ข้ามไปยังเนื้อหา
TNPrank
จัดอันดับ 10 → 1

10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026

ส่องสมรภูมิคาเฟ่ระดับโลกปี 2026 เมื่อแบรนด์กาแฟจีนทะยานก้าวขึ้นมาท้าชิงบัลลังก์เจ้าตลาดเดิมอย่างดุเดือด พร้อมอันดับเชนกาแฟไทยที่ติดทำเนียบท็อป 10

กองบรรณาธิการ TNPrank อ่าน 28 นาที 0 วิว

จัดอันดับตาม จำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก· ที่มา รายงานประจำปีบริษัทจดทะเบียน, ผลประกอบการ Q2 2026 และฐานข้อมูล DMR Analytics· ข้อมูล ณ มิถุนายน–สิงหาคม 2569

10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพประกอบสร้างโดย TNPrank (AI)

ตลาดกาแฟทั่วโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อพฤติกรรมการดื่มกาแฟในชีวิตประจำวันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนั่งละเลียดบรรยากาศในร้านสไตล์ Third Place อีกต่อไป แต่ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ความสะดวก ความรวดเร็วในการรับสินค้าผ่านระบบดิจิทัล และความคุ้มค่าของราคา กลายเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจคาเฟ่อย่างก้าวกระโดด

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มทุนกาแฟจากทวีปเอเชีย โดยเฉพาะแบรนด์สัญชาติจีน ใช้โมเดลร้านขนาดกะทัดรัดที่เน้นการสั่งผ่านแอปพลิเคชันและการจัดส่งความเร็วสูง เร่งสปีดขยายสาขานับหมื่นแห่งในเวลาเพียงไม่กี่ปี พลิกโฉมภูมิทัศน์ที่เดิมเคยถูกครอบครองโดยกลุ่มเชนยักษ์ใหญ่จากฝั่งตะวันตกมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษอย่างสิ้นเชิง

บทความนี้ TNPrank ได้รวบรวมตัวเลขและสถิติจำนวนสาขาล่าสุดที่มีการรายงานอย่างเป็นทางการรอบปี 2568–2569 ของแบรนด์เชนร้านกาแฟสากลทั่วโลก เพื่อพาผู้อ่านไปสำรวจว่าใครคือผู้กุมเครือข่ายหน้าร้านที่กว้างขวางที่สุด พร้อมเจาะลึกโมเดลธุรกิจที่ทำให้แต่ละแบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการในปัจจุบัน

วัดผลอย่างไร

การจัดอันดับอ้างอิงจากตัวเลข 'จำนวนสาขาหน้าร้านที่เปิดให้บริการจริงทั่วโลก' (รวมทั้งสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของเองและสาขาแฟรนไชส์/ได้รับใบอนุญาต) โดยใช้ข้อมูลจากรายงานทางการเงินประจำปี แบบแสดงรายการข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ (SEC Filings / Form 10-K) และการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของแต่ละบริษัทรอบปี 2568–2569 (ค.ศ. 2025–2026) โดยไม่นับรวมเคาน์เตอร์กาแฟที่แฝงอยู่ในร้านอาหารจานด่วนประเภทอื่น

นับถอยหลัง 10 อันดับ

อันดับ10

ดาวรุ่งไดรฟ์ทรูสหรัฐฯ

Dutch Bros Coffee (ดัตช์ บรอส)

เชนไดรฟ์ทรูพลังบวกจากฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ขวัญใจคนรุ่นใหม่

1,225 สาขาจำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก
Dutch Bros Coffee (ดัตช์ บรอส) — 10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:dutchbros.com

Dutch Bros Coffee ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 ในรัฐออริกอน สหรัฐอเมริกา โดยสองพี่น้องตระกูลบัวร์สมา (Dane และ Travis Boersma) ซึ่งเริ่มต้นจากธุรกิจรถเข็นขายกาแฟเอสเปรสโซเล็กๆ ก่อนจะพัฒนาสู่เชนร้านกาแฟแบบไดรฟ์ทรูที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้อย่างมั่นคง

สิ่งที่ทำให้ Dutch Bros แตกต่างจากเชนกาแฟดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง คือวัฒนธรรมการบริการที่เน้นพลังบวกและความมีชีวิตชีวาของพนักงานที่เรียกว่า 'Broistas' ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างบทสนทนา รอยยิ้ม และความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับลูกค้า ควบคู่ไปกับเมนูเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ ทั้งกาแฟรสชาติเข้มข้น ชา เครื่องดื่มชูกำลัง Blue Rebel และเมนูผสมพิเศษที่ลูกค้าสามารถปรับแต่งรสชาติและสีสันได้อย่างอิสระ

ในด้านการดำเนินงาน แบรนด์ใช้โมเดลร้านขนาดกะทัดรัดที่มุ่งเน้นบริการแบบไดรฟ์ทรูเป็นหลัก ทำให้สามารถลดพื้นที่ใช้สอย บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และคืนทุนได้ไว จนปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการแล้วถึง 1,225 สาขา ครอบคลุม 25 มลรัฐในสหรัฐอเมริกา นับเป็นกรณีศึกษาชั้นยอดในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ผ่านวัฒนธรรมองค์กรและการบริการที่สร้างความประทับใจ

จำนวนสาขาทั่วโลก
1,225 สาขา
ประเทศต้นกำเนิด
สหรัฐอเมริกา
โมเดลธุรกิจหลัก
ไดรฟ์ทรูเครื่องดื่มความเร็วสูง (Drive-Thru Only Kiosk)

ข้อมูลใช้งานจริง

รูปแบบบริการเด่น
ขับรถผ่านช่องไดรฟ์ทรู (Drive-thru), สั่งเดินรับหน้าร้าน
เมนูเอกลักษณ์
โกลเดน อีเกิล (Golden Eagle), บลู เรเบล เอนเนอร์จี
  • เชนไดรฟ์ทรูเครื่องดื่มที่เติบโตอย่างร้อนแรงที่สุดในสหรัฐอเมริกา
  • มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นผ่านวัฒนธรรมการบริการแบบเป็นมิตรสูง
  • เมนูเครื่องดื่มผสมสารกระตุ้นพลังงาน Rebel Energy Drink เป็นเอกลักษณ์

จุดเด่น

  • บริการสะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องลงจากรถ
  • มีเมนูเครื่องดื่มรสหวานมันและครีเอทีฟให้เลือกหลากหลายมาก

ข้อควรรู้

  • สาขาทั้งหมดยังคงจำกัดอยู่เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
  • แทบไม่มีพื้นที่ให้นั่งดื่มในร้าน เน้นการขับรถซื้อผ่านช่องไดรฟ์ทรู

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสะดวกรวดเร็วของการซื้อกาแฟในรถ และต้องการเครื่องดื่มรสหวานมันเติมพลังระหว่างเดินทาง

อันดับ9

เบอร์หนึ่งแห่งเกาะอังกฤษ

Costa Coffee (คอสต้า คอฟฟี่)

ต้นตำรับกาแฟสไตล์ลอนดอนกับสูตรเบลนด์ระดับตำนานแห่งสหราชอาณาจักร

4,000 สาขาจำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก
Costa Coffee (คอสต้า คอฟฟี่) — 10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:generationedge.com

Costa Coffee ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงลอนดอน ในปี 1971 โดยสองพี่น้องชาวอิตาลี เซอร์จิโอ และ บรูโน คอสตา ที่หลงใหลในศิลปะการชงกาแฟเอสเปรสโซสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิม จนกระทั่งแบรนด์เติบโตสู่เชนร้านกาแฟอันดับหนึ่งของสหราชอาณาจักร และได้รับการเข้าซื้อกิจการโดย The Coca-Cola Company เพื่อเสริมทัพพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มระดับโลก

จุดเด่นอันเป็นหัวใจของ Costa Coffee คือการควบคุมคุณภาพของเมล็ดกาแฟซิกเนเจอร์เบลนด์ 'Mocha Italia' ซึ่งใช้กรรมวิธีการคั่วช้าแบบดั้งเดิมเพื่อให้ได้น้ำมันหอมระเหยและรสชาติกาแฟที่นุ่มละมุน ผสานกับมาตรฐานการฝึกอบรมบาริสต้าอย่างเข้มข้น ทำให้กาแฟทุกแก้วที่เสิร์ฟหน้าร้านมีมาตรฐานคงที่ มอบประสบการณ์คาเฟ่สไตล์ยุโรปสมัยใหม่ที่ผ่อนคลายและมีระดับ

ปัจจุบันแบรนด์มีเครือข่ายหน้าร้านสาขาให้บริการประมาณ 4,000 แห่งทั่วโลก โดยมีฐานหลักอยู่ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ราว 2,700–2,800 สาขา ควบคู่กับการขยายสู่ยุโรปและตะวันออกกลาง (ไม่นับรวมตู้จำหน่ายกาแฟอัตโนมัติ Costa Express) สะท้อนถึงโมเดลธุรกิจที่รักษามาตรฐานงานฝีมือของบาริสต้า ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการร้านสาขาในระดับสากลได้อย่างสมดุล

จำนวนสาขาทั่วโลก
~4,000 สาขา
ประเทศต้นกำเนิด
สหราชอาณาจักร
โมเดลธุรกิจหลัก
ร้านกาแฟดั้งเดิมสไตล์บาริสต้า (Traditional Barista Cafe)

ข้อมูลใช้งานจริง

รูปแบบบริการเด่น
นั่งดื่มในร้าน, ซื้อกลับบ้าน, ตู้กดกาแฟด่วน
เมนูเอกลักษณ์
แฟลตไวต์ (Flat White), มอคค่า อิตาเลีย เอสเปรสโซ
  • เชนร้านกาแฟอันดับ 1 ของสหราชอาณาจักรที่มีหน้าร้านกว่า 2,800 แห่งในบ้านเกิด
  • อยู่ในเครือของ The Coca-Cola Company ซึ่งช่วยหนุนการกระจายสินค้าทั่วโลก
  • ใช้เมล็ดกาแฟสูตรตำนาน Mocha Italia ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล

จุดเด่น

  • มาตรฐานการสตรีมนมและการชงกาแฟเอสเปรสโซสไตล์ยุโรปนุ่มนวล
  • บรรยากาศภายในร้านสงบ เหมาะกับการพักผ่อนและอ่านหนังสือ

ข้อควรรู้

  • อัตราการเปิดสาขาใหม่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเชนกาแฟดิจิทัลในเอเชีย
  • สาขาส่วนใหญ่เน้นอยู่ในทวีปยุโรปและตะวันออกกลางเป็นหลัก

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟรสนุ่มละมุนตามแบบฉบับยุโรป พร้อมบาริสต้าชงสดแก้วต่อแก้วในบรรยากาศผ่อนคลาย

อันดับ8

ความภูมิใจของแบรนด์ไทย

Café Amazon (คาเฟ่ อเมซอน)

โอเอซิสกาแฟรสเข้มข้นสัญชาติไทยที่ก้าวไกลสู่ระดับสากล

5,000+ สาขาจำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก
Café Amazon (คาเฟ่ อเมซอน) — 10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:cafe-amazon.com

Café Amazon ถือกำเนิดขึ้นในปี 2545 (ค.ศ. 2002) ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR โดยเริ่มต้นจากแนวคิดในการสร้างจุดแวะพักเติมความสดชื่นและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ภายในสถานีบริการน้ำมัน ก่อนจะเติบโตจนกลายเป็นความภาคภูมิใจของแบรนด์ไทยบนเวทีโลก

สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างเด่นชัดคือแนวคิดการตกแต่งร้านแบบ 'Oasis of Relax' ที่เน้นพื้นที่สีเขียว ร่มรื่น และใกล้ชิดธรรมชาติ ผสานกับสูตรกาแฟรสชาติเข้มข้น หวานมัน กลมกล่อม ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ถูกปากผู้บริโภคชาวไทยและชาวเอเชียโดยเฉพาะ พร้อมด้วยราคาที่จับต้องได้ง่าย ทำให้สามารถตอบโจทย์การบริโภคในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

ความสำเร็จของ Café Amazon ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในปั๊มน้ำมัน แต่ยังรุกคืบเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และย่านที่อยู่อาศัย จนปัจจุบันมีสาขารวมมากกว่า 5,000 แห่ง โดยแบ่งเป็นสาขาในประเทศไทย 4,879 สาขา และขยายเครือข่ายไปยังต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว เวียดนาม ญี่ปุ่น และโอมาน ซึ่งเป็นตัวอย่างสำคัญของโมเดลค้าปลีกที่ต่อยอดจุดแข็งด้านทำเลจนก้าวสู่ระดับสากล

จำนวนสาขาทั่วโลก
5,000+ สาขา
ประเทศต้นกำเนิด
ไทย
โมเดลธุรกิจหลัก
ร้านกาแฟบรรยากาศธรรมชาติ (Green Oasis Cafe)

ข้อมูลใช้งานจริง

รูปแบบบริการเด่น
นั่งดื่มในสวนหย่อม, สั่งกลับบ้าน, บริการไดรฟ์ทรู
เมนูเอกลักษณ์
อเมซอนเอ็กซ์ตร้าเย็น, แบล็คคอฟฟี่น้ำผึ้งมะนาว
  • เชนร้านกาแฟหนึ่งเดียวจากประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ติดท็อป 10 โลก
  • มีจำนวนสาขามากกว่า 5,000 แห่ง ครอบคลุม 11 ประเทศ
  • เชี่ยวชาญการเปิดร้านในสถานีบริการน้ำมันและศูนย์การค้าชุมชน

จุดเด่น

  • ทำเลสะดวกสบาย มีที่จอดรถรองรับเกือบทุกสาขา
  • รสชาติกาแฟเข้มข้น ให้ปริมาณคุ้มค่าคุ้มราคา

ข้อควรรู้

  • รสชาติพื้นฐานค่อนข้างเข้มและหวานนำ หากไม่ชอบต้องระบุระดับความหวานให้ชัดเจน
  • สาขาปั๊มน้ำมันในช่วงวันหยุดเทศกาลมักมีลูกค้ารอคิวหนาแน่น

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้เดินทาง นักท่องเที่ยวที่แวะพักรถ และคอกาแฟที่ต้องการความเข้มตาสว่างในราคาจับต้องได้

อันดับ7

ตำนานกาแฟแห่งแคนาดา

Tim Hortons (ทิม ฮอร์ตันส์)

แบรนด์กาแฟและเบเกอรีระดับไอคอนิกขวัญใจชาวแคนาดาและทั่วโลก

6,043 สาขาจำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก
Tim Hortons (ทิม ฮอร์ตันส์) — 10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:restaurantbusinessonline.com

Tim Hortons ก่อตั้งขึ้นในปี 1964 ในประเทศแคนาดา โดยอดีตตำนานนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง ทิม ฮอร์ตัน เริ่มต้นจากการเป็นร้านกาแฟและเบเกอรีท้องถิ่น ก่อนจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมประจำชาติของแคนาดา และก้าวสู่เวทีระดับโลกภายใต้การบริหารของ Restaurant Brands International (RBI)

เอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือนของแบรนด์คือการนำเสนอเมนูกาแฟคั่วบดสูตรดั้งเดิมควบคู่ไปกับของหวานเลื่องชื่ออย่าง 'ทิมบิตส์' (Timbits) หรือโดนัทลูกกลมขนาดพอดีคำ รวมถึงเมนูแซนด์วิชและอาหารเช้าปรุงสดใหม่ บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบให้เรียบง่าย อบอุ่น เป็นกันเอง และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชน ทำให้ลูกค้าสามารถแวะเวียนเข้ามาได้ตลอดทั้งวันในฐานะจุดนัดพบของครอบครัว

ปัจจุบัน Tim Hortons เดินหน้าขยายอาณาจักรจนมีสาขาทั่วโลกรวม 6,043 แห่ง โดยมีฐานที่มั่นหลักอยู่ในประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกาจำนวน 4,586 สาขา ขณะเดียวกันยังคงขยายตลาดใหม่อย่างต่อเนื่องในสหราชอาณาจักร เอเชีย และตะวันออกกลาง ถือเป็นแบบจำลองธุรกิจร้านกาแฟคอมมูนิตี้ที่ประสบความสำเร็จในการผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการขยายสาขาระดับนานาชาติ

จำนวนสาขาทั่วโลก
6,043 สาขา
ประเทศต้นกำเนิด
แคนาดา
โมเดลธุรกิจหลัก
คาเฟ่บริการด่วนและไดรฟ์ทรู (Quick-Service Cafe)

ข้อมูลใช้งานจริง

รูปแบบบริการเด่น
นั่งทานในร้าน, ไดรฟ์ทรู, สั่งผ่านแอปพลิเคชัน
เมนูเอกลักษณ์
ดับเบิล-ดับเบิล คอฟฟี่ และ ทิมบิตส์ (Timbits)
  • แบรนด์ระดับตำนานของแคนาดาที่มีสาขาทั่วโลกกว่า 6,043 แห่ง
  • มีเมนูกาแฟดับเบิล-ดับเบิล (Double-Double) ที่เป็นวัฒนธรรมการดื่มเฉพาะตัว
  • เติบโตอย่างมั่นคงในตลาดเอเชียและตะวันออกกลาง

จุดเด่น

  • เมนูเบเกอรีและอาหารเช้ามีให้เลือกหลากหลายและอบสดใหม่
  • บรรยากาศร้านมีความเป็นกันเอง อบอุ่น เหมาะกับทุกครอบครัว

ข้อควรรู้

  • รสชาติกาแฟสูตรดั้งเดิมเน้นความนุ่มเบา อาจไม่เข้มข้นเท่ากาแฟสไตล์อิตาเลียน
  • สาขาต่างประเทศอาจมีรายการเบเกอรีบางอย่างไม่ครบถ้วนเท่าในแคนาดา

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทานกาแฟรสชาตินุ่มนวลคู่กับโดนัทหรือแซนด์วิชร้อนในบรรยากาศสบายๆ

อันดับ6

ราคามหาชนคุ้มค่าที่สุด

Lucky Coffee (ซิ่งยวิ่นคา)

เชนกาแฟราคามหาชนเครือมี่เสวี่ย ผู้ทลายกำแพงราคากาแฟสดทั่วเอเชีย

10,000+ สาขาจำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก
Lucky Coffee (ซิ่งยวิ่นคา) — 10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:Shwangtianyuan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

Lucky Coffee (幸运咖) ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ในฐานะแบรนด์กาแฟภายใต้ร่มเงาของ Mixue Group (มี่เสวี่ย) ยักษ์ใหญ่ผู้ครองตลาดไอศกรีมและชาผลไม้มหาชนของเอเชีย โดยมีเป้าหมายในการนำเอาสูตรความสำเร็จด้านการจัดการต้นทุนและการบริหารห่วงโซ่อุปทานระดับมหึมา มาปฏิวัติวงการกาแฟสดให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ทุกคนเข้าถึงได้

ความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของ Lucky Coffee คือกลยุทธ์การตั้งราคาแบบ 'คุ้มค่าอย่างที่สุด' โดยจำหน่ายกาแฟสดในราคาเฉลี่ยเพียงแก้วละประมาณ 5-10 หยวน (ประมาณ 25-50 บาท) ซึ่งต่ำกว่าเชนกาแฟมาตรฐานทั่วไปอย่างมาก ทำให้แบรนด์สามารถบุกเจาะตลาดเมืองระดับรอง (Lower-tier cities) ย่านสถานศึกษา และแหล่งชุมชนชานเมืองได้อย่างไร้คู่แข่ง

เบื้องหลังการเติบโตจนทะยานผ่านหลักมากกว่า 10,000 สาขา คือการพึ่งพาโรงงานผลิตวัตถุดิบและระบบโลจิสติกส์อันทรงพลังของเครือ Mixue ทำให้ควบคุมต้นทุนเมล็ดกาแฟและอุปกรณ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้แฟรนไชส์ซีมีโอกาสทำกำไรได้ดี และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยขยายฐานวัฒนธรรมการดื่มกาแฟสดให้กระจายตัวลึกสู่ระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง

จำนวนสาขาทั่วโลก
10,000+ สาขา
ประเทศต้นกำเนิด
จีน
โมเดลธุรกิจหลัก
แฟรนไชส์ราคามหาชน (Mass-market Franchising)

ข้อมูลใช้งานจริง

รูปแบบบริการเด่น
สั่งหน้าร้าน, รับกลับบ้านทันที
เมนูเอกลักษณ์
อเมริกาโนเย็นแก้วใหญ่, กาแฟไอศกรีมโฟลต
  • แบรนด์ในเครือ Mixue Group ซึ่งมีระบบซัพพลายเชนวัตถุดิบที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
  • ขยายสาขาทะลุ 10,000 แห่ง โดยเน้นเมืองระดับรองและมหาวิทยาลัย
  • ระดับราคากาแฟสดถูกที่สุดในบรรดาเชนกาแฟระดับสากล

จุดเด่น

  • ราคาถูกเป็นพิเศษ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ทุกวัน
  • คุณภาพกาแฟได้มาตรฐานสม่ำเสมอเกินราคา

ข้อควรรู้

  • เมล็ดกาแฟเน้นการคั่วระดับเข้มเพื่อความสม่ำเสมอของราคา ไม่เน้นเมล็ดพิเศษซับซ้อน
  • บรรยากาศร้านเน้นความเรียบง่ายและรับสินค้ากลับบ้านเป็นหลัก

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการดื่มกาแฟสดเป็นประจำทุกวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณ

อันดับ5

เจ้าแห่งโมเดล Shop-in-Shop

Nowwa Coffee (นัววา คอฟฟี่)

แบรนด์กาแฟหัวคิดใหม่ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีก

10,000+ สาขาจำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก
Nowwa Coffee (นัววา คอฟฟี่) — 10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:eu.36kr.com

Nowwa Coffee ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยวางตำแหน่งทางการตลาดอย่างชัดเจนในการเป็นแบรนด์กาแฟของคนรุ่นใหม่ วัยเริ่มทำงาน และพนักงานออฟฟิศในเมืองใหญ่ ที่มองหากาแฟคุณภาพดี ภาพลักษณ์ทันสมัย โดดเด่นสะดุดตา และมีความคุ้มค่าต่อราคาในชีวิตประจำวัน

ความโดดเด่นที่ทำให้ Nowwa Coffee เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนก้าวสู่ระดับแถวหน้า คือการเลือกใช้โมเดลธุรกิจแบบ 'Shop-in-Shop' โดยเข้าไปจับมือเปิดเคาน์เตอร์จำหน่ายร่วมกับร้านสะดวกซื้อและร้านค้าปลีกท้องถิ่น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80-90% ของสาขาทั้งหมด โมเดลนี้ช่วยขจัดต้นทุนค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์และค่าตกแต่งร้านขนาดใหญ่ ทำให้แบรนด์สามารถขยายจุดขายได้อย่างคล่องตัวและแทรกซึมเข้าสู่ชุมชนได้อย่างรวดเร็ว

ในมิติของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แบรนด์ตอบรับกระแสสุขภาพด้วยการชูเมนูกาแฟแคลอรีต่ำและกาแฟผสมผลไม้สด ซึ่งดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคหญิงวัยทำงานในเขตเมืองได้อย่างตรงจุด ส่งผลให้แบรนด์สามารถขยายเครือข่ายแตะหลักมากกว่า 10,000 สาขา กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ค้าปลีกเดิมเพื่อขยายสเกลธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

จำนวนสาขาทั่วโลก
10,000+ สาขา
ประเทศต้นกำเนิด
จีน
โมเดลธุรกิจหลัก
ร้านสแตนด์ร่วมในร้านสะดวกซื้อ (Shop-in-Shop & Kiosk)

ข้อมูลใช้งานจริง

รูปแบบบริการเด่น
ซื้อร่วมกับของใช้ในร้านสะดวกซื้อ, แอปส่งด่วน
เมนูเอกลักษณ์
กาแฟผลไม้สดแคลอรีต่ำ (Low-Cal Fruit Coffee)
  • มีเครือข่ายทะลุ 10,000 จุดบริการทั่วประเทศจีน
  • โมเดล Shop-in-Shop ช่วยให้คืนทุนได้เร็วและขยายเครือข่ายได้แบบก้าวกระโดด
  • เน้นจุดขายกาแฟสุขภาพและผสมน้ำผลไม้แท้แคลอรีต่ำ

จุดเด่น

  • จุดจำหน่ายแทรกซึมอยู่ทุกมุมตึกและร้านสะดวกซื้อ
  • เมนูมีนวัตกรรมรสชาติแปลกใหม่และเน้นดูแลสุขภาพ

ข้อควรรู้

  • สาขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศจีนเป็นหลัก ตลาดสากลยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น
  • ขนาดร้านค่อนข้างเล็กมาก จึงไม่มีพื้นที่นั่งรับประทาน

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่มองหากาแฟรสชาติสดชื่น ดื่มง่ายระหว่างวัน และหาซื้อได้สะดวกรวดเร็วตามร้านสะดวกซื้อ

อันดับ4

ไอคอนกาแฟเช้าอเมริกัน

Dunkin' (ดังกิ้น)

ยักษ์ใหญ่กาแฟบริการด่วนที่ขับเคลื่อนช่วงเวลาเร่งด่วนของผู้คนทั่วโลก

14,200+ สาขาจำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก
Dunkin' (ดังกิ้น) — 10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:pinterest.com

Dunkin' ถือกำเนิดขึ้นในปี 1950 ณ เมืองควินซี รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา จากจุดเริ่มต้นในฐานะร้านโดนัทและกาแฟริมทาง ก่อนจะผ่านการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ภายใต้การบริหารของ Inspire Brands เพื่อมุ่งเน้นการเป็นเชนเครื่องดื่มกาแฟยามเช้าและอาหารจานด่วนที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตอันเร่งรีบของผู้คนทั่วโลก

จุดแข็งที่ทำให้ Dunkin' แตกต่างจากร้านกาแฟแบบสเปเชียลตี้ คือการวางตำแหน่งเป็นร้านกาแฟที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และไม่มีพิธีรีตอง โดยให้ความสำคัญกับกาแฟเป็นหัวใจหลัก มีเมนูครอบคลุมตั้งแต่กาแฟดริปแบบดั้งเดิม กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) ไปจนถึงเครื่องดื่มเอสเปรสโซ ซึ่งจับคู่เสิร์ฟพร้อมโดนัทและเบเกอรีอาหารเช้าได้อย่างรวดเร็วในราคาสบายกระเป๋า

ปัจจุบันแบรนด์ขยายการเติบโตผ่านโมเดลแฟรนไชส์ที่แข็งแกร่ง จนมีหน้าร้านมากกว่า 14,200 แห่ง ในเกือบ 40 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่มีสาขาทะลุ 10,100 แห่ง ทำให้แบรนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของชาวอเมริกัน และเป็นตัวอย่างชั้นยอดของการปรับโครงสร้างแบรนด์ดั้งเดิมให้ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

จำนวนสาขาทั่วโลก
14,200+ สาขา
ประเทศต้นกำเนิด
สหรัฐอเมริกา
โมเดลธุรกิจหลัก
ร้านบริการด่วน (Quick-Service Restaurant & Drive-thru)

ข้อมูลใช้งานจริง

รูปแบบบริการเด่น
ไดรฟ์ทรู, หน้าร้านแบบด่วน, สั่งล่วงหน้าผ่านแอป
เมนูเอกลักษณ์
ออริจินัล เบลนด์ ไอซ์คอฟฟี่ (Original Blend Iced Coffee)
  • มีสาขาครอบคลุมเกือบ 40 ประเทศทั่วโลก
  • เครือข่ายหน้าร้านในสหรัฐอเมริกาหนาแน่นกว่า 10,100 แห่ง
  • แข็งแกร่งด้วยการจับคู่เครื่องดื่มกาแฟพร้อมเมนูอาหารเช้าและเบเกอรี

จุดเด่น

  • มีเมนูอาหารเช้าและของว่างให้เลือกจับคู่ครบครัน
  • บริการรวดเร็วและมีสาขาไดรฟ์ทรูหนาแน่นตามเส้นทางหลัก

ข้อควรรู้

  • กาแฟเน้นสไตล์คอมเมอร์เชียลที่รสชาติคุ้นเคย ไม่ได้เน้นกาแฟพิเศษเฉพาะกลุ่ม
  • บางสาขาในต่างประเทศยังเน้นสัดส่วนของหวานมากกว่าเครื่องดื่มกาแฟ

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกาแฟแก้วใหญ่พร้อมมื้อเช้าที่สะดวกรวดเร็วสำหรับการเดินทางหรือเริ่มต้นวันใหม่

อันดับ3

ขยายสาขาแรงที่สุด

Cotti Coffee (คอตติ คอฟฟี่)

ผู้ท้าชิงเบอร์แรงที่ขยายสาขาเร็วระดับปรากฏการณ์ใน 28 ประเทศ

18,000+ สาขาจำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก
Cotti Coffee (คอตติ คอฟฟี่) — 10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:wikipedia.org

Cotti Coffee ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 โดยทีมผู้ก่อตั้งดั้งเดิมของ Luckin Coffee ซึ่งนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสมรภูมิกาแฟดิจิทัลมาต่อยอดสร้างแบรนด์ใหม่ พร้อมตั้งเป้าหมายเร่งขยายสาขาให้เร็วที่สุดในโลกเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดในระดับมหาชน ผ่านการดำเนินกลยุทธ์ราคาที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรต่อกระเป๋าผู้บริโภคทุกกลุ่ม

สิ่งที่สร้างความแตกต่างและผลักดันให้แบรนด์ก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของโลกในเวลาอันสั้น คือโมเดลธุรกิจที่เน้นการจับมือกับพันธมิตรผู้ประกอบการรายย่อยผ่านระบบแฟรนไชส์แบบเข้มข้น โดยผสานเข้ากับระบบคลังสินค้าและซัพพลายเชนอัตโนมัติ ทำให้ผู้ร่วมลงทุนสามารถเปิดร้านได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แบรนด์เดินหน้าปูพรมเปิดสาขาใหม่ได้หลายพันแห่งในแต่ละไตรมาสทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

นอกจากความเร็วในประเทศแล้ว Cotti Coffee ยังบุกตลาดต่างประเทศอย่างดุดันจนครอบคลุมมากกว่า 28 ประเทศ ด้วยจำนวนสาขารวมมากกว่า 18,000 แห่ง พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ระดับสากลผ่านการเป็นสปอนเซอร์ระดับโลกให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา ถือเป็นโมเดลธุรกิจต้นแบบสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสเกลธุรกิจด้วยความเร็วสูงและระบบปฏิบัติการที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

จำนวนสาขาทั่วโลก
18,000+ สาขา
ประเทศต้นกำเนิด
จีน
โมเดลธุรกิจหลัก
แฟรนไชส์ขนาดกะทัดรัด (Express & Kiosk)

ข้อมูลใช้งานจริง

รูปแบบบริการเด่น
สั่งผ่านแอปพลิเคชัน, ซื้อกลับบ้าน, เดลิเวอรี
เมนูเอกลักษณ์
แพมพัส ครีม ลาเต้ (Pampas Cream Latte)
  • ขยายสาขาแตะ 18,000 แห่งภายในเวลาเพียงไม่ถึง 4 ปี
  • เปิดให้บริการครอบคลุมแล้วกว่า 28 ประเทศทั่วโลก
  • ใช้การตลาดระดับสากลผ่านวงการกีฬาเพื่อสร้างการจดจำแบรนด์

จุดเด่น

  • แคมเปญโปรโมชันและความคุ้มค่าดึงดูดใจผู้บริโภค
  • ทำเลครอบคลุมย่านชุมชนและอาคารพาณิชย์อย่างทั่วถึง

ข้อควรรู้

  • การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้บางทำเลมีสาขาเปิดใกล้เคียงกันมาก
  • รูปแบบร้านเน้นความรวดเร็ว จึงมีพื้นที่นั่งจำกัด

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเมนูกาแฟสไตล์โมเดิร์นที่ผสมผสานรสชาติหลากหลาย ในราคาประหยัดที่สุด

อันดับ2

โตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

Luckin Coffee (ลัคอิน คอฟฟี่)

ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีกาแฟจากแดนมังกร ผู้ปฏิวัติวงการด้วยระบบดิจิทัล

36,310 สาขาจำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก
Luckin Coffee (ลัคอิน คอฟฟี่) — 10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:wikipedia.org

Luckin Coffee ก่อตั้งขึ้นในประเทศจีนเมื่อปี 2017 และสร้างปรากฏการณ์เติบโตที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมค้าปลีกเครื่องดื่ม ด้วยการนำโมเดลดิจิทัลเฟิร์สต์ (Digital-First) มาใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง จนสามารถขยายอาณาจักรได้อย่างก้าวกระโดดและก้าวขึ้นสู่การเป็นเชนกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในแดนมังกรได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ความแตกต่างสำคัญของ Luckin Coffee คือการพลิกโฉมประสบการณ์ร้านกาแฟแบบดั้งเดิม โดยลดขนาดหน้าร้านลงเหลือเพียงเคาน์เตอร์รับสินค้า (Pick-up Kiosk) และบังคับการสั่งซื้อรวมถึงชำระเงินผ่านสมาร์ตโฟน 100% แนวทางนี้ช่วยตัดลดต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ทำเลทองและค่าแรงงานหน้าร้านลงอย่างมหาศาล ทำให้แบรนด์สามารถตั้งราคากาแฟคุณภาพดีให้เข้าถึงง่ายและดึงดูดกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในแง่กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ขับเคลื่อนยอดขายด้วยนวัตกรรมเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการคิดค้นกาแฟนมมะพร้าว (Raw Coconut Latte) ที่กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ระดับชาติ ควบคู่ไปกับการบริหารโครงสร้างเครือข่ายอย่างสมดุลจนมีสาขาทั่วโลกรวมถึง 36,310 แห่ง โดยแบ่งเป็นสาขาที่บริษัทดำเนินงานเอง 23,734 ร้าน และร้านพาร์ตเนอร์อีก 12,576 ร้าน ซึ่งเป็นกรณีศึกษาชั้นเยี่ยมในการผสานเทคโนโลยีเข้ากับธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่

จำนวนสาขาทั่วโลก
36,310 สาขา
ประเทศต้นกำเนิด
จีน
โมเดลธุรกิจหลัก
ร้านรับสินค้าด่วนและเดลิเวอรี (Pick-up & Delivery)

ข้อมูลใช้งานจริง

รูปแบบบริการเด่น
สั่งผ่านแอปแล้วรับหน้าร้าน (Grab & Go), เดลิเวอรี
เมนูเอกลักษณ์
รอว์ โคโคนัต ลาเต้ (Raw Coconut Latte)
  • ผู้นำตลาดกาแฟจีนที่มีสัดส่วนร้านของบริษัทกว่า 23,734 แห่ง
  • ระบบสั่งและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน 100% โดยไร้เคาน์เตอร์คิดเงินสด
  • ขยายตลาดระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จุดเด่น

  • ราคาสบายกระเป๋า เข้าถึงง่ายในชีวิตประจำวัน
  • รับสินค้าได้รวดเร็ว เหมาะกับชั่วโมงเร่งด่วนของคนทำงาน

ข้อควรรู้

  • สาขาส่วนใหญ่ไม่มีโต๊ะหรือพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนยาวนาน
  • ต้องใช้งานผ่านแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มสมาร์ตโฟนเป็นหลัก

สรุปสั้นๆ

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพนักงานออฟฟิศที่ต้องการคาเฟอีนคุณภาพดีในราคาสุดคุ้มและเวลาที่จำกัด

และอันดับ 1 ก็คือ…

1

อันดับ 1 ของโลก

Starbucks (สตาร์บัคส์)

ราชันแห่งวัฒนธรรม Third Place และเชนกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก

40,990 สาขาจำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก
Starbucks (สตาร์บัคส์) — 10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:behance.net

Starbucks ก่อตั้งขึ้นในปี 1971 ณ เมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวัฒนธรรมกาแฟสากลด้วยการวางตำแหน่งร้านให้เป็นพื้นที่ที่สาม (Third Place) นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน ซึ่งมอบทั้งความสะดวกสบาย คุณภาพเครื่องดื่มที่สม่ำเสมอ และบริการที่ใส่ใจ

สิ่งที่ทำให้แบรนด์สามารถรั้งตำแหน่งผู้นำสูงสุดของโลกไว้ได้อย่างต่อเนื่อง คือพอร์ตโฟลิโอสาขาที่ครอบคลุมหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ร้านขนาดใหญ่ระดับ Reserve Roastery ไปจนถึงร้านประเภทไดรฟ์ทรูและสาขาย่อยตามสนามบินทั่วโลก พร้อมระบบลอยัลตีโปรแกรมที่มีฐานสมาชิกเหนียวแน่นที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

ในแง่ของการดำเนินธุรกิจ Starbucks ใช้โครงสร้างแบบผสมผสานระหว่างสาขาที่บริษัทลงทุนเองและสาขาที่ให้สิทธิ์ดำเนินการ (Licensed Stores) ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและทำให้แบรนด์สามารถเจาะตลาดที่มีความซับซ้อนสูงในแต่ละทวีปได้อย่างมีเสถียรภาพยาวนาน

จำนวนสาขาทั่วโลก
40,990 สาขา
ประเทศต้นกำเนิด
สหรัฐอเมริกา
โมเดลธุรกิจหลัก
ร้านเปิดให้นั่ง (Dine-in) และไดรฟ์ทรู

ข้อมูลใช้งานจริง

รูปแบบบริการเด่น
นั่งดื่มในร้าน, ไดรฟ์ทรู, สั่งล่วงหน้าผ่านแอป
เมนูเอกลักษณ์
แฟรปปูชิโน่ (Frappuccino), คาราเมล มัคคิอาโต
  • เชนร้านกาแฟที่มีมูลค่าแบรนด์และเครือข่ายครอบคลุมมากที่สุดในโลก
  • สัดส่วนสาขาแบ่งเป็นสาขาของบริษัท 21,514 แห่ง และแฟรนไชส์ 19,476 แห่ง
  • ระบบสมาชิกดิจิทัลมีส่วนสร้างยอดขายหมุนเวียนหลักอย่างต่อเนื่อง

จุดเด่น

  • บรรยากาศร้านเอื้อต่อการทำงานและการพบปะสังสรรค์
  • คุณภาพวัตถุดิบและมาตรฐานบริการสม่ำเสมอในทุกประเทศ

ข้อควรรู้

  • ระดับราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเชนกาแฟทั่วไปในตลาด
  • เผชิญการแข่งขันด้านราคาอย่างหนักในตลาดเอเชีย

สรุปสั้นๆ

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ทำงาน นัดหมายคุยธุรกิจ หรือชื่นชอบการปรับแต่งเมนูกาแฟตามความต้องการเฉพาะบุคคล

สรุปผลทั้ง 10 อันดับ

จำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก

ที่มา: รายงานประจำปีบริษัทจดทะเบียน, ผลประกอบการ Q2 2026 และฐานข้อมูล DMR Analytics · ข้อมูล ณ มิถุนายน–สิงหาคม 2569

เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ

อันดับรายการจำนวนสาขาทั่วโลกประเทศต้นกำเนิดโมเดลธุรกิจหลัก
1Starbucks (สตาร์บัคส์)40,990 สาขาสหรัฐอเมริการ้านเปิดให้นั่ง (Dine-in) และไดรฟ์ทรู
2Luckin Coffee (ลัคอิน คอฟฟี่)36,310 สาขาจีนร้านรับสินค้าด่วนและเดลิเวอรี (Pick-up & Delivery)
3Cotti Coffee (คอตติ คอฟฟี่)18,000+ สาขาจีนแฟรนไชส์ขนาดกะทัดรัด (Express & Kiosk)
4Dunkin' (ดังกิ้น)14,200+ สาขาสหรัฐอเมริการ้านบริการด่วน (Quick-Service Restaurant & Drive-thru)
5Nowwa Coffee (นัววา คอฟฟี่)10,000+ สาขาจีนร้านสแตนด์ร่วมในร้านสะดวกซื้อ (Shop-in-Shop & Kiosk)
6Lucky Coffee (ซิ่งยวิ่นคา)10,000+ สาขาจีนแฟรนไชส์ราคามหาชน (Mass-market Franchising)
7Tim Hortons (ทิม ฮอร์ตันส์)6,043 สาขาแคนาดาคาเฟ่บริการด่วนและไดรฟ์ทรู (Quick-Service Cafe)
8Café Amazon (คาเฟ่ อเมซอน)5,000+ สาขาไทยร้านกาแฟบรรยากาศธรรมชาติ (Green Oasis Cafe)
9Costa Coffee (คอสต้า คอฟฟี่)~4,000 สาขาสหราชอาณาจักรร้านกาแฟดั้งเดิมสไตล์บาริสต้า (Traditional Barista Cafe)
10Dutch Bros Coffee (ดัตช์ บรอส)1,225 สาขาสหรัฐอเมริกาไดรฟ์ทรูเครื่องดื่มความเร็วสูง (Drive-Thru Only Kiosk)

เลือกแบบไหนดี?

สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร

บทสรุป

ภูมิทัศน์ของธุรกิจเชนร้านกาแฟระดับโลกในปี 2026 ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่าตลาดไม่ได้ถูกผูกขาดด้วยวัฒนธรรมการดื่มแบบตะวันตกอีกต่อไป การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ Luckin Coffee, Cotti Coffee รวมถึงแบรนด์หัวหอกอย่าง Café Amazon ของไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นเทคโนโลยี ความรวดเร็ว และระดับราคาที่จับต้องได้ง่าย คือกุญแจสำคัญในการขยายสาขาสู่ระดับหมื่นแห่ง และในอนาคตอันใกล้ สงครามน่านน้ำกาแฟจะยิ่งดุเดือดขึ้นเมื่อทุกแบรนด์ต่างเร่งขยายพรมแดนออกสู่เวทีสากลอย่างต่อเนื่อง

อ่านเพิ่มในหัวข้ออาหารและคาเฟ่19การสร้างแบรนด์12เศรษฐกิจโลก9

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. 1.wikipedia.org
  2. 2.expandedramblings.com
  3. 3.gcs-web.com
  4. 4.wikipedia.org
  5. 5.daoinsights.com
  6. 6.dailycoffeenews.com
  7. 7.wikipedia.org
  8. 8.thestreet.com
  9. 9.scrapehero.com
  10. 10.restaurantdive.com
  11. 11.kr-asia.com
  12. 12.daxueconsulting.com
  13. 13.dealroom.co
  14. 14.marketingtochina.com
  15. 15.36kr.com
  16. 16.moomoo.com
  17. 17.wikipedia.org
  18. 18.expandedramblings.com
  19. 19.wikipedia.org
  20. 20.seasia.co
  21. 21.qsrmedia.asia
  22. 22.gcrmag.com
  23. 23.gcrmag.com
  24. 24.qsrmedia.com
  25. 25.foodbusinessmea.com
  26. 26.theguardian.com
  27. 27.uk.com
  28. 28.dutchbros.com
  29. 29.sec.gov
  30. 30.theguardian.com
  31. 31.tchibo.com
  32. 32.tchibo.com

คำถามที่พบบ่อย

ปัจจุบันแบรนด์เชนร้านกาแฟไหนมีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก?

Starbucks ยังคงครองตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกด้วยจำนวนสาขากว่า 40,990 แห่งทั่วโลก โดยมี Luckin Coffee จากประเทศจีนตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยจำนวนสาขากว่า 36,310 แห่ง และกำลังลดช่องว่างลงอย่างรวดเร็ว

ทำไมแบรนด์กาแฟจีนอย่าง Luckin Coffee และ Cotti Coffee ถึงขยายสาขาได้เร็วนับหมื่นแห่ง?

แบรนด์เหล่านี้ใช้โมเดลร้านขนาดเล็ก (Pick-up Kiosks) และระบบสั่งผ่านแอป 100% ทำให้ใช้เงินลงทุนต่อสาขาต่ำมาก ผสานกับระบบแฟรนไชส์และซัพพลายเชนอัตโนมัติ จึงสามารถเปิดสาขาใหม่ได้หลายพันแห่งต่อปี

เชนร้านกาแฟจากประเทศไทยติดอันดับโลกด้วยหรือไม่?

Café Amazon ของไทยติดอันดับ 8 ของโลก ด้วยจำนวนสาขามากกว่า 5,000 แห่ง โดยมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศไทยและขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียกว่า 10 ประเทศ

ทำไมร้านอย่าง McCafé หรือ K-Coffee ถึงไม่ถูกจัดอันดับในกลุ่มนี้?

เนื่องจาก McCafé และ K-Coffee ดำเนินงานในฐานะส่วนหนึ่งของร้านฟาสต์ฟู้ด (QSR) อย่าง McDonald's และ KFC เกณฑ์การประเมินตามมาตรฐานสากลจึงจัดให้ทั้งคู่ไม่ใช่เชนร้านกาแฟเฉพาะทางหรือร้านเดี่ยวแบบสแตนด์อะโลน ส่งผลให้ไม่ถูกนำมารวมไว้ในการจัดอันดับนี้

10 คาเฟ่มัทฉะสเปเชียลตี้นำเข้าเกรดพิธีชงชา ย่านทองหล่อ-เอกมัย ยอดนิยมปี 2569
แนะนำ 10 เรื่อง

อาหารและคาเฟ่1 วิว

10 คาเฟ่มัทฉะสเปเชียลตี้นำเข้าเกรดพิธีชงชา ย่านทองหล่อ-เอกมัย ยอดนิยมปี 2569

คัดสรร 10 คาเฟ่มัทฉะสเปเชียลตี้ระดับพรีเมียมย่านทองหล่อ-เอกมัย ที่นำเข้าผงชาเขียวเกรดพิธีชงชาส่งตรงจากญี่ปุ่น พร้อมมอบมิติรสชาติและประสบการณ์ชาแท้สำหรับผู้หลงใหลศาสตร์ชาเขียว

ในบทความ: 7SUNS (สาขา theCOMMONS Thonglor) · ChaEn Tea Experience (สุขุมวิท 57) · Tealily Cafe (เอกมัย 12)

10 คาเฟ่และร้านบรันช์บรรยากาศดี ย่านสาทร-สีลม ยอดนิยมปี 2569 ปักหมุดมุมถ่ายรูปสวยและเมนู All-Day Dining แสนอร่อย
แนะนำ 10 เรื่อง

อาหารและคาเฟ่0 วิว

10 คาเฟ่และร้านบรันช์บรรยากาศดี ย่านสาทร-สีลม ยอดนิยมปี 2569 ปักหมุดมุมถ่ายรูปสวยและเมนู All-Day Dining แสนอร่อย

รวมพิกัด 10 คาเฟ่และร้านบรันช์ดีไซน์สวยย่านสาทร-สีลม ประจำปี 2569 โดดเด่นด้วยอาหาร All-Day Dining คุณภาพ พักผ่อนหลบความวุ่นวายใจกลางเมืองได้อย่างลงตัว

ในบทความ: Fran’s – Brunch & Greens · Luka Bangkok · Rocket Coffeebar

10 อันดับประเทศผู้ส่งออกชาแห้งรายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
จัดอันดับ 10 → 1

อาหารและคาเฟ่0 วิว

10 อันดับประเทศผู้ส่งออกชาแห้งรายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026

เจาะลึก 10 ประเทศมหาอำนาจผู้ขับเคลื่อนตลาดชาโลก ทั้งชาดำ ซีลอน และกระแสมัทฉะฟีเวอร์ พร้อมสถิติมูลค่าส่งออกล่าสุด

ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

เสียงจากผู้อ่าน

อยากให้เราจัดอันดับอะไร?

บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน