10 อันดับประเทศผู้ส่งออกชาแห้งรายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 มหาอำนาจแห่งวงการค้าใบชาโลกผ่านสถิติมูลค่าการส่งออกล่าสุดปี 2025-2026 สะท้อนทิศทางตลาดชาสเปเชียลตี้และชาพร้อมดื่มระดับสากล
จัดอันดับตาม มูลค่าการส่งออกใบชาแห้ง (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)· ที่มา UN Comtrade / International Tea Committee (ITC)· ข้อมูล ณ สถิติล่าสุดปี 2568 - ต้นปี 2569

วัฒนธรรมการดื่มชาในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่พิธีกรรมโบราณหรือเครื่องดื่มแก้กระหายในชีวิตประจำวันอีกต่อไป ทว่าได้ขยับขยายสู่กระแสสเปเชียลตี้ (Specialty Tea) และวิถีชีวิตระดับพรีเมียมที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับแหล่งกำเนิด ดินฟ้าอากาศ และกรรมวิธีการหมักบ่มใบชาอย่างประณีต มูลค่าทางการตลาดของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของห่วงโซ่อุปทานใบชาระหว่างประเทศกลายเป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจการเกษตรที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
การแข่งขันในตลาดส่งออกชาแห้งระดับสากลไม่ได้มีเพียงการประชันปริมาณการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการขับเคี่ยวกันในแง่ของมูลค่าเพิ่ม การแปรรูปสารสกัดชาเข้มข้น และการสร้างแบรนดิ้งของแหล่งเพาะปลูกระดับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ประเทศผู้ส่งออกดั้งเดิมทั้งในเอเชียและแอฟริกาต่างต้องปรับโมเดลธุรกิจจากการขายใบชาดิบแบบกระสอบราคาถูก หันมาเน้นการสร้างมูลค่าต่อกิโลกรัมให้สูงขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ชาสมัยใหม่ และอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพทั่วโลก
บทความนี้ TNPrank ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติการส่งออกใบชาแห้งล่าสุด เพื่อพาผู้อ่านไปสำรวจ 10 ประเทศมหาอำนาจที่ครองส่วนแบ่งมูลค่าการส่งออกชาสูงสุดในตลาดโลก ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้เข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจเครื่องดื่มระดับโลก แต่ยังเป็นเข็มทิศชั้นดีสำหรับผู้ประกอบการคาเฟ่ นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ และผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งชา ให้มองเห็นต้นทางและศักยภาพของใบชาแต่ละแหล่งอย่างลึกซึ้ง
วัดผลอย่างไร
การจัดอันดับนี้อ้างอิงจากมูลค่ารวมการส่งออกใบชาแห้ง (Harmonized System Code: 0902 ครอบคลุมชาเขียว ชาดำ ชาอู่หลง และชาแต่งกลิ่น) ในหน่วยล้านดอลลาร์สหรัฐ จากฐานข้อมูลสถิติการค้าระหว่างประเทศ โดยรวบรวมตัวเลขรวมของปี 2568 และแนวโน้มสถิติอัปเดตล่าสุดในปี 2569 ทั้งนี้ ตัวเลขไม่รวมถึงเครื่องดื่มชาพร้อมดื่มบรรจุขวดหรือกระป๋อง (RTD)
นับถอยหลัง 10 อันดับ
ฮับชาเขตร้อนแห่งอาเซียน
ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia)
แหล่งผลิตชาดำและชาเขียวดินแดนภูเขาไฟแห่งภูมิภาคอาเซียน

อินโดนีเซียครองตำแหน่งอันดับที่ 10 ในฐานะหนึ่งในผู้ส่งออกชาแห้งรายใหญ่ที่สุดในโลกและมหาอำนาจการผลิตชาที่สำคัญของทวีปเอเชีย ประวัติศาสตร์การเพาะปลูกชาของประเทศนี้ถูกหล่อหลอมด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันโดดเด่นของภูมิประเทศหมู่เกาะภูเขาไฟ โดยมีพื้นที่เพาะปลูกหลักกระจุกตัวอยู่บนเกาะชวาตะวันตกและเกาะสุมาตรา ดินภูเขาไฟที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุตามธรรมชาติ ประกอบกับสภาพภูมิอากาศที่มีระดับความชื้นสูงสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ส่งผลให้ต้นชาสามารถผลิดอกออกยอดและเก็บเกี่ยวผลผลิตคุณภาพสูงได้อย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้อินโดนีเซียโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นอย่างชัดเจน คือความยืดหยุ่นของผลผลิตที่ครอบคลุมทั้งชาดำและชาเขียว ซึ่งตอบโจทย์เชิงพาณิชย์ในฐานะวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปสำหรับการแปรรูป ชาแห้งของที่นี่ถูกส่งออกเพื่อนำไปใช้เป็นแกนหลักในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชาขวดพร้อมดื่ม (RTD) สารสกัดชาธรรมชาติเข้มข้นสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอาง รวมถึงการเป็นเบสชาชั้นเยี่ยมสำหรับการผสมแต่งกลิ่นชาดอกมะลิ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วภูมิภาคเอเชีย
ในมุมมองเชิงลึกสำหรับผู้ประกอบการและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ชาดำแบบดั้งเดิมของอินโดนีเซียยังคงรักษามาตรฐานและได้รับการยอมรับอย่างสูงในตลาดยุโรปและเอเชียกลาง จุดเด่นสำคัญคือโครงสร้างรสชาติที่มีความนุ่มนวลอย่างเป็นเอกลักษณ์ ไม่มีความขมฝาดที่หนักหน่วงจนเกินไป ทำให้ง่ายต่อการนำไปเบลนด์เข้ากับกลิ่นผลไม้ ดอกไม้ หรือสมุนไพรนานาชนิด จึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชากลิ่นใหม่ๆ เพื่อเจาะตลาดสากล
- มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ
- $95 ล้านดอลลาร์
- ประเภทชาหลักที่ส่งออก
- ชาดำ (เกรด Orthodox และ CTC), ชาเขียว
- ตลาดส่งออกสำคัญ
- มาเลเซีย, รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา
- ไร่ชาบนดินภูเขาไฟอุดมสมบูรณ์ในชวาและสุมาตรา
- ผู้จัดหาวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมชาพร้อมดื่มในอาเซียน
- รสสัมผัสชามีความนุ่มนวล เข้ากันได้ดีกับกลิ่นดอกไม้ธรรมชาติ
มรดกวัฒนธรรมชาตะวันตก
สหราชอาณาจักร (United Kingdom)
ศูนย์กลางการสร้างแบรนด์ชาพรีเมียมและวัฒนธรรมชายามบ่ายระดับสากล

สหราชอาณาจักรเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการค้าชาที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของแบรนด์และการตลาด แม้เกาะอังกฤษจะปลูกชาได้เพียงเล็กน้อยเพื่อการท่องเที่ยว แต่สหราชอาณาจักรคือประเทศผู้สร้างวัฒนธรรมการดื่มชาสมัยใหม่ และส่งออกชาเบลนด์สำเร็จรูปชื่อดังไปทั่วโลกมานานนับศตวรรษ
โมเดลธุรกิจของอังกฤษคือการนำเข้าชาดำคุณภาพเยี่ยมจากเคนยา ศรีลังกา และอินเดีย นำมาผสมผสานตามสูตรลับประจำแบรนด์ เช่น English Breakfast หรือ Earl Grey ที่แต่งกลิ่นน้ำมันมะกรูดเบอร์กามอต จากนั้นจึงส่งออกในรูปแบบสินค้าอุปโภคบริโภคระดับหรูพร้อมบรรจุภัณฑ์กระป๋องเหล็กอันเป็นเอกลักษณ์
ชื่อเสียงของชาอังกฤษผูกโยงกับวัฒนธรรมการดื่มชายามบ่าย (Afternoon Tea) และความน่าเชื่อถือของตรารับรองราชสำนัก (Royal Warrant) ทำให้ผลิตภัณฑ์ชาที่ส่งออกจากอังกฤษมีมูลค่าเชิงวัฒนธรรมสูงและเป็นที่ปรารถนาของผู้บริโภคทั่วโลก
- มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ
- $160 ล้านดอลลาร์
- ประเภทชาหลักที่ส่งออก
- English Breakfast, Earl Grey บรรจุกระป๋อง
- ตลาดส่งออกสำคัญ
- ไอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา
- ต้นตำรับสูตรเบลนด์ระดับตำนานอย่าง Earl Grey
- มูลค่าเพิ่มสูงจากแบรนดิ้งและวัฒนธรรม Afternoon Tea
- สินค้าชาของฝากระดับหรูที่ได้รับความนิยมทั่วโลก
มูลค่าต่อหน่วยสูงที่สุด
ประเทศญี่ปุ่น (Japan)
ผู้นำกระแสมัทฉะเกรดพิธีการและชาเขียวรสชาติอุมามิระดับโลก

แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีปริมาณการส่งออกเป็นตันไม่สูงเท่าประเทศผู้เพาะปลูกขนาดใหญ่อื่นๆ แต่กลับติด 10 อันดับแรกของโลกในแง่มูลค่าได้อย่างสง่างาม ด้วยมูลค่าการส่งออกต่อกิโลกรัมที่สูงที่สุดในโลก อันเนื่องมาจากกระแสความคลั่งไคล้ 'มัทฉะ (Matcha)' และชาเขียวพรีเมียมอย่างเซนฉะและเกียวคุโระที่เติบโตอย่างร้อนแรงทั่วโลก
การส่งออกของญี่ปุ่นเน้นการสร้างแบรนด์ที่อิงกับความพิถีพิถัน แหล่งกำเนิดที่ระบุชัดเจน เช่น อูจิ (Uji), ชิซูโอกะ (Shizuoka) หรือคาโกชิมะ (Kagoshima) รวมถึงกระบวนการผลิตที่มีการพรางแสงแดดเพื่อเพิ่มปริมาณกรดอะมิโนและคลอโรฟิลล์ ทำให้ได้รสชาติอุมามิอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย
สำหรับคาเฟ่และร้านเบเกอรี่ทั่วโลก ผงมัทฉะและใบชาเขียวจากญี่ปุ่นคือตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพระดับไฮเอนด์ที่สามารถตั้งราคาขายเครื่องดื่มได้สูงกว่าชาชนิดอื่นอย่างมีนัยสำคัญ
- มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ
- $210 ล้านดอลลาร์
- ประเภทชาหลักที่ส่งออก
- ผงมัทฉะพิธีการ, เซนฉะ, เกียวคุโระ
- ตลาดส่งออกสำคัญ
- สหรัฐอเมริกา, เยอรมนี, ไต้หวัน
- ครองมูลค่าส่งออกเฉลี่ยต่อกิโลกรัมสูงที่สุดในโลก
- ผู้นำเทรนด์มัทฉะและชาเขียวเกรดพิธีการในตลาดสากล
- มาตรฐานการเกษตรปลอดภัยและนวัตกรรมการบดหินแบบดั้งเดิม
ดาวรุ่งวัตถุดิบชานม
ประเทศเวียดนาม (Vietnam)
แหล่งผลิตใบชาเขียวและชาดำชั้นนำสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเอเชีย

เวียดนามเป็นหนึ่งในผู้เล่นแถวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีพื้นที่ปลูกชากว้างขวาง โดยเฉพาะในแถบภูเขาสูงทางภาคเหนือ เช่น ลาวกาย เยนบาย และแถบที่ราบสูงตอนกลางอย่างเลิมด่ง (เมืองดาลัด) เวียดนามมีความสามารถในการผลิตและส่งออกชาได้ทั้งชาเขียวและชาดำในราคาที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงมาก
จุดเด่นของการส่งออกชาเวียดนามคือการเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมชานมไข่มุกและเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ทั่วเอเชีย รวมถึงมีตลาดส่งออกเฉพาะอย่างชาหมักพื้นเมืองและชาดอกบัว (Lotus Tea) ซึ่งเป็นภูมิปัญญาโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ด้วยการปรับปรุงมาตรฐานการปลูกชาให้ปลอดสารเคมีตามเกณฑ์สากลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาเขียวและชาอู่หลงจากเวียดนามได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์เครื่องดื่มในไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และภูมิภาคอาเซียน
- มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ
- $240 ล้านดอลลาร์
- ประเภทชาหลักที่ส่งออก
- ชาเขียว, ชาดำ (เกรดอุตสาหกรรม)
- ตลาดส่งออกสำคัญ
- ปากีสถาน, ไต้หวัน, รัสเซีย
- แหล่งวัตถุดิบสำคัญของห่วงโซ่อุปทานชานมไข่มุกทั่วเอเชีย
- มีชาโบราณจากต้นชาป่าอายุนับร้อยปี (Shan Tuyet) บนเทือกเขาสูง
- ต้นทุนการแข่งขันด้านราคาโดดเด่นและมีปริมาณผลผลิตสม่ำเสมอ
ศูนย์กลางบรรจุภัณฑ์ยุโรป
ประเทศโปแลนด์ (Poland)
ฮับด้านการแปรรูปขั้นสุดท้ายและแพ็กเกจจิ้งชาซองของทวีปยุโรป

โปแลนด์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการบรรจุหีบห่อชาที่สำคัญที่สุดของสหภาพยุโรป โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติด้านอาหารและเครื่องดื่มหลายแห่งได้ย้ายฐานโรงงานบรรจุชาซองและชาบรรจุกล่องสำเร็จรูปมาไว้ที่นี่ เนื่องจากความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและต้นทุนการดำเนินงานที่เหมาะสม
บทบาทหลักของโปแลนด์ในตลาดส่งออกชาจึงเน้นไปที่การนำเข้าใบชาเกรดต่างๆ จากเอเชียและแอฟริกา เพื่อนำมาแปรรูปขั้นสุดท้าย บรรจุลงในซองชาสมัยใหม่ (เช่น ซองพีระมิดไนลอนหรือซองกระดาษย่อยสลายได้) และส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วยุโรปและอเมริกา
การเติบโตอย่างรวดเร็วของโปแลนด์แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของห่วงโซ่อุปทานขั้นปลาย (Downstream Processing) ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่ซึ่งเทคโนโลยีความเร็วในการแพ็กเกจจิ้งและการจัดการคลังสินค้าสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกได้อย่างมหาศาล
- มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ
- $270 ล้านดอลลาร์
- ประเภทชาหลักที่ส่งออก
- ชาสำเร็จรูปบรรจุซองพร้อมจำหน่าย
- ตลาดส่งออกสำคัญ
- ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร
- ศูนย์กลางโรงงานบรรจุชาซองสำเร็จรูปที่ใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป
- มีความเชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ชาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานชาทั่วโลกเข้าสู่ตลาดค้าปลีกในยุโรป
ยอดฝีมือการเบลนด์ชา
ประเทศเยอรมนี (Germany)
ศูนย์กลางการคิดค้นสูตรเบลนด์ชาและชากลิ่นผลไม้ระดับสากล

แม้ว่าเยอรมนีจะไม่มีสภาพภูมิอากาศที่สามารถเพาะปลูกต้นชา (Camellia sinensis) ในเชิงพาณิชย์ได้เอง แต่กลับก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้ส่งออกชามูลค่าสูงอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยการวางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลางการแปรรูป ผสมผสาน (Blending) และแต่งกลิ่นชาชั้นนำของทวีปยุโรป
ผู้ประกอบการในเยอรมนีจะนำเข้าใบชาดิบคุณภาพสูงจากทั่วโลกมาผ่านการคัดแยกสิ่งเจือปนด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ขั้นสูง จากนั้นจึงนำมาคิดค้นสูตรการเบลนด์ร่วมกับสมุนไพร ดอกไม้ ผลไม้อบแห้ง และน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ จนกลายเป็น 'Flavored Tea' และ 'Herbal Infusion' ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าใบชาดิบหลายเท่า
เยอรมนีคือผู้อยู่เบื้องหลังชาแบรนด์เนมชั้นนำจำนวนมากในห้างสรรพสินค้าและคาเฟ่หรูทั่วโลก นวัตกรรมการแต่งกลิ่นที่ซับซ้อนแต่ปลอดภัยตามมาตรฐานอาหารของสหภาพยุโรป ทำให้ชาเบลนด์จากเยอรมนีกลายเป็นมาตรฐานสากลของวงการชาแต่งกลิ่น
- มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ
- $320 ล้านดอลลาร์
- ประเภทชาหลักที่ส่งออก
- ชาแต่งกลิ่นพรีเมียม, ชาสมุนไพรและผลไม้
- ตลาดส่งออกสำคัญ
- สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, ออสเตรีย, ญี่ปุ่น
- ศูนย์กลางการเบลนด์และแต่งกลิ่นชาระดับสูงของโลก
- มาตรฐานการตรวจคัดกรองสารตกค้างเข้มงวดที่สุดในยุโรป
- สร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลจากการแปรรูปโดยไม่ต้องปลูกเอง
แชมเปญแห่งโลกชา
ประเทศอินเดีย (India)
แหล่งรวมชาดำสองขั้ว ทั้งความเข้มข้นแบบอัสสัมและความประณีตแบบดาร์จีลิง

อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตชารายใหญ่ที่สุดของโลก และยังเป็นผู้ส่งออกรายสำคัญแม้ว่าประชากรในประเทศจะบริโภคชาเองในสัดส่วนที่สูงมากก็ตาม แหล่งเพาะปลูกของอินเดียมีความโดดเด่นเฉพาะตัวสูงมาก โดยเฉพาะรัฐอัสสัม (Assam) แหล่งกำเนิดชาดำเข้มข้นรสขมหวานแบบมอลต์ และดาร์จีลิง (Darjeeling) แหล่งผลิตชาดำกลิ่นมัสกัตระดับตำนาน
ความแข็งแกร่งของอินเดียอยู่ที่การมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการได้สองขั้วอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งชาอัสสัมเกรด CTC ปริมาณมหาศาลสำหรับตลาดมวลชน และชาดาร์จีลิงเกรดพิเศษที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น 'แชมเปญแห่งโลกชา' ซึ่งทำราคาประมูลในตลาดส่งออกได้สูงลิ่ว
ในตลาดเครื่องดื่ม ชาจากอินเดียเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรม 'Chai' ทั่วโลก ร้านเครื่องดื่มสไตล์ตะวันตกนิยมใช้ชาอัสสัมเป็นเบสผสมเครื่องเทศอย่างอบเชย กระวาน และกานพลูเพื่อทำ Masala Chai เมนูยอดนิยมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในคาเฟ่ทั่วโลก
- มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ
- $820 ล้านดอลลาร์
- ประเภทชาหลักที่ส่งออก
- ชาดำอัสสัม (CTC), ชาดาร์จีลิง
- ตลาดส่งออกสำคัญ
- รัสเซีย, อิหร่าน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- แหล่งกำเนิดชาอัสสัมเข้มข้นกลิ่นมอลต์อันเป็นเอกลักษณ์
- มีชาดาร์จีลิงที่ได้รับการยกย่องว่าละเอียดอ่อนที่สุดในโลก
- เป็นเบสชาหลักสำหรับเมนูชานมอินเดีย (Chai) ทั่วโลก
ต้นตำรับชาซีลอนพรีเมียม
ประเทศศรีลังกา (Sri Lanka)
มรดกชาดำกรรมวิธีดั้งเดิม กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ระดับโลก

ศรีลังกาหรือดินแดนเจ้าของเครื่องหมายการค้า 'Ceylon Tea' อันโด่งดัง เป็นผู้ส่งออกที่เน้นชาดำกรรมวิธีดั้งเดิม (Orthodox Tea) คุณภาพสูง ภูมิประเทศของเกาะที่มีระดับความสูงลดหลั่นกัน ตั้งแต่พื้นที่ชายฝั่งไปจนถึงเทือกเขาสูงตอนกลาง เช่น ย่านนูวาราเอลิยา (Nuwara Eliya) ก่อให้เกิดคาแรกเตอร์ของชาที่หลากหลายทั้งกลิ่นดอกไม้ ผลไม้ และรสฝาดสดชื่น
สิ่งที่ทำให้ศรีลังกาแตกต่างและครองตำแหน่งหัวแถวของโลก คือชื่อเสียงในเรื่องของความสะอาด ความประณีตในการคัดเก็บยอดชาด้วยมือ และการรักษาระบบมาตรฐานใบชาทั้งใบ (Whole Leaf) ส่งผลให้ชาซีลอนถูกจัดวางเป็นสินค้าระดับพรีเมียมที่ตลาดตะวันตกและตะวันออกกลางยินดีจ่ายในราคาสูง
สำหรับวงการอาหารและคาเฟ่ ชาซีลอนนับเป็นวัตถุดิบระดับสากลที่นำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำชาร้อนเสิร์ฟแบบ Afternoon Tea ชามะนาวเย็นสดชื่น หรือการสกัดเป็นส่วนผสมในเบเกอรีและไอศกรีมพรีเมียม
- มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ
- $1,310 ล้านดอลลาร์
- ประเภทชาหลักที่ส่งออก
- ชาดำซีลอน (Orthodox)
- ตลาดส่งออกสำคัญ
- อิรัก, ตุรกี, รัสเซีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- แบรนด์ 'Ceylon Tea' การันตีมาตรฐานใบชาคุณภาพระดับสากล
- ผู้นำด้านการส่งออกชาดำกรรมวิธีดั้งเดิมที่เก็บเกี่ยวด้วยมือ
- มีเอกลักษณ์ทางกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันตามระดับความสูง
ราชาแห่งชาดำ CTC
ประเทศเคนยา (Kenya)
ศูนย์กลางการผลิตชาดำเข้มข้นสำหรับเบสชานมและชาซอง

เคนยาเป็นมหาอำนาจด้านชาดำแห่งทวีปแอฟริกาและเป็นผู้ส่งออกชาดำรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยอาศัยความได้เปรียบทางธรรมชาติของพื้นที่เพาะปลูกแถบเทือกเขา Great Rift Valley ซึ่งมีดินภูเขาไฟอุดมสมบูรณ์ แสงแดดเขตร้อนตลอดทั้งปี และความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ช่วยป้องกันศัตรูพืช ทำให้ผลผลิตชาของเคนยาแทบไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี
เอกลักษณ์ของชาเคนยาคือการใช้กรรมวิธีแบบ CTC (Crush, Tear, Curl) ซึ่งเป็นการบด ฉีก และม้วนใบชาจนเป็นเม็ดกลมขนาดเล็ก วิธีการนี้ทำให้ชาสกัดน้ำได้รวดเร็ว สีน้ำชาเข้มข้นจัดจ้าน และมีบอดี้ที่หนักแน่นมาก จึงกลายเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่ขาดไม่ได้สำหรับอุตสาหกรรมชาซอง (Tea Bags) และการผสมชาสูตรเข้มข้นสไตล์อังกฤษ
ชาดำเคนยาได้รับความนิยมอย่างยิ่งในตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และสหราชอาณาจักร สำหรับร้านเครื่องดื่มหรือแบรนด์ชานม ชาจากเคนยาถือเป็นเบสชาชั้นเยี่ยมที่สามารถต้มผสมนมข้นหวานหรือนมสดได้อย่างกลมกล่อมโดยที่กลิ่นและรสชาติของชายังคงโดดเด่นอย่างชัดเจน
- มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ
- $1,350 ล้านดอลลาร์
- ประเภทชาหลักที่ส่งออก
- ชาดำ (เกรด CTC)
- ตลาดส่งออกสำคัญ
- ปากีสถาน, อียิปต์, สหราชอาณาจักร
- ผู้ส่งออกชาดำในเชิงปริมาณรายใหญ่ที่สุดในโลก
- แหล่งผลิตชาดำเกรด CTC รสเข้มบอดี้แน่นระดับสากล
- ดินแดนปลูกชาบนที่ราบสูงภูเขาไฟไร้สารเคมีสังเคราะห์
และอันดับ 1 ก็คือ…
อันดับ 1 มูลค่าส่งออกสูงสุด
ประเทศจีน (China)
มหาอำนาจผู้ให้กำเนิดชาเขียวและชาชั้นเลิศของโลก

สาธารณรัฐประชาชนจีนยืนหยัดในฐานะศูนย์กลางแห่งอารยธรรมชาและมหาอำนาจผู้ส่งออกใบชารายใหญ่ที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง ด้วยความหลากหลายของภูมิศาสตร์และสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมพื้นที่ปลูกชาขนาดมหึมาในมณฑลต่างๆ เช่น ยูนนาน เจ้อเจียง และฮกเกี้ยน ทำให้จีนสามารถส่งออกใบชาได้ครบทุกประเภทตั้งแต่ชาเขียว ชาอู่หลง ชาขาว ไปจนถึงชาผู่เอ๋อร์ระดับสะสม
สิ่งที่ทำให้จีนครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในเชิงมูลค่าการส่งออก ไม่ใช่แค่เพียงปริมาณการผลิตมหาศาลเท่านั้น แต่เป็นเพราะโครงสร้างการส่งออกที่เน้น 'ชาเขียว' คุณภาพสูง ซึ่งมีมูลค่าต่อตันเฉลี่ยสูงกว่าชาดำเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ จีนยังยกระดับมาตรฐานการเกษตรและการรับรองคุณภาพในระดับสากล ทำให้สามารถเจาะกลุ่มตลาดชาพรีเมียมในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือได้อย่างมั่นคง
ในมุมของผู้ประกอบการเครื่องดื่ม ใบชาจากจีนถือเป็นกระดูกสันหลังของตลาดชาพร้อมดื่มระดับสากลและวงการชาสเปเชียลตี้ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบสำหรับทำชาใสในร้านชานมร่วมสมัย หรือใบชาชงสดในบาร์ชาชั้นนำ การผสานกรรมวิธีดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ช่วยให้ชาจีนยังคงตอบโจทย์ตลาดโลกได้อย่างครอบคลุม
- มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ
- $1,780 ล้านดอลลาร์
- ประเภทชาหลักที่ส่งออก
- ชาเขียว, ชาอู่หลง, ชาขาว
- ตลาดส่งออกสำคัญ
- โมร็อกโก, อุซเบกิสถาน, สหรัฐอเมริกา
- ครองแชมป์มูลค่าส่งออกชาสูงที่สุดในโลกมายาวนาน
- เป็นผู้นำด้านการส่งออกชาเขียวธรรมชาติระดับพรีเมียม
- แหล่งกำเนิดชาสายพันธุ์ประวัติศาสตร์และชาเฉพาะถิ่นระดับโลก
สรุปผลทั้ง 10 อันดับ
มูลค่าการส่งออกใบชาแห้ง (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ที่มา: UN Comtrade / International Tea Committee (ITC) · ข้อมูล ณ สถิติล่าสุดปี 2568 - ต้นปี 2569
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| อันดับ | รายการ | มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ | ประเภทชาหลักที่ส่งออก | ตลาดส่งออกสำคัญ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ประเทศจีน (China) | $1,780 ล้านดอลลาร์ | ชาเขียว, ชาอู่หลง, ชาขาว | โมร็อกโก, อุซเบกิสถาน, สหรัฐอเมริกา |
| 2 | ประเทศเคนยา (Kenya) | $1,350 ล้านดอลลาร์ | ชาดำ (เกรด CTC) | ปากีสถาน, อียิปต์, สหราชอาณาจักร |
| 3 | ประเทศศรีลังกา (Sri Lanka) | $1,310 ล้านดอลลาร์ | ชาดำซีลอน (Orthodox) | อิรัก, ตุรกี, รัสเซีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ |
| 4 | ประเทศอินเดีย (India) | $820 ล้านดอลลาร์ | ชาดำอัสสัม (CTC), ชาดาร์จีลิง | รัสเซีย, อิหร่าน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ |
| 5 | ประเทศเยอรมนี (Germany) | $320 ล้านดอลลาร์ | ชาแต่งกลิ่นพรีเมียม, ชาสมุนไพรและผลไม้ | สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, ออสเตรีย, ญี่ปุ่น |
| 6 | ประเทศโปแลนด์ (Poland) | $270 ล้านดอลลาร์ | ชาสำเร็จรูปบรรจุซองพร้อมจำหน่าย | ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร |
| 7 | ประเทศเวียดนาม (Vietnam) | $240 ล้านดอลลาร์ | ชาเขียว, ชาดำ (เกรดอุตสาหกรรม) | ปากีสถาน, ไต้หวัน, รัสเซีย |
| 8 | ประเทศญี่ปุ่น (Japan) | $210 ล้านดอลลาร์ | ผงมัทฉะพิธีการ, เซนฉะ, เกียวคุโระ | สหรัฐอเมริกา, เยอรมนี, ไต้หวัน |
| 9 | สหราชอาณาจักร (United Kingdom) | $160 ล้านดอลลาร์ | English Breakfast, Earl Grey บรรจุกระป๋อง | ไอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา |
| 10 | ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) | $95 ล้านดอลลาร์ | ชาดำ (เกรด Orthodox และ CTC), ชาเขียว | มาเลเซีย, รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณผู้ประกอบการร้านมัทฉะและคาเฟ่สเปเชียลตี้อันดับ 8ประเทศญี่ปุ่น (Japan)ให้คุณภาพของผงมัทฉะเกรดพิธีการและชาเขียวอุมามิที่มีมูลค่าสูง ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับบนได้ดีที่สุดอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณเจ้าของแบรนด์ชานมไข่มุกและชานมสไตล์อังกฤษอันดับ 2ประเทศเคนยา (Kenya)ให้รสชาติชาดำเกรด CTC ที่เข้มข้น สีสวยสดใส และสามารถผสานกับนมสดได้อย่างมีบอดี้ชัดเจนอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่ต้องการพัฒนาชาเบลนด์แต่งกลิ่นผลไม้และสมุนไพรอันดับ 5ประเทศเยอรมนี (Germany)โดดเด่นด้วยศาสตร์การผสมผสานและการแต่งกลิ่นตามมาตรฐานยุโรป ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ได้อย่างไร้ขีดจำกัดอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณนักชงชาที่หลงใหลในความซับซ้อนของชาธรรมชาติอันดับ 1ประเทศจีน (China)มีความหลากหลายของสายพันธุ์ชาและแหล่งกำเนิดที่เปิดโอกาสให้สัมผัสเสน่ห์อันลึกซึ้งของชาเขียวและชาอู่หลงอย่างแท้จริงอ่านรายละเอียด
บทสรุป
ภาพรวมการจัดอันดับ 10 ประเทศผู้ส่งออกชาแห้งรายใหญ่ที่สุดในโลก สะท้อนให้เห็นความแตกต่างของสองโมเดลธุรกิจหลักอย่างชัดเจน ระหว่างกลุ่มประเทศผู้เพาะปลูกดั้งเดิมที่มีความได้เปรียบทางชีวภาพและพื้นที่เพาะปลูก เช่น จีน เคนยา ศรีลังกา และอินเดีย กับกลุ่มประเทศศูนย์กลางการแปรรูปและผสมผสานชั้นเลิศในยุโรปอย่างเยอรมนี โปแลนด์ หรือสหราชอาณาจักร ที่ใช้นวัตกรรมการผลิตและการตลาดสร้างมูลค่าต่อหน่วยได้สูงลิบลิ่ว
สำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม การทำความเข้าใจโครงสร้างการส่งออกชาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราตามทันกระแสการบริโภคระดับสากล แต่ยังช่วยให้สามารถเลือกสรรวัตถุดิบใบชาคุณภาพสูงได้อย่างมีชั้นเชิง และสอดรับกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในยุคที่ตลาดชากำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง
อ่านเพิ่มในหัวข้ออาหารและคาเฟ่9
คำถามที่พบบ่อย
ประเทศใดส่งออกชาแห้งได้มูลค่าสูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน?
ประเทศจีนเป็นผู้ส่งออกชาแห้งที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยสร้างรายได้จากการส่งออกมากกว่า 1,700 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากความต้องการชาเขียวพรีเมียมในตลาดสากล
เหตุใดประเทศในยุโรปอย่างเยอรมนีและสหราชอาณาจักรจึงติดอันดับผู้ส่งออกชา ทั้งที่แทบไม่ได้ปลูกชาเอง?
เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นศูนย์กลางการแปรรูป ผสมผสานสูตรชา (Tea Blending) แต่งกลิ่นผลไม้และสมุนไพร รวมถึงการสร้างแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมียม ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-added) ให้กับใบชาได้สูงกว่าการขายใบชาดิบ
ชาแบบ CTC กับ ชาแบบ Orthodox ต่างกันอย่างไรในการส่งออก?
ชา CTC (Crush, Tear, Curl) จะถูกบดเป็นเม็ดเล็ก ละลายน้ำไว รสเข้ม นิยมใช้ทำชาซองและชานม ส่วน Orthodox เป็นการผลิตแบบดั้งเดิมที่รักษาสภาพใบชาไว้ ทำให้ได้กลิ่นและรสชาติที่ซับซ้อน ละเอียดอ่อน นิยมในตลาดชาพรีเมียม
มัทฉะจากญี่ปุ่นส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกชาของประเทศอย่างไร?
มัทฉะทำให้ญี่ปุ่นมีมูลค่าการส่งออกต่อกิโลกรัมสูงที่สุดในโลก แม้ปริมาณการส่งออกจะไม่มากเท่าประเทศอื่น แต่ราคากลางของมัทฉะเกรดพิธีการที่สูงมาก ช่วยดันให้มูลค่ารวมติดอันดับต้นๆ ของโลก
อ่านต่อ

อาหารและคาเฟ่0 วิว
10 อันดับประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 มหาอำนาจการค้าข้าวของโลก พร้อมวิเคราะห์ตำแหน่งของไทยในเวทีการค้าสากล ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดเกษตรอาหาร
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

อาหารและคาเฟ่2 วิว
10 ร้านอาหารและสตรีตฟู้ดย่านบรรทัดทองยอดนิยมปี 2569 ปักหมุดแหล่งรวมของกินรอบดึกขวัญใจคนรุ่นใหม่
เจาะลึก 10 พิกัดร้านเด็ดและสตรีตฟู้ดย่านบรรทัดทองประจำปี 2569 ครบทั้งคาวหวานและร้านเปิดดึก พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนตระเวนกิน
ในบทความ: เจ๊โอว (Jeh O Chula) · เอลวิส สุกี้ สาขาบรรทัดทอง (Elvis Suki) · หนึ่ง นม นัว (Nueng Nom Nua)

อาหารและคาเฟ่0 วิว
10 คาเฟ่และโรงคั่วกาแฟ Specialty Coffee ย่านอารีย์ บรรยากาศน่านั่งสำหรับคอกาแฟและสายทำงาน
คัดสรร 10 พิกัดคาเฟ่และโรงคั่วสเปเชียลตี้คอฟฟี่ย่านอารีย์ อัปเดตปี 2569 ที่ตอบโจทย์ทั้งสายดื่มกาแฟระดับพรีเมียมและคนหาที่นั่งทำงานพร้อมปลั๊กไฟ
ในบทความ: NANA Coffee Roasters Ari · Roots at Ari · Beaker and Bitter