอาดของกาแฟคั่วอ่อน และต้องการบรรยากาศนั่งทำงานที่ประณีตเรียบหรู
Yellow Lane
โอเอซิสสีเขียวและคอมมูนิตี้สำหรับคนทำงานอิสระ
บรรยากาศสวนร่มรื่น150–350 บาท

Yellow Lane ถือกำเนิดขึ้นจากการชุบชีวิตบ้านเก่าสไตล์โคโลเนียลในซอยพหลโยธิน 5 ให้กลายเป็นคอมมูนิตี้คาเฟ่สุดร่มรื่น ตัวร้านโอบล้อมด้วยสวนเมืองร้อนเขียวชอุ่ม ให้ความรู้สึกสงบเงียบตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง ที่นี่จึงกลายเป็นหมุดหมายยอดนิยมของกลุ่มฟรีแลนซ์ ดิจิทัลโนแมด และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในย่านอารีย์
ความแตกต่างของ Yellow Lane จากคาเฟ่อื่นทั่วไปคือการสร้างระบบนิเวศแห่งการทำงานที่ผ่อนคลายและไร้กรอบจำกัด ตัวร้านแบ่งสัดส่วนระหว่างพื้นที่เอาต์ดอร์ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ที่มีโต๊ะตัวกว้าง เหมาะแก่การนั่งคิดงานท่ามกลางอากาศธรรมชาติ และโซนห้องแอร์สำหรับผู้ที่ต้องการความเย็นสบาย โดยยังเป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) และมีมุมจัดแสดงผลงานศิลปะหมุนเวียน ช่วยกระตุ้นแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี
ในส่วนของเครื่องดื่ม ทางร้านเน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty หลากหลายรูปแบบ โดยคัดสรรเมล็ดกาแฟที่มีบอดี้สะอาด สดชื่น ดื่มง่าย สอดรับกับเมนูบรันช์สไตล์ตะวันตกเพื่อสุขภาพที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ เป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งการนัดประชุมแบบไม่เป็นทางการ การนั่งจิบกาแฟยาวๆ ตลอดวัน หรือการพบปะแลกเปลี่ยนไอเดียใหม่ๆ ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน
- สไตล์ของร้าน
- คอมมูนิตี้คาเฟ่ในสวนทรอปิคอลและบรันช์
- พิกัดทำเล
- ซอยพหลโยธิน 5 (ราชครู)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 150–350 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 08:00–17:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- บรรยากาศ
- มีทั้งโซน Indoor และ Outdoor ท่ามกลางสวนธรรมชาติ
- บรรยากาศสวนป่าเมืองร้อนร่มรื่นและเป็น Pet-friendly
- ศูนย์รวมของคอมมูนิตี้คนทำงานสไตล์ Digital Nomad
- กาแฟ Specialty พร้อมอาหารบรันช์เพื่อสุขภาพหลากเมนู
จุดเด่น
- บรรยากาศผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียด ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
- เมนูอาหารบรันช์มีความหลากหลายและใส่ใจสุขภาพ
ข้อควรรู้
- โซนด้านนอกอาจมีอากาศค่อนข้างร้อนในช่วงเวลากลางวันของฤดูร้อน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานกลางสวนร่มรื่น ทานบรันช์ และพาสัตว์เลี้ยงมาพักผ่อน
34EIGHT Coffee & Community
โฮมคาเฟ่บ้านสีขาวสำหรับคนมองหาสมาธิ
เงียบสงบสไตล์โฮมมี่90–200 บาท

34EIGHT Coffee & Community ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 5 โดยเริ่มต้นจากแนวคิดการปรับเปลี่ยนบ้านพักอาศัยสีขาวให้กลายเป็นโฮมคาเฟ่ที่อบอุ่นและเข้าถึงง่าย ตัวอาคารถูกโอบล้อมด้วยสวนหย่อมขนาดกะทัดรัด บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้ความรู้สึกเสมือนกำลังนั่งทำงานอยู่ที่บ้านของเพื่อนสนิท
สิ่งที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นกว่าคาเฟ่ทั่วไปคือการวางบทบาทเป็น Co-working Space ขนาดย่อมอย่างจริงจัง มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนทำงานครบครัน ทั้งการจัดวางโต๊ะและเก้าอี้ที่คำนึงถึงสรีระเพื่อการนั่งทำงานเป็นเวลานาน สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียร จุดเสียบปลั๊กไฟตามโต๊ะอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังเปิดรับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) ทำให้ผู้มาเยือนสามารถพาสัตว์เลี้ยงมานั่งพักผ่อนระหว่างวันได้
ด้านกาแฟ ทางร้านคัดสรรเมล็ดกาแฟ Specialty ทั้งจากแหล่งปลูกในไทยและต่างประเทศ นำเสนอผ่านเมนูสกัดสดแบบเอสเพรสโซและเครื่องดื่มรีเฟรชชิ่งเติมความสดชื่น ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08:30–17:00 น. เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่สงบในการจดจ่อกับงาน นั่งเคลียร์งานโปรเจกต์ หรือเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานนอกสถานที่ตลอดทั้งวัน
- สไตล์ของร้าน
- โฮมคาเฟ่และ Co-working Space สไตล์มินิมอล
- พิกัดทำเล
- ซอยพหลโยธิน 5
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 90–200 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 08:30–17:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- บริการเพิ่มเติม
- Wi-Fi ฟรี, รองรับสัตว์เลี้ยง, มีที่จอดรถจำกัด
- บรรยากาศบ้านสีขาวเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมาธิทำงาน
- สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนทำงานครบครัน มีปลั๊กไฟรองรับ
- พื้นที่ Pet-friendly สามารถนำสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาร่วมผ่อนคลายได้
จุดเด่น
- ระดับเสียงภายในร้านสงบ ไม่วุ่นวาย นั่งโฟกัสงานได้ดี
- ราคากาแฟสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับสิ่งอำนวยความสะดวก
ข้อควรรู้
- จำนวนที่นั่งจำกัดเพื่อรักษาความเงียบสงบ อาจเต็มเร็วในบางช่วงเวลา
เหมาะกับใคร
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการนั่งทำงานเงียบๆ ในบรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน
SATI Handcraft
สเปซกลาสเฮาส์ดิบเท่กับกาแฟคราฟต์เปี่ยมเอกลักษณ์
กลาสเฮาส์แสงสวย120–250 บาท

SATI Handcraft ตั้งอยู่ในย่านอารีย์สัมพันธ์ เกิดขึ้นจากความหลงใหลในงานฝีมือและศาสตร์แห่งกาแฟ โดยนำโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบกลาสเฮาส์ (Glasshouse) มาผสานเข้ากับความดิบเท่ของปูนเปลือยและโครงเหล็กสีเข้ม หลังคากระจกบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ ทำให้พื้นที่ภายในโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับคะแนนรีวิวบน Wongnai เฉลี่ย 3.9 ดาว (จาก 92 รีวิว)
จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือปรัชญา Handcraft ในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟ การคั่ว การดริป ไปจนถึงการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์การอาหารเพื่อพัฒนาเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ ทางร้านมีเมล็ดกาแฟคราฟต์ที่ผ่านกระบวนการหมักสูตรเฉพาะให้เลือกหลากหลายโปรไฟล์รสชาติ เปิดโอกาสให้คอกาแฟได้สัมผัสมิติกลิ่นและรสชาติที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
สำหรับการใช้งานเพื่อการทำงาน ร้านจัดสรรโต๊ะไม้ตัวยาวส่วนกลางขนาดใหญ่ที่แข็งแรง เหมาะสำหรับการกางคอมพิวเตอร์ทำงานหรือนัดพูดคุยงานกลุ่มย่อย แสงสว่างจากธรรมชาติช่วยลดความเมื่อยล้าของสายตาเมื่อต้องเพ่งจอเป็นเวลานาน ทำให้ SATI Handcraft กลายเป็นพื้นที่ตอบโจทย์ทั้งสายครีเอทีฟและคอกาแฟสายสเปเชียลตี้อย่างลงตัว
- สไตล์ของร้าน
- คาเฟ่กลาสเฮาส์อินดัสเทรียลและกาแฟคราฟต์
- พิกัดทำเล
- ซอยอารีย์สัมพันธ์ 5–6
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 120–250 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 08:00–17:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- การเดินทาง
- เข้าทางซอยพหลโยธิน 5 หรือถนนพระราม 6 ได้สะดวก
- ดีไซน์กลาสเฮาส์โปร่งโล่ง รับแสงธรรมชาติอย่างลงตัวตลอดวัน
- เชี่ยวชาญการทำกาแฟแบบ Handcraft และเมนูกาแฟสกัดเย็นคุณภาพ
- โต๊ะตัวใหญ่เหมาะสำหรับการนั่งทำงานเป็นกลุ่มหรือคุยงานโปรเจกต์
จุดเด่น
- แสงธรรมชาติสวยงาม ช่วยให้รู้สึกมีชีวิตชีวาและทำงานได้ไม่ล้า
- กาแฟมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเทคนิคการสกัดที่หลากหลาย
ข้อควรรู้
- ช่วงเวลาแดดจัดในตอนกลางวัน บางมุมใกล้กระจกอาจได้รับความร้อนจากแสงแดด
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการนัดพูดคุยประชุมงานแบบไม่เป็นทางการ และสายครีเอทีฟที่ต้องการแสงสว่างธรรมชาติ
VONDERVIC
อาคารโมเดิร์น 4 ชั้น ตอบโจทย์การทำงานเต็มรูปแบบ
พื้นที่ใหญ่ 4 ชั้น130–280 บาท

VONDERVIC เป็นคาเฟ่สเปเชียลตี้ขนาดใหญ่ใจกลางย่านอารีย์ ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารสถาปัตยกรรมโมเดิร์นสูง 4 ชั้น ตกแต่งในโทนสีครีมตัดเทาที่เรียบหรู คลาสสิกร่วมสมัย ภายในโปร่งโล่งด้วยการวางแปลนพื้นที่เปิดกว้าง มีมุมที่นั่งหลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์ทั้งการมาพักผ่อน ถ่ายภาพ และการทำงานอย่างจริงจัง
สิ่งที่สร้างความต่างอย่างชัดเจนคือการแบ่งพื้นที่อาคาร 4 ชั้นออกเป็นสัดส่วน ทำให้สามารถรองรับฟังก์ชันการทำงานได้อย่างเป็นส่วนตัว ไม่แออัด โต๊ะทำงานถูกออกแบบมาให้กว้างขวาง พร้อมติดตั้งจุดเสียบปลั๊กไฟรองรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้อย่างครอบคลุม ระบบปรับอากาศเย็นทั่วถึง และมีทางเดินกว้างขวาง จึงช่วยรักษาความสงบและสมาธิได้เป็นอย่างดีแม้จะมีผู้เข้าใช้บริการพร้อมกันจำนวนมาก
ด้านคุณภาพเครื่องดื่ม VONDERVIC คัดสรรเมล็ดกาแฟ Specialty เกรดพรีเมียม สกัดด้วยเครื่องชงประสิทธิภาพสูงเพื่อดึงรสชาติที่ดีที่สุดของเมล็ดกาแฟ ควบคู่กับเบเกอรี่และของหวานที่รังสรรค์อย่างประณีต ช่วยเติมพลังสมองระหว่างวันได้อย่างยอดเยี่ยม นับเป็นคาเฟ่ที่พร้อมสรรพสำหรับการนั่งทำงานยาวๆ ตลอดวัน
- สไตล์ของร้าน
- โมเดิร์นคาเฟ่อาคาร 4 ชั้นและพื้นที่ทำงาน
- พิกัดทำเล
- ซอยอารีย์สัมพันธ์
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 130–280 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 07:30–18:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- สิ่งอำนวยความสะดวก
- ปลั๊กไฟหลายจุด, Wi-Fi ความเร็วสูง, ห้องน้ำทุกชั้น
- อาคารกว้างขวางถึง 4 ชั้น มีพื้นที่ทำงานและมุมถ่ายรูปหลากหลาย
- จุดเสียบปลั๊กไฟจำนวนมากพร้อมโต๊ะทำงานที่นั่งสบาย
- ดีไซน์ทันสมัยสวยงาม แอร์เย็นสบาย เหมาะกับการนั่งตลอดวัน
จุดเด่น
- พื้นที่กว้างขวาง มีโต๊ะว่างรองรับเกือบตลอดเวลา
- การระบายอากาศและระบบปรับอากาศดีเยี่ยม ไม่อึดอัด
ข้อควรรู้
- อาจมีลูกค้าสายคอนเทนต์แวะเวียนมาถ่ายรูปในบางโซนของร้าน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความมั่นใจว่าจะมีที่นั่งทำงานแน่นอน และมองหาสถานที่กว้างขวางแอร์เย็นสบาย
Number.9 Coffee Roastery
โรงคั่วสเปเชียลตี้ครบวงจรกับราคาสบายกระเป๋า
คุ้มค่าคุ้มราคา65–180 บาท

Number.9 Coffee Roastery ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 8 เป็นทั้งโรงคั่วกาแฟและคาเฟ่ครบวงจรที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานกาแฟอย่างลึกซึ้ง ร้านตกแต่งในสไตล์มินิมอลที่แฝงกลิ่นอายความเรียบง่ายและอบอุ่นแบบญี่ปุ่น บรรยากาศเน้นความโปร่งตา สะอาด และสงบเงียบ เอื้อต่อการมีสมาธิตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป
จุดเด่นที่แตกต่างคือการเป็นโรงคั่วของตนเองที่มีการคั่วเมล็ดกาแฟสดใหม่ทุกสัปดาห์ คอกาแฟสามารถปรึกษาบาริสต้าเพื่อเลือกโปรไฟล์การคั่วที่ชื่นชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคั่วอ่อน คั่วกลาง หรือคั่วเข้ม โดยมีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายมากเพียง 65 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับมาตรฐาน Specialty Coffee ในย่านนี้
ภายในร้านจัดวางที่นั่งขนาดกะทัดรัดและเคาน์เตอร์บาร์อย่างเป็นระเบียบ เหมาะสำหรับการพกพาแล็ปท็อปมานั่งเคลียร์งานสเกลเล็ก ทำงานที่ต้องใช้สมาธิ หรืออ่านหนังสือ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07:00–16:00 น. คอกาแฟและคนทำงานช่วงเช้าสามารถแวะมาเติมคาเฟอีนคุณภาพดีพร้อมสูดกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ได้อย่างเต็มที่
- สไตล์ของร้าน
- โรงคั่วกาแฟเฉพาะทางสไตล์มินิมอลญี่ปุ่น
- พิกัดทำเล
- ซอยพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 65–180 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 07:00–16:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- บริการพิเศษ
- จำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่วสดพร้อมบริการบดเมล็ดตามวิธีชง
- เครื่องคั่วกาแฟสดตั้งอยู่ภายในร้าน ให้บริการกาแฟคั่วใหม่ตลอดเวลา
- ระดับราคากาแฟพิเศษเริ่มต้นเพียง 65 บาท คุ้มค่าและเข้าถึงง่าย
- บรรยากาศเงียบสงบสไตล์ญี่ปุ่น เหมาะสำหรับนั่งคิดงานคนเดียว
จุดเด่น
- ราคาเป็นมิตรภาพต่อกระเป๋ามากที่สุดในกลุ่ม Specialty อารีย์
- คุณภาพเมล็ดกาแฟสดใหม่และมีให้เลือกหลากหลายโปรไฟล์
ข้อควรรู้
- พื้นที่ร้านค่อนข้างกะทัดรัด ไม่เหมาะสำหรับการมาทำงานเป็นกลุ่มใหญ่
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคอกาแฟสายดื่มจริงจังและคนทำงานเดี่ยวที่มองหากาแฟคุณภาพสูงในราคาสุดคุ้มค่า
Laliart Coffee
บ้านไม้วินเทจ 60 ปีกับกาแฟสุขภาพและวีแกนเบเกอรี่
อบอุ่นเพื่อสุขภาพ100–220 บาท

Laliart Coffee ซ่อนตัวอยู่ในซอยพหลโยธิน 7 เป็นคาเฟ่ Specialty Coffee ที่ชุบชีวิตบ้านเก่าวินเทจโครงสร้างเดิมอายุ 60 ปี ให้กลายเป็นคอมมูนิตี้แสนอบอุ่นที่เน้นสุขภาวะที่ดี ตัวร้านตกแต่งด้วยงานไม้เก่าโทนธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย เสมือนได้หลบหลีกความเร่งรีบของเมืองหลวง
สิ่งที่ทำให้ Laliart มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือความชัดเจนด้านสุขภาพ โดยจับคู่กาแฟ Specialty ที่เน้นการคั่วอ่อนและคั่วกลาง เพื่อขับเน้นบอดี้และกลิ่นรสตามธรรมชาติ เข้ากับเบเกอรี่โฮมเมดสูตรมังสวิรัติ (Vegan) และขนมอบเพื่อสุขภาพที่ไร้สารปรุงแต่งสังเคราะห์ จึงเป็นปลายทางที่คนรักสุขภาพและคอกาแฟสามารถเพลิดเพลินได้อย่างสบายใจ
บรรยากาศภายในร้านมีแสงแดดละมุนส่องผ่านหน้าต่างไม้ ปราศจากเสียงรบกวนภายนอก เหมาะสำหรับการพกหนังสือเล่มโปรดมาอ่าน นั่งพิมพ์งาน หรือทำงานเขียนที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ร้านเปิดต้อนรับทุกวันตั้งแต่เวลา 09:30–17:00 น. มอบช่วงเวลาพักผ่อนและทำงานที่เปี่ยมด้วยสมาธิและความสงบใจอย่างแท้จริง
- สไตล์ของร้าน
- โฮมมี่คาเฟ่บ้านเก่า 60 ปีและเบเกอรี่เพื่อสุขภาพ
- พิกัดทำเล
- พหลโยธิน 7 (อารีย์สัมพันธ์)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 100–220 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 09:30–17:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- เมนูแนะนำ
- กาแฟดริป Single Origin, วีแกนเค้กโฮมเมด
- บ้านเก่าสไตล์วินเทจ 60 ปีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย
- เชี่ยวชาญกาแฟคั่วอ่อนและเบเกอรี่โฮมเมดมังสวิรัติ (Vegan-friendly)
- บรรยากาศเงียบสงบ เอื้อต่อการอ่านหนังสือและทำงานที่ใช้สมาธิ
จุดเด่น
- บรรยากาศเงียบสงบ ปราศจากเสียงจอแจ เหมาะแก่การโฟกัสงาน
- มีตัวเลือกอาหารและขนมอบสำหรับผู้ที่รักสุขภาพและวีแกน
ข้อควรรู้
- เวลาปิดค่อนข้างเร็ว (17:00 น.) จึงเหมาะกับช่วงเวลาทำงานตอนกลางวัน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับสายอ่านหนังสือ ฟรีแลนซ์ที่ต้องการความเงียบ และผู้ที่มองหากาแฟคุณภาพคู่ขนมเพื่อสุขภาพ
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| # | รายการ | สไตล์ของร้าน | พิกัดทำเล | ช่วงราคาเฉลี่ย |
|---|---|---|---|---|
| 1 | NANA Coffee Roasters Ari | โรงคั่วกาแฟและคาเฟ่ในสวนสไตล์เซน | ซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ | 100–300 บาท/คน |
| 2 | Roots at Ari | โรงคั่วกาแฟไทยสเปเชียลตี้และโมเดิร์นคาเฟ่ | ถนนพหลโยธิน 7 (ปากซอยอารีย์) | 120–250 บาท/คน |
| 3 | Beaker and Bitter | คาเฟ่ธีมห้องทดลองและ Co-working Space | ซอยสายลม 1 (พหลโยธิน 8) | 100–250 บาท/คน |
| 4 | La Cabra Ari | โรงคั่วกาแฟสไตล์สแกนดิเนเวีย (Nordic Roast) | โครงการ Vanit Village (พหลโยธิน 7) | 190–350 บาท/คน |
| 5 | Yellow Lane | คอมมูนิตี้คาเฟ่ในสวนทรอปิคอลและบรันช์ | ซอยพหลโยธิน 5 (ราชครู) | 150–350 บาท/คน |
| 6 | 34EIGHT Coffee & Community | โฮมคาเฟ่และ Co-working Space สไตล์มินิมอล | ซอยพหลโยธิน 5 | 90–200 บาท/คน |
| 7 | SATI Handcraft | คาเฟ่กลาสเฮาส์อินดัสเทรียลและกาแฟคราฟต์ | ซอยอารีย์สัมพันธ์ 5–6 | 120–250 บาท/คน |
| 8 | VONDERVIC | โมเดิร์นคาเฟ่อาคาร 4 ชั้นและพื้นที่ทำงาน | ซอยอารีย์สัมพันธ์ | 130–280 บาท/คน |
| 9 | Number.9 Coffee Roastery | โรงคั่วกาแฟเฉพาะทางสไตล์มินิมอลญี่ปุ่น | ซอยพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม) | 65–180 บาท/คน |
| 10 | Laliart Coffee | โฮมมี่คาเฟ่บ้านเก่า 60 ปีและเบเกอรี่เพื่อสุขภาพ | พหลโยธิน 7 (อารีย์สัมพันธ์) | 100–220 บาท/คน |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณสายทำงานจริงจังที่ต้องการความเงียบและปลั๊กไฟ#3Beaker and Bitterมีโซนทำงานเงียบ (Silent Zone) แยกเป็นสัดส่วน พร้อมปลั๊กไฟทุกจุดและเปิดบริการยาวนานถึง 2 ทุ่มอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคอกาแฟสายสเปเชียลตี้ที่มองหาความคุ้มค่า#9Number.9 Coffee Roasteryเป็นโรงคั่วสดที่มีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลาย และราคาเริ่มต้นเข้าถึงง่ายเพียง 65 บาทอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสาย Digital Nomad และคนรักธรรมชาติ#5Yellow Laneพื้นที่สวนทรอปิคอลร่มรื่น โปร่งสบาย เป็น Pet-friendly และมีเมนูบรันช์รองรับการทำงานยาวๆอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคอกาแฟสายดริปและเมล็ดคั่วอ่อนสไตล์นอร์ดิก#4La Cabra Ariเอกลักษณ์การคั่วกาแฟแบบ Nordic Light Roast ระดับโลกที่สะอาดและชูรสผลไม้เด่นชัดอ่านรายละเอียด
บทสรุป
การเติบโตของคอมมูนิตี้กาแฟพิเศษในย่านอารีย์สะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมคาเฟ่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการพักผ่อนหย่อนใจอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทำงานสร้างสรรค์สำหรับคนยุคใหม่ ไม่ว่าคุณจะเป็นคอกาแฟที่หลงใหลในความซับซ้อนของกลิ่นรส หรือคนทำงานที่มองหามุมสงบเพื่อปลดล็อกไอเดีย คาเฟ่และโรงคั่วทั้ง 10 แห่งนี้พร้อมมอบประสบการณ์และรสสัมผัสที่น่าประทับใจในทุกการมาเยือน
อ่านเพิ่มในหัวข้ออาหารและคาเฟ่9ร้านอาหารกรุงเทพ6
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
การเดินทางไปคาเฟ่ย่านอารีย์ เดินทางด้วยวิธีใดสะดวกที่สุด?
การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีอารีย์ (ทางออก 3) เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เนื่องจากซอยอารีย์เป็นย่านที่มีการจราจรหนาแน่นและที่จอดรถริมถนนค่อนข้างจำกัด จากสถานีรถไฟฟ้าสามารถเดินเท้าหรือนั่งวินมอเตอร์ไซค์ต่อไปยังคาเฟ่ในซอยย่อยได้อย่างรวดเร็ว
คาเฟ่ Specialty Coffee ย่านอารีย์ร้านไหนเปิดเช้า เหมาะสำหรับซื้อก่อนเข้างาน?
NANA Coffee Roasters Ari, Number.9 Coffee Roastery และ VONDERVIC เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07:00–07:30 น. เหมาะอย่างยิ่งสำหรับชาวออฟฟิศและคนทำงานที่ต้องการแวะเติมพลังด้วยกาแฟคุณภาพก่อนเริ่มงาน
คาเฟ่ที่มีพื้นที่ Co-working Space หรือปลั๊กไฟเพียงพอสำหรับทำงานทั้งวันมีที่ไหนบ้าง?
Beaker and Bitter, VONDERVIC และ 34EIGHT Coffee & Community เป็น 3 ร้านที่โดดเด่นเรื่องปลั๊กไฟ โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ และอินเทอร์เน็ตที่เสถียร โดยเฉพาะ Beaker and Bitter ที่มีโซนทำงานเงียบโดยเฉพาะและเปิดถึง 20:00 น.
กาแฟ Specialty Coffee ในย่านอารีย์มีช่วงราคาเฉลี่ยประมาณเท่าไร?
ราคาเฉลี่ยของกาแฟ Specialty ย่านอารีย์ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 100–250 บาทต่อแก้ว โดยร้านอย่าง Number.9 Coffee Roastery จะมีราคาเริ่มต้นที่เป็นมิตรประมาณ 65 บาท ขณะที่เมล็ดนำเข้าคั่วอ่อนพรีเมียมอย่าง La Cabra จะเริ่มต้นที่ราว 190 บาทขึ้นไป
อ่านต่อ

อาหารและคาเฟ่0 วิว
10 อันดับประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 มหาอำนาจการค้าข้าวของโลก พร้อมวิเคราะห์ตำแหน่งของไทยในเวทีการค้าสากล ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดเกษตรอาหาร
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

อาหารและคาเฟ่2 วิว
10 ร้านอาหารและสตรีตฟู้ดย่านบรรทัดทองยอดนิยมปี 2569 ปักหมุดแหล่งรวมของกินรอบดึกขวัญใจคนรุ่นใหม่
เจาะลึก 10 พิกัดร้านเด็ดและสตรีตฟู้ดย่านบรรทัดทองประจำปี 2569 ครบทั้งคาวหวานและร้านเปิดดึก พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนตระเวนกิน
ในบทความ: เจ๊โอว (Jeh O Chula) · เอลวิส สุกี้ สาขาบรรทัดทอง (Elvis Suki) · หนึ่ง นม นัว (Nueng Nom Nua)

อาหารและคาเฟ่0 วิว
10 อันดับประเทศผู้ส่งออกชาแห้งรายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 มหาอำนาจแห่งวงการค้าใบชาโลกผ่านสถิติมูลค่าการส่งออกล่าสุดปี 2025-2026 สะท้อนทิศทางตลาดชาสเปเชียลตี้และชาพร้อมดื่มระดับสากล
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ