10 กองทุนรวมลดหย่อนภาษียอดนิยมปี 2569 ครอบคลุมทั้ง ThaiESG และ RMF สำหรับวางแผนภาษีปลายปี
เจาะลึก 10 กองทุนลดหย่อนภาษียอดนิยมปี 2569 ครอบคลุมหุ้น ESG ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ระดับโลก ช่วยจัดพอร์ตลดหย่อนภาษีช่วงปลายปีอย่างคุ้มค่า

ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 การวางแผนภาษีถือเป็นภารกิจสำคัญของคนทำงานและนักลงทุนยุคใหม่ที่ต้องการบริหารจัดการเงินได้สุทธิอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด หลังจากที่กองทุนรวมเพื่อการออม หรือ SSF (Super Savings Fund) ได้สิ้นสุดระยะเวลาให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อรอบใหม่ไปตั้งแต่สิ้นปี 2567 โครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปัจจุบันจึงมีเสาหลักสำคัญอยู่ที่กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นแกนนำ การปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของการลงทุนดังกล่าวทำให้ผู้เสียภาษีต้องทบทวนและจัดสรรพอร์ตโฟลิโอใหม่ โดยกองทุน ThaiESG เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งด้วยเงื่อนไขระยะเวลาการถือครองที่สั้นลงและมุ่งเน้นการสนับสนุนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ในขณะที่ RMF ยังคงเป็นหัวใจหลักในการสะสมความมั่งคั่งระยะยาวควบคู่ไปกับการเกษียณอายุ ซึ่งเปิดกว้างให้เลือกลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลาย ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ พันธบัตร ตลอดจนสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกเครื่องมือวางแผนภาษีปลายปี 2569 ได้อย่างตรงจุด TNPrank ได้คัดสรร 10 กองทุนรวมลดหย่อนภาษีที่มีความโดดเด่นทั้งในแง่ผลการดำเนินงาน นโยบายการลงทุนที่ชัดเจน และการบริหารจัดการที่ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุน ซึ่งครอบคลุมทุกระดับความเสี่ยงเพื่อเป็นคู่มือช่วยคุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
คัดเลือกอย่างไร
การคัดเลือก 10 กองทุนรวมลดหย่อนภาษีสำหรับปี 2569 ในบทความนี้ คัดกรองจากกองทุน ThaiESG และ RMF ที่เปิดเสนอขายในประเทศไทย โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นทั้งในระยะ 1 ปีและตั้งแต่ต้นปี นโยบายการลงทุนที่มีความโปร่งใสและสอดคล้องกับเกณฑ์ความยั่งยืนหรือเมกะเทรนด์ระดับโลก รวมถึงการกระจายความเสี่ยงครอบคลุมทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้เสียภาษีทุกกลุ่ม
ทั้ง 10 รายการ
กองทุนเปิดทิสโก้ หุ้นปันผลไทยเพื่อความยั่งยืน (T-ESGDIV-ThaiESG-A)
หุ้นไทยยั่งยืนเน้นเงินปันผลมั่นคง
ผลงานเด่นกลุ่มหุ้นปันผลNAV สะสมมูลค่า

กองทุนเปิดทิสโก้ หุ้นปันผลไทยเพื่อความยั่งยืน ชนิดสะสมมูลค่า (T-ESGDIV-ThaiESG-A) ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ตอบรับกระแสการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยผสานเป้าหมายการประหยัดภาษีเข้ากับนโยบายการคัดสรรหุ้นไทยที่มีคะแนน ESG โดดเด่น และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางการปรับโครงสร้างภาษีที่สิทธิประโยชน์ของกองทุน SSF ได้สิ้นสุดลงสำหรับการซื้อใหม่ กองทุน ThaiESG จึงก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักสำคัญในการวางแผนภาษีของผู้มีเงินได้
ความแตกต่างอย่างชัดเจนของ T-ESGDIV-ThaiESG-A เมื่อเทียบกับกองทุนหุ้นยั่งยืนทั่วไป คือกลยุทธ์การคัดกรองหลักทรัพย์แบบเข้มข้น ผู้จัดการกองทุนไม่เพียงพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด ความสามารถในการทำกำไร และเสถียรภาพในการจ่ายเงินปันผล ทำให้พอร์ตการลงทุนมีความทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางและลดความผันผวนของราคาหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในแง่ของผลการดำเนินงาน กองทุนนี้สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ปรับตัวขึ้นสูงถึง 31.51% ซึ่งสะท้อนศักยภาพการเติบโตของหุ้นปันผลคุณภาพสูง การเลือกลงทุนในชนิดสะสมมูลค่ายังช่วยให้ผลกำไรและเงินปันผลถูกนำไปทบต้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสิทธิลดหย่อนภาษีพร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มในระยะปานกลางถึงระยะยาว
- ประเภทสิทธิประโยชน์ภาษี
- ThaiESG
- นโยบายสินทรัพย์หลัก
- หุ้นไทยปันผลสูงตามเกณฑ์ ESG
- ระดับความเสี่ยง
- ระดับ 6 (เสี่ยงสูง)
ข้อมูลใช้งานจริง
- นโยบายเงินปันผล
- ไม่จ่าย (สะสมมูลค่า)
- บริษัทจัดการ
- บลจ.ทิสโก้ (TISCOAM)
- ผลตอบแทน YTD ณ มิ.ย. 2569 โดดเด่นถึง +31.51%
- เน้นคัดเลือกหุ้นไทยที่มีกระแสเงินสดและปันผลสม่ำเสมอ
- เป็นชนิดสะสมมูลค่า ช่วยทบผลกำไรกลับเข้าพอร์ตลงทุน
จุดเด่น
- ผสานประโยชน์ทางภาษีเข้ากับการเติบโตของหุ้นปันผลคุณภาพดี
- มีกลยุทธ์การคัดกรองปัจจัยพื้นฐานที่เข้มข้น
ข้อควรรู้
- มีความผันผวนตามสภาวะของตลาดหุ้นไทย
- ต้องถือครองหน่วยลงทุนตามเกณฑ์ระยะเวลาของกองทุน ThaiESG
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทยที่เน้นบริษัทมั่นคง มีปันผล และยอมรับความผันผวนของราคาหุ้นได้
กองทุนเปิดเค ทาร์เก็ต เน็ต ซีโร่ หุ้นไทย (K-TNZ-ThaiESG)
ขับเคลื่อนพอร์ตด้วยเป้าหมาย Net Zero
เทรนด์คาร์บอนต่ำNAV สะสมมูลค่า

กองทุนเปิดเค ทาร์เก็ต เน็ต ซีโร่ หุ้นไทย (K-TNZ-ThaiESG) ริเริ่มขึ้นเพื่อรองรับทิศทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการลดภาวะโลกร้อน โดยเน้นจัดสรรเงินลงทุนในบริษัทจดทะเบียนไทยที่มีความมุ่งมั่นและมีโร้ดแมปในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมสู่เป้าหมาย Net Zero การลงทุนนี้ช่วยให้ผู้ถือหน่วยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเกณฑ์ ThaiESG ควบคู่ไปกับการสนับสนุนธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสภาพภูมิอากาศ
สิ่งที่ทำให้ K-TNZ-ThaiESG โดดเด่นกว่ากองทุนยั่งยืนดั้งเดิม คือการนำกรอบการวิเคราะห์ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์มาผสานเข้ากับปัจจัยพื้นฐานทางการเงินอย่างรอบด้าน กองทุนจะเลือกเฉพาะองค์กรที่มีแนวทางการปรับตัวรับข้อกำหนดทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในระยะยาว
จากข้อมูลผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2569 กองทุนสามารถทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ได้ถึง 26.76% ตัวเลขนี้เป็นบทพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่าบริษัทที่จริงจังกับนโยบายลดคาร์บอนสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่โดดเด่นได้จริง ผู้ลงทุนจึงสามารถใช้กองทุนนี้เป็นแกนหลักของพอร์ตภาษีปลายปี เพื่อสร้างการเติบโตของเงินทุนไปพร้อมกับกระแสการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานที่ยั่งยืน
- ประเภทสิทธิประโยชน์ภาษี
- ThaiESG
- นโยบายสินทรัพย์หลัก
- หุ้นไทยที่มีเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก Net Zero
- ระดับความเสี่ยง
- ระดับ 6 (เสี่ยงสูง)
ข้อมูลใช้งานจริง
- นโยบายเงินปันผล
- ไม่จ่าย (สะสมมูลค่า)
- บริษัทจัดการ
- บลจ.กสิกรไทย (KAsset)
- ผลตอบแทน YTD ณ มิ.ย. 2569 แข็งแกร่งที่ +26.76%
- เจาะลึกบริษัทชั้นนำที่มีแผนงาน Net Zero ชัดเจน
- สอดรับกับเมกะเทรนด์การค้าโลกที่คำนึงถึงคาร์บอนฟุตพริ้นท์
จุดเด่น
- สนับสนุนเป้าหมายสิ่งแวดล้อมระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม
- คัดเลือกหุ้นศักยภาพสูงที่พร้อมรับข้อกำหนดทางการค้าสากล
ข้อควรรู้
- การกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังเร่งปรับโครงสร้างด้านพลังงาน
- ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาดหุ้นในประเทศ
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
กองทุนเปิด วรรณ ไทยเพื่อความยั่งยืน (ONE-THAIESG)
หุ้นไทยยั่งยืนสไตล์บริหารเชิงรุก
ผลงานเด่นสายแอคทีฟNAV รายวัน

กองทุนเปิด วรรณ ไทยเพื่อความยั่งยืน (ONE-THAIESG) กำเนิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่มองหากองทุนประหยัดภาษีที่ไม่อิงกับดัชนีแบบเฉื่อยชา โดยใช้กระบวนการบริหารแบบเชิงรุก (Active Management) เฟ้นหาบริษัทไทยที่มีการบูรณาการมิติด้าน ESG เข้ากับแผนการดำเนินงานขององค์กรอย่างลึกซึ้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกลุ่ม ThaiESG ในพอร์ตที่คาดหวังผลตอบแทนส่วนเพิ่มเหนือดัชนีอ้างอิง
ความโดดเด่นที่สร้างความแตกต่างของกองทุนนี้ คือความคล่องตัวในการปรับสัดส่วนการลงทุนตามสภาวะตลาด ทีมจัดการกองทุนจะวิเคราะห์โมเดลธุรกิจ โครงสร้างต้นทุน และแนวโน้มกำไรของแต่ละบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อคัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตสูงในแต่ละวัฏจักรเศรษฐกิจ ทำให้พอร์ตโฟลิโอสามารถสร้างโอกาสทำกำไรและจำกัดความเสี่ยงขาลงได้เหนือกว่ากลยุทธ์แบบ Passive ทั่วไป
ข้อมูล ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2569 บันทึกไว้ว่า ONE-THAIESG สามารถทำผลงานติดอันดับท็อป 3 กองทุน Thai-ESG ประเภทตราสารทุนที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นที่สุดในช่วงต้นปี 2569 ความสำเร็จดังกล่าวเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนมั่นใจในการเลือกลงทุนเพื่อเป้าหมายลดหย่อนภาษีปลายปี โดยเฉพาะผู้ที่รับความเสี่ยงได้และต้องการกระจายเงินลงทุนเข้าสู่หุ้นไทยคุณภาพสูงที่มีการบริหารงานอย่างยืดหยุ่น
- ประเภทสิทธิประโยชน์ภาษี
- ThaiESG
- นโยบายสินทรัพย์หลัก
- หุ้นไทยผ่านเกณฑ์ ESG เชิงรุก
- ระดับความเสี่ยง
- ระดับ 6 (เสี่ยงสูง)
ข้อมูลใช้งานจริง
- นโยบายเงินปันผล
- พิจารณาตามรอบบัญชี
- บริษัทจัดการ
- บลจ.วรรณ (ONEAM)
- ติดอันดับท็อป 3 กองทุน ThaiESG ผลงานเด่นช่วงต้นปี 2569
- บริหารเชิงรุกเพื่อหาโอกาสเติบโตในหุ้นรายตัว
- คัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีคะแนน ESG สูงและมีศักยภาพเติบโต
จุดเด่น
- กลยุทธ์ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนตามรอบวัฏจักรเศรษฐกิจได้ดี
- สร้างโอกาสรับผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนีเฉลี่ยของตลาด
ข้อควรรู้
- พอร์ตแบบแอคทีฟอาจมีความผันผวนมากกว่าดัชนีอ้างอิง
- ต้องถือครองตามเงื่อนไขกองทุน ThaiESG
เหมาะกับใคร
เหมาะกับผู้เสียภาษีที่รับความเสี่ยงหุ้นได้ และชื่นชอบการบริหารกองทุนเชิงรุกเพื่อโอกาสผลตอบแทนที่สูงขึ้น
กองทุนเปิดกรุงศรีพันธบัตรรัฐบาลไทยเพื่อความยั่งยืน (KFGBTHAIESG-A)
พันธบัตรรัฐบาลไทยความมั่นคงสูงเพื่อความยั่งยืน
ยอดนิยมสายปลอดภัยNAV สะสมมูลค่า

กองทุนเปิดกรุงศรีพันธบัตรรัฐบาลไทยเพื่อความยั่งยืน ชนิดสะสมมูลค่า (KFGBTHAIESG-A) ได้รับการออกแบบขึ้นมาสำหรับนักลงทุนที่ต้องการวางแผนภาษี แต่มีระดับความเสี่ยงต่ำและไม่ต้องการเผชิญความผันผวนของตลาดหุ้น โดยเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐเพื่อระดมทุนไปใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สังคม และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
สิ่งที่ทำให้ KFGBTHAIESG-A แตกต่างจากกองทุน ThaiESG ส่วนใหญ่ในตลาด คือสถานะของการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ด้วยความมั่นคงสูงสุดของผู้ออกตราสารที่เป็นรัฐบาลไทย ความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้จึงอยู่ในระดับต่ำมาก ทั้งยังได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอในรูปแบบดอกเบี้ยรับ กองทุนนี้จึงเปรียบเสมือนหลุมหลบภัยชั้นดีสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการล็อกผลตอบแทนที่แน่นอนและรักษาเงินต้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ด้านความคุ้มค่าเชิงตัวเลข กองทุนนี้ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ +8.15% (ข้อมูล ณ 12 ธันวาคม 2568) ซึ่งส่งผลให้ครองตำแหน่งอันดับ 1 ในกลุ่มกองทุน ThaiESG ประเภทตราสารหนี้ในช่วงปลายปี 2568 สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแต่กังวลเรื่องการขาดทุนเงินต้น กองทุนนี้นับเป็นคำตอบที่ปลอดภัย มั่นคง และให้ผลตอบแทนชนะอัตราเงินเฟ้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ประเภทสิทธิประโยชน์ภาษี
- ThaiESG
- นโยบายสินทรัพย์หลัก
- พันธบัตรรัฐบาลไทยด้านความยั่งยืน
- ระดับความเสี่ยง
- ระดับ 3 (เสี่ยงต่ำถึงปานกลาง)
ข้อมูลใช้งานจริง
- นโยบายเงินปันผล
- ไม่จ่าย (สะสมมูลค่า)
- บริษัทจัดการ
- บลจ.กรุงศรี (KSAM)
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีแตะ +8.15% (ณ 12 ธ.ค. 2568)
- ความเสี่ยงต่ำ เน้นพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก
- ช่วยปกป้องเงินต้นและลดหย่อนภาษีได้ครบถ้วน
จุดเด่น
- ความเสี่ยงต่ำ มีรัฐบาลไทยเป็นผู้ค้ำประกันตราสาร
- เหมาะสำหรับใช้ล็อกผลประโยชน์ภาษีโดยไม่เสี่ยงขาดทุนหนัก
ข้อควรรู้
- ผลตอบแทนในระยะยาวอาจถูกจำกัดด้วยอัตราดอกเบี้ยตลาด
- มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี ThaiESG แต่ไม่ต้องการความเสี่ยงจากตลาดหุ้น
กองทุนเปิดกรุงไทย ตราสารภาครัฐ ESG (KTESGSI-ThaiESG)
ตราสารหนี้ภาครัฐยั่งยืนพร้อมนโยบายปันผล
ตราสารหนี้มีปันผลNAV ชนิดจ่ายปันผล

กองทุนเปิดกรุงไทย ตราสารภาครัฐ ESG (KTESGSI-ThaiESG) จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกเฉพาะตัวในกลุ่มกองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG โดยเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่มีแนวคิดด้าน ESG โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนในรูปแบบกระแสเงินสดระหว่างการถือครอง ตอบโจทย์ผู้เสียภาษีที่ต้องการบริหารสภาพคล่องทางการเงินโดยไม่ต้องรอจนครบกำหนดระยะเวลาการถือครองตามเงื่อนไขภาษี
จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่าง คือนโยบายการจ่ายเงินปันผล ซึ่งหายากในกลุ่มกองทุนประหยัดภาษีตราสารหนี้ภาครัฐ การได้รับเงินปันผลกลับคืนมาระหว่างทางช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน โดยนักลงทุนสามารถนำเงินสดส่วนนี้ไปหมุนเวียนใช้จ่ายหรือจัดสรรไปลงทุนต่อยอดในสินทรัพย์อื่นได้ ในขณะที่เงินต้นส่วนใหญ่ยังคงได้รับการคุ้มครองด้วยตราสารหนี้ภาครัฐที่มีความมั่นคงสูงสุด
ข้อมูลผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ระบุว่ากองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีได้ที่ระดับ +6.90% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ กองทุนนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับวัยทำงานและผู้มีเงินได้ที่ต้องการลดหย่อนภาษี ควบคู่ไปกับการสร้างรายรับสม่ำเสมอผ่านเงินปันผล เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องแบกรับความผันผวนของตลาดหุ้น
- ประเภทสิทธิประโยชน์ภาษี
- ThaiESG
- นโยบายสินทรัพย์หลัก
- ตราสารหนี้ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ESG
- ระดับความเสี่ยง
- ระดับ 3 (เสี่ยงต่ำถึงปานกลาง)
ข้อมูลใช้งานจริง
- นโยบายเงินปันผล
- จ่ายเงินปันผล
- บริษัทจัดการ
- บลจ.กรุงไทย (KTAM)
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีระดับ +6.90% (ณ 12 ธ.ค. 2568)
- มีนโยบายจ่ายเงินปันผลคืนให้แก่ผู้ถือหน่วย
- เน้นความมั่นคงของตราสารภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ
จุดเด่น
- สร้างกระแสเงินสดคืนระหว่างทางได้อย่างสม่ำเสมอ
- สินทรัพย์ลงทุนมีความน่าเชื่อถือสูงมาก
ข้อควรรู้
- เงินปันผลที่ได้รับจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% หรือนำไปรวมคำนวณภาษีปลายปี
- การเติบโตของ NAV จะน้อยกว่าชนิดสะสมมูลค่า
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีด้วยสินทรัพย์ปลอดภัย และต้องการกระแสเงินสดจากเงินปันผลเข้ามาหมุนเวียน
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ไทยยั่งยืน ชนิดสะสมมูลค่า (SCBTB(ThaiESGA))
กระจายความเสี่ยงตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนคุณภาพ
ผลตอบแทนตราสารหนี้เด่นNAV สะสมมูลค่า

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ไทยยั่งยืน ชนิดสะสมมูลค่า (SCBTB(ThaiESGA)) ก่อตั้งขึ้นเพื่อขยายขอบเขตการลงทุนในตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนให้กว้างขึ้น โดยไม่จำกัดอยู่เพียงตราสารภาครัฐ แต่กระจายน้ำหนักเข้าสู่หุ้นกู้ภาคเอกชนชั้นนำที่ได้รับการประเมิน ESG Rating ในระดับโดดเด่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีในระยะยาว
สิ่งที่ทำให้กองทุนนี้แตกต่างและโดดเด่นกว่ากองทุนตราสารหนี้ภาครัฐล้วน คือกลยุทธ์การเพิ่มอัตราผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Credit Spread) จากหุ้นกู้เอกชนคุณภาพสูง ผู้จัดการกองทุนจะคัดกรองสุขภาพทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ และคะแนนความยั่งยืนของผู้ออกหุ้นกู้อย่างเข้มงวด การผสมผสานนี้ช่วยยกระดับผลตอบแทนโดยรวมของพอร์ตให้สูงขึ้น โดยยังคงรักษามาตรฐานความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
ผลลัพธ์จากกลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี ที่พุ่งแตะระดับ +8.71% (ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2568) กองทุนชนิดสะสมมูลค่านี้จะนำดอกเบี้ยรับและผลกำไรไปลงทุนทบต้นโดยอัตโนมัติ ทำให้มูลค่าหน่วยลงทุนเติบโตต่อเนื่อง เหมาะสำหรับนักลงทุนสายอนุรักษนิยมที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินหรือพันธบัตรทั่วไป พร้อมรับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
- ประเภทสิทธิประโยชน์ภาษี
- ThaiESG
- นโยบายสินทรัพย์หลัก
- ตราสารหนี้ไทยภาครัฐและเอกชนชั้นนำ ESG
- ระดับความเสี่ยง
- ระดับ 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ)
ข้อมูลใช้งานจริง
- นโยบายเงินปันผล
- ไม่จ่าย (สะสมมูลค่า)
- บริษัทจัดการ
- บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM)
- ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีทำได้ถึง +8.71% (พ.ย. 2568)
- ผสมผสานหุ้นกู้เอกชนคุณภาพสูงเพื่อเพิ่ม Yield
- ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง ESG Rating ที่ได้มาตรฐาน
จุดเด่น
- อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนตราสารหนี้ปรับตัวดีเด่น
- กระจายความเสี่ยงอย่างมีคุณภาพทั้งภาครัฐและเอกชน
ข้อควรรู้
- มีความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) เล็กน้อยจากหุ้นกู้ภาคเอกชน
- อาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีด้วยตราสารหนี้ แต่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลล้วนๆ
กองทุนเปิด ดาโอ โกลด์ แอนด์ ซิลเวอร์ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (DAOL-GOLDRMF)
เกาะกระแสทองคำโลกผ่านหุ้นเหมืองแร่
ผลตอบแทนร้อนแรงที่สุดNAV สินทรัพย์ทางเลือก

กองทุนเปิด ดาโอ โกลด์ แอนด์ ซิลเวอร์ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (DAOL-GOLDRMF) ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การวางแผนเกษียณอายุด้วยสินทรัพย์ทางเลือก โดยกองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศ คือ Jupiter Gold & Silver Fund ซึ่งถือครองหุ้นของบริษัทเหมืองทองคำและแร่เงินชั้นนำทั่วโลก เพื่อเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของสกุลเงินในระยะยาว
ความแตกต่างสำคัญของ DAOL-GOLDRMF ที่เหนือกว่ากองทุนทองคำแท่งทั่วไป คือกลไกอัตราทดของกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Leverage) เมื่อราคาโลหะมีค่าในตลาดโลกปรับตัวขึ้น รายได้ของบริษัทเหมืองจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าต้นทุนการขุดเจาะ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิและมูลค่าหุ้นเหมืองแร่เติบโตในอัตราเร่ง กองทุนนี้จึงให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในทองคำกายภาพโดยตรงอย่างมีนัยสำคัญในยามที่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เป็นขาขึ้น
จากข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 กองทุนทำสถิติผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) สูงถึง +89.06% และผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ +68.23% ครองตำแหน่งผลการดำเนินงานอันดับ 1 ในกลุ่ม RMF ทั้งหมด ท่ามกลางภาวะที่ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการใช้สิทธิภาษี RMF และกำลังมองหาสินทรัพย์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด DAOL-GOLDRMF คือเครื่องมือกระจายความเสี่ยงระดับโลกที่ไม่ควรมองข้าม
- ประเภทสิทธิประโยชน์ภาษี
- RMF
- นโยบายสินทรัพย์หลัก
- หุ้นเหมืองทองคำและแร่เงินทั่วโลก
- ระดับความเสี่ยง
- ระดับ 7 (เสี่ยงสูงมาก)
ข้อมูลใช้งานจริง
- นโยบายเงินปันผล
- ไม่จ่าย (สะสมมูลค่า)
- บริษัทจัดการ
- บลจ.ดาโอ (DAOL INVESTMENT)
- ผลงานร้อนแรงด้วยผลตอบแทน YTD สูงถึง +89.06% (พ.ย. 2568)
- รับอานิสงส์เต็มที่จากการพุ่งขึ้นของราคาทองคำและแร่เงินโลก
- ลงทุนผ่านกองทุนหลักระดับสากล Jupiter Gold & Silver Fund
จุดเด่น
- เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์
- โอกาสรับผลตอบแทนสูงในภาวะตลาดทองคำขาขึ้น
ข้อควรรู้
- ความผันผวนสูงมากตามวัฏจักรราคาโลหะมีค่า
- เงื่อนไข RMF ต้องลงทุนต่อเนื่องและถือจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายพอร์ต RMF ไปยังสินทรัพย์ทางเลือก และรับความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้
กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน เพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-DIGIBLOCRMF)
เติบโตไปกับนวัตกรรมบล็อกเชนระดับโลก
เทคโนโลยีแห่งอนาคตNAV สะสมมูลค่า

กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน เพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-DIGIBLOCRMF) เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่เล็งเห็นว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบการเงินและเทคโนโลยีระดับโลก กองทุนนี้จึงเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถนำเงินออมเพื่อการเกษียณมาลงทุนในเมกะเทรนด์แห่งอนาคต พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี RMF ไปพร้อมกัน
จุดเด่นที่ทำให้ ASP-DIGIBLOCRMF มีความปลอดภัยและเป็นระบบมากกว่าการซื้อคริปโทเคอร์เรนซีด้วยตนเอง คือการเลือกลงทุนในตราสารทุนของบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ระบบการประมวลผลข้อมูล และฟินเทคทั่วโลก นักลงทุนจึงได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลผ่านงบการเงินและโมเดลธุรกิจที่มีตัวตนจริง ช่วยลดทอนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของกระเป๋าดิจิทัลและความผันผวนสุดขั้วของราคาเหรียญ
ในด้านผลงาน กองทุนนี้สามารถทำผลตอบแทน YTD สูงถึง +54.08% และมีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ +66.11% (ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2568) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการฟื้นตัวและเติบโตอย่างร้อนแรงของนวัตกรรมการเงินดิจิทัล กองทุนนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ลงทุนอายุน้อยหรือผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงที่ต้องการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวสำหรับชีวิตวัยเกษียณผ่านเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
- ประเภทสิทธิประโยชน์ภาษี
- RMF
- นโยบายสินทรัพย์หลัก
- หุ้นเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล
- ระดับความเสี่ยง
- ระดับ 7 (เสี่ยงสูงมาก)
ข้อมูลใช้งานจริง
- นโยบายเงินปันผล
- ไม่จ่าย (สะสมมูลค่า)
- บริษัทจัดการ
- บลจ.แอสเซท พลัส (Asset Plus)
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีสูงถึง +66.11% (พ.ย. 2568)
- เกาะกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีบล็อกเชนและ Web3
- ลงทุนในหุ้นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มั่นคงกว่าการถือเหรียญโดยตรง
จุดเด่น
- เปิดรับโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก
- ช่วยเสริมอัตราเร่งผลตอบแทนให้กับพอร์ตเกษียณอายุระยะยาว
ข้อควรรู้
- มีความผันผวนของราคาตามกระแสเทคโนโลยีและกฎเกณฑ์ทางการเงิน
- มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากลงทุนในต่างประเทศ
เหมาะกับใคร
เหมาะกับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ต้องการสะสมเงินเพื่อเกษียณในธีมเทคโนโลยีดิสรัปชัน และรับความเสี่ยงสูงได้
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMS&P500)
สะสมความมั่งคั่งกับ 500 บริษัทผู้นำของสหรัฐฯ
แกนหลักพอร์ตเกษียณNAV สะสมมูลค่า

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMS&P500) ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือออมเงินระยะยาวสำหรับวัยเกษียณ โดยมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนี S&P 500 ผ่านการลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศอย่าง iShares Core S&P 500 ETF ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งที่สุด 500 แห่งในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา
ความแตกต่างของ SCBRMS&P500 คือการเป็นกองทุนดัชนีที่มีสภาพคล่องสูง มีโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ประหยัด และให้การกระจายความเสี่ยงอย่างกว้างขวางผ่านผู้นำธุรกิจระดับโลกในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีอย่าง Apple, Microsoft, Alphabet ไปจนถึงภาคการเงินและบริการสุขภาพ การถือครองดัชนี S&P 500 ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาผลการดำเนินงานของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง และเปิดรับการเติบโตตามนวัตกรรมระดับโลกอย่างแท้จริง
จากข้อมูลของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ณ เดือนมิถุนายน 2568 กองทุนนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ในกองทุน RMF แนะนำยอดนิยมสำหรับการสร้างพอร์ตเติบโตระยะยาว ถือเป็นตัวเลือกพื้นฐานที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้มีติดพอร์ตภาษี RMF ไว้เสมอ โดยเฉพาะสำหรับผู้เสียภาษีที่ต้องการสร้างวินัยการออมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) เพื่อความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ
- ประเภทสิทธิประโยชน์ภาษี
- RMF
- นโยบายสินทรัพย์หลัก
- หุ้นสหรัฐฯ ดัชนี S&P 500 ผ่าน iShares Core S&P 500 ETF
- ระดับความเสี่ยง
- ระดับ 6 (เสี่ยงสูง)
ข้อมูลใช้งานจริง
- นโยบายเงินปันผล
- ไม่จ่าย (สะสมมูลค่า)
- บริษัทจัดการ
- บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM)
- ลงทุนในบริษัทชั้นนำระดับโลก 500 แห่งในสหรัฐอเมริกา
- กองทุนหลัก iShares Core S&P 500 ETF สภาพคล่องระดับสากล
- เสาหลักสำหรับพอร์ตเกษียณอายุเพื่อความมั่งคั่งระยะยาว
จุดเด่น
- กระจายความเสี่ยงในบริษัทนวัตกรรมที่มีรายได้จากทั่วโลก
- ต้นทุนการบริหารจัดการระดับดัชนีต่ำและมีประสิทธิภาพสูง
ข้อควรรู้
- มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐและบาทไทย
- ต้องถือครองหน่วยลงทุนจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์และไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการสร้างแกนหลักพอร์ตเกษียณด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจและนวัตกรรมสหรัฐฯ
กองทุนเปิดเค พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (K-FIRMF)
ล็อกความปลอดภัยของเงินต้นสู่วัยเกษียณ
มั่นคงสูงสุดเพื่อวัยเกษียณNAV สะสมมูลค่า

หากเป้าหมายหลักในการวางแผนภาษีพร้อมเก็บออมเพื่อวัยเกษียณคือการรักษาเงินต้นให้ปลอดภัย กองทุนเปิดเค พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (K-FIRMF) ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง ด้วยการมุ่งเน้นจัดสรรเงินลงทุนไปยังพันธบัตรภาครัฐของไทยและพันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่พร้อมรับความผันผวนจากตลาดทุน
จุดแข็งสำคัญของ K-FIRMF อยู่ที่การเป็นเกราะป้องกันความผันผวน (Shock Absorber) ประจำพอร์ตโฟลิโอ ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับต่ำมากช่วยให้ผู้ลงทุนรับดอกเบี้ยจากภาครัฐได้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้มูลค่าเงินลงทุนในส่วนนี้ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้ว่าตลาดหุ้นจะเกิดภาวะวิกฤตหรือเผชิญแรงเหวี่ยงขึ้นลงก็ตาม
ทั้งนี้ K WEALTH ได้จัดให้ K-FIRMF อยู่ในกลุ่มกองทุนแนะนำช่วงวางแผนภาษีปลายปีสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยของเงินทุน (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2568) จึงนับเป็นตัวช่วยชั้นดีสำหรับผู้ที่เตรียมเกษียณและต้องการปกป้องเงินก้อนสำคัญ ตลอดจนผู้ลงทุนที่มองหาทางเลือกเพื่อกระจายความเสี่ยงในพอร์ต RMF ให้รัดกุมยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่
- ประเภทสิทธิประโยชน์ภาษี
- RMF
- นโยบายสินทรัพย์หลัก
- พันธบัตรรัฐบาลไทยและพันธบัตร ธปท.
- ระดับความเสี่ยง
- ระดับ 3 (เสี่ยงต่ำถึงปานกลาง)
ข้อมูลใช้งานจริง
- นโยบายเงินปันผล
- ไม่จ่าย (สะสมมูลค่า)
- บริษัทจัดการ
- บลจ.กสิกรไทย (KAsset)
- เน้นความมั่นคงของเงินต้น ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย
- เหมาะสำหรับผู้ลงทุนวัยใกล้เกษียณที่ต้องการรักษาเงินก้อน
- ไม่มีความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้จากหน่วยงานภาครัฐ
จุดเด่น
- ปลอดภัยสูงมาก ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้แทบเป็นศูนย์
- ช่วยลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ตโฟลิโอเกษียณ
ข้อควรรู้
- อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำกว่ากองทุนประเภทหุ้น
- อาจให้ผลตอบแทนไม่ชนะอัตราเงินเฟ้อในบางช่วงเวลา
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ หรือผู้ที่ใกล้เกษียณอายุและต้องการล็อกเงินต้นให้ปลอดภัย
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| # | รายการ | ประเภทสิทธิประโยชน์ภาษี | นโยบายสินทรัพย์หลัก | ระดับความเสี่ยง |
|---|---|---|---|---|
| 1 | กองทุนเปิดทิสโก้ หุ้นปันผลไทยเพื่อความยั่งยืน (T-ESGDIV-ThaiESG-A) | ThaiESG | หุ้นไทยปันผลสูงตามเกณฑ์ ESG | ระดับ 6 (เสี่ยงสูง) |
| 2 | กองทุนเปิดเค ทาร์เก็ต เน็ต ซีโร่ หุ้นไทย (K-TNZ-ThaiESG) | ThaiESG | หุ้นไทยที่มีเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก Net Zero | ระดับ 6 (เสี่ยงสูง) |
| 3 | กองทุนเปิด วรรณ ไทยเพื่อความยั่งยืน (ONE-THAIESG) | ThaiESG | หุ้นไทยผ่านเกณฑ์ ESG เชิงรุก | ระดับ 6 (เสี่ยงสูง) |
| 4 | กองทุนเปิดกรุงศรีพันธบัตรรัฐบาลไทยเพื่อความยั่งยืน (KFGBTHAIESG-A) | ThaiESG | พันธบัตรรัฐบาลไทยด้านความยั่งยืน | ระดับ 3 (เสี่ยงต่ำถึงปานกลาง) |
| 5 | กองทุนเปิดกรุงไทย ตราสารภาครัฐ ESG (KTESGSI-ThaiESG) | ThaiESG | ตราสารหนี้ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ESG | ระดับ 3 (เสี่ยงต่ำถึงปานกลาง) |
| 6 | กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ไทยยั่งยืน ชนิดสะสมมูลค่า (SCBTB(ThaiESGA)) | ThaiESG | ตราสารหนี้ไทยภาครัฐและเอกชนชั้นนำ ESG | ระดับ 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) |
| 7 | กองทุนเปิด ดาโอ โกลด์ แอนด์ ซิลเวอร์ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (DAOL-GOLDRMF) | RMF | หุ้นเหมืองทองคำและแร่เงินทั่วโลก | ระดับ 7 (เสี่ยงสูงมาก) |
| 8 | กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน เพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-DIGIBLOCRMF) | RMF | หุ้นเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล | ระดับ 7 (เสี่ยงสูงมาก) |
| 9 | กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMS&P500) | RMF | หุ้นสหรัฐฯ ดัชนี S&P 500 ผ่าน iShares Core S&P 500 ETF | ระดับ 6 (เสี่ยงสูง) |
| 10 | กองทุนเปิดเค พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (K-FIRMF) | RMF | พันธบัตรรัฐบาลไทยและพันธบัตร ธปท. | ระดับ 3 (เสี่ยงต่ำถึงปานกลาง) |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการลดหย่อนภาษีระยะปานกลาง และชอบความมั่นคง#4กองทุนเปิดกรุงศรีพันธบัตรรัฐบาลไทยเพื่อความยั่งยืน (KFGBTHAIESG-A)ให้สิทธิลดหย่อนภาษี ThaiESG ด้วยเงื่อนไขการถือครองที่สั้นกว่า RMF และเน้นพันธบัตรรัฐบาลที่ความเสี่ยงต่ำอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่ต้องการสร้างพอร์ตเกษียณเติบโตระยะยาวกับหุ้นระดับโลก#9กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMS&P500)ลงทุนใน 500 บริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกาผ่านดัชนี S&P 500 ที่มีประวัติการเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณนักลงทุนสายลุยที่ต้องการผลตอบแทนสูงจากสินค้าโภคภัณฑ์#7กองทุนเปิด ดาโอ โกลด์ แอนด์ ซิลเวอร์ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (DAOL-GOLDRMF)มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างมากจากราคาหุ้นเหมืองแร่ทองคำและเงินในช่วงตลาดโลหะมีค่าขาขึ้นอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคนทำงานที่ต้องการลดหย่อนภาษีพร้อมรับกระแสเงินสดคืนระหว่างทาง#5กองทุนเปิดกรุงไทย ตราสารภาครัฐ ESG (KTESGSI-ThaiESG)เป็นกองทุนตราสารหนี้ภาครัฐที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ช่วยสร้างสภาพคล่องคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่อยู่ในช่วงวัยใกล้เกษียณและต้องการรักษาเงินต้นอย่างปลอดภัย#10กองทุนเปิดเค พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (K-FIRMF)เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยที่มีความเสี่ยงต่ำมาก เหมาะสำหรับพักเงินและล็อกกำไรสู่วัยเกษียณอ่านรายละเอียด
บทสรุป
การวางแผนภาษีปลายปี 2569 ไม่ใช่เพียงการมองหาวิธีประหยัดภาษีให้ได้มาก แต่คือการสร้างโอกาสเพิ่มพูนความมั่งคั่งควบคู่กันไปอย่างสมดุล แม้สิทธิประโยชน์ของกองทุน SSF จะยุติลงแล้วสำหรับเม็ดเงินก้อนใหม่ แต่การผสมผสานระหว่าง ThaiESG และ RMF ก็สามารถตอบโจทย์การลงทุนได้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการถือครองระยะปานกลางในสินทรัพย์ยั่งยืนและการสะสมความมั่งคั่งระยะยาวจนถึงวัยเกษียณ นักลงทุนควรพิจารณาสภาพคล่องทางการเงิน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และศึกษาหนังสือชี้ชวนของแต่ละกองทุนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
อ่านเพิ่มในหัวข้อการเงินและการลงทุน7การออมเงิน4
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
ในปี 2569 ยังสามารถซื้อกองทุน SSF เพื่อลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?
ไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนจากการซื้อใหม่ได้แล้ว เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุน SSF ได้สิ้นสุดลงไปเมื่อสิ้นปี 2567 สำหรับเงินที่ลงทุนใหม่ในปี 2568-2569 จะต้องใช้สิทธิผ่านกองทุน ThaiESG และ RMF แทน แต่ผู้ที่ซื้อ SSF ไว้ก่อนหน้ายังต้องถือครองให้ครบ 10 ปีวันชนวันตามเงื่อนไขเดิม
กองทุน ThaiESG มีสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการถือครองอย่างไรในปี 2569?
ผู้ลงทุนสามารถนำเงินที่ซื้อกองทุน ThaiESG ไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมิน และมีเพดานไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องถือหน่วยลงทุนต่อเนื่อง 5 ปีเต็มแบบนับวันชนวันนับตั้งแต่วันที่เข้าซื้อ ที่สำคัญคือสิทธิดังกล่าวเป็นวงเงินแยกพิเศษ ไม่ถูกนับรวมในเพดาน 500,000 บาทของกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ
กองทุน RMF ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปีหรือไม่?
ผู้ลงทุนต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี หรืออย่างน้อยปีเว้นปี โดยไม่มีการกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการซื้อในแต่ละปี แต่ต้องถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็มนับตั้งแต่วันที่ซื้อครั้งแรก และจะขายคืนได้โดยไม่ผิดเงื่อนไขภาษีก็ต่อเมื่อผู้ถือหน่วยมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์แล้วเท่านั้น
ควรเลือกลงทุนใน ThaiESG หรือ RMF มากกว่ากันสำหรับการวางแผนภาษีปลายปี?
ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงินและระยะเวลาการถือครอง หากต้องการลดหย่อนภาษีด้วยระยะเวลาการถือครองสั้นเพียง 5 ปี ควรเน้นไปที่ ThaiESG แต่หากต้องการออมเงินเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณอายุในระยะยาว RMF จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าและมีสินทรัพย์ทั่วโลกให้เลือกหลากหลายมากกว่า
อ่านต่อ

การเงินและการลงทุน1 วิว
10 แอปพลิเคชันการเงินและการลงทุนยอดนิยมในไทย ตัวช่วยบริหารเงินและจัดพอร์ตยุคดิจิทัลปี 2569
เจาะลึก 10 แอปพลิเคชันการเงินและการลงทุนชั้นนำของไทยในปี 2569 ครอบคลุมทั้งการคุมงบประมาณ ซื้อขายกองทุน หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับนักลงทุนยุคใหม่
ในบทความ: Dime! · Finnomena · Jitta Wealth

การเงินและการลงทุน0 วิว
10 บัตรเครดิตสะสมแต้มและไมล์บินยอดนิยมปี 2569 สิทธิประโยชน์ตอบโจทย์สายท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์คนเมือง
คู่มือคัดสรร 10 บัตรเครดิตสะสมพอยต์และแลกไมล์บินชั้นนำปี 2569 พร้อมสรุปอัตราแลกไมล์ สิทธิ์เลานจ์สนามบิน และความคุ้มค่าต่อไลฟ์สไตล์คนเมือง
ในบทความ: UOB PRVI Miles · ttb absolute · UOB KrisFlyer World

การเงินและการลงทุน2 วิว
5 อันดับบัญชีเงินฝากดิจิทัล (e-Savings) ที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุดต่อปี ประจำปี 2569
เปรียบเทียบ 5 บัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูงประจำปี 2569 สรุปตัวเลขผลตอบแทน เงื่อนไขขั้นบันได และเพดานวงเงินฝาก เพื่อการบริหารสภาพคล่องอย่างคุ้มค่าที่สุด
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ