10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ส่องสมรภูมิคาเฟ่ระดับโลกปี 2026 เมื่อแบรนด์กาแฟจีนทะยานก้าวขึ้นมาท้าชิงบัลลังก์เจ้าตลาดเดิมอย่างดุเดือด พร้อมอันดับเชนกาแฟไทยที่ติดทำเนียบท็อป 10
จัดอันดับตาม จำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก· ที่มา รายงานประจำปีบริษัทจดทะเบียน, ผลประกอบการ Q2 2026 และฐานข้อมูล DMR Analytics· ข้อมูล ณ มิถุนายน–สิงหาคม 2569

ตลาดกาแฟทั่วโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อพฤติกรรมการดื่มกาแฟในชีวิตประจำวันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนั่งละเลียดบรรยากาศในร้านสไตล์ Third Place อีกต่อไป แต่ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ความสะดวก ความรวดเร็วในการรับสินค้าผ่านระบบดิจิทัล และความคุ้มค่าของราคา กลายเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจคาเฟ่อย่างก้าวกระโดด
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มทุนกาแฟจากทวีปเอเชีย โดยเฉพาะแบรนด์สัญชาติจีน ใช้โมเดลร้านขนาดกะทัดรัดที่เน้นการสั่งผ่านแอปพลิเคชันและการจัดส่งความเร็วสูง เร่งสปีดขยายสาขานับหมื่นแห่งในเวลาเพียงไม่กี่ปี พลิกโฉมภูมิทัศน์ที่เดิมเคยถูกครอบครองโดยกลุ่มเชนยักษ์ใหญ่จากฝั่งตะวันตกมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษอย่างสิ้นเชิง
บทความนี้ TNPrank ได้รวบรวมตัวเลขและสถิติจำนวนสาขาล่าสุดที่มีการรายงานอย่างเป็นทางการรอบปี 2568–2569 ของแบรนด์เชนร้านกาแฟสากลทั่วโลก เพื่อพาผู้อ่านไปสำรวจว่าใครคือผู้กุมเครือข่ายหน้าร้านที่กว้างขวางที่สุด พร้อมเจาะลึกโมเดลธุรกิจที่ทำให้แต่ละแบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการในปัจจุบัน
วัดผลอย่างไร
การจัดอันดับอ้างอิงจากตัวเลข 'จำนวนสาขาหน้าร้านที่เปิดให้บริการจริงทั่วโลก' (รวมทั้งสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของเองและสาขาแฟรนไชส์/ได้รับใบอนุญาต) โดยใช้ข้อมูลจากรายงานทางการเงินประจำปี แบบแสดงรายการข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ (SEC Filings / Form 10-K) และการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของแต่ละบริษัทรอบปี 2568–2569 (ค.ศ. 2025–2026) โดยไม่นับรวมเคาน์เตอร์กาแฟที่แฝงอยู่ในร้านอาหารจานด่วนประเภทอื่น
นับถอยหลัง 10 อันดับ
ดาวรุ่งไดรฟ์ทรูสหรัฐฯ
Dutch Bros Coffee (ดัตช์ บรอส)
เชนไดรฟ์ทรูพลังบวกจากฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ขวัญใจคนรุ่นใหม่

Dutch Bros Coffee ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 ในรัฐออริกอน สหรัฐอเมริกา โดยสองพี่น้องตระกูลบัวร์สมา (Dane และ Travis Boersma) ซึ่งเริ่มต้นจากธุรกิจรถเข็นขายกาแฟเอสเปรสโซเล็กๆ ก่อนจะพัฒนาสู่เชนร้านกาแฟแบบไดรฟ์ทรูที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้อย่างมั่นคง
สิ่งที่ทำให้ Dutch Bros แตกต่างจากเชนกาแฟดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง คือวัฒนธรรมการบริการที่เน้นพลังบวกและความมีชีวิตชีวาของพนักงานที่เรียกว่า 'Broistas' ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างบทสนทนา รอยยิ้ม และความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับลูกค้า ควบคู่ไปกับเมนูเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ ทั้งกาแฟรสชาติเข้มข้น ชา เครื่องดื่มชูกำลัง Blue Rebel และเมนูผสมพิเศษที่ลูกค้าสามารถปรับแต่งรสชาติและสีสันได้อย่างอิสระ
ในด้านการดำเนินงาน แบรนด์ใช้โมเดลร้านขนาดกะทัดรัดที่มุ่งเน้นบริการแบบไดรฟ์ทรูเป็นหลัก ทำให้สามารถลดพื้นที่ใช้สอย บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และคืนทุนได้ไว จนปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการแล้วถึง 1,225 สาขา ครอบคลุม 25 มลรัฐในสหรัฐอเมริกา นับเป็นกรณีศึกษาชั้นยอดในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ผ่านวัฒนธรรมองค์กรและการบริการที่สร้างความประทับใจ
- จำนวนสาขาทั่วโลก
- 1,225 สาขา
- ประเทศต้นกำเนิด
- สหรัฐอเมริกา
- โมเดลธุรกิจหลัก
- ไดรฟ์ทรูเครื่องดื่มความเร็วสูง (Drive-Thru Only Kiosk)
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบบริการเด่น
- ขับรถผ่านช่องไดรฟ์ทรู (Drive-thru), สั่งเดินรับหน้าร้าน
- เมนูเอกลักษณ์
- โกลเดน อีเกิล (Golden Eagle), บลู เรเบล เอนเนอร์จี
- เชนไดรฟ์ทรูเครื่องดื่มที่เติบโตอย่างร้อนแรงที่สุดในสหรัฐอเมริกา
- มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นผ่านวัฒนธรรมการบริการแบบเป็นมิตรสูง
- เมนูเครื่องดื่มผสมสารกระตุ้นพลังงาน Rebel Energy Drink เป็นเอกลักษณ์
จุดเด่น
- บริการสะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องลงจากรถ
- มีเมนูเครื่องดื่มรสหวานมันและครีเอทีฟให้เลือกหลากหลายมาก
ข้อควรรู้
- สาขาทั้งหมดยังคงจำกัดอยู่เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
- แทบไม่มีพื้นที่ให้นั่งดื่มในร้าน เน้นการขับรถซื้อผ่านช่องไดรฟ์ทรู
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสะดวกรวดเร็วของการซื้อกาแฟในรถ และต้องการเครื่องดื่มรสหวานมันเติมพลังระหว่างเดินทาง
เบอร์หนึ่งแห่งเกาะอังกฤษ
Costa Coffee (คอสต้า คอฟฟี่)
ต้นตำรับกาแฟสไตล์ลอนดอนกับสูตรเบลนด์ระดับตำนานแห่งสหราชอาณาจักร

Costa Coffee ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงลอนดอน ในปี 1971 โดยสองพี่น้องชาวอิตาลี เซอร์จิโอ และ บรูโน คอสตา ที่หลงใหลในศิลปะการชงกาแฟเอสเปรสโซสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิม จนกระทั่งแบรนด์เติบโตสู่เชนร้านกาแฟอันดับหนึ่งของสหราชอาณาจักร และได้รับการเข้าซื้อกิจการโดย The Coca-Cola Company เพื่อเสริมทัพพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มระดับโลก
จุดเด่นอันเป็นหัวใจของ Costa Coffee คือการควบคุมคุณภาพของเมล็ดกาแฟซิกเนเจอร์เบลนด์ 'Mocha Italia' ซึ่งใช้กรรมวิธีการคั่วช้าแบบดั้งเดิมเพื่อให้ได้น้ำมันหอมระเหยและรสชาติกาแฟที่นุ่มละมุน ผสานกับมาตรฐานการฝึกอบรมบาริสต้าอย่างเข้มข้น ทำให้กาแฟทุกแก้วที่เสิร์ฟหน้าร้านมีมาตรฐานคงที่ มอบประสบการณ์คาเฟ่สไตล์ยุโรปสมัยใหม่ที่ผ่อนคลายและมีระดับ
ปัจจุบันแบรนด์มีเครือข่ายหน้าร้านสาขาให้บริการประมาณ 4,000 แห่งทั่วโลก โดยมีฐานหลักอยู่ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ราว 2,700–2,800 สาขา ควบคู่กับการขยายสู่ยุโรปและตะวันออกกลาง (ไม่นับรวมตู้จำหน่ายกาแฟอัตโนมัติ Costa Express) สะท้อนถึงโมเดลธุรกิจที่รักษามาตรฐานงานฝีมือของบาริสต้า ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการร้านสาขาในระดับสากลได้อย่างสมดุล
- จำนวนสาขาทั่วโลก
- ~4,000 สาขา
- ประเทศต้นกำเนิด
- สหราชอาณาจักร
- โมเดลธุรกิจหลัก
- ร้านกาแฟดั้งเดิมสไตล์บาริสต้า (Traditional Barista Cafe)
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบบริการเด่น
- นั่งดื่มในร้าน, ซื้อกลับบ้าน, ตู้กดกาแฟด่วน
- เมนูเอกลักษณ์
- แฟลตไวต์ (Flat White), มอคค่า อิตาเลีย เอสเปรสโซ
- เชนร้านกาแฟอันดับ 1 ของสหราชอาณาจักรที่มีหน้าร้านกว่า 2,800 แห่งในบ้านเกิด
- อยู่ในเครือของ The Coca-Cola Company ซึ่งช่วยหนุนการกระจายสินค้าทั่วโลก
- ใช้เมล็ดกาแฟสูตรตำนาน Mocha Italia ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล
จุดเด่น
- มาตรฐานการสตรีมนมและการชงกาแฟเอสเปรสโซสไตล์ยุโรปนุ่มนวล
- บรรยากาศภายในร้านสงบ เหมาะกับการพักผ่อนและอ่านหนังสือ
ข้อควรรู้
- อัตราการเปิดสาขาใหม่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเชนกาแฟดิจิทัลในเอเชีย
- สาขาส่วนใหญ่เน้นอยู่ในทวีปยุโรปและตะวันออกกลางเป็นหลัก
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟรสนุ่มละมุนตามแบบฉบับยุโรป พร้อมบาริสต้าชงสดแก้วต่อแก้วในบรรยากาศผ่อนคลาย
ความภูมิใจของแบรนด์ไทย
Café Amazon (คาเฟ่ อเมซอน)
โอเอซิสกาแฟรสเข้มข้นสัญชาติไทยที่ก้าวไกลสู่ระดับสากล

Café Amazon ถือกำเนิดขึ้นในปี 2545 (ค.ศ. 2002) ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR โดยเริ่มต้นจากแนวคิดในการสร้างจุดแวะพักเติมความสดชื่นและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ภายในสถานีบริการน้ำมัน ก่อนจะเติบโตจนกลายเป็นความภาคภูมิใจของแบรนด์ไทยบนเวทีโลก
สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างเด่นชัดคือแนวคิดการตกแต่งร้านแบบ 'Oasis of Relax' ที่เน้นพื้นที่สีเขียว ร่มรื่น และใกล้ชิดธรรมชาติ ผสานกับสูตรกาแฟรสชาติเข้มข้น หวานมัน กลมกล่อม ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ถูกปากผู้บริโภคชาวไทยและชาวเอเชียโดยเฉพาะ พร้อมด้วยราคาที่จับต้องได้ง่าย ทำให้สามารถตอบโจทย์การบริโภคในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
ความสำเร็จของ Café Amazon ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในปั๊มน้ำมัน แต่ยังรุกคืบเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และย่านที่อยู่อาศัย จนปัจจุบันมีสาขารวมมากกว่า 5,000 แห่ง โดยแบ่งเป็นสาขาในประเทศไทย 4,879 สาขา และขยายเครือข่ายไปยังต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว เวียดนาม ญี่ปุ่น และโอมาน ซึ่งเป็นตัวอย่างสำคัญของโมเดลค้าปลีกที่ต่อยอดจุดแข็งด้านทำเลจนก้าวสู่ระดับสากล
- จำนวนสาขาทั่วโลก
- 5,000+ สาขา
- ประเทศต้นกำเนิด
- ไทย
- โมเดลธุรกิจหลัก
- ร้านกาแฟบรรยากาศธรรมชาติ (Green Oasis Cafe)
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบบริการเด่น
- นั่งดื่มในสวนหย่อม, สั่งกลับบ้าน, บริการไดรฟ์ทรู
- เมนูเอกลักษณ์
- อเมซอนเอ็กซ์ตร้าเย็น, แบล็คคอฟฟี่น้ำผึ้งมะนาว
- เชนร้านกาแฟหนึ่งเดียวจากประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ติดท็อป 10 โลก
- มีจำนวนสาขามากกว่า 5,000 แห่ง ครอบคลุม 11 ประเทศ
- เชี่ยวชาญการเปิดร้านในสถานีบริการน้ำมันและศูนย์การค้าชุมชน
จุดเด่น
- ทำเลสะดวกสบาย มีที่จอดรถรองรับเกือบทุกสาขา
- รสชาติกาแฟเข้มข้น ให้ปริมาณคุ้มค่าคุ้มราคา
ข้อควรรู้
- รสชาติพื้นฐานค่อนข้างเข้มและหวานนำ หากไม่ชอบต้องระบุระดับความหวานให้ชัดเจน
- สาขาปั๊มน้ำมันในช่วงวันหยุดเทศกาลมักมีลูกค้ารอคิวหนาแน่น
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้เดินทาง นักท่องเที่ยวที่แวะพักรถ และคอกาแฟที่ต้องการความเข้มตาสว่างในราคาจับต้องได้
ตำนานกาแฟแห่งแคนาดา
Tim Hortons (ทิม ฮอร์ตันส์)
แบรนด์กาแฟและเบเกอรีระดับไอคอนิกขวัญใจชาวแคนาดาและทั่วโลก

Tim Hortons ก่อตั้งขึ้นในปี 1964 ในประเทศแคนาดา โดยอดีตตำนานนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง ทิม ฮอร์ตัน เริ่มต้นจากการเป็นร้านกาแฟและเบเกอรีท้องถิ่น ก่อนจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมประจำชาติของแคนาดา และก้าวสู่เวทีระดับโลกภายใต้การบริหารของ Restaurant Brands International (RBI)
เอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือนของแบรนด์คือการนำเสนอเมนูกาแฟคั่วบดสูตรดั้งเดิมควบคู่ไปกับของหวานเลื่องชื่ออย่าง 'ทิมบิตส์' (Timbits) หรือโดนัทลูกกลมขนาดพอดีคำ รวมถึงเมนูแซนด์วิชและอาหารเช้าปรุงสดใหม่ บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบให้เรียบง่าย อบอุ่น เป็นกันเอง และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชน ทำให้ลูกค้าสามารถแวะเวียนเข้ามาได้ตลอดทั้งวันในฐานะจุดนัดพบของครอบครัว
ปัจจุบัน Tim Hortons เดินหน้าขยายอาณาจักรจนมีสาขาทั่วโลกรวม 6,043 แห่ง โดยมีฐานที่มั่นหลักอยู่ในประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกาจำนวน 4,586 สาขา ขณะเดียวกันยังคงขยายตลาดใหม่อย่างต่อเนื่องในสหราชอาณาจักร เอเชีย และตะวันออกกลาง ถือเป็นแบบจำลองธุรกิจร้านกาแฟคอมมูนิตี้ที่ประสบความสำเร็จในการผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการขยายสาขาระดับนานาชาติ
- จำนวนสาขาทั่วโลก
- 6,043 สาขา
- ประเทศต้นกำเนิด
- แคนาดา
- โมเดลธุรกิจหลัก
- คาเฟ่บริการด่วนและไดรฟ์ทรู (Quick-Service Cafe)
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบบริการเด่น
- นั่งทานในร้าน, ไดรฟ์ทรู, สั่งผ่านแอปพลิเคชัน
- เมนูเอกลักษณ์
- ดับเบิล-ดับเบิล คอฟฟี่ และ ทิมบิตส์ (Timbits)
- แบรนด์ระดับตำนานของแคนาดาที่มีสาขาทั่วโลกกว่า 6,043 แห่ง
- มีเมนูกาแฟดับเบิล-ดับเบิล (Double-Double) ที่เป็นวัฒนธรรมการดื่มเฉพาะตัว
- เติบโตอย่างมั่นคงในตลาดเอเชียและตะวันออกกลาง
จุดเด่น
- เมนูเบเกอรีและอาหารเช้ามีให้เลือกหลากหลายและอบสดใหม่
- บรรยากาศร้านมีความเป็นกันเอง อบอุ่น เหมาะกับทุกครอบครัว
ข้อควรรู้
- รสชาติกาแฟสูตรดั้งเดิมเน้นความนุ่มเบา อาจไม่เข้มข้นเท่ากาแฟสไตล์อิตาเลียน
- สาขาต่างประเทศอาจมีรายการเบเกอรีบางอย่างไม่ครบถ้วนเท่าในแคนาดา
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทานกาแฟรสชาตินุ่มนวลคู่กับโดนัทหรือแซนด์วิชร้อนในบรรยากาศสบายๆ
ราคามหาชนคุ้มค่าที่สุด
Lucky Coffee (ซิ่งยวิ่นคา)
เชนกาแฟราคามหาชนเครือมี่เสวี่ย ผู้ทลายกำแพงราคากาแฟสดทั่วเอเชีย

Lucky Coffee (幸运咖) ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ในฐานะแบรนด์กาแฟภายใต้ร่มเงาของ Mixue Group (มี่เสวี่ย) ยักษ์ใหญ่ผู้ครองตลาดไอศกรีมและชาผลไม้มหาชนของเอเชีย โดยมีเป้าหมายในการนำเอาสูตรความสำเร็จด้านการจัดการต้นทุนและการบริหารห่วงโซ่อุปทานระดับมหึมา มาปฏิวัติวงการกาแฟสดให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ทุกคนเข้าถึงได้
ความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของ Lucky Coffee คือกลยุทธ์การตั้งราคาแบบ 'คุ้มค่าอย่างที่สุด' โดยจำหน่ายกาแฟสดในราคาเฉลี่ยเพียงแก้วละประมาณ 5-10 หยวน (ประมาณ 25-50 บาท) ซึ่งต่ำกว่าเชนกาแฟมาตรฐานทั่วไปอย่างมาก ทำให้แบรนด์สามารถบุกเจาะตลาดเมืองระดับรอง (Lower-tier cities) ย่านสถานศึกษา และแหล่งชุมชนชานเมืองได้อย่างไร้คู่แข่ง
เบื้องหลังการเติบโตจนทะยานผ่านหลักมากกว่า 10,000 สาขา คือการพึ่งพาโรงงานผลิตวัตถุดิบและระบบโลจิสติกส์อันทรงพลังของเครือ Mixue ทำให้ควบคุมต้นทุนเมล็ดกาแฟและอุปกรณ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้แฟรนไชส์ซีมีโอกาสทำกำไรได้ดี และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยขยายฐานวัฒนธรรมการดื่มกาแฟสดให้กระจายตัวลึกสู่ระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง
- จำนวนสาขาทั่วโลก
- 10,000+ สาขา
- ประเทศต้นกำเนิด
- จีน
- โมเดลธุรกิจหลัก
- แฟรนไชส์ราคามหาชน (Mass-market Franchising)
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบบริการเด่น
- สั่งหน้าร้าน, รับกลับบ้านทันที
- เมนูเอกลักษณ์
- อเมริกาโนเย็นแก้วใหญ่, กาแฟไอศกรีมโฟลต
- แบรนด์ในเครือ Mixue Group ซึ่งมีระบบซัพพลายเชนวัตถุดิบที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- ขยายสาขาทะลุ 10,000 แห่ง โดยเน้นเมืองระดับรองและมหาวิทยาลัย
- ระดับราคากาแฟสดถูกที่สุดในบรรดาเชนกาแฟระดับสากล
จุดเด่น
- ราคาถูกเป็นพิเศษ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ทุกวัน
- คุณภาพกาแฟได้มาตรฐานสม่ำเสมอเกินราคา
ข้อควรรู้
- เมล็ดกาแฟเน้นการคั่วระดับเข้มเพื่อความสม่ำเสมอของราคา ไม่เน้นเมล็ดพิเศษซับซ้อน
- บรรยากาศร้านเน้นความเรียบง่ายและรับสินค้ากลับบ้านเป็นหลัก
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการดื่มกาแฟสดเป็นประจำทุกวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณ
เจ้าแห่งโมเดล Shop-in-Shop
Nowwa Coffee (นัววา คอฟฟี่)
แบรนด์กาแฟหัวคิดใหม่ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีก

Nowwa Coffee ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยวางตำแหน่งทางการตลาดอย่างชัดเจนในการเป็นแบรนด์กาแฟของคนรุ่นใหม่ วัยเริ่มทำงาน และพนักงานออฟฟิศในเมืองใหญ่ ที่มองหากาแฟคุณภาพดี ภาพลักษณ์ทันสมัย โดดเด่นสะดุดตา และมีความคุ้มค่าต่อราคาในชีวิตประจำวัน
ความโดดเด่นที่ทำให้ Nowwa Coffee เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนก้าวสู่ระดับแถวหน้า คือการเลือกใช้โมเดลธุรกิจแบบ 'Shop-in-Shop' โดยเข้าไปจับมือเปิดเคาน์เตอร์จำหน่ายร่วมกับร้านสะดวกซื้อและร้านค้าปลีกท้องถิ่น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80-90% ของสาขาทั้งหมด โมเดลนี้ช่วยขจัดต้นทุนค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์และค่าตกแต่งร้านขนาดใหญ่ ทำให้แบรนด์สามารถขยายจุดขายได้อย่างคล่องตัวและแทรกซึมเข้าสู่ชุมชนได้อย่างรวดเร็ว
ในมิติของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แบรนด์ตอบรับกระแสสุขภาพด้วยการชูเมนูกาแฟแคลอรีต่ำและกาแฟผสมผลไม้สด ซึ่งดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคหญิงวัยทำงานในเขตเมืองได้อย่างตรงจุด ส่งผลให้แบรนด์สามารถขยายเครือข่ายแตะหลักมากกว่า 10,000 สาขา กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ค้าปลีกเดิมเพื่อขยายสเกลธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
- จำนวนสาขาทั่วโลก
- 10,000+ สาขา
- ประเทศต้นกำเนิด
- จีน
- โมเดลธุรกิจหลัก
- ร้านสแตนด์ร่วมในร้านสะดวกซื้อ (Shop-in-Shop & Kiosk)
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบบริการเด่น
- ซื้อร่วมกับของใช้ในร้านสะดวกซื้อ, แอปส่งด่วน
- เมนูเอกลักษณ์
- กาแฟผลไม้สดแคลอรีต่ำ (Low-Cal Fruit Coffee)
- มีเครือข่ายทะลุ 10,000 จุดบริการทั่วประเทศจีน
- โมเดล Shop-in-Shop ช่วยให้คืนทุนได้เร็วและขยายเครือข่ายได้แบบก้าวกระโดด
- เน้นจุดขายกาแฟสุขภาพและผสมน้ำผลไม้แท้แคลอรีต่ำ
จุดเด่น
- จุดจำหน่ายแทรกซึมอยู่ทุกมุมตึกและร้านสะดวกซื้อ
- เมนูมีนวัตกรรมรสชาติแปลกใหม่และเน้นดูแลสุขภาพ
ข้อควรรู้
- สาขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศจีนเป็นหลัก ตลาดสากลยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น
- ขนาดร้านค่อนข้างเล็กมาก จึงไม่มีพื้นที่นั่งรับประทาน
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่มองหากาแฟรสชาติสดชื่น ดื่มง่ายระหว่างวัน และหาซื้อได้สะดวกรวดเร็วตามร้านสะดวกซื้อ
ไอคอนกาแฟเช้าอเมริกัน
Dunkin' (ดังกิ้น)
ยักษ์ใหญ่กาแฟบริการด่วนที่ขับเคลื่อนช่วงเวลาเร่งด่วนของผู้คนทั่วโลก

Dunkin' ถือกำเนิดขึ้นในปี 1950 ณ เมืองควินซี รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา จากจุดเริ่มต้นในฐานะร้านโดนัทและกาแฟริมทาง ก่อนจะผ่านการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ภายใต้การบริหารของ Inspire Brands เพื่อมุ่งเน้นการเป็นเชนเครื่องดื่มกาแฟยามเช้าและอาหารจานด่วนที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตอันเร่งรีบของผู้คนทั่วโลก
จุดแข็งที่ทำให้ Dunkin' แตกต่างจากร้านกาแฟแบบสเปเชียลตี้ คือการวางตำแหน่งเป็นร้านกาแฟที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และไม่มีพิธีรีตอง โดยให้ความสำคัญกับกาแฟเป็นหัวใจหลัก มีเมนูครอบคลุมตั้งแต่กาแฟดริปแบบดั้งเดิม กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) ไปจนถึงเครื่องดื่มเอสเปรสโซ ซึ่งจับคู่เสิร์ฟพร้อมโดนัทและเบเกอรีอาหารเช้าได้อย่างรวดเร็วในราคาสบายกระเป๋า
ปัจจุบันแบรนด์ขยายการเติบโตผ่านโมเดลแฟรนไชส์ที่แข็งแกร่ง จนมีหน้าร้านมากกว่า 14,200 แห่ง ในเกือบ 40 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่มีสาขาทะลุ 10,100 แห่ง ทำให้แบรนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของชาวอเมริกัน และเป็นตัวอย่างชั้นยอดของการปรับโครงสร้างแบรนด์ดั้งเดิมให้ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน
- จำนวนสาขาทั่วโลก
- 14,200+ สาขา
- ประเทศต้นกำเนิด
- สหรัฐอเมริกา
- โมเดลธุรกิจหลัก
- ร้านบริการด่วน (Quick-Service Restaurant & Drive-thru)
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบบริการเด่น
- ไดรฟ์ทรู, หน้าร้านแบบด่วน, สั่งล่วงหน้าผ่านแอป
- เมนูเอกลักษณ์
- ออริจินัล เบลนด์ ไอซ์คอฟฟี่ (Original Blend Iced Coffee)
- มีสาขาครอบคลุมเกือบ 40 ประเทศทั่วโลก
- เครือข่ายหน้าร้านในสหรัฐอเมริกาหนาแน่นกว่า 10,100 แห่ง
- แข็งแกร่งด้วยการจับคู่เครื่องดื่มกาแฟพร้อมเมนูอาหารเช้าและเบเกอรี
จุดเด่น
- มีเมนูอาหารเช้าและของว่างให้เลือกจับคู่ครบครัน
- บริการรวดเร็วและมีสาขาไดรฟ์ทรูหนาแน่นตามเส้นทางหลัก
ข้อควรรู้
- กาแฟเน้นสไตล์คอมเมอร์เชียลที่รสชาติคุ้นเคย ไม่ได้เน้นกาแฟพิเศษเฉพาะกลุ่ม
- บางสาขาในต่างประเทศยังเน้นสัดส่วนของหวานมากกว่าเครื่องดื่มกาแฟ
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกาแฟแก้วใหญ่พร้อมมื้อเช้าที่สะดวกรวดเร็วสำหรับการเดินทางหรือเริ่มต้นวันใหม่
ขยายสาขาแรงที่สุด
Cotti Coffee (คอตติ คอฟฟี่)
ผู้ท้าชิงเบอร์แรงที่ขยายสาขาเร็วระดับปรากฏการณ์ใน 28 ประเทศ

Cotti Coffee ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 โดยทีมผู้ก่อตั้งดั้งเดิมของ Luckin Coffee ซึ่งนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสมรภูมิกาแฟดิจิทัลมาต่อยอดสร้างแบรนด์ใหม่ พร้อมตั้งเป้าหมายเร่งขยายสาขาให้เร็วที่สุดในโลกเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดในระดับมหาชน ผ่านการดำเนินกลยุทธ์ราคาที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรต่อกระเป๋าผู้บริโภคทุกกลุ่ม
สิ่งที่สร้างความแตกต่างและผลักดันให้แบรนด์ก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของโลกในเวลาอันสั้น คือโมเดลธุรกิจที่เน้นการจับมือกับพันธมิตรผู้ประกอบการรายย่อยผ่านระบบแฟรนไชส์แบบเข้มข้น โดยผสานเข้ากับระบบคลังสินค้าและซัพพลายเชนอัตโนมัติ ทำให้ผู้ร่วมลงทุนสามารถเปิดร้านได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แบรนด์เดินหน้าปูพรมเปิดสาขาใหม่ได้หลายพันแห่งในแต่ละไตรมาสทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
นอกจากความเร็วในประเทศแล้ว Cotti Coffee ยังบุกตลาดต่างประเทศอย่างดุดันจนครอบคลุมมากกว่า 28 ประเทศ ด้วยจำนวนสาขารวมมากกว่า 18,000 แห่ง พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ระดับสากลผ่านการเป็นสปอนเซอร์ระดับโลกให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา ถือเป็นโมเดลธุรกิจต้นแบบสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสเกลธุรกิจด้วยความเร็วสูงและระบบปฏิบัติการที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
- จำนวนสาขาทั่วโลก
- 18,000+ สาขา
- ประเทศต้นกำเนิด
- จีน
- โมเดลธุรกิจหลัก
- แฟรนไชส์ขนาดกะทัดรัด (Express & Kiosk)
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบบริการเด่น
- สั่งผ่านแอปพลิเคชัน, ซื้อกลับบ้าน, เดลิเวอรี
- เมนูเอกลักษณ์
- แพมพัส ครีม ลาเต้ (Pampas Cream Latte)
- ขยายสาขาแตะ 18,000 แห่งภายในเวลาเพียงไม่ถึง 4 ปี
- เปิดให้บริการครอบคลุมแล้วกว่า 28 ประเทศทั่วโลก
- ใช้การตลาดระดับสากลผ่านวงการกีฬาเพื่อสร้างการจดจำแบรนด์
จุดเด่น
- แคมเปญโปรโมชันและความคุ้มค่าดึงดูดใจผู้บริโภค
- ทำเลครอบคลุมย่านชุมชนและอาคารพาณิชย์อย่างทั่วถึง
ข้อควรรู้
- การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้บางทำเลมีสาขาเปิดใกล้เคียงกันมาก
- รูปแบบร้านเน้นความรวดเร็ว จึงมีพื้นที่นั่งจำกัด
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเมนูกาแฟสไตล์โมเดิร์นที่ผสมผสานรสชาติหลากหลาย ในราคาประหยัดที่สุด
โตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
Luckin Coffee (ลัคอิน คอฟฟี่)
ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีกาแฟจากแดนมังกร ผู้ปฏิวัติวงการด้วยระบบดิจิทัล

Luckin Coffee ก่อตั้งขึ้นในประเทศจีนเมื่อปี 2017 และสร้างปรากฏการณ์เติบโตที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมค้าปลีกเครื่องดื่ม ด้วยการนำโมเดลดิจิทัลเฟิร์สต์ (Digital-First) มาใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง จนสามารถขยายอาณาจักรได้อย่างก้าวกระโดดและก้าวขึ้นสู่การเป็นเชนกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในแดนมังกรได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ความแตกต่างสำคัญของ Luckin Coffee คือการพลิกโฉมประสบการณ์ร้านกาแฟแบบดั้งเดิม โดยลดขนาดหน้าร้านลงเหลือเพียงเคาน์เตอร์รับสินค้า (Pick-up Kiosk) และบังคับการสั่งซื้อรวมถึงชำระเงินผ่านสมาร์ตโฟน 100% แนวทางนี้ช่วยตัดลดต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ทำเลทองและค่าแรงงานหน้าร้านลงอย่างมหาศาล ทำให้แบรนด์สามารถตั้งราคากาแฟคุณภาพดีให้เข้าถึงง่ายและดึงดูดกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในแง่กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ขับเคลื่อนยอดขายด้วยนวัตกรรมเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการคิดค้นกาแฟนมมะพร้าว (Raw Coconut Latte) ที่กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ระดับชาติ ควบคู่ไปกับการบริหารโครงสร้างเครือข่ายอย่างสมดุลจนมีสาขาทั่วโลกรวมถึง 36,310 แห่ง โดยแบ่งเป็นสาขาที่บริษัทดำเนินงานเอง 23,734 ร้าน และร้านพาร์ตเนอร์อีก 12,576 ร้าน ซึ่งเป็นกรณีศึกษาชั้นเยี่ยมในการผสานเทคโนโลยีเข้ากับธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่
- จำนวนสาขาทั่วโลก
- 36,310 สาขา
- ประเทศต้นกำเนิด
- จีน
- โมเดลธุรกิจหลัก
- ร้านรับสินค้าด่วนและเดลิเวอรี (Pick-up & Delivery)
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบบริการเด่น
- สั่งผ่านแอปแล้วรับหน้าร้าน (Grab & Go), เดลิเวอรี
- เมนูเอกลักษณ์
- รอว์ โคโคนัต ลาเต้ (Raw Coconut Latte)
- ผู้นำตลาดกาแฟจีนที่มีสัดส่วนร้านของบริษัทกว่า 23,734 แห่ง
- ระบบสั่งและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน 100% โดยไร้เคาน์เตอร์คิดเงินสด
- ขยายตลาดระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จุดเด่น
- ราคาสบายกระเป๋า เข้าถึงง่ายในชีวิตประจำวัน
- รับสินค้าได้รวดเร็ว เหมาะกับชั่วโมงเร่งด่วนของคนทำงาน
ข้อควรรู้
- สาขาส่วนใหญ่ไม่มีโต๊ะหรือพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนยาวนาน
- ต้องใช้งานผ่านแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มสมาร์ตโฟนเป็นหลัก
สรุปสั้นๆ
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพนักงานออฟฟิศที่ต้องการคาเฟอีนคุณภาพดีในราคาสุดคุ้มและเวลาที่จำกัด
และอันดับ 1 ก็คือ…
อันดับ 1 ของโลก
Starbucks (สตาร์บัคส์)
ราชันแห่งวัฒนธรรม Third Place และเชนกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Starbucks ก่อตั้งขึ้นในปี 1971 ณ เมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวัฒนธรรมกาแฟสากลด้วยการวางตำแหน่งร้านให้เป็นพื้นที่ที่สาม (Third Place) นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน ซึ่งมอบทั้งความสะดวกสบาย คุณภาพเครื่องดื่มที่สม่ำเสมอ และบริการที่ใส่ใจ
สิ่งที่ทำให้แบรนด์สามารถรั้งตำแหน่งผู้นำสูงสุดของโลกไว้ได้อย่างต่อเนื่อง คือพอร์ตโฟลิโอสาขาที่ครอบคลุมหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ร้านขนาดใหญ่ระดับ Reserve Roastery ไปจนถึงร้านประเภทไดรฟ์ทรูและสาขาย่อยตามสนามบินทั่วโลก พร้อมระบบลอยัลตีโปรแกรมที่มีฐานสมาชิกเหนียวแน่นที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
ในแง่ของการดำเนินธุรกิจ Starbucks ใช้โครงสร้างแบบผสมผสานระหว่างสาขาที่บริษัทลงทุนเองและสาขาที่ให้สิทธิ์ดำเนินการ (Licensed Stores) ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและทำให้แบรนด์สามารถเจาะตลาดที่มีความซับซ้อนสูงในแต่ละทวีปได้อย่างมีเสถียรภาพยาวนาน
- จำนวนสาขาทั่วโลก
- 40,990 สาขา
- ประเทศต้นกำเนิด
- สหรัฐอเมริกา
- โมเดลธุรกิจหลัก
- ร้านเปิดให้นั่ง (Dine-in) และไดรฟ์ทรู
ข้อมูลใช้งานจริง
- รูปแบบบริการเด่น
- นั่งดื่มในร้าน, ไดรฟ์ทรู, สั่งล่วงหน้าผ่านแอป
- เมนูเอกลักษณ์
- แฟรปปูชิโน่ (Frappuccino), คาราเมล มัคคิอาโต
- เชนร้านกาแฟที่มีมูลค่าแบรนด์และเครือข่ายครอบคลุมมากที่สุดในโลก
- สัดส่วนสาขาแบ่งเป็นสาขาของบริษัท 21,514 แห่ง และแฟรนไชส์ 19,476 แห่ง
- ระบบสมาชิกดิจิทัลมีส่วนสร้างยอดขายหมุนเวียนหลักอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่น
- บรรยากาศร้านเอื้อต่อการทำงานและการพบปะสังสรรค์
- คุณภาพวัตถุดิบและมาตรฐานบริการสม่ำเสมอในทุกประเทศ
ข้อควรรู้
- ระดับราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเชนกาแฟทั่วไปในตลาด
- เผชิญการแข่งขันด้านราคาอย่างหนักในตลาดเอเชีย
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ทำงาน นัดหมายคุยธุรกิจ หรือชื่นชอบการปรับแต่งเมนูกาแฟตามความต้องการเฉพาะบุคคล
สรุปผลทั้ง 10 อันดับ
จำนวนสาขาหน้าร้านทั่วโลก
ที่มา: รายงานประจำปีบริษัทจดทะเบียน, ผลประกอบการ Q2 2026 และฐานข้อมูล DMR Analytics · ข้อมูล ณ มิถุนายน–สิงหาคม 2569
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| อันดับ | รายการ | จำนวนสาขาทั่วโลก | ประเทศต้นกำเนิด | โมเดลธุรกิจหลัก |
|---|---|---|---|---|
| 1 | Starbucks (สตาร์บัคส์) | 40,990 สาขา | สหรัฐอเมริกา | ร้านเปิดให้นั่ง (Dine-in) และไดรฟ์ทรู |
| 2 | Luckin Coffee (ลัคอิน คอฟฟี่) | 36,310 สาขา | จีน | ร้านรับสินค้าด่วนและเดลิเวอรี (Pick-up & Delivery) |
| 3 | Cotti Coffee (คอตติ คอฟฟี่) | 18,000+ สาขา | จีน | แฟรนไชส์ขนาดกะทัดรัด (Express & Kiosk) |
| 4 | Dunkin' (ดังกิ้น) | 14,200+ สาขา | สหรัฐอเมริกา | ร้านบริการด่วน (Quick-Service Restaurant & Drive-thru) |
| 5 | Nowwa Coffee (นัววา คอฟฟี่) | 10,000+ สาขา | จีน | ร้านสแตนด์ร่วมในร้านสะดวกซื้อ (Shop-in-Shop & Kiosk) |
| 6 | Lucky Coffee (ซิ่งยวิ่นคา) | 10,000+ สาขา | จีน | แฟรนไชส์ราคามหาชน (Mass-market Franchising) |
| 7 | Tim Hortons (ทิม ฮอร์ตันส์) | 6,043 สาขา | แคนาดา | คาเฟ่บริการด่วนและไดรฟ์ทรู (Quick-Service Cafe) |
| 8 | Café Amazon (คาเฟ่ อเมซอน) | 5,000+ สาขา | ไทย | ร้านกาแฟบรรยากาศธรรมชาติ (Green Oasis Cafe) |
| 9 | Costa Coffee (คอสต้า คอฟฟี่) | ~4,000 สาขา | สหราชอาณาจักร | ร้านกาแฟดั้งเดิมสไตล์บาริสต้า (Traditional Barista Cafe) |
| 10 | Dutch Bros Coffee (ดัตช์ บรอส) | 1,225 สาขา | สหรัฐอเมริกา | ไดรฟ์ทรูเครื่องดื่มความเร็วสูง (Drive-Thru Only Kiosk) |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณต้องการนั่งทำงานและคุยธุรกิจอันดับ 1Starbucks (สตาร์บัคส์)มีพื้นที่นั่งกว้างขวาง ปลั๊กไฟ อินเทอร์เน็ต และบรรยากาศ Third Place ที่เอื้อต่อสมาธิและการเจรจางานอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณเร่งรีบในชั่วโมงทำงานและเน้นประหยัดอันดับ 2Luckin Coffee (ลัคอิน คอฟฟี่)สั่งผ่านแอปพลิเคชันล่วงหน้า เดินไปรับได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อคิว ในราคาแก้วละไม่ถึงร้อยบาทอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณนักเดินทางและคนขับรถทางไกลอันดับ 8Café Amazon (คาเฟ่ อเมซอน)ทำเลที่ตั้งครอบคลุมทุกเส้นทางหลักในสถานีบริการน้ำมัน มีที่จอดรถสะดวกสบายและกาแฟรสชาติเข้มข้นช่วยตาสว่างอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคนงบจำกัดที่ดื่มกาแฟทุกวันอันดับ 6Lucky Coffee (ซิ่งยวิ่นคา)โครงสร้างราคามหาชนเริ่มต้นเพียง 25-50 บาท ช่วยให้ดื่มกาแฟสดได้ทุกวันโดยไม่กระทบต่อกระเป๋าเงินอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสายเดินทางด้วยรถยนต์ที่ชอบความเร็วอันดับ 10Dutch Bros Coffee (ดัตช์ บรอส)ช่องบริการไดรฟ์ทรูรวดเร็วทันใจ พร้อมเมนูกาแฟและเครื่องดื่มชูกำลังสูตรพิเศษให้เลือกตามใจชอบอ่านรายละเอียด
บทสรุป
ภูมิทัศน์ของธุรกิจเชนร้านกาแฟระดับโลกในปี 2026 ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่าตลาดไม่ได้ถูกผูกขาดด้วยวัฒนธรรมการดื่มแบบตะวันตกอีกต่อไป การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ Luckin Coffee, Cotti Coffee รวมถึงแบรนด์หัวหอกอย่าง Café Amazon ของไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นเทคโนโลยี ความรวดเร็ว และระดับราคาที่จับต้องได้ง่าย คือกุญแจสำคัญในการขยายสาขาสู่ระดับหมื่นแห่ง และในอนาคตอันใกล้ สงครามน่านน้ำกาแฟจะยิ่งดุเดือดขึ้นเมื่อทุกแบรนด์ต่างเร่งขยายพรมแดนออกสู่เวทีสากลอย่างต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มในหัวข้ออาหารและคาเฟ่19การสร้างแบรนด์12เศรษฐกิจโลก9
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- 1.wikipedia.org
- 2.expandedramblings.com
- 3.gcs-web.com
- 4.wikipedia.org
- 5.daoinsights.com
- 6.dailycoffeenews.com
- 7.wikipedia.org
- 8.thestreet.com
- 9.scrapehero.com
- 10.restaurantdive.com
- 11.kr-asia.com
- 12.daxueconsulting.com
- 13.dealroom.co
- 14.marketingtochina.com
- 15.36kr.com
- 16.moomoo.com
- 17.wikipedia.org
- 18.expandedramblings.com
- 19.wikipedia.org
- 20.seasia.co
- 21.qsrmedia.asia
- 22.gcrmag.com
- 23.gcrmag.com
- 24.qsrmedia.com
- 25.foodbusinessmea.com
- 26.theguardian.com
- 27.uk.com
- 28.dutchbros.com
- 29.sec.gov
- 30.theguardian.com
- 31.tchibo.com
- 32.tchibo.com
คำถามที่พบบ่อย
ปัจจุบันแบรนด์เชนร้านกาแฟไหนมีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก?
Starbucks ยังคงครองตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกด้วยจำนวนสาขากว่า 40,990 แห่งทั่วโลก โดยมี Luckin Coffee จากประเทศจีนตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยจำนวนสาขากว่า 36,310 แห่ง และกำลังลดช่องว่างลงอย่างรวดเร็ว
ทำไมแบรนด์กาแฟจีนอย่าง Luckin Coffee และ Cotti Coffee ถึงขยายสาขาได้เร็วนับหมื่นแห่ง?
แบรนด์เหล่านี้ใช้โมเดลร้านขนาดเล็ก (Pick-up Kiosks) และระบบสั่งผ่านแอป 100% ทำให้ใช้เงินลงทุนต่อสาขาต่ำมาก ผสานกับระบบแฟรนไชส์และซัพพลายเชนอัตโนมัติ จึงสามารถเปิดสาขาใหม่ได้หลายพันแห่งต่อปี
เชนร้านกาแฟจากประเทศไทยติดอันดับโลกด้วยหรือไม่?
Café Amazon ของไทยติดอันดับ 8 ของโลก ด้วยจำนวนสาขามากกว่า 5,000 แห่ง โดยมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศไทยและขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียกว่า 10 ประเทศ
ทำไมร้านอย่าง McCafé หรือ K-Coffee ถึงไม่ถูกจัดอันดับในกลุ่มนี้?
เนื่องจาก McCafé และ K-Coffee ดำเนินงานในฐานะส่วนหนึ่งของร้านฟาสต์ฟู้ด (QSR) อย่าง McDonald's และ KFC เกณฑ์การประเมินตามมาตรฐานสากลจึงจัดให้ทั้งคู่ไม่ใช่เชนร้านกาแฟเฉพาะทางหรือร้านเดี่ยวแบบสแตนด์อะโลน ส่งผลให้ไม่ถูกนำมารวมไว้ในการจัดอันดับนี้
อ่านต่อ

อาหารและคาเฟ่1 วิว
10 คาเฟ่มัทฉะสเปเชียลตี้นำเข้าเกรดพิธีชงชา ย่านทองหล่อ-เอกมัย ยอดนิยมปี 2569
คัดสรร 10 คาเฟ่มัทฉะสเปเชียลตี้ระดับพรีเมียมย่านทองหล่อ-เอกมัย ที่นำเข้าผงชาเขียวเกรดพิธีชงชาส่งตรงจากญี่ปุ่น พร้อมมอบมิติรสชาติและประสบการณ์ชาแท้สำหรับผู้หลงใหลศาสตร์ชาเขียว
ในบทความ: 7SUNS (สาขา theCOMMONS Thonglor) · ChaEn Tea Experience (สุขุมวิท 57) · Tealily Cafe (เอกมัย 12)

อาหารและคาเฟ่0 วิว
10 คาเฟ่และร้านบรันช์บรรยากาศดี ย่านสาทร-สีลม ยอดนิยมปี 2569 ปักหมุดมุมถ่ายรูปสวยและเมนู All-Day Dining แสนอร่อย
รวมพิกัด 10 คาเฟ่และร้านบรันช์ดีไซน์สวยย่านสาทร-สีลม ประจำปี 2569 โดดเด่นด้วยอาหาร All-Day Dining คุณภาพ พักผ่อนหลบความวุ่นวายใจกลางเมืองได้อย่างลงตัว
ในบทความ: Fran’s – Brunch & Greens · Luka Bangkok · Rocket Coffeebar

อาหารและคาเฟ่0 วิว
10 อันดับประเทศผู้ส่งออกชาแห้งรายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 ประเทศมหาอำนาจผู้ขับเคลื่อนตลาดชาโลก ทั้งชาดำ ซีลอน และกระแสมัทฉะฟีเวอร์ พร้อมสถิติมูลค่าส่งออกล่าสุด
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ
เสียงจากผู้อ่าน
อยากให้เราจัดอันดับอะไร?
บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน